TREE WORLD
ปฐีวินาศโลก
By : Jackmysoul
แจ็กมายโซล : เขียน
บทที่ 26
สกายลูส (1)
เป็เวลาเย็นใกล้ค่ำณ ที่ทำการกระทรวงกลาโหม
ยังไม่มีใครผิดสังเกตกับผู้แปลกปลอมที่ลอบเข้ามาในเขตหวงห้ามด้วยชุดฟอร์มและบัตรพนักงานที่เจทเตรียมให้ล่วงหน้า ผมจึงย่ามใจทอดเวลาคุยกับเธอได้อย่างสบายใจ อย่างน้อยก่อน่เวลาฉุกละหุกที่กำลังจะตามมา
“ผมส่งฟิวท์ไปรับจอสส์แล้วคงกลับถึงบ้านก่อนเรา คุณไม่ต้องเป็ห่วง”
ผมตอบเจทเมื่อถามถึงลูกๆขณะกำลังเดินผ่านโถงทางเดินที่เชื่อมไปยังอาคารศูนย์วิจัยที่เธอทำงานอยู่
ผมมองรอดช่องหน้าต่างที่ตั้งตลอดแถวของโถงทางเดินอนุสาวรีย์ทรีเวิลด์ยืนตระหง่านมั่นคง เหมือนกำแพงูเาที่สูงจรดเมฆจากตรงนี้เป็จุดที่ผมได้เข้าใกล้มันมากที่สุดถ้านับทรีเวิลด์เป็ศูนย์กลางกลุ่มอาคารของกระทรวงกลาโหลและกลุ่มอาคารวิจัยจัดได้ว่าอยู่ฝั่งทิศตะวันออกในเวลาเย็นจะถูกเงาตกทอดของทรีเวิลด์บดบังไว้ทั้งหมดทำให้แค่อาทิตย์ลดแสงลงก็มืดมิดจนเกือบมองไม่เห็นทาง แสงไฟอัตโนมัติก็สว่างขึ้น
เจทพาผมเดินไล่ตามแสงไฟแอลอีดีที่เปิดนำหน้าไปทีละดวงจนมาสุดตรงประตูทางเข้าที่ดูเหมือนทำมาจากกระจกกันะุ มีป้ายหน้าตึกที่เป็ตัวอักษรโลหะระบุข้อความว่า‘อาคารวิจัยกระทรวงกลาโหม’
บริเวณนี้ถือเป็อาคารชั้นในไม่มีทหารเวรยามยืนรักษาการณ์เหมือนอาคารชั้นนอกเพราะมันถูกปิดล็อกไว้ด้วยระบบคีย์การ์ดที่ใช้การสแกนม่านตาและใบหน้าปุ่มกดเอ็นเทอร์ก็ต้องใช้ลายนิ้วมือยืนยันความถูกต้อง เป็ระบบที่สร้างขึ้นมาป้องกันความเสียหายจากบุคคลภายนอกและภายใน
แม้ว่าเจทจะเป็เ้าหน้าที่ระดับสูงเป็ถึงหัวหน้าทีมวิจัย และที่นี่ยังเป็ที่ทำงานของเธอเองก็ยังไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปในขณะที่คณะทำงานทั้งหมดต้องเข้าประชุมร่วมกับรัฐมนตรีกลาโหมตามวาระดังนั้นศูนย์วิจัยแห่งนี้จึงมีสภาพปิดตายจนกว่าจะถึงวันรุ่งขึ้นของวันทำการหากนับวันหยุดเท่ากับเธอต้องรอไปอีกสองวันแต่ผมบอกกับเธอว่าเวิร์มคงไม่ยอมต่อเวลาให้ใคร จึงจำเป็ต้องใช้วิธีนี้
“เอาเ้านั่นมาด้วยรึเปล่า”เธอถาม
“แน่นอน”ผมตอบพร้อมกับหยิบแผ่นดิสต์สีฟ้าเรืองแสงออกมา
“ไม่ได้หมายถึงเ้านี่”เจทส่ายหัวกำลังจะของขึ้นใส่ผม
“แค่ล้อเล่นที่รัก”ผมหยิบเครื่องสแกนที่เธอบังคับให้ผมเอามาจากบ้านออกจากเป้สะพายหลัง
“ฉันมีแผน”เจทบอกขณะทาบเครื่องสแกนเข้ากับคีย์บ็อก แล้วกดรหัสแค่ไม่กี่ตัวประตูห้องทำงานของเธอก็เปิดออก โดยไม่ต้องสแกนม่านตาใบหน้าหรือลายนิ้วมือ
