บทที่ 6 ความผิดปกติของผลเลือด
“ตอนเด็กๆ เธอเคยตรวจเลือดมาก่อนไหม......”คำถามของนายแพทย์ท่าทางอาวุโสทำให้อู๋จงหยวนอดไม่ได้ที่จะถามขึ้นอย่างร้อนใจ “มีอะไรผิดปกติกับเลือดของผมรึเปล่าครับ?”คุณหมออาวุโสขมวดคิ้วแล้วหันไปมองเพื่อนร่วมงานด้านหลังครั้งหนึ่ง เมื่อเห็นคนเหล่านั้นไม่ได้แสดงท่าทีผิดปกติเขาจึงหันกลับไปหาอู๋จงหยวนแล้วตอบ “วางใจเถอะ สุขภาพของเธอแข็งแรงมากแต่เพราะเสียเลือดมากเกินเลยทำให้เธอหมดสติ”“แล้วทำไมหมอถึงถามผมว่าผมเคยตรวจเลือดมาก่อนไหม?” อู๋จงหยวนยังคงตั้งคำถาม“เธอตอบคำถามฉันมาก่อนว่าเคยตรวจเลือดมาก่อนไหม?” หมออาวุโสถามคำถามเดิมด้วยความลำบากใจ“ไม่นานมานี้ ผมเคยตรวจเลือดที่หมู่บ้านเลือดของผมเป็นกรุ๊ป A ตอนนั้นเพิ่งผ่านมาไม่กี่ปี” อู๋จงหยวนตอบหมออาวุโสพยักหน้า “แล้วนอกจากตรวจกรุ๊ปเลือด เธอเคยตรวจเลือดแบบละเอียดมาก่อนบ้างไหม?”“ไม่เคยครับ ผมไม่เคยเข้าโรงพยาบาล” อู๋จงหยวนส่ายหน้าแล้วนึกบางอย่างขึ้นได้ “พวกคุณไม่ได้ให้เลือดผมผิดกรุ๊ปใช่ไหมเนี่ย?”“ไม่ๆๆ” หมออาวุโสรีบโบกไม้โบกมือปฏิเสธ “พวกเราไม่มีทางทำผิดพลาดใหญ่หลวงแบบนั้นหรอก”เมื่อหมออาวุโสพูดจบ หัวใจของอู๋หยวนก็เริ่มเต้นรัว นี่มันยิ่งดูไม่ปกติ “หมอบอกความจริงผมมาเถอะว่าผมเป็นอะไร”หมออาวุโสไม่ได้ตอบแต่หมอหญิงที่อยู่ด้านหลังเป็นคนตอบแทน เธอน่าจะมีอายุราวๆ 40 ปี “คุณอย่าเพิ่งกังวล คืออย่างนี้ค่ะ ทางเราตรวจเลือดของคุณอย่างละเอียดก่อนการให้เลือดแล้วพบว่าผลเลือดของคุณไม่เหมือนกับคนธรรมดาทั่วไป”“หา? ไม่เหมือนยังไงครับ” อู๋จงหยวนถามด้วยน้ำเสียงตกใจเมื่อหมอหญิงเห็นว่าอู๋จงหยวนตกใจก็รีบอธิบาย “มันแค่มีบางอย่างที่ต่างออกไปจากปกติ”หมออาวุโสคนก่อนหน้าเริ่มอธิบายแทน “เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับตัวชี้วัดในเลือดของเธอ ซึ่งมันซับซ้อนและค่อนข้างยากที่จะอธิบาย”อู๋จงหยวนลุกขึ้นนั่งตัวตรงเขารู้สึกกังวลใจและเริ่มเวียนหัว “หมอก็ไม่ต้องพูดอะไรที่มันซับซ้อน แค่บอกผมว่ามันมีผลกระทบต่อชีวิตผมยังไงก็พอ”“เอาเป็นว่า เลือดของเธอค่อนข้างพิเศษ ถ้าเธอเสียเลือดมากเกินไปจะไม่มีเลือดที่ไหนมาทดแทนได้” หมออาวุโสพูดจบก็ยังเห็นอู๋จงหยวนมีท่าทางไม่เข้าใจก็พูดอธิบายอย่างง่ายๆอีกครั้ง “พูดง่ายๆ ก็คือไม่มีใครถ่ายเลือดให้เธอได้ นี่คือผลกระทบที่ใหญ่ที่สุดสำหรับเธอ”“ผลกระทบใหญ่สุด? แล้ว….