ผมกลับมาที่ห้องโดยมีพี่คาโอริ ยืนรออยู่อย่างเป็ห่วง
" ซาโต้ เจ้าไปไหนมาพี่เป็นห่วงแทบแย่แนะ "
" พี่คาโอริ ไม่ต้องเป็นห่วงผมหรอก ผมเป็นถึงจอมปราชญ์ เชียวนะ " ผมใช้มือลูบหัวอย่างเขินอาย
" พี่จะไปทำกับข้าวมาให้นะ ซาโต้ เจ้ารออยู่นี่ก่อน " แล้วพี่คาโอริก็หายเข้าครัวไป
ในขณะที่ผมกำลังคิดอะไรอยู่นั้นเอง เทพธิดา อินฟีเรีย ก็ได้พูดออกมาจากในหัวผม
" ถ้าข้าไม่ช่วย ละก็ เจ้าอาจจะพิการไปแล้ว " เทพธิดาอินฟีเรียกล่าว เธอมาช่วยผมทำลายลูกไฟกระจ้อยร่อยนั้นของเจ้าคาตะ แต่ผมก็ต้องขอบคุณเธอ
"ขอบคุณครับ ท่านเทพ "
" แล้วต่อไปอย่าไปสู้แบบ 6 รุม 1อีกละ มันทำให้ข้าต้องส่งพลังช่วยเจ้า "
" เข้าใจแล้วครับๆ " ผมพูดในจิตใจ
ก็อกๆ ก็อกๆ
เสียงเคาะประตูดังขึ้น ผมลุกไปเปิดประตู
ผู้มาเยือน คือ.......
จอมปราชญ์ คายะ ไอดอล ของผมเอง เธอมีผมดำสลวยงดงาม นัยต์ตาคมดุจคันศร สองแก้มแดงดั่งลูกพุทรา คิ้มงามดุจดั่งเส้นผมของนางฟ้า
" ข้าคือ จอมปราชญ์ คายะ จอมปราชญ์ ประจำราชสำนักโปปุรอน " เธอกล่าวเสียงเรียบ
" ข้าได้ยินว่าเจ้าชายได้สืบทอดพลังจอมปราชญ์ จาก วีรบุรุษ เร้นกาย "
" ก็ คงเป็นเช่นนั้น ท่านจอมปราชญ์ คายะ " ผมตอบไปอย่างสุภาพที่สุดเท่าที่จะคิดได้
" ข้ามาที่นี่ เพื่อมาเชิญองค์ชาย เสด็จไปพบกับ เลาห์คอน โปซาปุ เสด็จพ่อของท่าน"
" อืมก็ได้ ข้าจะไป "
ในขณะที่ผมตอบรับคำเชิญของ จอมปราชญ์ คายะ เพื่อไปหาเสด็จพ่อบัดซบที่ไม่เคยเห็นหน้ามานาน
พี่ คาโอริ ก็โผล่ออกมาพร้อมกับถ้วยซุปไก่ ของโปรดของข้า
" ซาโต้มีอะไรหรือ เอ๊ะ!!! นั่น จอมปราชญ์ คายะนี่นา "
พี่คาโอริ รีบก้มลงคุกเข่าให้กับจอมปราชญ์ คายะ ผู้มีฤทธิ์เวทย์มนต์สูงที่สุดในอาณาจักร
" ไม่เป็นไร ข้าไม่ถือหรอก" จอมปราชญ์ คายะกล่าว
พี่คาโอริ จึงลุกขึ้นและรีบแนะนำตัว
" ข.....ข้าชื่อ คาโอริ เป็นเมดรับใช้องค์ชาย ซาโตชิ ในชีวิตนี้ข้าไม่เคยพบจอมปราชญ์ ที่งดงามอย่างท่านเลย" พี่คาโอริ กล่าวอย่างชื่นชม ต่อ จอมปราชญ์ คายะ สุดสวย ความสวยของจอมปราชญ์ คายะเมื่อเทียบกับ พี่คาโอริแล้ว ทำให้หน้าตาของพี่คาโอริ ที่สวยมากอยู่แล้ว ดูธรรมดาไปเลย