“ยังไง”ผมมองไปรอบห้องทำงานของเธอ ซึ่งผมไม่เคยเข้ามาก่อนเลยในชีวิตเจทชี้นิ้วไปยังฝ้าเพดานหลายจุด แล้วบอกว่ามีกล้องวงจรปิดซ่อนอยู่ผมสะดุ้งตัวขยับหลบให้พ้นมุมกล้องแต่เธอชี้ไปอีกหลายจุดและดูเหมือนว่าไม่ว่าจะทำตัวแนบผนังด้านไหนก็ตามก็ไม่พ้นสายตามันแล้วก็ไม่เห็นเจทมีทีท่าจะเดือดร้อน ผมจึงกลับมาทำตัวตามสบาย เป็ไงเป็กันยังไงอีกไม่นานเราก็ต้องทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างไว้เบื้องล่างเพื่อก้าวต่อไปยังเบื้องบน
ห้องนี้เป็โถงขนาดใหญ่แล้วแยกออกเป็ห้องทดลองย่อยๆอีกมากมาย ทุกห้องเต็มไปด้วยเครื่องจักรและอุปกรณ์ทางการทดลองสารพันเครื่องจักรกลหน้าตาประหลาดหลายชิ้นที่ผมก็มองไม่ออกว่าเอาไว้ใช้ทำอะไรเรียงรายกันอย่างเป็ระเบียบตามซอกมุมของห้องทำงานแต่ละชิ้นจะมีจุดที่เรืองแสงในตัวเอง บ่งบอกว่าขณะนี้มันกำลังทำงานอยู่
“เราต้องเข้าไปที่ห้องควบคุมนั่นปล่อยเครื่องสกายลูสออกมา แล้วค่อยขนเครื่องกำเนิดพลังงานไฟฟ้าเทอร์โมนิวเคียร์ที่ฉันกำลังสร้างอยู่ออกไป”เจทบอกแผนการคร่าวๆพร้อมกับชี้มือชี้ไม้ไปที่ห้องต่างๆและเครื่องจักรอีกหลายชิ้นที่ดูสับสนวุ่นวาย กว่าจะจัดการทั้งหมดนั่น เธอคงใช้เวลาที่นี่อีกนานซึ่งผมไม่เห็นด้วย
“ไม่...แผนของเราคือขึ้นไปข้างบนแผนเราไม่ซับซ้อนหรอก แค่เราหนีขึ้นไปข้างบน ขึ้นไปเรื่อยๆเท่านั้น”ผมบอกน้ำเสียงดุดัน เพราะการจารชนครั้งนี้ทำให้วิตกและสมองเริ่มทำงานหนักยิ่งได้ยินคำว่าไฟฟ้านิวเคียร์อะไรนั่น ทำให้ยิ่งกังวลกับการรั่วไหลของกัมมันตภาพรังสีได้ยินบ่อยครั้งที่กลายเป็ข่าว
“ช่วยฉันหน่อยนะที่รัก”แววตาเป็ประกายวิงวอน อย่างกับเด็กสาวโหยหาการปกป้อง เธออ้อนผมและมันมักได้ผลเสมอ
ผมคิดอย่างรวดเร็วและใช้เวลาเพียงเสี้ยววินาทีสรุปการประมวลผล
ตกลงตามที่เธอขอแต่ผมมีข้อแม้ว่า ต้องให้เวลาผมเปลี่ยนแผนสักหน่อยเพราะสถานการณ์มันชักจะซับซ้อนยุ่งยากขึ้นทุกที แผนAของผมมันไม่มีอะไรมากแค่หนีขึ้นไปได้อย่างปลอดภัยก็พอแต่ความ้าของเจทมันอยู่นอกแผนฉะนั้นต้องรีบเปลี่ยนเป็แผน B โดยด่วน หยิบสมาร์ทโฟนของเจทขึ้นมากระชับในมือ
“เอเลี่ยนบุก...เข้านอนซะ”ผมรีบพิมพ์ข้อความแล้วรีบส่งมันออกไปพร้อมสติ๊กเกอร์รูปหมีพลูห่มผ้าบอกลากู๊ดไนท์ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด ฟิวท์ที่ได้รับข้อความรหัสลับที่รู้กันในเฉพาะคนในครอบครัวจะตอบกลับด้วยรหัสลับกลับมาเช่นเดียวกัน...
