“กู้หยูม่าน เ้าอย่ามาทำเป็แกล้งตาย หรือต่อให้วันนี้เ้าตายขึ้นมาจริงๆ ข้าก็ยังจะไล่เ้ากับลูกของเ้าออกจากบ้านอยู่ดี” หลิ่วซานกั๋วะโต่อว่าภรรยา ด้วยเสียงที่ดังของเขาทำให้ชาวบ้านเริ่มออกมาดู อย่างไรเื่ของผัวเมียก็นับเป็เื่สนุกที่ทุกคนสนใจ
“หลิ่วซิ่วไฉ เกิดเื่อะไรขึ้นหรือ” ยายหลิ่วสาม หญิงชราผู้สอดรู้สอดเห็นประจำหมู่บ้านถามขึ้นอย่างสนใจ
หลิ่วซานกั๋วยืดอกด้วยความภาคภูมิใจก่อนจะตอบคำถาม แม้คนในหมู่บ้านจะเป็ผู้าุโหรือเป็ญาติที่เห็นเขาเติบโตมาั้แ่เด็ก แต่เขาก็ยังอยากให้ทุกคนเรียกเขาว่าหลิ่วซิ่วไฉแทนที่จะเรียกชื่อของเขาอยู่ดี เพราะในหมู่บ้านไม่มีใครมีตำแหน่งซิ่วไฉเหมือนกับเขา นับว่าครอบครัวของเขามีหน้ามีตามากที่สุดแล้ว
“เื่มันเป็เช่นนี้ขอรับท่านป้าสาม เมื่อหลายปีก่อนข้าเดินทางไปเรียนที่สำนักศึกษาในอำเภอ ระหว่างทางข้าโชคร้ายจึงถูกโจรดักปล้น คุณหนูเจียงได้ช่วยชีวิตข้าไว้ เป็เพราะเหตุการณ์นั้นทำให้ข้ากับนางต้องพักค้างคืนที่วัดร้างกลางป่าด้วยกัน ถึงแม้เราสองคนจะไม่ได้ทำอะไรเกินเลย แต่ชื่อเสียงของคุณหนูเจียงก็ต้องมามัวหมองเพราะข้า ข้าจึงตัดสินใจแต่งนางเป็ภรรยาเพื่อกู้ชื่อเสียงให้กับนาง เวลานี้ข้ากับนางก็มีบุตรชายบุตรสาวด้วยกันแล้วขอรับ หลังจากที่ข้าสอบซิ่วไฉได้ ข้าตั้งใจจะพานางกับลูกๆ มาคารวะท่านพ่อกับท่านแม่ แต่นางกับลูกๆ ไม่ยอมตามข้ากลับมาเพราะติดที่กู้หยูม่านยังอาศัยอยู่ที่นี่” หลิ่วซานกั๋วพูดพร้อมกับแสดงสีหน้าคับข้องใจ “ตอนที่ข้ารับกู้หยูม่านเข้ามาอยู่ในครอบครัว พวกท่านยังจำได้หรือไม่ขอรับว่าข้ารับนางเข้ามาด้วยสาเหตุใด”
ยายหลิ่วสามทำท่านึก “จำได้! ข้าจำได้ ตอนนั้นเ้าบอกว่าเป็เพราะเ้าเห็นว่านางถูกอันธพาลรุมรังแก เ้าจึงรับสมอ้างว่าเ้าเป็สามีเพื่อพานางกลับมาอยู่ด้วยกัน ทั้งหมดก็เพื่อความปลอดภัยของนางใช่หรือไม่”
“ขอบคุณท่านป้าที่จำเื่ราวทั้งหมดได้ขอรับ” หลิ่วซานกั๋วกล่าวอย่างซาบซึ้งแล้วเล่าต่อ “ตอนนั้นข้าเห็นว่านางเป็หญิงพลัดถิ่นและไม่มีญาติมิตร หากข้าไม่ช่วยนาง นางคงถูกคนพาไปข่มเหงอีกแน่”
