บทที่74
พูดคุย
ข้าวของมากมายมีทั้งเครื่องนุ่งห่มและก็อาหารแห้งถูกนำมามอบให้ลู่หยางพวกมันล้วนแล้วแต่เป็นของดีถูกนำมาส่งให้ด้วยมือของคุณชายตระกูลเว่ยเอง
ภายในห้องโถงที่กว้างใหญ่ข้าวของมากมายที่จะหายนั้นนำมาให้ถูกจัดวางเอาไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยถูกเรียงเป็นชั้นสูงของเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นของดีราคาเองก็คงจะไม่ใช่น้อยมองดูก็รู้ได้ทันทีเลยว่าคุณชายผู้นี้ไม่ใช่คนตระหนี่ขนาดตอนนี้มาเยี่ยมเยียนเขายังทำการซื้อของที่ดีที่สุดมาให้เช่นนี้
ลู่หยางเชิญแขกที่เข้ามาภายในเรือนของตนเองนั่งพักอยู่บริเวณห้องโถงเรือนแห่งนี้มีพื้นที่ไม่มากนักห้องโถงเองก็ไม่ได้ใหญ่โตทุกอย่างล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งของธรรมดาธรรมดา
เก้าอี้ภายในห้องก็เป็นเก้าอี้ไม้แต่ว่าคุณชายผู้ที่มั่งมีผู้นี้กลับไม่รังเกียจเลยแม้แต่น้อยนั่งลงไปอย่างที่ไม่พูดจาอะไรสักคำ
ลู่หยางเดินไปนำน้ำชามาต้อนรับแขกของเขาตามมารยาทกาน้ำชาและถ้วยน้ำชาถูกวางลงเอาไว้ในขณะที่กำลังวางถ้วยน้ำชาลงเขาเองก็ทำการเปิดปากถามคนผู้นี้ก่อน “ ท่านเดินทางมาไม่เห็นจำเป็นจะต้องทำการซื้อข้าวของมากมายเช่นนี้มาด้วยเลย”
เว่ยเจ๋อจงฉีกยิ้มออกมาก่อนที่จะกล่าว“ สถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่ที่ชานเมืองช่วงฤดูหนาวเดินทางเข้าไปภายในเมืองเองก็ต้องใช้เวลาเดินทางเข้าไปคงจะยากเย็น ”
“ ข้าเลยทำการซื้อของเหล่านี้มาให้เพื่อที่ว่าพวกท่านจะไม่ต้องเดินทางเข้าไปภายในเมืองให้ลำบากยากเย็น”
แม้ว่าภายในเมืองแห่งนี้จะเป็นเมืองเดียวกันแต่เมื่อมองถึงระยะทางจากชานเมืองเดินทางไปสู่ภายในเมืองถือว่ามีระยะทางไกลในระดับนึง
และในช่วงฤดูหนาวที่ตอนนี้หิมะกำลังตกหนักคนที่ไม่ได้มีรถม้าหรือว่าผ่านนะของตนเองเป็นตัวเดินทางยอมเดินทางได้ยากลำบากถือได้ว่ากว่าที่จะเดินทางเข้าไปภายในเมืองได้ยากเย็นเอาการ
ในครั้งนี้เดินทางมาพูดคุยธุระเกี่ยวกับเรื่องสำคัญเว่ยเจ๋อจงเลยตัดสินใจซื้อข้าวของมากมายมาให้สหายของตนเองผู้นี้
ของมากมายเหล่านี้มองดูจากจำนวนแล้วคงจะสามารถอยู่ไปได้อีกหลายวันเลยทีเดียว
“ ถ้าเช่นนั้นก็ต้องขอบคุณคุณชายเว่ยแล้ว ”ลู่หยางขอบคุณออกมาจากใจตัวของเขารู้สึกว่าคนผู้นี้เป็นคนดีที่น่าคบหา