" เราไปกันได้แล้วองค์ชาย " จอมปราชญ์ คายะกล่าว พร้อมกับ ร่ายเวทย์เปิดประตูมิติ ประตูมิติประตูหนึ่งจึงได้ปรากฏ ออกมา ผมก้าวเดินตามจอมปราชญ์ คายะไป อย่างว่าง่าย
เมื่อเราทั้งสองก้าวข้ามประตูมิติมาแล้ว มันก็ค่อยๆปิดตัวลง
" พี่ คาโอริ เดี๋ยวผมกับมานะ " ผมพูดผ่านประตูมิติ ก่อนที่มันจะปิดสนิท ซึ่งพี่ คาโอริ ก็พยักหน้าเข้าใจ
ผมกับจอมปราชญ์ คายะ ก็ได้ก้าวไปในท้องพระโรงใหญ่ ที่นั่นมีชายวัยกลางคนอายุประมาณ 40 ปลายๆ นั่งอยู่บนบัลลังค์ เขากำลังนั่งอ่านราชสาร์สที่ถูกส่งมาจากอาณาจักร ออโดนอส
" ฝ่าบาทข้าได้นำตัวองค์ชายน้อยมาแล้ว เพค่ะ " จอมปราชญ์ คายะกล่าว
เลาห์คอน โปซาปุ ได้วางราชสาร์สลง แล้วก้าวลงมาจากบัลลังค์ มาโอบกอดข้า ให้หายคิดถึง
" โอ้ว เจ้าโตเป็นหนุ่มใหญ่แล้วสินะ พ่อว่าจะสอนเวทย์มนต์ให้เจ้าด้วยตัวเอง เพื่อให้เจ้าได้เป็น เลาห์คอน คนต่อไป สืบราชสมบัติจากข้า "
เลาห์คอน โปซาปุ ยิ้มนิดหน่อย แล้วกล่าวสืบต่อ
" เจ้าได้เป็นจอมปราชญ์ ก็ดีแล้วลูกรัก ข้าจะให้ จอมปราชญ์ คายะ รับเจ้าเป็นศิษย์ และสอนความรู้ให้เจ้า วันนี้เลย "
ผัวะ
ผมสะบัดมือ ออกจากอ้อมกอดของเลาห์คอนโปซาปุ
"ผมไม่อยากเกี่ยวข้อง อะไรกับคุณ เสด็จพ่อ ต่อไปนี้ผมจะใช้ชีวิตด้วยตัวผมเอง ผมไม่อยากเป็นเลาห์คอน และสืบทอดราชบัลลังค์ ต่อจากคุณ"
" ทำไมล่ะ " เลาห์คอน โปซาปุ ถาม
" เพราะคุณ ไม่เคยสนใจใยดีผมเลย รวมถึงเสด็จแม่ด้วย ผมขอลาขาดจากอาณาจักรแห่งนี้ " และผมก็วิ่งพรวดพราดออกไปจากราชวังกลับไปหา พี่คาโอริ สุดที่รักของผม
" ให้เขาไป เผชิญโลกบ้างก็ดีนะ ฝ่าบาท " จอมปราชญ์ คายะกล่าว
" อืม ข้าว่าก็ดีเหมือนกัน เขาจะได้เข้าใจว่า โลกนี้มันโหดร้าย " เลาห์คอนโปซาปุหลับตา ซึ่งเขาไม่อาจจินตนาการความยากลำบากของลูกอันเป็นที่รักได้อย่างไร
" ข้าเกือบลืม ซิลวาเทียเส้นนี้ ที่จะให้เขาติดตัวไป วานเจ้าเอาไปให้องค์ชายที" เลาห์คอนโปซาปุกล่าว
" เพค่ะ ฝ่าบาท " จอมปราชญ์ คายะ รับซิลวาเทียมาประคองที่แขนอย่างทะนุถนอม มันเป็นสมบัติ ประจำราชวงศ์ ที่จะส่งมอบให้เลาห์คอน องค์ต่อไปเท่านั้น ซึ่งซิลวาเทียร์ เป็นอาติแฟกซ์ แรร์ ระดับ เวิร์ลไอเทม ที่สามารถรักษาโรคได้ทุกอย่างทุกอาการ เมื่อกินเข้าไปจะสามารถชุบชีวิตได้ *-* แต่คนตายไปแล้วจะกินได้อย่างไร