“ความดีของเ้า์ย่อมรู้อยู่แล้ว เพียงแต่ว่าเื่นี้มันเกี่ยวกับที่เ้า้าไล่นางออกจากบ้านอย่างไร” ยายหลิ่วสามถามอย่างสงสัย “เ้ากับหยูม่านอยู่กินกันมาหลายปี อีกทั้งฝาแฝดทั้งสามคนก็เป็ลูกชายของเ้า สถานะของนางก็น่าจะเป็ภรรยา แล้วทำไมเ้าถึงบอกว่าคุณหนูเจียงผู้นั้นเป็ภรรยาของเ้ากันเล่า”
หลิ่วซานกั๋วเปลี่ยนสีหน้าเป็รู้สึกผิด “ความจริงแล้วข้าก็ไม่อยากพูดถึงเื่ในอดีตของนาง แต่เพราะตอนนี้ข้ามีภรรยาที่ถูกต้องและมีบุตรชายบุตรสาวที่น่ารัก อีกทั้งภรรยาของข้าก็ไม่อยากให้ข้ารับอนุ เช่นนั้นข้าก็จะบอกความจริงให้ทุกคนฟัง ตอนที่ข้าช่วยเหลือกู้หยูม่านจากน้ำมือของอันธพาล นางก็ได้เสียความบริสุทธิ์ให้อันธพาลพวกนั้นไปแล้วขอรับ ดังนั้นเด็กทั้งสามคนจึงไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของข้า แต่ในหลายปีนี้ที่ข้าไม่ได้พูดอะไรออกมาสักคำก็เพราะเห็นแก่ความดีที่นางดูแลท่านพ่อกับท่านแม่ของข้าเป็อย่างดี”
ยายหลิ่วสามตบเข่าฉาดใหญ่ “เ้าช่างเป็คนดีเหลือเกิน ยอมให้หญิงมีราคีเข้ามาอยู่ในบ้านแล้วยังเลี้ยงดูลูกคนอื่นมาตั้งหลายปี เป็ข้าคงทำไม่ได้เหมือนเ้าหรอก เอาล่ะ...ตอนนี้ข้าเข้าใจแล้ว ถึงแม้เ้าจะไม่ไล่นางไป แต่ข้ากับชาวบ้านก็ไม่ยอมให้นางอาศัยอยู่ในหมู่บ้านหลิ่วเจียของเราอีกแล้ว เก็บผู้หญิงแบบนี้ไว้ ต่อไปจะมีใครกล้ามาสู่ขอสตรีของหมู่บ้านเรากัน”
หลิ่วซานกั๋วยิ้มอย่างพอใจเมื่อเห็นผลลัพธ์ ความจริงของเหตุการณ์วันนั้นไม่ใช่อันธพาลที่ทำลายความบริสุทธิ์ของกู้หยูม่าน แต่เป็เขาที่เห็นใบหน้าสะสวยและผิวที่ขาวราวหิมะของนาง ความปรารถนาทางอารมณ์ทำให้เขาข่มเหงนาง แต่เพราะกลัวว่านางจะไปแจ้งทางการ เขาจึงจำเป็ต้องพานางกลับมาอาศัยอยู่ที่บ้านแล้วแต่งเื่อันธพาลขึ้นมา และที่นางไม่ยอมบอกความจริงกับทุกคนเพราะเขาขู่ว่าเขาจะฆ่านางหากนางทำให้ชื่อเสียงของเขาเสียหาย นางจึงยอมปิดปากเงียบมาจนถึงทุกวันนี้
กู้หยูม่านเชื่อฟังและทำตามคำสั่งของเขาทุกอย่าง แม้แต่นางคลอดลูกแฝดออกมา เมื่อเขาไม่อนุญาตให้ลูกๆ ใช้แซ่หลิ่ว นางก็ให้ลูกชายใช้แซ่กู้โดยไม่โต้แย้ง ทั้งนางยังดูแลพ่อแม่ของเขาอย่างดี งานบ้านและงานในไร่ทุกอย่างนางกับลูกๆ ก็ทำทั้งหมด ไม่เว้นแม้แต่ขึ้นเขาไปหาของป่าเพื่อหาเงินมาส่งเสียให้เขาเรียน แต่สตรีที่แสนดีและงดงามในวันนั้นกลับไม่ใช่คนที่เขาอยากใช้ชีวิตด้วย เวลานี้นางเป็เพียงหญิงชาวบ้านที่ร่างกายผ่ายผอมและหิวแห้งคล้ำ มองหน้านางทีไรเขาก็แทบจะอาเจียน จะไปเทียบกับคุณหนูเจียงได้อย่างไร