ผลกระทบเล็ก ๆ ละครับ?” อู๋จงหยวนถาม“ทางเรายังไม่แน่ใจ ต้องรอผลเลือดอย่างละเอียดจากโรงพยาบาลในเมืองก่อน ตอนนี้เราส่งเลือดของเธอไปตรวจที่นั่น และเราจะได้รู้ผลคืนนี้” หมออาวุโสพูดคำพูดของหมอทำให้อู๋จงหยวนพยายามสงบจิตใจ เขาไม่ได้ถามอะไรอีกแต่ในใจก็ยังคงครุ่นคิดทบทวน ไม่กี่ปีมานี้เขาเคยทำการทดสอบกรุ๊ปเลือดและรู้ว่าเลือดของเขาเป็นกรุ๊ป A ซึ่งหมายความว่ากรุ๊ปเลือดของเขาไม่ได้มีปัญหาอะไรและกรุ๊ปเลือดของเขาก็เหมือนกับคนทั่วไป ในเมื่อก็ยังสามารถระบุกรุ๊ปเลือดเอบีโอของเขาได้ และมันก็เหมือนกันกับของที่คนอื่นๆ มี ‘แล้วมันจะมีปัญหาได้ยังไง?’ เด็กหนุ่มเกิดความสงสัยขึ้นมาหมออาวุโสโบกมือให้หมอและพยาบาลบางคนออกไป คนหลายคนทยอยออกจากห้องคนไข้จนในที่สุดก็เหลือคนเพียงแค่ 3 คน หนึ่งในนั้นคือหมออาวุโส หมอหญิงที่อายุราวๆ 40 ปี และคุณพยาบาลที่บนหมวกมีลายขีด 2 เส้นเมื่อทุกคนออกไปแล้วทั้งสามก็ยกเก้าอี้มานั่งข้างเตียงของอู๋จงหยวน หมออาวุโสพูดขึ้น “หนุ่มน้อย พวกเราขอคุยกับเธอหน่อยได้ไหม?”“ไม่ครับ ผมไม่มีเงินพอที่จะอยู่โรงพยาบาล ผมต้องไปแล้ว” อู๋จงหยวนพยายามลงจากเตียง“เรากำลังให้น้ำเกลือคุณอยู่ กรุณาอย่าขยับ” นางพยาบาลคนเดิมพูดห้าม “คุณจำเป็นต้องนอนโรงพยาบาล 3 วัน”“เพราะอะไร?” อู๋จงหยวนถามขึ้นด้วยน้ำเสียงติดจะรำคาญหมออาวุโสรีบเขยิบมาข้างหน้าเพื่อช่วยห้ามปราบ “เธอไม่ต้องกังวลไป เราแค่อยากจะสังเกตอาการข้างเคียงจากแผลที่หัวของเธอต่ออีกหน่อยน่ะ และบางทีเราอาจจะได้รู้ด้วยว่าเลือดพิเศษของเธอจะมีผลกระทบอะไรกับแผลที่หัวของเธอหรือไม่”เข็มน้ำเกลือยังคงเสียบอยู่ที่หลังมือของอู๋จงหยวน แน่นอนว่าเขาไม่สามารถดึงออกได้ด้วยตัวเอง เด็กหนุ่มจ้องเขม็งไปที่หมออาวุโส “แล้วถ้าผมไม่ยอมล่ะ?”