บทที่ 22 ข้ากลัวความมืด
ลี่อินยืนบิดใบหน้าแดงระเรื่อมองด้านหลังของจิ้นหยางที่เดินจากไปด้วยหัวใจเต้นตึกตัก
"คุณหนูทำไมถึงได้ให้เงินชายผู้นั้นไปมากขนาดนั้นกันเ้าคะ หากนายท่านรู้จะดุเอาได้นะอีกอย่างคุณหนูไม่น่ามายุ่งวุ่นวายกับคนที่เป็บ่าวเช่นนี้สิเ้าคะ ท่านเ้าเมืองทั้งหล่อเหลาทั้งบึกบึนคุณหนูไม่เห็นมีสีหน้าแววตาเช่นกับมองบ่าวคนเมื่อครู่เลย"
"เ้าเงียบไปเถอะน่า อีกอย่างท่านพ่อไม่เคยต่อว่าข้าอยู่แล้ว บ่าวเมื่อครู่เพียงข้ามองหัวใจของข้าก็สั่นไหว เป็บ่าวแล้วอย่างไรข้าไม่สนเพราะตระกูลของข้ารวยอยู่แล้วสิบชาติก็ใช้ไม่หมด ต่อจากนี้ข้าจะไถ่ตัวของจิ้นหยางและคอยสนับสนุนเื่เงินให้แก่เขาเอง เมื่อครู่ข้าน่าจะให้ไปเยอะกว่านั้น เพียงแค่สองตำลึงเงินจะพอค่ายามั้ยนะ ! ไม่ได้การพรุ่งนี้ข้าจะนำยาสมุนไพรซื้ออาหารและนำเงินไปให้จิ้นหยางที่เรือนด้วยตัวเอง ข้าทำถึงเพียงนี้เขาคงจะเห็นความดีในตัวของข้าจนตกหลุมรักและมาเป็สามีสตรีที่ร่ำรวยอย่างข้าราวกับตกถังข้าวสาร แค่คิดก็มีความสุขแล้วรีบกลับเรือนกันเถิดพรุ่งนี้ข้าจะนำเงินไปสักสิบก้วนดีมั้ยนะหรือว่าน้อยไปต้องพกไปสักสิบตำลึงทองถึงจะพอ ฮ่า ฮ่ายิ่งคิดยิ่งตื่นเต้น " ลี่อินพูดไปพลางเดินยิ้มไปอย่างมีความสุขแตกต่างกับสาวใช้ที่เอาแต่ส่ายหน้าไปมาอย่างเหนื่อยใจ
หลังจากที่ีหลวนเหยาให้ท่านหมอมาตรวจร่างกายและส่งเทียบสั่งยาให้จิ้นหยางไปเอาที่ร้านก่อนจะที่หลวนเหยาจะไปส่ง จิ้นหยางจึงใช้ให้เจียวซิ่งไปเอาให้แทนโดยการใช้เงินที่คุณหนูนิสัยประหลาดนางนั้นให้มา จนเจียวซิ่งสงสัยต้องเอ่ยถามเมื่อเห็นจำนวนเงินที่อยู่ในถุง
"พี่จิ้นหยาง ท่านนำเงินมาจากไหนมากมายขนาดนี้กัน ท่านเ้าเมืองใจดีขนาดที่สั่งให้ท่านหมอมาตรวจพร้อมให้เงินมามากมายอย่างนี้เลยหรือ?"
