อาสามจ้องภรรยาเขม็ง"แกจะโวยวายอะไร? ให้เจี้ยนหมิงเล่ามาก่อนว่าพี่สาวทำอะไรเขาไว้"
จากนั้นอาสามก็หันไปมองหูเจี้ยนหมิงที่ยืนอยู่ข้างแม่เฒ่าด้วยสายตาไม่พอใจ"เจี้ยนหมิง พี่สาวทำอะไรแก?"
หูเจี้ยนหมิงพูดเสียงแผ่วเบา"เธอเป็นครูประจำชั้นของพวกเรา เธอรู้ทั้งรู้ว่าผมชื่ออะไรแต่ก็ยังจงใจให้ผมลุกขึ้นมาแนะนำตัวเองเป็นคนแรก เธอรู้อยู่แล้วว่าผมเรียนไม่เก่งแต่ก็ยังให้ผมเป็นหัวหน้าห้อง นี่มันไม่ได้หมายความว่าเธอเหยียดหยามผมหรอกเหรอ?"
ตอนที่พูดด้วยความตื่นเต้นน้ำเสียงของหูเจี้ยนหมิงก็ดังขึ้นโดยธรรมชาติ
แต่เขาก็ยังคงก้มหน้าอยู่ตลอดเวลา
"นึกว่าเรื่องอะไร ที่แท้ก็แค่ให้เป็นหัวหน้าห้อง มันเป็นเรื่องดีนี่นา!"ความกังวลใจของแม่เฒ่าหูเบาบางลง "เจี้ยนหมิงเอ๊ยพี่สาวของแกเป็นครูประจำชั้นแล้ว หล่อนต้องดูแลแกเป็นพิเศษแน่อยู่แล้วการให้เป็นหัวหน้าห้องมันก็ดีไม่ใช่เหรอ"
การที่หูหลันเยวี่ยให้หูเจี้ยนหมิงเป็นหัวหน้าห้องในใจของแม่เฒ่าหูคือเรื่องดีอย่างยิ่ง
เธอรู้สึกว่าหลานสาวมีความคิดความอ่านพอได้เป็นครูก็รู้ว่าต้องดูแลพี่น้องในครอบครัว
แต่สองสามีภรรยาอาสามกลับไม่คิดเช่นนั้น
อาสามไล่ให้หูเจี้ยนหมิงไปล้างหน้าล้างมือก่อนจากนั้นก็พูดกับแม่อย่างจริงจัง "แม่ครับเจี้ยนหมิงบ้านเราเรียนแย่ขนาดนั้น อย่าว่าแต่หัวหน้าห้องเลยแม้แต่หัวหน้ากลุ่มก็ยังไม่ได้เป็นหลันเยวี่ยเข้ามาก็ให้เจี้ยนหมิงเป็นหัวหน้าห้องนี่มันจงใจทำให้เขาขายหน้าต่อหน้าเพื่อนๆ ชัดๆ"
สะใภ้สามรีบเห็นด้วย"ใช่แล้วค่ะแม่ คนที่เรียนเก่งๆ ถึงจะได้เป็นหัวหน้าห้องเจี้ยนหมิงเรียนไม่เก่ง พอได้เป็นหัวหน้าห้องจะไม่ถูกพวกเด็กเรียนเก่งหัวเราะเยาะตายเลยเหรอ! อย่างที่เจี้ยนหมิงพูดนั่นแหละค่ะหูหลันเยวี่ยรู้ทั้งรู้ว่าเจี้ยนหมิงเป็นใคร แต่ก็ยังให้เขาลุกขึ้นมาทำอะไรนะ แนะนำตัวเองเป็นคนแรกหล่อนจงใจจะทำให้ลูกชายบ้านเราอับอายชัดๆ เลย!"
