ตอนที่ 20
สุดยอดเทพพิทักษ์
ทั้งสามคนหนีอย่างไม่คิดชีวิต มือหนึ่งฟาดบังเหียนบังคับม้า มือหนึ่งแผ่ลมปราณให้ม้า พลังไหลเวียนออกจากร่างกายมากโข
ร่างกายอ่อนล้าเต็มที หลินหลินหันกลับไปมองแม่ทัพจิว ผู้ชายที่เธอเคยหลงรัก
เหตุใดจึงอัปลักษณ์เช่นนี้
ั์ซีดขาวประกอบดวงตาจันทร์เสี้ยว แยกเขี้ยวแหลมคม
ด้วยความที่เขาดูดกลืนพลังแสงจันทราเข้าไปมาก ทำให้ร่างกายเปลี่ยนแปลงไป มีกรงเล็บยาวแหลมคมงอกออกมาจากนิ้วมือ
แม่ทัพจิวไล่กวดตามมาติดๆ หน้าตาเหมือนอสุรกายเต็มที
ชายผู้นี้ยอมได้ทุกอย่างเพื่อให้ตนเองเก่งขึ้น แม้กระทั่งฝึกวิชาประหลาดจนร่างกายผิดเพี้ยน
“แฮร่!!!!”
“ฉับ!”
อสุรกายจิวไล่กวดมาทัน ฟันกรงเล็บอสูรเข้าที่ขาหลังของม้าทั้งสองตัว
ลมปราณไม่อาจเป็เกราะปกป้องมันได้ ขาม้าขาดกระจุย
พวกเขาทั้งสามคนต่างกระเด็นไปกระแทกหินและต้นไม้
มันยิ้มแสยะเพราะอยากเล่นสนุกกับเด็กๆ พลางดูดเืม้าที่ติดปลายกรงเล็บมา
มันช่างหวานแต่คงไม่หวานเท่าเนื้อพวกเขา
กรงเล็บแหลมยาวลากมาตามพื้นหิมะเป็ทางสีขาวผสมสีแดงดั่งโลหิต
มันฟาดใส่หลินหลิน เธอต้องตั้งสติม้วนตัวหลบ แต่หาได้พ้นไม่
ต้นขาเป็รอยฉีกขาดเห็นกระดูกด้านใน เธอขยับไม่ไหวแล้ว
กู่ไท่หยางเห็นเหตุการณ์ แต่ยังลุกไม่ขึ้น เพราะหัวของเขากระแทกหินจนแตกเือาบหน้า
เ้าอ้วนวิ่งเข้ามาขวางด้านหน้าเพื่อปกป้องเธอ
อสุรกายจิวฟาดกรงเล็บเข้าใส่ เ้าอ้วนจึงเอาแขนขึ้นมากันไว้
“ฉัวะ!”
“อ้ากส์!”
มันเล่นสนุก ฟาดกรงเล็บไปที่ขา จนขาของเขาขาดวิ่นไปหนึ่งข้าง
เ้าอ้วนร้องด้วยความเ็ปรวดร้าว ร่างกายอ่อนล้า ความสิ้นหวังประดังเข้ามา
เขายืนไม่ไหวจึงคุกเข่าข้างหนึ่งลง เพราะรู้ตัวว่าหมดหนทางสู้แล้ว จึงยอมพลีกาย
“ไม่นะ!”
กู่ไท่หยางะโให้เ้าอ้วนฟื้นคืนสติ
พ่างไจ๋ได้แต่หันมายิ้มบอกลา
อสูรจิวเงื้อกรงเล็บแล้วฟาดไปที่ลำคอ
“ฉัวะ!”
“อ้ากส์!”
เสียงร้องด้วยความเ็ปดังขึ้น
แต่มันเป็เสียงร้องของอสูรจิว
“ผู้ใดบังอาจเข้ามากำแหงในเขตของข้า!”
สายลมที่แสนรุนแรงพัดเป็พายุหมุนเข้ามาตัดแขนอสูรจิวจนขาดไปข้างหนึ่ง
เสียงคำรามกึกก้องกังวาน ระทึกเข้ามาในจิตใจของเด็กทั้งสาม ด้วยความมีบารมีที่สูงส่ง และเป็เสียงที่คุ้นเคย
ไป๋หู่เทพพิทักษ์พยัคฆ์ขาวปรากฏกาย
พวกเขาไม่รู้ตัวเลยว่าได้เข้ามาในเขตป่าเฉียนมี่แล้ว
“หนึ่งมนุษย์วิปริตผิดเพี้ยน ทำฤดูกาลหมุนเวียนเปลี่ยนแปลงไปเสียหมด เพราะเขาอยากเก่งกาจบ้าอำนาจถึงขั้นพลีร่างกายให้อสูรครอบงำ วิชาในปัญจคัมภีร์นั้นเป็วิชาศักดิ์สิทธิ์แห่งจักรวาล ผู้สำเร็จจากคัมภีร์ทั้งห้าจะมีอิทธิฤทธิ์เหนืุ์ สามารถดึงพลังงานแห่งสุริยจักรวาล
มาเป็ของตนได้”
“เขา (จิวเยี่ยเลี่ยง) เลือกใช้พลังแห่งจันทร์ทราที่เป็ดวงจันทร์ในยามมืดมิด
ประกอบกับเป็ผู้มีจิตสกปรกมืดมน กายหยาบจึงปรากฏดั่งอสูรเช่นนั้น”
ไป๋หู่ยืนตระหง่านกล่าว
“ก็ข้า้าให้มันเป็เช่นนั้น!”