"ไม่ใช่หรอก มีสตรีแปลกประหลาดจู่ ๆ ก็มาถามชื่อและที่อยู่ของข้า นางอยู่กับท่านเ้าเมืองยามที่ข้าไปแจ้งท่านเ้าเมืองนะเลยรู้ว่าท่านแม่ไม่สบาย จึงเดิมตามหลังข้ามาและนำเงินมาให้ข้า "
"สตรีที่อยู่กับท่านเ้าเมืองหรือว่าเป็คู่หมั้นคู่หมายเป็สตรีที่ท่านเ้าเมืองรัก เช่นนั้นก็ถือว่าสตรีนางนี้มีเมตตาสงสารท่านพี่ช่างเป็สตรีที่มีจิตใจดีช่างคู่ควรกับท่านเ้าเมืองเสียจริง" ทันทีที่ได้ยินคำพูดของเจียวซิ่งใจของจิ้นหยางสั่นคลอนอีกครั้งเจ็บลึกด้านใน
"จะเป็อะไรก็ช่างสิ ข้าไม่ได้ใส่ใจเสียหน่อยรีบไปที่ตลาดไปนำยามาเถิดส่วนนี่ข้าให้เ้าอยากกินอะไรอยากได้อะไรก็ซื้อมา" จิ้นหยางมอบถุงเงินให้แก่เจียวซิ่งหมดถุง แต่เจียวซิ่งหยิบเอาเพียงแค่จำนวนหนึ่งก่อนจะยัดคืนใส่มือของจิ้นหยาง
"เท่านี้ก็เพียงพอแล้วขอรับ ข้าจะรีบไปรีบกลับดูแลท่านป้าให้ดีนะขอรับ จริงสิว่าแต่สตรีนางนั้นมีชื่อว่าอะไรหรือเป็คนแถวนี้หรือมาจากที่อื่น"
"นางบอกข้าว่านางชื่อลี่อิน"
"ฮ่ะ !! ลี่อิน นั้นมิใช่บุตรสาวใต้เท้ามู่อย่างนั้นหรือ ? เช่นนั้นเท่ากับว่าเงินนี้เป็ของใต้เท้ามู่ ช่างเป็อะไรที่ดีจริง ๆ ์น่าจะมาโปรดท่านแล้ว " ดวงตาของเจียวซิ่งเป็ประกายรอยยิ้มปรากฏบนใบหน้า
"อะไรนะ ลี่อินเป็บุตรสาวของใต้เท้ามู่นั้นหรือ ? เหอะ เหอะ ! " จิ้นหยางอึ้งไปตาม ๆ กันตอนแรกเขาก็ลำบากใจที่จะใช้เงินของลี่อินแต่เมื่อรู้ว่าเป็เงินของใต้เท้ามู่กลับรู้สึกสะใจ นี่ถือว่าเป็ค่าเจ็บตัวที่จิ้นหยางต้องพบเจอวันนั้นเมื่อคิดได้อย่างนั้นเขาสบายใจที่จะใช้มันเต็มที่
"เช่นนั้นเ้านำเงินเพิ่มไปอีกซื้อข้าวสาร อาหารที่สามารถเก็บไว้กินหลาย ๆ วันมาให้ข้าที ในเมื่อเป็เงินของใต้เท้าโฉดข้าไม่ลำบากใจที่จะจับจ่ายให้หมดเพราะอย่างไรลี่อินเต็มใจและเป็คนหยิบยื่นให้ข้าเอง "
"ได้ขอรับท่านพี่โปรดวางใจ "
"ส่วนนี่เ้าก็อย่าลืมซื้อไปให้ท่านแม่ของเ้าด้วย ข้ายังไม่เคยตอบแทนสักครั้งและยังไม่เคยไปหาที่เรือนเลยทั้ง ๆ ที่ท่านอาก็เป็ผู้มีพระคุณคอยหยิบยื่นช่วยเหลือมาตลอด ใช้ให้หมดอย่าให้เหลือ"
"จัดไปขอรับ" เจียวซิ่งคว้าเงินทั้งถุงเดินลงเขาไปที่ตลาดซื้อของไปเอายาตามที่จิ้นหยางสั่งอย่างเพลิดเพลิน
เมื่อเจียวซิ่งกลับมาจากตลาดจิ้นหยางได้นำยามาต้มให้แก่เหนียงฟางเก็บของทุกอย่างที่เจียวซิ่งซื้อหามาและไม่ลืมที่จะแบ่งให้แก่เจียวซิ่งเช่นเดียวกัน วันนี้เจียวซิ่งจึงกลับเรือนเร็วกว่าทุกวันเพราะจิ้นหยางได้แบ่งเนื้อให้ด้วยเขาจึงไปทำอาหารกินกับท่านแม่
“ท่านแม่เป็เช่นไรบ้างขอรับ ลุกขึ้นมากินข้าวต้มจะได้กินยาขอรับ” จิ้นหยางพยุงกายมารดาลุกขึ้นจากเตียงนอนเพื่อกินอาหาร ยามนี้ร่างกายของนางเริ่มดีขึ้นบ้างแล้วไข้ก็ลดลงตัวไม่ร้อนเช่นอย่างเคยมีเพียงอาการเหนื่อยที่ยังเหลืออยู่
“ข้าหายแล้ว เ้าไม่ไปทำงานที่เรือนท่านเ้าเมืองหรือ?”