ก่อนหน้านี้เขาเองก็เสียสละไปมากเช่นเดียวกันจากการที่ตัวของเขานั้นเสียสละทรัพย์สินของตระกูลเพื่อที่ใช้ทรัพย์สินจำนวนนั้นในการช่วยชีวิตผู้คนมากมายภายในเมืองแต่ว่ามันเองก็ไม่ได้มีเพียงแค่นั้น
เหตุผลที่เขาบอกว่าคนพวกนี้ดูน่าคบหามันเป็นเพราะว่าเว่ยเจ๋อจงเป็นผู้นำของตระกูลพ่อค้าที่มีอิทธิพลระดับนึง
ตระกูลของพวกเขาไม่ได้มีเพียงแค่การค้าที่ใหญ่โตเท่านั้นแต่ว่ามันยังมีเส้นสายในด้านทางขุนนางอีกด้วยอันที่จริงแล้วคนที่อยู่ในระดับนี้ไม่จำเป็นจะต้องลดตัวลงมาคบค้าสมาคมกับเขาเลยสักนิด
พวกเขาทั้งสองนั้นถือได้ว่ามีฐานะที่แตกต่างกันออกไปวิถีชีวิตเองก็แตกต่างกันออกไป
แต่ว่าคุณชายเว่ยขอดูไม่ได้รังเกียจและก็ไม่ได้แสดงท่าทางว่าการใช้ชีวิตของเขานั้นมันย่ำแย่
อันที่จริงแล้วคนที่มีความร่ำรวยในระดับนี้ควรจะแสดงท่าทางต่อต้านอันใดออกมาบ้างกับวิถีช้ชีวิตของเขา
เพราะว่าอีกฝ่ายดูเหมือนว่าเป็นคนที่ไม่ได้รังเกียจผู้อื่นและก็ไม่ได้รังเกียจการใช้ชีวิตของเขาเขาเล่นมองว่าอีกฝ่ายนั้นน่าจะเป็นคนที่น่าคบหาในระดับนึง
“ แล้วเรื่องที่บอกว่าจะมาพูดคุยในวันนี้มีอะไรอยากจะพูดคุยกับข้าอย่างนั้นหรือขอรับ?” ลู่หยางทำการเอ่ยถามออกไป
อันที่จริงแล้วพวกเขาทั้งสองก็ถือได้ว่าสนิทกันในระดับนึงแต่เพราะว่าอีกฝ่ายนั้นเป็นคนที่นิสัยดีเป็นอย่างมากอีกทั้งฐานะยังดีกว่าเขาลู่หยางเลยพยายามทำตัวให้เกียรติอีกฝ่ายเอาไว้ไม่ได้แสดงท่าทางและก็กริยาที่ดูสนิทสนมมากนัก
เว่ยเจ๋อจงเริ่มทำการกล่าว“ ในวันนี้ที่เดินทางมาก็อยากจะมาแจ้งข่าวหลายๆเรื่อง ”
“ เริ่มเรื่องแรกดูเหมือนว่าพวกเรานั้นจะได้รับข่าวดี ”
ลู่หยางกำลังจัดเตรียมน้ำชาเขาชะงักไปหนึ่งจังหวะดวงตามองตรงไปที่คนผู้นั้นใช้ดวงตาของตนเองที่เต็มไปด้วยความฉงนจ้องมองแล้วกล่าวถามออกมา “ ข่าวดี? ”
เว่ยเจ๋อจงพยักหน้าพร้อมกับส่งรอยยิ้มจากนั้นก็ทำการอธิบาย“แม้ว่ามันจะไม่ใช่ข่าวดีและก็เป็นผลประโยชน์กับพวกเราโดยตรงแต่ข้าขอบอกเลยว่าเรื่องที่เกิดขึ้นย่อมเป็นเรื่องที่น่ายินดี”
“ ท่านรู้หรือไม่ว่าภายในเมืองหลวงตอนนี้ส่งจดหมายมาถึงเมืองของเราเกี่ยวกับเรื่องราวโรคระบาดที่เกิดขึ้น ขุนนางเสิ่นจัดการเรื่องทุกอย่างได้เป็นอย่างดีทำให้เมืองแห่งนี้สามารถรอดพ้นเกี่ยวกับโรคระบาดไปได้”
“ เลยทำให้ได้รับการแต่งตั้งและมียศตำแหน่งที่สูงขึ้นในตอนนี้ตำแหน่งของเขาแม้ว่าจะยังไม่ได้สูงมากนักแต่กลับได้รับหน้าที่สำคัญในการดูแลเมืองตี้หนาน”