อสูรจิวตะคอกใส่ พลางชูแขนที่ด้วนขาดหวังให้อาบแสงจันทร์ แต่ทว่า
..................................................................................................
ป่าแห่งนี้ไม่มีแสงจันทร์
ต้นไม้ใหญ่สยายกิ่งไสว ยืดยาวเลื้อยล้อมครอบคลุมไปทั่วป่าเสมือนม่านกันแสงจันทรามิอาจเล็ดลอดเข้ามาในอาณาเขตแห่งป่าเฉียนมี่
ต้นไม้นั้นคือต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์แห่งป่าที่เคยโค่นล้มลง แต่บัดนี้ฟื้นกลับคืนมาได้จากการบำรุงรักษาด้วยพลังแห่งป่า
อสูรจิวเริ่มหวั่นใจเพราะเขาไม่อาจเป็ะได้หากไร้ซึ่งแสงจันทรา
ไป๋หู๋กล่าววาจาให้โอกาสอสูรจิวยอมกลับตัว แต่มันกลับฮึดต่อสู้พุ่งเข้าทำร้าย
ไป๋หู่หลบได้หมดทุกกระบวนท่า ไม่โดนเลยสักนิด
พร้อมทั้งอัดพลังกระแทกกลับไปจนอสูรจิวกระเด็นไปทะลุก้อนหินั์แตกกระจาย
มันสู้ไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง
หากไร้ซึ่งพลังแสงจันทราแล้ว อสูรร้ายย่อมไร้ซึ่งพละกำลังกาย
ไป๋หู่ใช้อิทธิฤทธิ์กดอสูรจิวจนนอนแผ่จมกองหิมะ ลอยไปนั่งทับท้องของอสูรจิว แล้วขยายกายให้ใหญ่ขึ้น
ด้วยน้ำหนักตัวที่มากโขจึงกดท้องลงมา อสูรจิวไม่อาจขยับเขยื้อนโดนทับจนกระเพาะฉีกในเืไหลออกปาก
ไป๋หู๋ขยายกายเพิ่มมากขึ้น เขามิได้หวังฆ่า แต่หวังทรมานให้อสูรร้ายยอมศิโรราบ
แต่มันกลับเลือกยอมโดนทับจนตาย
เส้นเืของมันปริไปทั่วร่างกาย น้ำหนักของพญาเสือขาวั์กดทับลงไปเรื่อยๆ คราวนี้ปอดและไตเริ่มแตก มันร้องอย่างทรมานและ
“งึมงำๆ”
กู่ไท่หยางคลานเข้ามาข้างหลินหลิน จ้องมองดูเหตุการณ์อยู่ตลอด เ้าอ้วนได้แต่นอนดูเพราะขาขาดขยับไม่ได้
อสูรร้ายยังคงร้องทรมานและ
“งึมงำๆ”
จู่จู่ กลิ่นอาหารที่แสนหอมหวนลอยมาจากไหนไม่มีใครรู้
มันหอมมากจนทำให้พวกเขาหิวโหย
ในป่าแห่งนี้จะมีอาหารที่แสนหอมได้เช่นไร
หลินหลินรู้ตัวสะกิดให้เ้าบื้อใช้วิชานาสิกเวหายส
เมื่อลมปราณเคลื่อนสู่จมูกจึงแยกกลิ่นได้ออกมาเป็กลิ่นที่แท้จริง
มันคือกลิ่นของอาหารพิษ ใบต้าหม่ากัญชาแห่งป่าลึก หากนำมาปรุงอาหารเผาผลาญให้มีกลิ่น จะมีฤทธิ์กล่อมประสาทได้
จมูกของผู้สำเร็จวิชานาสิกเวหายสนั้น เลือกสูดดมเฉพาะอากาศบริสุทธิ์ได้ ทั้งๆ ที่มีกลิ่นพิษร้าย
พวกเขามองหาต้นตอกลิ่นพิษ ว่าเกิดจากที่ใด
พลันเห็นเงาตะคุ่มของมนุษย์นั่งปรุงอาหารอยู่นอกเขตป่า จึงใช้วิชาั์เนตรเพื่อปรากฏภาพให้เห็น
“นะ นั่น อายี่..........เขาตายแล้วนิ!”
