ตอนที่ 12 ความลับของการปรุงยา
"นะ..นะ..นั่นมันวิชาอะไรกัน!! ถ่ายโอนลมปราณที่โจมตี ลงสู่ปฐีมะ..มะ..ไม่อยากจะเชื่อว่ามีวิชาเช่นนี้อยู่ในโลก อัศจรรย์โดยแท้!!"
"อีกทั้งท่าทางวิชาตัวเบาที่ราวปาฏิหาริย์นั่นอีกชุนเกียงตู้ การที่เ้าเรียกมันว่าันั้น มิผิดแม้แต่น้อย!!"
เซี่ยวหลินหลุนม่านตาเบิกกว้าง กายสั่นสะท้านด้วยความตื่นเต้นขณะที่กล่าวยังมิอาจเก็บอาการไว้ได้ทั้งหมด แม้แต่ ชุนเกียงตู้ที่เคยััโดนตรงกับเคล็ดวิชานี้มาแล้วแต่การที่ได้มาเห็นประจักษ์สายตาในฐานะผู้ชมอีกครั้งนั้น มันยังอดตื่นเต้นมิได้
หลี่เย่กวนแข็งค้างอยู่ครู่หนึ่ง หากเป็การต่อสู้อย่างสูสีและพลาดพลั้งพ่ายแพ้มันอาจเจ็บใจจนเก็บอาการไม่อยู่แต่ครั้งนี้กลับเป็การพ่ายแพ้อย่างขาดลอย!!ไม่ว่าจะเป็กระบวนท่าหรือพลังฝีมือมันประจักษ์เป็ที่เรียบร้อยว่าไม่สามารถเปรียบเทียบสิ่งใดกับเล้งซานได้เลยโดยรู้แจ้งอยู่แก่ใจเลยว่าเล้งซานยังมิได้ใช้ฝีมือทั้งหมดของมันเสียด้วยซ้ำ!!หลี่เย่กวนขอยอมแพ้แต่โดยดีพลางประสานมือให้แก่เล้งซานเป็เชิงขอบคุณที่เล้งซานยั้งมือให้แก่มันดังที่เคยกล่าวไว้
เซี่ยวหลินฟงพยักหน้าเล็กน้อย
"ท่านพ่อยินดีด้วย ปีนี้เรามีหวังแล้ว"
"ฮ่าๆๆวิเศษ...วิเศษ จริงๆ ข้าขอประกาศ!! เล้งซาน เ้าจงเป็ตัวแทนหมู่บ้าน เมฆาล่องเข้าร่วมประลองที่เมือง เมฆคราม ที่จะจัดขึ้นในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า่เวลาต่อจากนี้ เ้ามิจำเป็ต้องทำงานในเรือน จงหมั่นลับฝีมือ เพื่อขึ้นประลองมีผู้ใดคัดค้านหรือไม่?"
ทุกคนพยักหน้าเห็นพ้องมีเพียง เซี่ยวหลินเยว่ ที่หันหลังและเดินเข้าเรือนตนเองโดยมิกล่าวสิ่งใดเซี่ยวหลินหลุน ชำเลืองมองเล็กน้อยแต่มิพูดอะไรออกมาเพียงทอดถอนหายใจเล็กน้อยเท่านั้น
"เมื่อไม่มีผู้ใดคัดค้านเป็อันตกลงตามนี้ เล้งซาน เ้าไปพักได้ ขาดเหลือสิ่งใดขอให้จงบอกแก่ข้าโดยตรง"
เล้งซานประสานมือก้มโค้งตัวลง
"ขอบคุณนายท่านที่เมตตาผู้เยาว์จะทำสุดความสามารถให้สมกับที่นายท่านตั้งความหวังข้ามิขาดเหลือสิ่งใดขอเพียงมีข้าวทุกมื้อ และที่ซุกหัวนอนก็นับเป็บุญคุณมากล้นแล้ว"
"ยอดเยี่ยม!!นับว่าเ้ามีความถ่อมตน น่าส่งเสริม"
"ถ้าเช่นนั้นผู้เยาว์ขอตัวไปพักก่อน"
เล้งซานหลบมาพักใต้ต้นไม้สวนตะวันตก โคจรดูดซับพลังตกค้างของ หลี่เย่กวนแต่ยังไม่เพียงพอให้มันขึ้นสู่ขั้นที่ 5 เพราะช่องว่างของพลังจะมากขึ้นเรื่อยๆตามระดับชั้นและระดับขั้นลมปราณ
"เฟรย่าท่านมีวิธีการได้ เพิ่มลมปราณอย่างก้าวะโหรือไม่?"
"เหอะ!!ข้าคือธิดาแห่งาาเผ่าเทพ ในอดีตพลังปราณของเราสูงกว่าเ้าเสียอีกเราล้วนมีวิธีเพิ่มลมปราณอย่างก้าวะโ นับสิบวิธี"
"จริงหรือ!!"