หมออาวุโสเริ่มรู้สึกลำบากใจ “อย่าเข้าใจพวกเราผิด ทางเราแค่ต้องการรักษาอาการป่วยของเธอเท่านั้น ถ้าเธอยืนยันจะไปทางเราก็เคารพการตัดสินใจของเธอ”“ผมต้องการไปตอนนี้ ช่วยเอาสายน้ำเกลือออกให้ด้วยครับ” อู๋จงหยวนตอบเสียงแข็งหมออาวุโสพยักหน้าอย่างช่วยไม่ได้ เขาพยักหน้าให้พยาบาลคนเดิมช่วยเอาเข็มหลังมือของอู๋จงหยวนออกอู๋หยวนยังคงสวมเสื้อผ้าของตัวเองจึงไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนชุด เมื่อสวมรองเท้าเสร็จเขาก็หันไปมองนาฬิกาที่แขวนอยู่บนผนัง เข็มนาฬิกาชี้ระหว่างเลขหนึ่งและสอง บ่งบอกว่าตอนนี้เป็นเวลาบ่ายโมงกว่า นั่นแสดงว่าเขาไม่ได้อยู่ในโรงพยายาลนานเท่าไหร่นัก“ขวดน้ำเกลือที่แขวนอยู่นั้นเท่าไหร่ครับ” อู๋จงหยวนถาม“ไม่จำเป็น เธอกลับไปแล้วพักผ่อนสักหน่อยก็พอ” หมออาวุโสเปิดตู้ด้านข้างแล้วหยิบถึงถุงพลาสติกออกมา “อะ นี่ของของเธอ”อู๋จงหยวนเปิดกระเป๋าและพบว่ามีหนังสือเก่า ๆ ของเขาอยู่ข้างใน บางทีกระเป๋าของเขาอาจจะมีฝุ่นเยอะเกินไปทางโรงพยาบาลเลยใส่เก็บไว้ในถุงอู๋จงหยวนสะพายกระเป๋าแล้วเดินออกไปที่ประตูทางออกแต่แล้วก็หันกลับมาแล้วถามย้ำ เขาต้องการความมั่นใจ “หมอจะปล่อยผมไปจริงๆ ใช่ไหมครับ?”หมออาวุโสพยักหน้า “เธอเป็นคนป่วยไม่ใช่นักโทษ เราไม่มีสิทธิ์กักตัวเธอไว้”เพื่อให้มั่นใจว่าตัวเขาเองจะเป็นอิสระอย่างสมบูรณ์ ไม่ต้องติดค้างอะไรใคร ก่อนจะออกไปอู๋จงหยวนจึงถามขึ้น “การรักษาพยาบาลต้องจ่ายเงิน ขวดน้ำเกลือนั้นราคาเท่าไหร่ครับ?”“80 หยวน” หมออาวุโสตอบอู๋หยวนนำเงินจำนวนหนึ่งออกมาจากกระเป๋าแต่เมื่อนับแล้วเขามีเพียงแค่ 60 หยวนเท่านั้นซึ่งมันไม่พอ“หนุ่มน้อย เธอไม่จำเป็นต้องจ่ายเงินหรอกแต่คุยกับฉันหน่อยได้ไหม” หมออาวุโสเจรจาหลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดเด็กหนุ่มก็พยักหน้า “แต่ผมคงต้องขอโทรศัพท์บอกครูประจำชั้นก่อนว่าผมขาดเรียน ไม่งั้นครูจะเป็นห่วง”“เธอยังเรียนหนังสืออยู่เหรอ?” หมออาวุโสถามด้วยความแปลกใจอู๋จงหยวนรู้ว่าทำไมหมออาวุโสถึงรู้สึกแปลกใจ เขาคิดว่าคุณหมอคงจะเห็นรอยสักบนหน้าอกของเขาแน่ นักเรียนที่ยังเรียนในรั้วโรงเรียนจะไม่สักลายบนร่างกาย และคนที่สักมักจะไม่ใช่คนดี...