แต่เอ๊ะ! เมื่อครู่ผมกลับลืมไปแล้วว่าที่นี่มีการสอดแนมดักจับสัญญาณหรือข้อความแปลกปลอมแล้วมือก็ลั่นไปแล้วอย่างไม่ทันคิด...แต่ยังไงนี่ก็เป็แค่ข้อความที่แม่ส่งถึงลูกแล้วข้อความก็ฟังดูงี่เง่า ถ้าใครจะสงสัยขึ้นมาก็อัจฉริยะเกินไปแล้วคงไม่มีปัญหาอะไรเพราะมันถูกส่งจากเครื่องของเจท ไม่ใช้เครื่องของผมและยังดีที่ว่าผมทำไปตามสัญชาติญาณอย่างถูกต้อง ครั้งนี้ถือว่ารอดตัวไป
ขณะนั้นเจทพรมนิ้วมือบนแป้นคีย์บอล์ดอย่างรวดเร็ว โดยไม่สนใจว่าผมทำอะไรลงไป แล้วจอสกรีนสีน้ำเงินโปร่งแสงขนาดใหญ่ก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า
เธอพรมนิ้วมือบนจอสกรีนโปร่งแสงเหมือนกำลังตั้งโปรแกรมอะไรบางอย่าง เธอป้อนตัวเลขรหัสต่างๆตามเข้าไปอีกหลายชุดอย่างคล่องแคล่วว่องไวปานสายฟ้าแลบแล้วภาพโฮโลแกรมสามมิติที่เป็แผนผังวงจรอิเลคทรอนิกส์ต่างๆก็ปรากฏขึ้นวูบวาบมันเปลี่ยนหน้าจอสลับกันไปมาอย่างรวดเร็ว จนผมมองตามแทบไม่ทัน
“สกายลูสฉันกำลังสั่งให้มันเดินเครื่องเพาว์เวอร์ออน และปฏิบัติการเดี๋ยวนี้”เธออธิบายกระชับ ผมพยักหน้าให้ แต่ก็ยังไม่เข้าใจ
ระหว่างกำลังรอคอมพิวเตอร์อัพโหลดข้อมูลเธอก็รีบวิ่งเข้าไปยังห้องทดลองอีกห้องหนึ่ง แล้วถอดสายไฟกับสายสัญญาณต่างๆที่ต่อเชื่อมกับเครื่องจักรตัวนั้นออกทั้งหมด
น้ำหนักมันไม่ใช่เล่นเจทกับผมช่วยกันยกเครื่องจักรชิ้นนี้ออกมาอย่างทุลักทุเลนี่คงเป็สิ่งที่เธอ้าขนมันออกไป
“นี่อะไร”ผมต้องถาม เพราะมันดูเหมือนเป็แค่ตู้เย็น4-5คิวไม่น่าจะมีความสำคัญมากไปกว่าตู้แช่กับข้าว
“เครื่องกำเนิดพลังงาน...นิวเคลียร์”ผมใปล่อยมันล่วงกระแทกพื้น
“เบา!!!ระวังหน่อยสิ”ดูเหมือนเธอจะขวัญเสียมากกว่าผม
“ถ้าโดนแรงกว่านี้มันะเิได้เลยนะ”เจทถอนหายใจ เธอน่าจะเตือนผมล่วงหน้า
“จำได้ว่า...ไหนว่ามันยังอยู่ในขั้นทดลอง”ผมขมวดคิ้ว สงสัยว่าจะเอาไปเป็ภาระทำไม หากมันยังไม่สมบูรณ์
“ก้อฉันจะขนเอาไปทำต่อนี่ไงแล้วนี่เอามอร์ฯไซด์มารับฉันเนี่ยนนะ..ฮา..แล้วเราจะขนไปยังไง” เจทมองหน้าผมคล้ายต่อว่าเวลาหัวเสียเธอมักจะยกมือกุมขมับตัวเอง
“ผมไม่รู้”ก็เธอไม่บอกก่อนนี่ว่าจะต้องขนอะไรแบบนี้ไปด้วย แล้วนี่เราต้องแบกวัตถุอันตรายขนาดนี้กลับบ้านจริงรึ!!! ? ผมมองดูเ้าเครื่องตู้เย็นนั่นจนใจละเหี่ย...
