ลมหายใจที่แทบจะหมดแรงทำให้ผมต้องรวบรวมสติและความอดทนทั้งหมด เพื่อหลุดพ้นจากความอึดอัดที่ถาโถมเข้ามา
“เฮือก” ผมสะดุ้งตื่น ลืมตาขึ้นมา พบผู้คนมากหน้าหลายตา จ้องมาที่ผมอย่างสงสัย
“งามหน้านัก!เพี๊ยะ!!” มือของผู้ชายสูงวัยตบหน้าผมอย่างแรงจนหน้าหันแรงปะทะทำให้ผมได้สติและหันมองไปรอบห้องสายตาพลันสะดุดกับชายรูปร่างหน้าตาหล่อเหลานอนเปลือยกายไม่ได้สติอยู่ข้างๆ
“เชี่...ยย นี่มันอะไรกันว่ะเนี่ย” ชายข้างๆ เหมือนเริ่มรู้สึกตัวตัวของเขาเริ่มขยับแล้วค่อยๆ ลืมตาขึ้นมองเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างงงๆ
“นี่มันอะไรกัน ทำไมข้าถึงมาอยู่ในสภาพเช่นนี้”ผู้ชายคนนั้นมองมาที่ผมแล้วทำสีหน้าไม่พอใจ
“เ้าบังอาจนัก!กล้าทำกับข้าเช่นนี้เชียวรึ เซียวิเ้าช่างไร้ยางอายนัก!”เสียงของเขาขาดหายไปเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าของคนที่กำลังเดินเข้ามาผู้ที่ปรากฏตัวเป็ชายหญิงคู่หนึ่ง ท่าทางสง่างามราวกับผู้มีอำนาจความสงสัยของผมคลายลงทันทีเมื่อชายข้างๆ ผมเอ่ยขึ้นว่า
“ท่านพ่อ ท่านแม่” ชายที่อยู่ข้างๆตัวผม พูดเรียกก่อนจะทำการเอาผ้าคลุมตัวขณะนั้นก็มีเสียงเดินกึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว
“เซียวิ ใครทำอะไรเ้า ลูกแม่เป็อะไรมากหรือไม่”
“ลูกของเ้าก็ไม่ต่างอะไรจากเ้า!งามหน้านัก! เพี๊ยะ!!”พูดจบชายสูงวัยที่ตบหน้าผมไปเมื่อครู่ก็หันไปตบหน้าผู้หญิงที่ถูกเรียกว่าแม่ของผมอย่างแรง
“เอ้าไอ้ลุงนี่! คิดจะตบใครก็ได้รึไงวะ นี่มันผู้หญิงนะเว้ย!”ผมได้แต่สบถในใจด้วยความโมโห
สถานการณ์บังคับให้ผมต้องเงียบแต่ผู้หญิงที่ถูกเรียกว่าแม่กลับดูเข้มแข็งอย่างไม่น่าเชื่อ เธอไม่ร้องไห้ใบหน้ายังคงนิ่งเฉย ราวกับไม่สนใจคนที่เพิ่งทำร้ายเธอแล้วหันไปพูดกับชายที่อยู่ข้างผมว่า
“ท่านทำเื่แบบนี้กับลูกข้าได้เช่นไร ถ้าชอบก็ต้องมาสู่ขอไม่ใช่ด่วนเร่งรัดเช่นนี้ แบบนี้ลูกข้าเสียหาย แล้วลูกข้าจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนตระกูลของท่านก็มีหน้ามีตา ยังไงท่านต้องรับผิดชอบหมั้นกับเซียวิ แล้วหลังจากที่เซียวิเรียนจบค่อยแต่งงานกัน” แม่ของเซียวิพูดขึ้น
"ได้ ทางข้าจะรับผิดชอบเอง ทางแม่นางจินไม่ต้องเป็กังวล"
"ท่านพ่อ ข้าไม่หมั้น แล้วข้า..ก็จะไม่แต่งงานด้วย"
"เ้าทำขนาดนี้ยังกล้าพูดอีกรึ หุบปากของเ้าไปเสีย เหลียนมู่เ้าทำอะไรไม่เคยคิดถึงหน้าข้าและหน้าแม่ของเ้าเลย" ผมเห็นท่าไม่ดีละผมจะต้องทำอะไรสักอย่าง
