ตอนที่4 เหรียญทองเลอค่า
“แว๊บ!” แสงเรืองสว่างชั่วครู่ในห้องพักโรงแรมหลิวเย่มองไปรอบห้อง เขามองดูท้องแขนพบสองจุดในตำแหน่งเหนือสุดระยะเวลาบัฟเฟอร์ประมาณ 5 วัน
หลิวเย่สรุปในใจว่าสองจุดนี้น่าจะเป็ตำแหน่งพิกัดสองสถานที่ที่เขาเพิ่งมีการเดินทางไปมาระหว่างกันแสดงว่าเขาสามารถกำหนดพิกัดได้ทั้งหมด 12 จุด เขาพยักหน้ายิ้มด้วยความพอใจ
เขาหยิบโทรศัพท์มือถือจากมิติเก็บของออกมาดูปรากฏว่าเวลาผ่านไปเพียงสามชั่วโมง ตอนนี้เวลา 00.20 น.ประกายตาแวววาวด้วยความพึงพอใจ
หลิวเย่สำรวจตันเถียนอีกครั้งเขาพบว่าอีกเพียงครึ่งก้าวก็จะเข้าสู่ระดับปลายของขอบเขตสร้างรากฐานแล้วพลังฉีที่เข้มข้นของอีกโลกหนึ่งมีประโยชน์ต่อเขามาก เขานั่งไขว้ขาฝึกฝนต่อพลางคิดว่า“ฉันต้องหาโอกาสไปฝึกฝนที่โลกนั้นอีก รวมถึงอาจเดินทางไปโลกใหม่”
แสงอรุณลอดช่องผ่านม่านหน้าต่างห้องนอนเข้ามาหลิวเย่ค่อยๆเปิดเปลือกตาเขาถอนหายใจกับความแตกต่างของพลังฉีทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดกับผลการฝึกฝนของที่นี่
ภารกิจวันนี้คือการเปลี่ยนเหรียญทองเป็เงินและเดินทางกลับบ้านหากได้เงินมากพอ เขาอาจปรึกษากับแม่เพื่อปรับปรุงบ้านใหม่หรือซื้อบ้านใหม่ในอำเภอเขาควรซื้ออพาร์ตเมนท์ใกล้ๆกับมหาวิทยาลัยแพทย์แผนจีนเทียนจิน
“ไปไหนเหรอพ่อหนุ่ม”ชายวัยกลางคนที่ขับแท็กซี่ถามหลิวเย่ขณะเขายืนรอรถหน้าโรงแรม
“ตลาดโบราณซีอาน”หลิวเย่ตอบตามข้อมูลที่เขาสืบค้นจากเว็บเมื่อเช้านี้
ตลาดโบราณซีอานคึกคักแต่เช้ามีร้านค้าสองฟากซ้ายขวาเมื่อมองลึกเข้าไปมีตรอกเล็กๆสี่ตรอกมีร้านค้าสลับกับเพิงขายของ หลิวเย่ก้าวเดินพลางมองสำรวจอย่างใจเย็นหลายคนเหลียวมองให้ความสนใจกับรูปลักษณ์ของเขาแต่ไม่มีใครรบกวนเขาที่นี่มักมีดาราศิลปินแวะเวียนมาบ่อย ดังนั้นการพบเห็นคนหน้าตาดีจึงไม่แปลก
หลิวเย่เดินมาหยุดหน้าร้าน“ซีอานกู้ตง” ตอนนี้ไม่มีลูกค้าในร้าน ร้านใหญ่ขนาดสามห้องเขาก้าวเข้าไปในร้านแล้วเดินดูของเก่าเปิดใช้งานัั์พบว่าของเก่าที่วางในร้านมากกว่า 99% เป็ของปลอมส่วนของจริงก็มีอายุเพียงไม่กี่ร้อยปี
ชายชราเครายาวก้าวเดินออกมาพลางจ้องมองหลิวเย่ด้วยความสงสัย“พ่อหนุ่ม มาซื้อหรือขายของ” เขาเอ่ยถามเสียงทุ้ม
“สวัสดีที่นี่รับซื้อเหรียญทองไหม?” หลิวเย่หันหน้ามาถามชายชราที่ยืนขมวดคิ้วอยู่