“ท่านแม่ไม่สบายอย่างนี้ข้าไม่มีกระจิตกระใจทำอะไรหรอกขอรับ อีกอย่างข้าเข้าไปแจ้งท่านเ้าเมืองมาแล้ว รีบกินข้าวก่อนที่มันจะเย็นเถิด” เหนียงฟางภูมิใจเหลือเกินที่บุตรชายของนางเติบโตเป็คนดีแถมยังกตัญญูเช่นนี้เมื่อนางเห็นอาหารมากมายจึงได้ใ
“จิ้นหยางวันนี้ทำไมอาหารมากกว่าทุกวันอีกอย่างข้าวของเราหมดแล้วไม่ใช่หรือ ? เนื้อนี่ก็แพงเ้าไปนำเงินจากที่ใดไปซื้อมาหรือว่าท่านเ้าเมืองให้มาหรือ”
“ท่านแม่เงินพวกนี้ข้าได้มา และไม่ได้ไขโมยผู้ใดท่านแม่มิต้องเป็กังวลกินให้อิ่มสบายท้องและนอนพักนะขอรับ ส่วนข้านั้นกินไปแล้ว” จิ้นหยางคีบเนื้อใส่ถ้วยข้าวต้มให้แก่เหนียงฟางนั่งมองมารดากินอย่างเอร็ดอร่อย ที่เหนียงฟางไม่สบายบ่อย ๆ เพราะร่างกายอ่อนแอไม่ค่อยได้รับสารอาหารทำให้จิ้นหยางรู้สึกเสียใจที่ดูแลนางไม่ดี จากนี้ไปเขาจะไม่ให้ท่านแม่ได้อดอีกต่อไป
เมื่อเหนียงฟางกินข้าวกินยาเสร็จจิ้นหยางได้พาเข้านอนก่อนจะเดินออกมาสูดอากาศนอกเรือน ยามนี้แสงดวงอาทิตย์กำลังลับลาขอบฟ้า เขากอดอกจู่ ๆ ใบหน้าของอวิ้นหลี่ว์ก็ได้โผล่เข้ามาในความคิด รวมทั้งคำพูดของเจียวซิ่งที่เอ่ยเกี่ยวกับลี่อินหัวใจของจิ้นหยางหล่นวูบอีกครั้ง
“ทำไมต้องคิดถึงเื่คนนั้นด้วยนะ หัวใจนี่ก็เหมือนกันฉันเตือนแล้วใช่มั้ยว่าอย่าไปหวั่นไหวคิดไปไกล ต่อให้ท่านเ้าเมืองจะมีใคร ฮูหยินหรืออะไรก็ไม่เกี่ยวกับฉันอยู่แล้ว หมดหนี้เมื่อไหร่ก็คงไม่ได้พบกันอีก เฮ้อ ! สนใจแตงกวาที่จะทำเงินให้ฉันดีกว่า พรุ่งนี้ต้องออกไปตลาดหาที่ขายดูหน่อยแล้ว ตอนนี้แตงกวาเริ่มออกดอกแล้วด้วย คงอีกไม่นานก็ได้เก็บไปขายโชคดีที่ยุคนี้ไม่ค่อยมีศัตรูพืชมาก่อกวนแถมยังไม่มียาเหมือนในยุคสมัยใหม่ เกิดในยุคนี้ก็ดีอย่างเสียอย่างจริง ๆ ไปล้างกายเข้านอนดีกว่านานเท่าไหร่แล้วนะที่ไม่ได้นอนเพียงลำพังบนเตียงที่แข็ง ๆ ” จิ้นหยางบ่นพึมพำหันหลังเดินกลับเข้าเรือนไปนำเสื้อผ้าเพื่อจะไปอาบน้ำที่คลองข้างแปลงผัก แต่แล้วหูก็แว่วได้ยินเสียงฝีเท้าของม้ากำลังวิ่งตรงมาที่นี่ เมื่อมองไปดูเห็นั้แ่ไกลหัวใจของจิ้นหยางเต้นตึกตักสั่วสะท้าน