อ๊อดอ๊อด อ๊อด เสียงสัญญาณดังขึ้น
แต่มันไม่ใช่สัญญาณเตือนภัยมันดังมาจากเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เจทกำลังสั่งเพาว์เวอร์ออน
“สกายลูสเริ่มการทำงานแต่มันยังไม่ได้รับการติดตั้งเครื่องจ่ายพลังงานตามมาตรฐาน”เจทอ่านรายงานแจ้งเตือนข้อบกพร่องจากหน้าจอ
“เราต้องไปติดตั้งมันด้วยตัวเอง”ดูเธอจะกระตือรือร้นกับสิ่งนี้เป็พิเศษ
แต่ผมต้องลอบถอนหายใจ
เื่ยุ่งกว่าที่คิดเราต้องไปยังโรงเก็บสกายลูส ซึ่งมันอยู่ถัดออกไปอีกหลายอาคาร แล้วเราก็ไม่มีเวลาย้อนกลับมาต้องขนเ้าตู้เย็นนี่ไปด้วย
ผมย้อนกลับไปจุดที่ซ่อนฮาร์เล่แล้วขี่มันมารับเธอแล้วเจทก็เตรียมของที่้าพร้อมแล้ว
“ทางนั้น”เธออุ้มเ้าตู้เย็นนั่นซ้อนท้ายมอร์ไซด์แล้วบอกทางไปยังโรงเก็บเครื่องสกายลูส
ผมเลี้ยวรถตามคำสั่ง
“มันจะมาเมื่อไหร่เ้านั่นน่ะ”เธอถามจากเบาะหลัง
“ถ้าเวิร์มมันเดินทางในอัตราคงที่มันจะมาถึงในอีก 1 ปีข้างหน้า แต่ถ้าไม่มันอาจมาถึงภายในวันนี้”
“แก็ปมันห่างกันขนาดนี้เชียว...งั้นเราต้องรีบสุดชีวิต”ในน้ำเสียงของเจทไม่อาจซ่อนความหวาดวิตกและประหลาดใจ แต่เธอบอกยืนยันว่าจะไม่ยอมเสี่ยงกับ่เวลาที่ดูเหมือนนานแต่ความจริงสั้นนิดเดียวจากประสบการณ์ของเราทั้งคู่บอกได้เลยว่าเวลาแค่1ปีอาจเท่ากับ1วันได้อย่างเหลือเชื่อ
เราเข้ามาภายในโรงเก็บสกายลูสอย่างง่ายดายรวดเร็วอาคารนี้มีลักษณะโครงสร้างเป็เหล็กทรัสที่เชื่อมต่อกันขึ้นไปเป็รูปโดมครึ่งวงกลมขนาดเท่าสนามฟุตบอลร้อยร้อยสนามรวมกันดูเหมือนหลังคา้าจะออกแบบให้เปิดปิดได้ด้วยแขนกลไฮโดรริกขนาดมหึมาสมส่วนกัน
เจททักทายกับผู้คนในหน่วยทีมช่างอย่างคุ้นเคยพวกเขาคงยังไม่รู้ถึงความผิดปกติในขณะที่เจทสั่งโปรแกรมเพาว์เวอร์ออนไปแล้วแต่คงอีกไม่นาน ทีมงานที่เกี่ยวข้องต้องสังเกตเห็น ดังนั้นเราจึงมีเวลาไม่มากนัก
ผมเพิ่งเห็นสิ่งที่เจทเรียกว่าสกายลูสมันเป็เครื่องจักรกลทรงกลมขนาดเท่าถังน้ำมันสองหมื่นลิตร เรียงรายกันอยู่เป็ร้อยร้อยแถวรอบๆตัวมันแต่ละตัวเต็มไปด้วยรูพรุนแบบรังผึ้งแล้วมีบางตัวที่หน้าจอคอมพิวเตอร์เรืองแสงสีน้ำเงินบอกสถานะพร้อมเริ่มดำเนินการ