“อืม ลองเอาสินค้ามาทดสอบดู”เขาพูดพลางนั่งบนเก้าอี้ใกล้โต๊ะตัวใหญ่ภายในร้าน
หลิวเย่ก้าวไปนั่งและเอื้อมมือเข้าไปในกระเป๋าเป้แล้วหยิบเหรียญทองจากมิติเก็บของออกมาหนึ่งเหรียญเขาวางไว้บนโต๊ะ ชายชราตาลุกวาวด้วยความประหลาดใจและโลภเขาหยิบเหรียญทองขึ้นมาทดสอบดู
ซีกู้ไห่เป็เ้าของร้านโบราณซีอานกู้ตงเขาเพิ่งเคยเห็นเหรียญทองโบราณที่อยู่ในสภาพสมบูรณ์ขนาดนี้ เมื่อใช้เครื่องชั่งได้8 กรัมกว่า ปกติรับซื้อกรัมละ 250 หยวน ราคาเหรียญนี้มากกว่า 2,000 หยวนซีกู้ไห่นิ่งไปครู่หนึ่งแล้วกัดฟันตอบเสียงเข้มว่า “พ่อหนุ่มฉันให้ราคาที่ยุติธรรมที่สุด กรัมละ 200 หยวน ตกลงไหม”เขาถามพลางเหลือบมองใบหน้าชายหนุ่มตรงหน้า
หลิวเย่เข้าใจว่ามันมีราคามากกว่านี้แต่เขาคิดถึงความยุ่งยากที่จะตามมา จึงพยักหน้าตอบ “ตกลง”
ชายชรายิ้มกว้างพลางถามต่อด้วยความสงสัย“พ่อหนุ่มชื่ออะไร แล้วเหรียญทองมาจากไหน ยังมีเหรียญทองอีกไหม”
“ผมแซ่หลิว มันเป็มรดกตกทอดของตระกูลผม มีทั้งหมด 1,000 เหรียญ” หลิวเย่ตอบอย่างไม่ใส่ใจและหยิบเหรียญออกมาจากกระเป๋าเป้อีก
“อาฝูออกมาช่วยตรวจสอบสินค้าเร็วเข้า” ชายชราะโเรียกพนักงานในร้านมาช่วย พวกเขาช่วยกันตรวจสอบราวครึ่งชั่วโมงเมื่อตรวจสอบเหรียญทองครบทั้งหมดแล้ว “นายหลิว จะรับเงินสดหรือให้โอนเข้าบัญชี”
หลิวเย่ตอบเสียงเรียบ“โอนเข้าบัญชีเลย”จากนั้นยื่นหมายเลขบัญชีธนาคารจากโทรศัพท์ยื่นให้ชายชราที่ยิ้มหัวเราะเบาๆอย่างพึงพอใจกับการค้าในครั้งนี้
เสียงเตือนแจ้งการโอนเงินเข้าบัญชีดังขึ้นหลิวเย่มองดูแล้วพยักหน้ายิ้มเล็กน้อย
ชายชราหยิบนามบัตรยื่นให้หลิวเย่แล้วมองเขาด้วยแววตาเป็ประกาย“นายหลิว คราวหน้าหากมีสินค้าอีก มาให้เราอีกนะ รับรองว่าได้ราคายุติธรรม”
ชายชราหยิบเหรียญทองมาตรวจสอบดูอีกครั้งและยิ้มด้วยความพึงพอใจ เหรียญทองมีความบริสุทธิ์เกือบ 100%
มันเป็เหรียญทองเลอค่าที่นำโชคมาให้ การค้าขายครั้งนี้เขาได้กำไรมากเขาลูบเคราพลางหัวเราะด้วยความสุข
ตอนนี้หลิวเย่มีเงินในบัญชี1,290,000 หยวนและเงินสดเหลืออีกสองพันกว่าหยวน ถึงเวลากลับบ้านเพื่อจัดการเื่อื่นๆต่อไป มีเวลาเหลืออีกสิบกว่าวันก่อนถึงวันเปิดเรียนเขาทดสอบเรียกเศษเสี้ยวจิติญญาจักรพรรดิะหลิวเย่อีกครั้ง ปรากฏว่ายังคงเงียบเขาสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นไม่สามารถติดต่อกับเศษเสี้ยวจิติญญาจักรพรรดิะหลิวเย่ได้เลยเขาส่ายหัวและคิดถึงแผนต่อไปที่เขาต้องทำ