นี่คือสิ่งที่คนส่วนใหญ่คิด ถึงแม้ว่ามันจะไม่ยุติธรรมนักก็เถอะเมื่อเห็นอู๋จงหยวนขมวดคิ้ว หมออาวุโสจึงรีบหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋ากางเกงแล้วยื่นให้“ผมขอใช้โทรศัพท์สาธารณะดีกว่าครับ” อู๋จงหยวนไม่ได้รับโทรศัพท์มือถือจากหมออาวุโสหมออาวุโสพยักหน้ารับแล้วพาเขาออกไปที่เคาน์เตอร์พยาบาลเพื่อติดต่อครูประจำชั้น หลังจากนั้น 3 นาทีทั้งสองก็เดินกลับไปที่ห้องผู้ป่วยอู๋จงหยวนกลับมาที่ห้องผู้ป่วยด้วยอารมณ์ที่ดีขึ้นกว่าเดิม นั่นเป็นเพราะครูประจำชั้นไม่ได้ต่อว่าอะไรเขาหรือพูดถึงยามรักษาความปลอดภัยที่เขาซัดไปเมื่อวาน เห็นได้ชัดว่าเจ้ายามหื่นกลัวความผิดจึงไม่กล้าโทรหาตำรวจ และไอ้เสื้อลายดอกนั่นก็ไม่ได้โทรแจ้งตำรวจเช่นกันเพราะไม่มีตำรวจมาขอพบเขาที่โรงเรียน“ขอบคุณมากครับ ผู้อำนวยการหวัง” อู๋จงหยวนพูดขอบคุณหมออาวุโส โชคดีที่ว่าในตอนที่อยู่ตรงเคาน์เตอร์พยาบาล เขาได้ยินพยาบาลคนหนึ่งตะโกนเรียกหมออาวุโสแบบนี้ ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่รู้ว่าคุณหมอคนนี้คือผู้อำนวยการของที่นี่“ด้วยความยินดี” จากนั้นผู้อำนวยการหวังก็ชี้ไปที่คนสองคนที่อยู่ในห้องเพื่อแนะนำให้อู๋จงหยวนรู้จัก “ท่านนี้คือ คุณหมอหลี่หัวหน้าแผนกอายุรกรรมและคนนี้เป็นหัวหน้าพยาบาลจาง”อู๋จงหยวนโค้งคำนับอย่างสุภาพ คุณหมอหญิงและคุณพยาบาลเองก็โค้งคำนับตอบเช่นกัน หัวหน้าพยาบาลจางพาอู๋จงหยวนกลับไปที่เตียงแล้วเสียบสายน้ำเกลือให้ตามเดิมแทนที่จะนอนราบลงไปอู๋จงหยวนกลับนั่งพิงหัวเตียงและมองไปที่ผู้อำนวยการหวังเพื่อรอให้เขาพูด คราวนี้ผู้อำนวยการหวังใช้น้ำเสียงสบาย ๆ และไม่ได้พูดเกี่ยวกับผลเลือดที่ผิดปกติอีกตอนนี้อู๋จงหยวนรู้แล้วว่าผู้อำนวยการหวังไม่ได้คิดร้ายกับเขา คุณหมอคนนี้แค่ต้องการค้นหาสาเหตุความผิดปกติของเลือดเท่านั้นจึงซักถามประวัติความเป็นมาและประวัติสุขภาพของเขาเพราะเริ่มเข้าใจจุดประสงค์ของผู้อำนวยการหวังแล้ว เด็กหนุ่มจึงไม่คิดปิดบังอะไร อู๋จงหยวนเป็นลูกบุญธรรมของอาจารย์ อาจารย์รับเลี้ยงเขาตั้งแต่ตอนยังเป็นทารก แต่อาจารย์ก็ไม่เคยบอกว่าเขามาจากไหน สิ่งที่อาจารย์บอกมีแค่เพียงว่าตอนนั้นอู๋จงหยวนยังไม่หย่านมเท่านั้นสำหรับรายละเอียดของการรับเลี้ยงบุตรบุญธรรมอาจารย์ก็ไม่ได้พูดถึงมัน ซึ่งเด็กหนุ่มเองก็ไม่รู้ว่าทำไมอาจารย์ถึงไม่พูดเมื่อผู้อำนวยการหวังถามเกี่ยวกับประวัติอาจารย์ของเขา อู๋จงหยวนก็ตอบเพียงสั้นๆ เมื่อหวังเห็นว่าอู๋จงหยวนดูเหมือนจะปิดบังอะไรบางอย่างอยู่ผู้อำนวยการก็เลือกถามว่า ‘อาจารย์ของเธอเป็นคนจากลัทธิเต๋าใช่ไหม’ แทนคำถามที่ว่า ‘อาจารย์ของเธอทำงานอะไร’ และสาเหตุที่ผู้อำนวยการหวังถามอย่างนี้นั้น อู๋จงหยวนมั่นใจว่าเป็นเพราะคุณหมอเห็นหนังสือคัมภีร์ของลัทธิเต๋าที่เขาขนมาจากบ้าน เมื่อเห็นว่าผู้อำนวยการหวังเดาได้อย่างนี้ เด็กหนุ่มก็คิดว่าเขาคงไม่จำเป็นต้องโกหกอะไรหลังจากนั้นผู้อำนวยการหวังก็ถามถึงการใช้ชีวิตในวัยเด็กและข้อมูลเกี่ยวกับพัฒนาการของเขา อู๋จงหยวนก็ตอบเพียงว่าการเติบโตของเขาก็เหมือนกับคนทั่วไปแตกต่างแค่เพียงแค่เขาไม่ได้ไปโรงเรียนอนุบาลแต่อยู่บ้านเรียนหนังสือกับอาจารย์เห็นได้ชัดว่าการซักถามประวัติจากอู๋จงหยวนไม่ได้ช่วยทำให้ข้อสงสัยของผู้อำนวยการหวังกระจ่างขึ้นมาเลย หลังจากนั้นคุณหมออาวุโสจึงถามเขาว่า เขาได้กินอาหารอะไรแปลกๆ ไปที่ในที่แปลกๆ หรือมีประสบการณ์อะไรพิเศษบ้างไหมอู๋จงหยวนค้นหาความทรงจำเกี่ยวกับสิ่งเหล่านั้นในหัว แต่แล้วก็ส่ายหน้าเมื่ออู๋จงหยวนไม่สามารถตอบคำถามได้ ผู้อำนวยการหวังก็มีสีหน้าผิดหวังเล็กน้อย“ผมจะพยายามนึกให้มากกว่านี้” อู๋จงหยวนพยายามนึกย้อนเกี่ยวกับเรื่องราวในชีวิตของตัวเอง ที่จริงแล้วไม่ใช่แค่ผู้อำนวยการหวังเท่านั้นที่อยากรู้ว่าทำไมเลือดของเขาถึงผิดปกติ ตัวเขาเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าทำไม เมื่อได้ไตร่ตรองดูดีๆ แล้ว ก็ไม่มีใครสามารถรับประกันได้ว่าในอนาคตเขาจะไม่เกิดอุบัติเหตุจนทำให้เสียเลือดเป็นจำนวนมาก แล้วถ้าไม่มีใครสามารถถ่ายเลือดให้เขาได้ เขาก็คงมีแต่จะต้องตายเท่านั้นผู้อำนวยการหวังส่ายหัว “การฝึกศิลปะการต่อสู้ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงเลือดได้”อู๋จงหยวนพูดทุกอย่างที่เขานึกออก เขาไม่ได้ปิดบังอะไรแต่ประสบการณ์การวัยเด็กของเขานั้นไม่ได้มีอะไรที่พิเศษในความเงียบนั้นจู่ ๆ อู๋จงหยวนก็อะไรบางอย่างขึ้นได้ “ตอนเด็กๆ อาจารย์ของผมบอกว่าตอนที่รับเลี้ยงผมตอนนั้น ผมไอเป็นเลือดตลอดเวลาอาจารย์รักษาผมอยู่นานหลายปี”“อาจารย์ของเธอใช้ยาอะไรรักษาเธอ?” ผู้อำนวยการหวังถาม“เขาใช้ยาตามใบสั่งแพทย์แผนจีนคือสมุนไพรรักษาอาการไอครับ” อู๋จงหยวนตอบ“เธออยากลองทำ CT scan