“สกายลูสคืออะไร” ผมอดสงสัยไม่ได้ รู้นิสัยดีว่าถ้าโปรเจคสำคัญที่เป็ความลับทั้งหลายถ้ายังไม่สำเร็จเสร็จสมบรูณ์ เธอจะไม่ยอมเอ่ยปากบอกคนในครอบครัว แม้แต่ผม
“ใช่ว่าเราจะเอาแต่หนีมันอย่างเดียวสกายลูสเป็เครื่องมือเพียงชิ้นเดียวในโลก ที่จะใช้ต่อต้านเวิร์ม...”เธอหันมายิ้มให้ผม จากสีหน้าและแววตาถึงไม่ใช่ผมก็รับรู้ได้ถึงความภาคภูมิใจในผลงานอย่างเปี่ยมล้น
และผมก็คาดไม่ถึงว่าหนึ่งในเผ่าพันธ์มนุษยชาติตาดำๆคนหนึ่งจะคิดค้นวิธีลุกขึ้นมาต่อสู้กับภัยพิบัติระดับโลกอย่างเวิร์มได้แต่ผมก็ยังไม่เชื่ออยู่ดี เพราะที่ผ่านมาเราทุกคนไม่ว่ามนุษย์หน้าไหน ได้แต่หนีเอาชีวิตรอดเพียงอย่างเดียว
แต่คำพูดของเธอถ้ามันเป็จริง แล้วถูกเผยแพร่ออกไป จะจุดประกายความหวังให้กับทุกชีวิตบนโลก
“อืม...อันที่จริงฉันไม่ได้หมายความว่าสิ่งนี้มันจะกำราบเวิร์มได้หรอกนะ...”ดูเหมือนเธอจะลดระดับความหวังของผมลง “แต่สกายลูสจะสร้างโอกาศในการเก็บตัวอย่างบันทึกข้อมูล ถ้าเรารู้อะไรเกี่ยวกับมันบ้าง เราก็จะหาวิธีสู้กับเวิร์มได้อย่างแน่นอน”เจทบอก แต่ก็ไม่ได้ลดความภาคภูมิลงเพราะเธอเป็ผู้ริเริ่มและเ้าของโครงการนี้ั้แ่เริ่มแรก
“เธอกำลังจะบอกว่าเก็บตัวอย่างเวิร์มน่ะเหรอไม่มีทางเป็ไปได้...อะไรก็ตามที่โดนเวิร์มััก็จะมลายสูญไปทันที เธอก้อรู้”ผมแย้งไปตามความเป็จริงเท่าที่รู้มา
“แต่ก็ดีกว่าไม่ทำอะไรเลยใช่มั้ยสกายลูสนี่แหละความหวังของมนุษย์ชาติ”เธอบอกขณะใช้เครื่องสแกนทาบลงบนคีย์บ็อกห้องเก็บของ
“โอ...เยี่ยม”เนี่ยแหละเมียผม เชื่อมั่นไว้ก่อนว่า
สิ่งที่คาดหวังจะต้องเป็จริง
“บ้าจริง!!!ฉันปลดรหัสห้องเก็บแท่นพลังงานไม่ได้...” เจทฟูมฟายยกมือขึ้นกุมขมับแล้วดูเหมือนเธอจะตกม้าตายก่อนจบเครื่องสแกนรหัสสารพัดประโยชน์หนึ่งในสิ่งประดิษฐ์ที่เธอภาคภูมิใจ เริ่มมีปัญหาที่มันเคลียร์ไม่ได้