“แม่ แม่ ผมมาแล้ว”หลิวเย่ะโเสียงดังเรียกแม่ของเขาที่กำลังทำงานอยู่หลังบ้าน
เจียงหรานหรานยิ้มกว้างพลางบ่นตอบกลับ“เย่เอ๋อ เ้าไม่โทรหาแม่เลยนะ”หลิวเย่เกาหัวด้วยความเขินอายและปราดเข้ามากอดเอาใจแม่“ผมมีเื่วุ่นวายนิดหน่อย ขอโทษนะแม่” หลิวเย่ตอบด้วยเสียงเบาสำนึกผิด
เจียงหรานหรานทำตาโตใและจับเขาหมุนรอบตัวเพื่อหาความผิดปกติ“แม่ แม่ ผมไม่เป็ไร เื่เล็กน้อยเท่านั้น” หลิวเย่รู้สึกผิดมากกว่าเดิม
“เพี๊ยะ”เจียงหรานหรานตีเบาๆอย่างปวดใจ มีน้ำตารื้นขอบตา
หลิวเย่รีบจับแม่ให้นั่งเก้าอี้ในบ้านและนั่งสำนึกผิดตรงข้ามเธอเขาเล่าคร่าวๆเพียงบางส่วนเกี่ยวกับการขายสมุนไพรและการเดินทางไปเมืองซีอาน “แม่ตอนนี้ผมมีเงินมากกว่าหนึ่งล้านหยวนแล้ว ผมอยากให้แม่ซื้อบ้านอยู่ในอำเภอดีไหม”เขาเสนอความคิดในการปรับปรุงครอบครัว
เจียงหรานหรานตกตะลึงกับความสามารถและจำนวนเงินที่ลูกชายเธอทำได้หลังจากได้ยินคำพูดของหลิวเย่ เธอนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนตอบเบาๆ “เย่เอ๋อที่นี่เป็บ้านของพ่อเ้า แม่ไม่อยากย้ายไปที่ไหนอื่นถ้าลูกอยากปรับปรุงบ้านก็ทำได้ แต่ต้องระวังครอบครัวของลุงนะ” ท้ายเสียงมีความกังวล
“แม่ไม่ต้องกังวล ผมไม่ได้รังแกได้ง่ายๆเหมือนเดิมอีกแล้วตอนนี้ผมมีกำลังมากพอที่จะปกป้องแม่ได้แล้ว” หลิวเย่ให้ความมั่นใจกับแม่ของเขาแต่เดิมพวกเขาสองแม่ลูกมักถูกครอบครัวของลุงรังแกบ่อยครั้งตัวเขาเองก็เป็คนที่ไม่สู้คนเนื่องจากเขาจนกว่าลูกพี่ลูกน้อง
สามวันต่อมาขณะที่หลิวเย่และแม่กำลังดูการต่อเติมและปรับปรุงบ้านและรั้วบ้านให้แข็งแรงอยู่นั้นมีโทรศัพท์มาจากเพื่อนร่วมชั้นมัธยมปลายชวนไปงานเลี้ยงรุ่นที่โรงแรมในอำเภอเขาตอบตกลงเข้าร่วมงานในเย็นนี้
ตอนนี้เขาสามารถเข้าร่วมกิจกรรมกับเพื่อนๆได้แล้วปกติเขาจะรีบกลับบ้านเพื่อช่วยแม่ทำงาน ความสัมพันธ์กับเพื่อนจึงห่ายหายไปเขามีเพื่อนสนิทคนเดียวเป็เพื่อนร่วมโต๊ะเรียน ชื่อ หวางหยุนเต๋อที่บ้านของเขาปลูกผลไม้หลายชนิด นั่นคือจุดประสงค์หลักที่หลิวเย่อยากพบเพื่อนคนนี้เพื่อรับซื้อผลไม้ไปขายต่อยังต่างโลกเขายัง้าเหรียญทองเพิ่ม