เดิมทีแม่เฒ่าหูก็รู้สึกว่าเป็นเรื่องดีแล้วที่หลานชายสุดที่รักได้เป็นหัวหน้าห้องแต่พอได้ฟังลูกชายกับลูกสะใภ้วิเคราะห์แบบนี้เธอก็เริ่มรู้สึกว่าตำแหน่งหัวหน้าห้องนี้ หูเจี้ยนหมิงไม่สมควรได้เป็นจริงๆ
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแม่เฒ่าหูก็พูดขึ้น "บ้านสามเอ๊ยเดี๋ยวค่อยไปคุยกับหลันเยวี่ยดีๆ นะ ตอนนี้หล่อนเป็นครูแล้วยิ่งจะดูภูมิฐานกว่าเมื่อก่อน ต้องสุภาพหน่อย"
สะใภ้สามรีบตอบรับ"แม่คะ เดี๋ยวหนูจะไปคุยกับหลันเยวี่ยถ้าหนูพูดไม่เข้าท่าจริงๆ ก็ต้องรบกวนแม่ช่วยหน่อยนะคะ"
แม่เฒ่าหูร้องอืมตอบรับในลำคออย่างขุ่นเคือง
หลังจากกินข้าวกลางวันเสร็จสะใภ้สามก็พาหูเจี้ยนหมิงออกไปข้างนอก เธอตรงไปที่บ้านของหูฉางหมิน
เธออยากจะพูดต่อหน้าสองสามีภรรยาหูฉางหมินแต่ตอนที่เธอไปถึง หูหลันเยวี่ยก็ไปโรงเรียนแล้ว
"น้องสะใภ้สาม มีธุระอะไรกับเยวี่ยเยวี่ยเหรอ?" จ้าวหงเหมยถามด้วยความเป็นห่วง
สะใภ้สามรีบยิ้มให้"ฟังจากที่เจี้ยนหมิงเล่ามา เยวี่ยเยวี่ยได้เป็นครูประจำชั้นฉันเลยคิดว่าจะฝากให้เยวี่ยเยวี่ยช่วยดูแลน้องชายหน่อยน่ะ"
ลูกสาวยังไม่ทันได้เป็นครูดีบ้านอาสามก็คิดจะให้ช่วยดูแลแล้ว นี่ทำให้จ้าวหงเหมยรู้สึกไม่พอใจอยู่ลึกๆ
เธอยังจำเรื่องที่บ้านอาสามเคยคุยโวเรื่องจะจับคู่หลันเยวี่ยกับหลานชายที่เป็นใบ้ได้อยู่เลย
ถึงแม้จะเกิดความไม่สบายใจแต่จ้าวหงเหมยก็ยังแสดงออกอย่างเหมาะสมในฐานะสะใภ้ใหญ่"เป็นอย่างนี้นี่เอง ไม่ต้องให้พวกเธอแนะนำเยวี่ยเยวี่ยบ้านฉันก็จะดูแลเจี้ยนหมิงอยู่แล้ว"
สะใภ้สามคุยกับจ้าวหงเหมยอีกสองสามคำจากนั้นก็พาหูเจี้ยนหมิงตามไปหาหูหลันเยวี่ย
สำหรับสะใภ้สามการที่หูหลันเยวี่ยไปถึงโรงเรียนก่อนก็ดีแล้ว เธอจะได้พูดเรื่องนี้ต่อหน้าครูรวมถึงนักเรียนคนอื่นๆ
เธอจะต้องบอกให้คนอื่นรับรู้ว่าหูหลันเยวี่ยจงใจทำให้หูเจี้ยนหมิงลำบากเพื่อที่ต่อไปหูหลันเยวี่ยจะได้ไม่เอาสถานะครูของเธอมากลั่นแกล้งหูเจี้ยนหมิงอีก
ถึงแม้หูหลันเยวี่ยอาจจะไปถึงโรงเรียนก่อนพวกสะใภ้สามแต่พวกเธอก็ยังเจอกันกลางทาง
ตอนนี้หูหลันเยวี่ยกำลังคุยเล่นกับพวกผู้หญิงที่จะลงไปทำนาหลายคนซึ่งก็มีสะใภ้รองรวมอยู่ด้วย
ทันทีที่สะใภ้สามที่ตามมาเห็นว่าหูหลันเยวี่ยกำลังคุยกับคนอื่นอีกหลายคนเธอก็รู้สึกว่าโอกาสของเธอมาถึงแล้ว
สะใภ้สามรีบสาวเท้าเดินไปข้างหน้าอีกไม่กี่ก้าวก็หยุดยืนอยู่ตรงหน้าหูหลันเยวี่ย "หลันเยวี่ยในที่สุดฉันก็ตามทันสักที"
หูหลันเยวี่ยยิ้มบางๆให้กับสะใภ้สามที่เหงื่อท่วมตัวเพราะเร่งรีบ "อาสะใภ้สามมีอะไรถึงรีบมาหาขนาดนี้เหรอคะ?"
จากนั้นหูหลันเยวี่ยก็หันไปมองหูเจี้ยนหมิงที่หลบอยู่ข้างหลังสะใภ้สามด้วยสายตาอ่อนโยน"เจี้ยนหมิง คุณย่ารู้รึยังว่าเธอได้เป็นหัวหน้าห้องแล้ว?ฉันว่าถ้ารู้ว่าเธอได้เป็นหัวหน้าห้อง ท่านจะต้องดีใจมากแน่ๆ"
เห็นชัดๆว่าหูหลันเยวี่ยยิ้มแย้มอยู่ตลอดเวลา แต่หูเจี้ยนหมิงกลับกลัวแทบตาย
เดิมทีพวกผู้หญิงหลายคนกำลังจะรีบไปทำนาพอได้ยินว่าหูเจี้ยนหมิงได้เป็นหัวหน้าห้อง พวกเธอก็ลดเท้าที่ยกขึ้นโดยไม่รู้ตัว
ผลการเรียนของหูเจี้ยนหมิงเป็นยังไงพวกเธอรู้กันดี โดยเฉพาะสะใภ้รอง พอได้ยินว่าหูเจี้ยนหมิงได้เป็นหัวหน้าห้องก็ร้องออกมาด้วยความตกใจ "เจี้ยนหมิงเอ๊ยทำไมเธอถึงได้เป็นหัวหน้าห้องล่ะ?"