“เขามาทำไมกันนะ ! ”
อวิ้นหลี่ว์ร้อนใจเมื่อหลวนเหยากลับเรือนแต่ทว่าเขากลับมีงานที่ต้องทำจึงไม่ได้ออกมาหาจิ้นหยางในทันทีเมื่องานเสร็จดวงตะวันก็ลาลับขอบฟ้าไปเสียแล้ว จึงรีบควบม้ามาหาจิ้นหยางเพียงลำพังให้หลวนเหยาเฝ้าที่เรือน
ทันทีที่ม้าหยุดเคลื่อนไหวอวิ้นหลี่ว์ะโลงจากหลังม้า เดินกึ่งวิ่งเข้ามาโอบกอดจิ้นหยางแน่นจนเขาใ
“ท่านเ้าเมืองทำอะไรขอรับ ปล่อยนะ ! ที่นี่มิใช่เรือนของท่านอีกอย่างยามนี้เราอยู่นอกเรือนผู้อื่นมาเห็นเขาจะไม่เป็ผลดีต่อท่านนะขอรับ”
“ก็ช่างสิข้ามิได้สนใจว่าผู้อื่นจะมองข้าเช่นไร แต่ข้าไม่อยากให้เ้ามองข้าผิดไป ข้าเห็นสายตาที่เ้าจ้องมองข้ายามที่อยู่กับลี่อินนั้นหมายความว่าเช่นไร แต่ข้าไม่ได้สนใจนางเลยแม้แต่น้อยและที่พูดดีกับนางเพราะข้าคือท่านเ้าเมือง ข้าอยากให้เ้ารับรู้เอาไว้ว่าคนที่ข้าสนใจและใส่ใจคือเ้าเพียงผู้เดียว ” จิ้นหยางใในคำพูดของท่านเ้าเมืองหลี่ว์ก่อนจะผลักเอาออกห่างจากตน เขาจะไม่ยอมให้คำพูดหวาน ๆ ของท่านเ้าเมืองหลี่ว์มาหลอกลวงได้ เพราะครั้งหนึ่งเขาตายเพราะการถูกหลอกใช้คิดหรือว่าสิ่งที่ท่านเ้าเมืองพูดมาเขาจะเชื่อ
“ข้าไม่มีสิทธิ์ไปคิดอะไรอย่างนั้นหรอกขอรับ อีกอย่างข้ากับท่านมิได้เป็อะไรกัน ข้าเป็ดั่งผู้ที่ไปขายบริการให้ท่านเท่านั้น มิได้มีความหมายเมื่อไหร่ที่ข้าหมดหนี้ท่านอย่าลืมสัญญาของเรานะขอรับ ยามนี้ก็มืดค่ำแล้วท่านรีบกลับเรือนเถิด ยิ่งออกมาเพียงลำพังเช่นนี้อาจจะพบอันตรายได้ ” แววตาของจิ้นหยางเริ่มเศร้าหมองเมื่อเอ่ยคำพูดเ่าั้ออกมา อวิ้นหลี่ว์เองก็เจ็บแปลบในใจในคำพูดของจิ้นหยางเขาพูดขนาดนี้จิ้นหยางยังไม่รู้ตัวเลยอย่างนั้นหรือ ?