ลู่หยางถึงกับหยุดชะงักดวงตาของเขาต้องมองตรงไปภายในดวงตานั้นปรากฏความสงสัย“ แต่งตั้งกลายเป็นขุนนางที่ดูแลเมืองแห่งนี้ ”
“ แต่ว่านั่นมันยศตำแหน่งของขุนนางชั้นผู้ใหญ่ไม่ใช่หรือ? ”
เว่ยเจ๋อจงพยักหน้าตอบรับกลับไป“ เรื่องนี้ดูเหมือนว่าคนที่เป็นคนจัดการให้น่าจะเป็นแม่ทัพใหญ่ไป๋ตอนที่นางอาศัยอยู่ที่เมืองแห่งนี้รู้สึกว่านางจะทำการส่งจดหมายไปยังเมืองหลวงก่อนแล้วเพื่อแจ้งต่อราชสำนักว่าภายในเมืองแห่งนี้เกิดเรื่องอะไรขึ้นบ้าง”
“ ไม่เพียงเท่านั้นนางยังทำการสนับสนุนบอกให้ราชสำนักแต่งตั้งให้ขุนนางเสิ่นดำรงตำแหน่งขุนนางผู้จัดการดูแลเกี่ยวกับเมืองตี้หนานแห่งนี้”
“ ถือได้ว่าเป็นคนที่ก้าวหน้าในหน้าที่การงานเป็นอย่างมากในช่วงวัยเพียงแค่นี้ขนาดข้าเองก็ยังไม่คาดคิดเลยว่าตัวของขุนนางเสิ่นเพียงแค่ไว้แค่นี้จะสามารถได้รับตำแหน่งในการดูแลจัดการหัวเมืองใหญ่ๆทางด้านฝั่งบูรพา”
เว่ยเจ๋อจงแน่นอนว่าย่อมดีใจพวกเขาทั้งสามนั้นผ่านเรื่องราวโรคระบาดที่ทำการระบาดภายในเมืองแห่งนี้มาด้วยกันหนึ่งคนได้ดีพวกเขาทั้งสองก็ยังดีใจ
ขุนนางผู้นี้ถือว่าเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงานเป็นอย่างมากช่วงวัยเพียงแค่นี้กับสามารถประสบความสำเร็จได้รับความไว้วางใจจากราชสำนักให้คุมหัวเมืองขนาดใหญ่ภายในทิศบูรพา
โดยทั่วไปแล้วคนที่มีความสามารถที่จะสามารถควบคุมดูแลเมืองขนาดใหญ่ได้ล้วนแล้วแต่ต้องเป็นขุนนางผู้อาวุโสที่น่าจะมีประสบการณ์และก็มีตำแหน่งที่สูงกว่านี้
แต่ในครั้งนี้ถือว่าเป็นกรณีพิเศษเพราะว่าคนผู้นั้นได้รับการสนับสนุนจากแม่ทัพใหญ่
แต่เมื่อได้ฟังความทั้งหมดมาลู่หยางภายในใจบังเกิดความสงสัยอยู่ 1 ข้อจึงทำการเอ่ยถามออกไป“เดี๋ยวนะขอรับถ้าได้รับตำแหน่งในการดูแลจัดการภาษีแล้วพวกขุนนางชั้นผู้ใหญ่ที่ดูแลเมืองแห่งนี้อยู่ก่อนหน้านี้ล่ะขอรับ”
คือสิ่งที่เขาสงสัยก่อนหน้านี้มีขุนนางที่ดูแลจัดการภาษีภายในเมืองแห่งนี้อยู่ก่อนแล้ว
พวกมันเป็นขุนนางชั้นผู้ใหญ่แต่ว่าหนีโรคระบาดไปเมืองหลวงในตอนที่โรคระบาดนั้นกำลังระบาดหนัก
การที่ขุนนางชั้นผู้น้อยขึ้นมารับตำแหน่งสำคัญในครั้งนี้มันจะไม่เป็นการหักหน้าคนเหล่านั้นหรอกหรือ
เว่ยเจ๋อจงแสดงรอยยิ้มออกมาที่มุมปากและก็ทำการกล่าว“ เรื่องนั้นหามิได้ดูเหมือนว่าขุนนางพวกนั้นที่ทำการหนีตายเอาตัวรอดจากโรคระบาดไปที่เมืองหลวงจะโดนโทษทัณฑ์ไปแล้ว”
ลู่หยางดวงตาเบิกกว้างอย่างตกตะลึงก่อนที่จะทำการถามออกไป “ ว่าอย่างไรนะขอรับ!!! โดนโทษไปแล้ว!! ”