“เอ่อ เดี๋ยวก่อนนะครับ ไม่ต้องขนาดนั้นก็ได้ครับ ผมไม่ซีเรียส”
“เ้าพูดอันใดข้าฟังไม่เข้าใจ” เป็ลุงที่ตบหน้าผมพูดขึ้น เอ้าผมก็พูดภาษาคนปกตินะ อย่าบอกนะต้องพูดจาโบราณๆ แบบนั้นอะ ผมไม่เอาหรอก
“ที่แม่เ้าพูด ถือว่าตามนั้น เ้าเข้าใจที่ข้าพูดหรือไม่เซียวิ”ตาลุงนี่พูดเสร็จกำลังจะง้างมือมาตบผมอีกรอบ ไม่ได้การแล้วรับปากส่งๆไปก่อนก็แล้วกัน
“ข้าเข้าใจแล้ว”พูดจบทุกคนก็ออกจากห้องไปเพราะต้องคุยข้อตกลงการหมั้นหมายกัน ทิ้งให้ผมต้องอยู่กับผู้ชายอีกคนที่อยู่ข้างๆ ผม
“เ้าทำแบบนี้ทำไม เ้าวางยาข้าทำไม ข้าอุตส่าห์มาพบเ้าคิดว่าเ้าจะกลับใจข้าเคยบอกเ้าไปหลายครั้งแล้วว่าข้ามิได้รักเ้า”
“........” ผมไม่รู้เื่อะไรเลยนะ งงอะ เงียบก่อนน่าจะดีที่สุด
“เ้ามันไร้ยางอาย เ้าทำแบบนี้น่าขยะแขยงที่สุด”สุดจะทนแล้วครับผู้ชายอะไรหล่อซะเปล่าแต่ดันปากหมา
“ข้าทำอะไร ข้าไม่ได้ทำอะไรเลย เ้านั่นแหละที่ทำข้า เชอะ”ตอนนี้ผมที่ไม่รู้เื่ราวอะไรเลย มีอะไรเถียงได้ผมเถียงไปก่อนก็แล้วกัน
“เ้ามันตัวน่ารังเกียจ ข้ามิมีวันจะแต่งงานกับเ้า”ไอ้นี่พูดเสร็จก็สะบัดตัวชนผมแล้วก็ลุกเดินออกไป
ผมขอตั้งสติแป๊บนะผมทำการสูดลมหายใจเข้า หายใจออก เอะ แต่เดี๋ยวนะ กูพึ่งตายกูพึ่งเจ็บซ้ำในความรักมา แล้วกูก็ยังไม่ได้พร้อมที่จะอยากมีความรักแล้วนี่อะไรเนี่ย
ตื่นมาก็มาอยู่ในห้องที่ตกแต่งเหมือนอย่างกับบ้านคนจีนในสมัยโบราณกูคนไทยเว้ย ไม่ใช่คนจีน มาพูดข้าๆ เ้าๆ กันทำไมทำไมไม่ให้กูไปอยู่ในยุคของคนไทยว่ะ มึงๆ กูๆ นี่ กูยังถนัดกว่าสะอีก เฮ้อ!
ขณะที่ผมกำลังบ่นคนเดียวก็มีชายชราคนเดิมที่ผมเคยเจอปรากฏขึ้น
“โชคชะตาพาเ้าให้มาพบ
ให้ได้คบคู่แท้ที่ใฝ่หา
ดั่งวาจาของเ้าที่กล่าวมา
ถึงเวลาที่เ้าได้หวนคืน”
“ใหมดลุง มาไม่ซุ่มไม่ให้เสียง”
“เ้าจะใอะไรข้านักหนา ข้ามาพบเ้าออกจะบ่อยอีกอย่างข้ามีเสียงกลอนมาให้เ้า ข้าไม่ได้มาแบบเงียบๆ เสียหน่อย”
“ลุงช่วยผมด้วยสิ ผมมาอยู่ที่นี่ได้ไงก็ไม่รู้”
“ข้าก็บอกเ้ามาหลายรอบแล้ว ว่าดวงชะตาชีวิตของเ้าได้มาอยู่ที่นี่ร่างที่เ้าอยู่นี่มันคือร่างของเ้าเอง ดวงชะตาพาเ้ามาพบคู่ครองของเ้าจงใช้ชีวิตอย่างที่เ้า้า ข้าไปละ ข้าแค่มาดูว่าเ้าฟื้นรึยังเท่านั้นแล้วทีหลังให้เรียกข้าว่า ท่านผู้เฒ่าฟู”
“เดี๋ยวก่อนครับลุงเอ๊ยท่านผู้เฒ่าฟู อย่าพึ่งไปครับ ท่านผู้เฒ่าฟู อย่าพึ่งปายยย” อย่าพึ่งไปเท่ากับหายไปต่อหน้าต่อตาผมเฉย"เฮ้อ ชีวิต..."
....