หลิวเย่ลงจากแท็กซี่หน้าโรงแรมหรูที่สุดในอำเภอต้าถงทันใดนั้นมีรถ BMW มาจอดเทียบและมีวัยรุ่นชายหญิงก้าวลงมาและมองเขาด้วยสายตาดูถูกเหยียดหยามนั่นคือเฉินหวางและกั๋วหยูจี้ คู่รักที่เป็คู่กัดของหลิวเย่ “อาฮ่ะ นั่นใครมาน่ะ”เฉินหวางกล่าวเสียงดังด้วยความไม่พอใจ
หลิวเย่สวมมือในกระเป๋ากางเกงสองข้างแล้วหันมาเผชิญหน้าพลางจ้องมองคนทั้งสองเหมือนมดตอนนี้เขาไม่ใช่คนธรรมดาทั่วไปที่จะรังแกได้เหมือนเดิมแล้ว “อย่าสนใจเลยคนละชั้นกับพวกเรา” กั๋วหยูจี้ดึงแขนเฉินหวางพลางพ่นลมหายใจอย่างเหยียดหยัน
หวางหยุนเต๋อรีบเดินเข้ามาหาเข้ามาหาหลิวเย่พลางตบไหล่และส่ายหัวเบาๆหลิวเย่ยิ้มตอบโดยไม่กล่าวอะไร
“ไปกันเถอะ”หวางหยุนเต๋อดึงแขนเขาเดินเข้าโรงแรม มีเสียงหัวเราะเยาะเย้ยลอยมาด้านหลังแววตาเ็าของหลิวเย่ส่องประกายวาบครู่หนึ่ง
ในห้องส่วนตัวหมายเลข3 มีเพื่อนๆที่มาร่วมงาน 12 คน คนอื่นๆนั่งรวมกลุ่มและพูดคุยกันอย่างสนุกสนานส่วนใหญ่มักจะโอ้อวดเกี่ยวกับการเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยดังการเริ่มทำงานในตำแหน่งสูง และความสำเร็จของครอบครัวพวกเขา มีเพียงหวางหยุนเต๋อที่นั่งพูดคุยกับหลิวเย่ความจริงแล้วหลิวเย่นิสัยดี เงียบขรึมแต่ใบหน้าอันหล่อเหลาทำให้เพื่อนชายอิจฉาและไม่พอใจเพื่อนหญิงหลายคนอยากใกล้ชิดเขาแต่เกรงกลัวอิทธิพลของเพื่อนรวยในห้องเฉินหวางเป็หัวหน้าห้องและรวยที่สุด ดังนั้นเขาจึงมักรังแกและใช้อำนาจกับเพื่อนๆอยู่เสมอมีผู้หญิงสวยที่สุดในห้องคนหนึ่งชื่อ ซูหนิงผิง แต่วันนี้เธอไม่ได้มาสายข่าวบอกว่าเธอกลับไปหาครอบครัวที่ปักกิ่งแล้ว
“เซียวเย่นายจะไปมหาวิทยาลัยวันไหน” หวางหยุนเต๋อถามหลิวเย่
“อืม ฉันว่าจะไปล่วงหน้าก่อนวันเปิดสักสองวัน”หลิวเย่ตอบ
“ทำไมล่ะ”หวางหยุนเต๋อขมวดคิ้ว
หลิวเย่หัวเราะเบาๆพลางตอบ “ไม่มีอะไรหรอก พอดีฉันจะทำธุระอย่างอื่นก่อนน่ะ”
หวางหยุนเต๋อยิ้มอย่างโล่งอกจากนั้นเขาถอนหายใจยาว
“เกิดอะไรขึ้นทำไมสีหน้านายดูกังวล” หลิวเย่จ้องมองหน้าเพื่อน
“เฮ้อ.....ปีนี้ราคาผลไม้ตกต่ำมากพ่อค้าที่เคยรับซื้อบางคนก็ยกเลิกคำสั่ง โดยเฉพาะส้มราคาต่ำที่สุด”หวางหยุน เต๋อถอนหายใจยาวอีกครั้ง