"เรามิเคยโป้ปด"
"ไหนท่านลองแจ้งแก่ผู้น้อยซักหนึ่งวิธีเป็อย่างไรเล่า?" เล้งซานกล่าวอย่างตื่นเต้นมือสองข้างถูสีกันไปมาราวกับเด็กอยากได้ของเล่น
"ง่ายมาก!!สำหรับเ้านั้น ด้วยทรัพยาการของโลกมนุษย์ วิธีที่ดีที่สุดในตอนนี้คือ ใช้โอสถและเม็ดยาเพิ่มลมปราณ"
เล้งซานขมวดคิ้วเล็กน้อยพร้อมส่ายหน้าและถอนหายใจหนักหน่วง
"เฮ้ออออ..วิธีเช่นนั้นข้าย่อมรู้อยู่แล้ว แต่ด้วยเงินที่พอเพียงยาไส้อีกทั้งที่นี่ยังเป็เพียงหมู่บ้านเล็กๆไหนเลยจะหาโอสถชั้นดีได้หากอยู่ที่ตระกูลเล้งในอดีตด้วยทรัพยากรมากมาย ข้าย่อมไปถึงขั้นลมปราณสีน้ำเงิน ใน1 ปี"
"เ้าเด็กโง่!!คิดว่าโอสถ ทั้งหลายมาจากที่ใด?"
"ล้วนถูกปรุงโดยนักปรุงยา"
"และเหตุใดนักปรุงยาเ่าั้จึงปรุงยาได้?"
"เพราะมีสูตรยาที่สืบทอดมาแต่โบราณถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น"
"ผิด!!จริงอยู่ที่สูตรยามีการสืบทอดมา แต่สูตรยาในโลกมนุษย์กว่า 8 ส่วนมาจากพวกเราเผ่าเทพที่เมตตาและแสดงสูตรยาให้แก่มนุษย์"
"ทะ..ท่านจะบอกว่าตัวท่านสามารถปรุงยาได้!!"
"เหอะ!!เราธิดาแห่งาาเผ่าเทพ มีตำแหน่งเป็หัวหน้าผู้ฝึกสอนวิชาแพทย์และวิชาปรุงยาในเผ่าเทพ เรารู้วิธีรักษาโรคภัยและอาการาเ็ กว่าเจ็ดพันวิธีสูตรปรุงยากว่าสองหมื่นสูตร แม้หมอเทวดา ในโลกมนุษย์ที่พวกเ้ายกย่องสรรเสริญก็มีความรู้ทางการแพทย์และปรุงยา ไม่ถึง 3 ในสิบส่วนของเรา!!"
เล้งซาน เบิกตากว้างมันมิเคยรู้เื่เกี่ยวกับการปรุงยา เพราะที่ตระกูลจะจัดหาให้มันมาตลอดมิเคยขาดการที่มาอยู่ ณ ดินแดนเช่นนี้ด้วยตัวคนเดียว วิชาแพทย์และวิชาปรุงยามีความสำคัญเป็รองเพียงแค่พลังฝีมือเท่านั้น
"เฟรย่าท่านผู้เป็ถึงหัวหน้าผู้ฝึกสอน มิคิดจะสอนผู้น้อยบ้างหรือ?"
"ชิ!!เ้าเด็กแก่แดด หากอยากเรียนอย่างน้อยเ้าต้องมีปราณอัคคีเสียก่อนจึงจะปรุงยาเองได้ เรานั้นไร้ร่างกาย ทำได้เพียงสอนวิธีเท่านั้น"
"ช่างน่าเสียดายตระกูลเล้งของข้า ไม่ได้มีเคล็ดวิชาปราณอัคคีข้าคงต้องรอจนกว่าจะเจอสำนักไหนซักแห่งที่มีเคล็ดวิชาสายอัคคีนี้"เล้งซานเศร้าใจเล็กน้อยและรู้สึกเสียดายโอกาส ในการเป็นักปรุงยา
"มีวิธีที่ง่ายกว่านั้นอยู่เ้าลืมไปแล้วหรือว่าเ้าเป็ร่างสถิตย์ัฟ้า"
"เกี่ยวอันใดกับร่างสถิตย์ัฟ้า?"
"หากเ้าทะลวงถึงขั้นลมปราณสีครามเ้าจะได้รับพร ลมหายใจแห่งั"
"ลมหายใจแห่งั?"เล้งซานขมวดคิ้วเล็กน้อย
"หายใจเข้าคือวายุหายใจออกคือเปลวเพลิง นั่นคือั พรลมหายใจแห่งัคือการที่เ้าเปลี่ยนลมปราณในร่างให้กลายเป็อัคคีได้ดังใจควบคุมและเคลื่อนไหวอัคคีได้รวดเร็วดั่งวายุปลดปล่อยพลังได้ง่ายดายเทียบเท่าการหายใจ ซึ่งนั้นก็คือปราณธาตุอัคคีและยังเป็อัคคีแห่งั ส่วนแตกต่างจากอัคคีทั่วไปอย่างไรนั้นแม้ปู่เ้าก็มิอาจบอกได้..."