สะใภ้สามค้อนสะใภ้รองจากนั้นก็ใช้มือหยาบกร้านเหมือนรวงข้าวสาลีจับแขนอวบอ้วนของหูหลันเยวี่ย"หลันเยวี่ยเอ๊ย ฉันรู้ว่าเมื่อก่อนฉันทำไม่ดีกับแกไว้เยอะหวังว่าแกจะใจกว้างบ้างนะ อย่าว่าแต่จะไม่ดูแลเจี้ยนหมิงเลย อย่ารังแกเขาก็พอแล้วไม่ได้เลยเหรอ?"
หูหลันเยวี่ยดึงแขนของตัวเองออกจากฝ่ามือของสะใภ้สามด้วยความรังเกียจ"อาสะใภ้สามคะ พูดอะไรอย่างนั้น? หนูไปรังแกหูเจี้ยนหมิงตอนไหน?ถ้าจะรังแกเขาจริงๆ หนูจะให้เขาเป็นหัวหน้าห้องทำไมกัน?"
"อาสะใภ้รองคะ ถ้าหนูให้หูเจี้ยนผิงหรือหูหลิงหลิงบ้านอาเป็นหัวหน้าห้องพวกเธอจะรู้สึกว่าหนูกำลังรังแกไหมคะ?" หูหลันเยวี่ยส่งลูกบอลให้สะใภ้รองอย่างตรงไปตรงมา
เมื่ออยู่ต่อหน้าลูกบอลที่ถูกส่งมาหาสะใภ้รองจะรับก็ไม่ได้ ไม่รับก็ไม่ได้
พวกผู้หญิงที่มาดูสถานการณ์กับสะใภ้รองไม่อยากไปไหนแล้ว พวกเธอต่างก็ต่อสู้กับแม่สามีหรือพี่สะใภ้น้องสะใภ้มาตลอดทั้งชีวิต
พวกเธอไม่คิดว่าสะใภ้ทั้งสองคนจะถูกเด็กสาวคนหนึ่งเล่นงานแบบนี้
มีเรื่องสนุกให้ดูพวกเธอก็จะต้องดูให้จบก่อนค่อยลงไปทำนา
สะใภ้รองรู้ดีไม่ว่าเธอจะตอบรับคำพูดนี้อย่างไรเธอก็จะทำให้บ้านใดบ้านหนึ่งระหว่างหูหลันเยวี่ยกับบ้านอาสามไม่พอใจดังนั้นเธอจึงเลือกที่จะทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้
หูหลันเยวี่ยคาดการณ์ไว้อยู่แล้วว่าสะใภ้รองจะไม่พูดตอบ
หูหลันเยวี่ยไม่ได้หวังว่าสะใภ้รองจะแสดงท่าทีอะไรออกมา
การที่สะใภ้รองเงียบทำให้สะใภ้สามรู้สึกว่าอีกฝ่ายกำลังช่วยหลันเยวี่ยสิ่งที่เธอต้องการคือให้สะใภ้รองช่วยเธอพูดต่างหาก
แต่สะใภ้รองคิดว่าการที่ตัวเองทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้คือการไม่ทำให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งขุ่นข้องหมองใจต่อกันเธอไม่รู้เลยว่าท่าทีแบบนี้ได้ทำให้บ้านอาสามไม่พอใจไปแล้ว
สะใภ้สามมองสะใภ้รองด้วยความขุ่นเคืองจากนั้นก็หันไปหาหูหลันเยวี่ยด้วยท่าทางขอความเห็นใจ
"หนูหลันเยวี่ย เจี้ยนหมิงเรียนไม่เก่งเขาไม่คู่ควรที่จะเป็นหัวหน้าห้องหรอก แกยกเลิกตำแหน่งหัวหน้าห้องของเขาเถอะนะ"
เมื่อเห็นว่าหูหลันเยวี่ยยังไม่พูดอะไรสะใภ้สามก็ลดท่าทีลงไปอีก "หลันเยวี่ยเจี้ยนหมิงเป็นน้องชายแท้ๆ ที่มีคุณย่าคนเดียวกันนะ แกเป็นพี่สาว เขาทำอะไรไม่ดีแกก็อย่าถือโทษโกรธเคืองเลย ต้องให้อภัยเขาเยอะๆ ตอนนี้ก็เป็นครูแล้วแกต้องดูแลน้องชายที่ไม่เอาไหนคนนี้เยอะๆ หน่อยสิ ถือว่าฉันที่เป็นสะใภ้ขอร้องไว้ตรงนี้นะ"