คุณหนูเจียงที่เวลาอยู่ต่อหน้าผู้คนจะเป็สตรีอ่อนหวาน แต่เวลาอยู่ในห้องหอกับเขาเพียงลำพังกลับกลายเป็จิ้งจอกน้อยที่ทำให้เขาหลงใหลจนโงหัวไม่ขึ้น อีกทั้งนางยังเป็ถึงบุตรสาวของเถ้าแก่เจียงแห่งร้านขายข้าวสารและธัญพืชที่ใหญ่ที่สุดในอำเภอฉาง เขาคงโง่เต็มทีหากปล่อยคุณหนูเจียงแล้วมาใช้ชีวิตร่วมกับกู้หยูม่าน
หลิ่วซานกั๋วดีใจที่ตอนนั้นเขาไม่ได้ลงบันทึกในหนังสือสมรสกับกู้หยูม่านและไม่ได้บันทึกชื่อของเด็กแฝดทั้งสามคนในบันทึกตระกูลหลิ่ว หากเป็เช่นนั้นเขาคงจัดการเื่ราวต่างๆ ได้ยากกว่านี้แน่
ดังนั้นต่อให้กู้หยูม่านไปแจ้งทางการแล้วเรียกร้องสิทธิ์ความเป็ภรรยาจากเขา นางก็ทำไม่ได้แล้ว ส่วนเด็กสามคนนั้นน่ะหรือ เด็กพวกนั้นเป็ผลผลิตที่เกิดมาจากเขาแล้วจะอย่างไร ในเมื่อเขาบอกกับทุกคนไปแล้วว่าเด็กทั้งสามคนเป็เด็กที่เกิดจากอันธพาล คำพูดของซิ่วไฉเช่นเขาย่อมน่าเชื่อถือ
ภายในโรงเก็บฟืน เด็กชายวัยห้าขวบสามคนนั่งเฝ้ามารดาอยู่อย่างเรียบร้อย พวกเขาได้ยินคำพูดของบิดาทุกคำ แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้พวกเขาเสียใจ พวกเขาผิดหวังกับบิดาผู้นี้มานานแล้ว พวกเขาสามคนพี่น้องไม่เคยเรียกหลิ่วซานกั๋วว่าท่านพ่อ เพราะหลิ่วซานกั๋วอนุญาตให้พวกเขาเรียกว่านายท่าน
ส่วนท่านปู่กับท่านย่าแสนเสแสร้งคู่นั้นน่ะหรือ ไม่มีคำเรียกที่สนิทสนมเ่าั้ออกจากปากสามพี่น้องเหมือนกัน ได้เรียกผู้ชราทั้งสองว่านายท่านผู้เฒ่ากับนายหญิงผู้เฒ่า ผู้ชราทั้งสองก็เรียกร้องถามหาบุญคุณกับพวกเขากันยกใหญ่แล้ว
แต่เวลานี้สามพี่น้องไม่ได้กังวลเกี่ยวกับบิดาหรือแม้แต่ท่านปู่ท่านย่าของพวกเขาแม้แต่น้อย พวกเขาเป็ห่วงท่านแม่มากกว่า
“พี่ใหญ่ ทำไมท่านแม่ยังไม่ตื่นขึ้นมาอีก ท่านแม่ไม่เคยนอนตื่นสายมาก่อนเลยนะขอรับ” กู้เฟิงเฉิงถามพี่ชายคนโต
“นั่นสิพี่ใหญ่ ปกติท่านแม่มักจะนอนตื่นก่อนพวกเรานี่นา” กู้เฟิงิจับมือมารดาไว้ “มือท่านแม่ไม่เย็นเหมือนเมื่อคืน หรือว่าอาการของท่านแม่จะดีขึ้นแล้ว แต่ที่ไม่ตื่นเพราะท่านแม่ยังเหนื่อยอยู่”