ดูหน่อยไหม?” ผู้อำนวยการหวังถามอู๋จงหยวนพยักหน้ารับข้อตกลงผู้อำนวยการหวังทำ CT scan โดยไม่ต้องจ่ายเงินหรือเข้าคิว ใช้เวลาไม่นานก็ได้ผลลัพธ์ออกมา ‘ไม่พบข้อบ่งชี้เกี่ยวกับโรค’ ซึ่งหมายความว่าสุขภาพร่างกายของอู๋จงหยวนนั้นแข็งแรงหลังจากผ่านมาหลายชั่วโมงก็ใกล้หมดช่วงเวลาทำการของโรงพยาบาลแล้ว ซึ่งอู๋จงหยวนเองก็อยากกลับแล้วเหมือนกันเมื่ออู๋จงหยวนอยากกลับโรงเรียน ผู้อำนวยการหวังก็รีบโทรศัพท์เรียกรถโดยให้คนขับรถขับมารอรับที่ด้านล่างทันทีหลังจากวางสายผู้อำนวยการหวังก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นได้ “เธอได้รอยสักมาตั้งแต่เมื่อไหร่?”อู๋จงหยวนส่ายหน้า “ไม่รู้สิครับ มันอยู่บนตัวผมมาต้องแต่ผมยังเด็ก”ผู้อำนวยการหวังรู้สึกประหลาดใจ “หมายถึง ก่อนที่เธอจะถูกอาจารย์รับมาเลี้ยง มันก็อยู่บนตัวเธออยู่แล้วเหรอ?”อู๋จงหยวนพยักหน้า“ขอฉันดูใกล้ ๆ หน่อยได้ไหม?” ผู้อำนวยการถามอู๋จงหยวนไม่ค่อยอยากให้ดูเท่าไหร่นักแต่ก็ไม่อยากปฏิเสธแต่เป็นเพราะผู้อำนวยการหวังมีเมตตาเรียกรถให้เขาแล้ว อู๋จงหยวนจึงเปิดเสื้อออกให้ดูรอยสักบนหน้าอกรอยสักรูปมังกรบนหน้าอกของอู๋จงหยวนเรียกว่าไม่สมบูรณ์เพราะมันมีเพียงส่วนหัวของมังกรที่สักอยู่ตรงกลางหน้าอกของเขาอย่างพอดิบพอดีเท่านั้น รอยสักมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 15 เซนติเมตรและรูปร่างของหัวมังกรนี้ก็ถือว่าประหลาดมาก เพราะทั้งรูปลักษณ์และสีดูต่างจากรอยสักมังกรที่คนนิยมสักกันแทบจะสิ้นเชิง แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังคงชัดเจนว่ามันคือรูปหัวมังกร“ฉันขอถ่ายรูปไว้ได้ไหม?” ผู้อำนวยการขออนุญาตอู๋จงหยวนเดิมทีอู๋จงหยวนเขาต้องการปฏิเสธ แต่แล้วเขาก็เปลี่ยนความคิดเพราะรอยสักอาจเกี่ยวข้องกับความเป็นมาของเขา ถ้าผู้อำนวยการหวังสามารถหาเบาะแสที่เกี่ยวกับรอยสักนี้ได้เขาอาจจะพบแม่ผู้ให้กำเนิดของเขาก็ได้เมื่ออู๋จงหยวนยอมให้ถ่ายรูป ผู้อำนวยการหวังจึงหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาเพื่อจะถ่ายรูปเก็บไว้แต่แล้วเสียงโทรศัพท์มือถือของคุณหมออาวุโสก็ดังขึ้นก่อนผู้อำนวยการหวังกดรับโทรศัพท์แล้วพูด “อืม...ว่ายังไงนะ? โครโมโซม 24 คู่?”...