“งั้นดีเลยเพื่อนฉันทำงานรับซื้อผลไม้กับเ้านาย ฉันจะซื้อส้มและอื่นๆกับนายเอง”หลิวเย่หัวเราะและตบไหล่เพื่อน
หวางหยุนเต๋อหัวมามองหน้าเขามีประกายวาบในดวงตาและรอยยิ้มทันที “ฉันจะให้ราคาทุนเลยเพื่อน”
หลิวเย่กลอกตาพลางยิ้มตอบ“ไม่จำเป็เพื่อน นายให้ราคาปกติที่เคยส่งให้พ่อค้าได้เลย ฉันขอด่วนได้ไหม”
“นายทำงานนี้ั้แ่เมื่อไหร่กันเพื่อนทำไมฉันไม่เคยได้ยินล่ะ” หวางหยุนเต๋อถามด้วยความสงสัย
“อย่ากังวลฉันเพิ่งทำงานกับเ้านาย กำลังเร่งหาสินค้าสร้างยอดพอดี”หลิวเย่ยืนยันความมั่นใจอีกครั้ง
“เยี่ยม! ถ้างั้นนายเดินทางไปพร้อมฉันวันพรุ่งนี้เลย”หวางหยุนเต๋อหัวเราะร่วนและยกแก้วชนกับหลิวเย่
ทันใดนั้นมีเสียงร้องไห้ดังอยู่หน้าประตูห้องที่เปิดกว้างอยู่ทุกคนชะงักและหันไปมองตามเสียง พบว่ามีเพื่อนหญิงคนหนึ่งกำลังหลบซ่อนตัวอยู่หลังกั๋วหยูจี้และมีชายวัยกลางคนรูปร่างอ้วนคนหนึ่งยืนอยู่ข้างหน้าชายฉกรรจ์คล้ายผู้คุ้มกันอีกสองคนเฉินหวางลุกจากที่นั่งออกหาชายสามคนหน้าห้อง ดูเหมือนเื่จะวุ่นวายมากขึ้น
“สาวน้อยเธอต้องขอโทษฉัน ตอนนี้!” ชายอ้วนะโเสียงดัง
“ไม่ ไม่คุณรังแกฉัน” หญิงคนนั้นตัวสั่นเทามากขึ้นพลางร้องไห้เสียงดัง “ไอ้พวกบ้า!” กั๋วหยูจี้ด่าทอชายสามคน
“พวกคุณทำอะไรน่ะ!รู้ไหมฉันเป็ลูกชายรองนายกเทศมนตรีเฉินฟู่” เฉินหวางก้าวไปขวางพลางยกคางตอบอย่างเย่อหยิ่ง
“ฮ่า ฮ่า ฮ่าก็แค่ลูกรองนายกฯ จัดการไอ้พวกเด็กเลวให้ฉัน!”ชายอ้วนะโสั่งผู้คุ้มกันสองคน
“ตุ๊บตั๊บตุ๊บตั๊บ” ชายสองคนเตะและต่อยเฉินหวางอย่างรุนแรง
“โอ้ย! อ๊าก!ว้าย!” เฉินหวางและสองสาวต่างกรีดร้องเสียงดังทุกคนในห้องอ้าปากค้างด้วยความใ บางคนตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว
งานเลี้ยงรวมรุ่นกลายเป็ความโกลาหล
หลิวเย่จ้องมองเหตุการณ์ตรงหน้าหากสถานการณ์นั้นเกี่ยวข้องกับเขาโดยตรงเขาอาจทำตัวเป็อันธพาลจัดการพวกงี่เง่าเ่าั้แต่หากเหตุการณ์ไม่เกี่ยวข้องกับเขา นั่นไม่จำเป็ที่เขาจะต้องยื่นมือเขาไปยุ่ง
“ว่างัยมีใครอยากสอดมือเข้ามาอีกไหม” ชายอ้วนถามพลางกวาดสายตามองทุกคนในห้องด้วยความดูถูกเหยียดหยาม
หวางหยุนเต๋อขยับตัวจะก้าวไปข้างหน้าเพื่อช่วยเพื่อนแต่หลิวเย่จับแขนไว้แน่นพลางส่ายหัวเล็กน้อยให้แก่หวางหยุนเต๋อเขาหันมามองหลิวเย่ด้วยความแปลกใจ “ดูไปก่อน” หลิวเย่ตอบเสียงเรียบ