หลินหลินใ เ้าบื้อก็มองเห็นเช่นกัน
อายี่ที่กะโหลกยุบ ดวงตาไร้แววของมนุษย์ เหมือนเป็จันทร์เสี้ยว แยกเขี้ยว ยิ้มปากฉีกถึงรูหู นั่งกวนอาหารในหม้อดินร้อนๆ เพื่อโปรยกลิ่นเข้ามา
ก่อนที่อายี่จะตาย เขาใช้พลังเฮือกสุดท้ายเดินทางจากเหยอันมาหาแม่ทัพจิว
แต่เสียชีวิตกลางทางที่บริเวณป่าเฉียนมี่ ตอนนี้คือซากศพที่ลุกขึ้นมาปรุงอาหารเพราะได้ยินเสียงสวดงึมงำๆ
“เ้าอ้วนหายไปไหน!”
หลินหลินถาม
นั่น! ทั้งสองคนมองไปเห็นเ้าอ้วนที่อยู่ใต้โคนต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ดวงตาของเขาเป็จันทร์เสี้ยวเช่นกัน
พ่างไจ๋คลานไปเมื่อไรไม่มีใครรู้ เขาเบ่งพลังลมปราณทั้งหมดมาที่ฝ่ามือ เฉาะทะลวงไปที่โคนต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ หวังโค่นต้นไม้
อสูรจิวรู้ดีว่าบทสวดของเขาไม่อาจควบคุมจิตใจเ้าอ้วนได้
เพราะเ้าอ้วนมีวิชากรรณสดับปกป้อง จึงต้องใช้กลิ่นเป็สิ่งครอบงำ
เ้าอ้วนเป็คนเดียวที่ไม่สำเร็จวิชานาสิกเวหายส เขาจึงถูกกลิ่นของอายี่ควบคุม
“เฉาะๆๆ”
เพื่อนๆ รีบเข้าไปห้าม
แต่.........ไม่ทันแล้ว
ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ถูกโค่นลง
ทำให้แสงจันทร์ทราสาดส่องเข้ามาในเขตป่าเฉียนมี่ได้
และแสงจันทราอาบตัวอสูรจิวจนกลับมาแข็งแกร่ง
“ทันใดนั้น!”
“ฉับ!”
ไป๋หู่ไม่ทันระวัง ถูกฟาดกรงเล็บหัวหลุดจากบ่า ร่างสลายกลายเป็ฝุ่นผง
อสูรจิวลุกผงาดขึ้นมาอีกครั้ง
เ้าอ้วนคลานเข้ามาก้มหัวคารวะอสูรจิวอย่างไร้สติ มันเหยียบเ้าอ้วนจมพสุธา
เขากระอักเืตายแล้ว
หลินหลินรีบโผเข้าไปช่วยทั้งที่ยังาเ็
มันยกเท้าอีกข้างเหยียบหลินหลินจนจมดิน
“เด็กอย่าพวกเ้ามันดื้อดึงนัก ถ้ายอมเป็สมุนของข้าั้แ่แรกคงไม่เป็เช่นนี้”
อสูรร้ายกล่าวแล้วเหยียบหลินหลินจมลึกลงไปในพื้นดินทุกทีๆ เหลือแค่มือของเธอที่เอื้อมขึ้นมาจากใต้ฝ่าเท้าของมัน
“พอได้แล้ว”
กู่ไท่หยางตัวสั่น
“ข้าบอกให้พอได้แล้ว!”
เขาร่ายวิชาทั้งห้าพร้อมกับะเิความโกรธสุดตัว
ลมปราณมิใช่แสงสีฟ้าอย่างเคย แต่มันเป็สีแดงฉาน ร้อนแรง ดุดัน ราวกับแสงอาทิตย์ที่ได้มอดหายไปนาน
กู่ไท่หยางพุ่งเข้าใส่อสูรร้ายพร้อมหมัดลมปราณอันร้อนระอุ
“ข้าคือลูกพระอาทิตย์”
“ตูม!”
เต็มกรามอสูรั์ ลอยละลิ่ว ปลิวไปไกล
หลินหลินรีบโผล่หัวขึ้นมา เธอเกือบหายใจไม่ทัน
กู่ไท่หยางพุ่งตามอสูรจิวไป เปล่งประกายแสงร้อนแรง เป็อย่างที่ไป๋หู่เคยบอกไว้ว่าผู้สำเร็จวิชาปัญจคัมภีร์สามารถดึงพลังจักรวาลมาใช้ได้ แต่เฉพาะบางคนเท่านั้น
และเขาเลือกพลังงานสุริยะ
“ตูม!”
“ตูม!”
“ตูม!”
กู่ไท่หยางอัดหน้าอสูรจิวจนไหม้ จมลึกลงดิน
แต่.........................................................