เว่ยเจ๋อจงทำการพยักหน้า“ ใช่แล้วโดนโทษไปแล้วสำหรับขุนนางชั้นผู้ใหญ่ที่ทำการหนีออกไปโดยละทิ้งเมืองที่ได้รับมอบหมายให้ดูแลได้จัดการพวกมันเองก็ไม่ได้แตกต่างอะไรจากทหารที่ละทิ้งหน้าที่เพราะแบบนั้นการกระทำของมึงมันในครั้งนี้พวกมันเองก็เลยโดนโทษ ”
“ ไม่เพียงเท่านั้นนะขอรับอีกหนึ่งเรื่องยินดีตระกูลโจวที่มันทำการหนีไปที่เมืองหลวงตอนนี้ทางการเองก็ทำการจัดการพวกมันแล้วด้วยเช่นเดียวกันเนื่องจากโทษทัณฑ์ความผิดเกี่ยวกับการขายเทียบยาปลอมและก็การค้าขายของผิดกฎหมายหลายอย่างแถมยังทำการค้าขายของที่หลีกเลี่ยงภาษีอีกด้วย ”
“ ในตอนแรกพวกมันเองก็โดนเพียงแค่เรื่องการค้าขายเทียบยาปลอมแต่เมื่อราชสำนักรู้เรื่องเกี่ยวกับเรื่องนี้พวกเขาเองก็เริ่มทำการสืบหาเบาะแสมากขึ้นเรื่อยๆจนท้ายที่สุดแล้วพวกมันเองก็โดนไปอีกหลายข้อหา”
“ ชะตากรรมในตอนนี้ไม่รู้ว่าเป็นเช่นไรอยู่ที่เมืองหลวง ”
ลู่หยางได้ยินเรื่องนั้นๆในใจของเขานั้นบังเกิดความรู้สึกตกตะลึงอยู่ไม่ใช่น้อยเพียงแค่ไม่นานนักหลังจากที่ฤดูหนาวมาถึงเขาทำการเก็บตัวอยู่ภายในเรือนของตนเองได้ไม่นานตอนนี้ก็มีเรื่องราวมากมายบังเกิดขึ้นเหลือแต่ว่าเป็นเรื่องที่เขานั้นรู้สึกตกใจจริงๆ“ เรื่องเกิดขึ้นมากๆเช่นนี้ตาแทบจะไม่อยากจะเชื่อเลยเพียงแค่เก็บตัวอยู่ภายในบ้านหลีกหนีความหนาวเหน็บข้างนอกไม่กี่วันเกิดเรื่องมากมายเช่นนี้ขึ้นมา”
เว่ยเจ๋อจงพยักหน้าตอบรับกลับไป“เรื่องที่เกิดขึ้นก็ล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องที่ดีกับฝั่งพวกเราทั้งสิ้นมันควรจะเป็นเรื่องที่น่ายินดี”
ลู่หยางหลังจากที่ดินเช่นนั้นก็พยักหน้าตอบรับกลับไปมันเป็นเรื่องที่น่ายินดีจริงๆข่าวที่เกิดขึ้นล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องที่ดีไม่มีเรื่องใดที่เป็นผลเสียเขาเลย
เว่ยเจ๋อจงหลังจากที่ทำการบอกเกี่ยวกับเรื่องพวกนั้นไปเสร็จเขาก็เริ่มทำการพูดเกี่ยวกับเรื่องถัดไปที่เป็นเหตุผลที่ทำให้เขาเดินทางมาที่สถานที่แห่งนี้ต่อ“ส่วนเกี่ยวกับเรื่องถัดไปที่ทำให้ค่าเดินทางมาที่สถานที่แห่งนี้ก็เป็นเกี่ยวกับเรื่องโรงหมอ..”
ทำการกล่าวขึ้นมาว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับโรงหมอลู่หยางเงยใบหน้าของตนเองขึ้นจ้องมองตรงไปอย่างรวดเร็วให้ความสนใจ
เมื่อกล่าวถึงโรงหมอที่เขานั้นต้องการจะเปิดแน่นอนว่าความสนใจทั้งหมดยิ่งเพิ่มมากขึ้น
จบบท