ชายอ้วนและผู้คุ้มกันกวาดสายตามองทุกคนอีกครั้งแล้วหัวเราะเยาะเสียงดัง จากนั้นหันหลังเดินออกจากห้องไป
สองสาวรีบเข้าไปประครองเฉินหวางที่นอนร้องครวญครางอยู่กับพื้นบรรยากาศงานเลี้ยงตึงเครียด หลายคนเริ่มทยอยออกจากห้องอีกครึ่งเข้าไปรุมล้อมและโทรแจ้งรถพยาบาล บางคนที่ใกล้ชิดกับเฉินหวางต่างพากันสบถด่าชายอ้วนและผู้คุ้มกันที่เข้ามาก่อกวน
“ทำไมไม่ให้ฉันเข้าไปช่วยหัวหน้าห้อง”หวางหยุนเต๋อขมวดคิ้วพลางถามหลิวเย่ด้วยความสงสัย
“ต้นเื่น่าจะมาจากเพื่อนร่วมชั้นสองคนของเราแต่เราไม่รู้ว่าแท้จริงคืออะไร ชายอ้วนท่าทางมีอำนาจมากกว่าพ่อของเฉินหวางนายอยากมีปัญหามากกว่านี้เหรอ” หลิวเย่สาธยายเหตุการณ์ที่เขาวิเคราะห์ได้
“อืม.....มันก็จริง”หวางหยุนเต๋อพยักหน้าเห็นด้วย
“ถ้านายมีอำนาจและความแข็งแกร่งนายสามารถทำอะไรก็ได้” หลิวเย่สำทับอีกครั้งเหมือนเขาพูดกับตัวเอง
ไม่ใช่ว่าเขาขี้ขลาดเพียงแต่หลิวเย่ไม่มีความประทับใจที่ดีกับเฉินหวางและแฟนสาวของเขาเลยหากคนที่ถูกรังแกคือ หวางหยุนเต๋อ แน่นอนว่าเขาไม่นิ่งเฉยแบบนี้
รุ่งเช้าหวางหยุนเต๋อขับรถMG ราคาสามแสนกว่าหยวนไปกับหลิวเย่พวกเขาพูดคุยถึงความหลังที่โรงเรียน
ประมาณสองชั่วโมงก็มาถึงบ้านของหวางหยุนเต๋อมีญาติหลายคนของเขารอที่โกดังเก็บผลไม้ทุกคนมีสีหน้าดีใจที่มีลูกค้ารายใหญ่มาซื้อสินค้าภายหลังจากที่หวางหยุนเต๋อโทรศัพท์มาแจ้งแต่เช้า
“พ่อ แม่ อาอาสะใภ้ พี่ห่าวซุน นี่หลิวเย่ เพื่อนร่วมโต๊ะเรียนฉันเอง” หวางหยุนเต๋อกล่าวแนะนำหลิวเย่กับครอบครัวและญาติของเขา
“สวัสดีพ่อ แม่อา อาสะใภ้ พี่ห่าวซุน ผมหลิวเย่ ยินดีที่ได้รู้จัก เรียกผมว่าเสี่ยวเย่”หลิวเย่ยิ้มแย้มกล่าวทักทายทุกคน
“สวัสดีเสี่ยวเย่”พ่อและแม่ของหวางหยุนเต๋อกล่าวทักทายตอบ “เสี่ยวเย่สามารถซื้อผลไม้ได้มากแค่ไหนเราจะได้จัดเตรียมให้” อาของหวางหยุนเต๋อถามขึ้นด้วยรอยยิ้ม
“ผมรู้มาว่ามีส้มค้างอยู่มากหากสามารถให้ผมได้หมดก็จะดี ผลไม้ชนิดอื่นมีอะไรบ้าง”หลิวเย่แจ้งความประสงค์และสอบถามเพิ่มเติม
“มีส้มทั้งหมด 5ตัน เก็บอยู่ในโกดังแล้ว 2 ตัน อีก 3 ตันยังอยู่บนต้น ส่วนท้อมี 3 ตันเก็บแล้ว 1ตัน แอปเปิ้ลมี 3 ตันเก็บแล้ว 1 ตัน พุทธามี 3 ตันเก็บแล้ว 1 ตัน และแอปริคอต 3ตันเก็บแล้ว 1 ตันเช่นกัน” ห่าวซุนตอบพลางก้มดูสมุดบัญชี