“นั้นสินะ ! ข้าเป็ห่วงเ้ากับท่านแม่ของเ้าจนเร่งรีบออกมาเพียงลำพังจนไม่ได้สังเกตว่าดวงอาทิตย์ลาลับขอบฟ้าแล้ว ทำอย่างไรดีล่ะ ถ้าระหว่างทางมีผู้คิดร้ายดักทำร้ายข้า จู่ ๆ ข้ารู้สึกกวาดกลัวขึ้นมา ข้าคิดว่าคงกลับไปที่เรือนในวันนี้ไม่ได้แล้วคงจะต้องอาศัยพักที่เรือนของเ้าสักคืน ว่าแต่ท่านแม่ของเ้าเป็เช่นไรบ้างดีขึ้นหรือยัง ” ในเมื่อพูดมาขนาดนี้แต่จิ้นหยางยังไม่รู้ตัวว่าเขานั้นชอบเพียงใด เขาเองก็ไม่ยอมปล่อยจิ้นหยางไปง่าย ๆ เช่นกัน จึงคิดหาทางอยู่ที่นี่กับจิ้นหยางในคืนนี้ พูดจบอวิ้นหลี่ว์เดินเข้าไปในเรือนโดยไม่สนใจจิ้นหยางจะให้เขาอยู่ที่นี่หรือไม่
“เดี๋ยวสิขอรับ ที่ข้าพูดมาเมื่อครู่ท่านแกล้งไม่เข้าใจใช่หรือไม่ อีกอย่างข้าบอกแล้วว่าคืนนี้ข้าปรนนิบัติท่านมิได้ ท่านเ้าเมืองกลับเรือนเถอะขอรับ ข้ารู้ว่าท่านไม่ได้หวาดกลัวอันใด”
“ข้ากลัวจริง ๆ นะ เ้าไม่รู้หรือว่าข้ากลัวความมืดไม่เช่นนั้นข้าจะให้เ้าคอยอยู่เคียงข้างเ้าทุกค่ำคืนหรือ ? ข้าจะเข้าไปหาท่านแม่ของเ้าปล่อยมือเ้าที่จับแขนข้าเอาไว้ด้วย ตอนนี้ข้ายังพออดกลั่นได้ แต่ถ้าเ้ายังจับอยู่ข้าไม่รับรองว่าข้าจะอดใจไหว ” จิ้นหยางเหนื่อยใจกับท่านเ้าเมืองที่พูดไม่รู้เื่คนนี้เสียจริง รีบปล่อยมือที่จับเขาไว้เมื่อครู่และบอกว่าท่านแม่นั้นหลับไปแล้ว
“ท่านแม่ดีขึ้นแล้วขอรับและยามนี้ท่านก็หลับไปแล้วด้วย ท่านเ้าเมืองคิดดีแล้วหรือขอรับว่าจะนอนที่นี่ได้ เตียงของข้ามีเพียงแค่แคร่แข็ง ๆ ไม่มีฟูกที่หนานุ่มเสมือนที่เรือนของท่าน อีกอย่างเรือนของข้ากลิ่นอับชื้นและเล็กเกินกว่าที่ท่านจะทนได้ ท่านมั่นใจนะขอรับว่าจะนอนได้” จิ้นหยางจ้องมองคนตรงหน้าอย่างเหนื่อยใจที่เขาพูดไม่รู้เื่หาก้าจะนอนที่นี่ให้ได้เขาเองก็จะไม่ขัดใจ