“แล้วราคาล่ะ ให้คิดราคาปกติเลยไม่ต้องลดให้ผม” หลิวเย่พยักหน้าแล้วมองพ่อกับแม่ของหวางหยุนเต๋อและถามพวกเขา
ทุกคนยิ้มอย่างพอใจพ่อของหวางหยุนเต๋อยกคางไปทางห่าวซุนให้ตอบคำถามของหลิวเย่ “ส้มราคาตันละ 10,000หยวน นอกนั้นตันละ 8,000 หยวนเท่ากัน”
“โอเค ผมตกลงเอาผลไม้ที่อยู่ในโกดังทั้งหมด จัดส่งด่วนได้เลยไหม”หลิวเย่คำนวณราคารวมในใจ จากนั้นแจ้งให้พวกเขาทราบ
“เราสามารถรวบรวมและบรรทุกส่งได้บ่ายนี้เลยจะให้จัดส่งที่ไหน” อาของหวางหยุนเต๋อถามขึ้นด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
“ที่สถานีขนส่งในตัวอำเภอซานเป่ยได้เลย ผมจะแจ้งเ้านายให้จัดรถมารับต่อ” หลิวเย่คิดครู่เดียวแล้วตอบทันที
เขาวางแผนที่นำผลไม้ทั้งหมดจัดเก็บในมิติเก็บของแต่ต้องเป็สถานที่ห่างไกลจากบ้านหวางหยุนเต๋อเล็กน้อย
“เยี่ยม! ถ้างั้นเสี่ยวเย่มาทานข้าวเที่ยงกับเราแม่จะทำอาหารอร่อยให้คุณกิน” แม่ของหวางหยุนเต๋อยิ้มกว้างพลางชักชวนเขาทานข้าวก่อนไปรับผลไม้
“ได้ ขอบคุณมากถ้าจัดสินค้าเรียบร้อยแล้ว ผมจะโอนเงินให้เลยนะ” หลิวเย่พยักหน้าและยิ้มรับคำเชิญ
หวางหยุนเต๋อโอบไหล่เขาพลางจ้องมองด้วยแววตาซาบซึ้งใจ“ไปกินข้าวกันเพื่อน”
หลังจากที่หลิวเย่รวบรวมผลไม้ทั้งหมดในมิติเก็บของเรียบร้อยแล้วเขาก็เดินทางกลับบ้าน
“ฮือ ฮือ ฮือ”มีเสียงร้องไห้ดังในบ้านของหลิวเย่เมื่อเขามาถึงบ้านที่กำลังปรับปรุงใหม่พบว่าอยู่ในสภาพยุ่งเหยิง ของวางระเกะระกะรวมถึงเสียงร้องไห้ของแม่เขา
หลิวเย่รีบวิ่งเข้าไปในบ้านเขาพบแม่นอนร้องโอดโอยอยู่ในห้องนอนตาสองข้างเขาลุกเป็ไฟและกำหมัดแน่นด้วยความโกรธ “แม่.....แม่เกิดอะไรขึ้น ใครทำแม่”หลิวเย่ประครองแม่ของเขาพลางถามเสียงทุ้มต่ำ เขาพบร่องรอยฟกช้ำตามร่างกายของแม่หลายแห่ง
“เย่เอ๋อแม่ไม่เป็อะไรมากหรอก” แม่เขาตอบเสียงแ่
“แม่ บอกผมมา ผมต้องเอาคืนพวกที่มันทำแบบนี้” หลิวเย่ตอบเสียงเข้มและคาดคั้นให้แม่เขาตอบ
“เป็พี่ชายของป้าไปบอกให้ลุงกับป้ามาก่อกวนพวกเขามาทวงเงินที่แม่เคยยืม แต่แม่ใช้หนี้หมดแล้วพวกเขาคงอิจฉาที่เห็นบ้านเราปรับปรุงใหม่” แม่เขาถอนหายใจพลางตอบเสียงเบา
“พวกเขาล้ำเส้นแล้ว”หลิวเย่กล่าวตอบ ดวงตาเขาวาบวับแสงเ็าและแสยะยิ้มมุมปากอย่างมุ่งร้าย