“ข้าจะไปตามท่านหมอให้มาดูอาการท่านแม่ พวกเ้าดูแลท่านแม่ให้ดี” กู้เฟิงอวี่กำลังจะเดินออกไป
“พี่ใหญ่! มือท่านแม่ขยับแล้วขอรับ” กู้เฟิงิพูดอย่างดีใจ
กู้หยูม่านได้ยินเสียงะโด่าก็นึกว่าตัวเองยังนอนอยู่ที่บ้านเช่าข้างโรงงาน เพราะผัวเมียข้างบ้านมักจะทะเลาะกันเป็ประจำ แต่เธอถูกเลิกจ้างและกำลังขับรถกลับบ้านที่เพิ่งซื้อไว้ไม่ใช่เหรอ แล้วยังมีเสียงเล็กๆ ของเด็กที่ดังอยู่ข้างหูนี่อีก เด็กพวกนี้เป็ใครกัน
กู้หยูม่านปรับสายตาให้เข้ากับความสว่าง แต่พอลืมตาขึ้นมา ความสว่างที่คิดไว้กลับไม่มี ห้องทั้งมืด ผนังห้องก็เก่าทรุดโทรมเต็มด้วยหยากไย่ มีกองไม้ระเกะระกะที่วางอยู่เต็มพื้นไปหมด ส่วนเธอก็นอนอยู่บนเศษฟางที่แห้งป่นจนเหมือนนอนอยู่บนพื้นแข็งๆ โดยไม่มีอะไรมารอง แล้วยังเด็กสามคนที่ผอมแห้งและหัวโตเหมือนไม้ขีดนี้อีก
“ท่านแม่! ท่านแม่ฟื้นแล้ว ในที่สุดท่านก็ฟื้นสักที” กู้เฟิงเฉิงร้องไห้ออกมาอย่างดีใจ “ข้าคิดว่าท่านแม่จะทิ้งพวกเราไปแล้วขอรับ”
“ท่านแม่?” กู้หยูม่านปวดหัวอย่างหนักนางจึงหลับตาลง และความทรงจำของเ้าของร่างเดิมก็ปรากฏขึ้น ใช้เวลาไม่นานกู้หยูม่านก็ลืมตาขึ้นอีกครั้ง
“เ้าใหญ่ เ้ารอง เ้าสาม ผู้ใดมายืนะโอยู่ข้างนอก” จารวีหรือกู้หยูม่านไม่ได้แปลกใจ นิยายทะลุมิติเอยนิยายย้อนเวลาเอย นางอ่านมาหลายพันเื่แล้ว อีกทั้งเื่แปลกและเื่ลี้ลับในโลกมีมากมาย นางไม่เก็บมาใส่ใจหรอก ขอแค่ได้มีลมหายใจแล้วใช้ชีวิตต่อไปก็พอ
“เป็เสียงของนายท่านหลิ่วขอรับ” กู้เฟิงเฉิงตอบ
“เ้าสาม เ้าต้องเรียกเขาว่าหลิ่วซิ่วไฉ บอกเท่าไหร่ทำไมไม่จำ อยากถูกจับไปตีก้นอีกหรือไร” กู้เฟิงอวี่เตือนน้องชายคนเล็ก
“ท่านแม่ หลิ่วซิ่วไฉบอกว่าเราสามคนไม่ใช่ลูกของเขา พวกเราเป็ลูกที่เกิดจากอันธพาล และท่านแม่ก็ไม่ใช่ภรรยาของเขา ที่เขาให้ท่านกับเราสามคนอาศัยอยู่ในบ้านก็เพราะความสงสาร ตอนนี้เขากำลังจะพาภรรยากับบุตรของเขากลับมา เขาจึงไล่เราออกจากบ้านขอรับ” กู้เฟิงเฉิงทวนคำพูดของบิดาให้มารดาฟังโดยไม่ตกหล่นแม้แต่คำเดียว “เราจะไปกันเมื่อไหร่หรือขอรับ”
กู้หยูม่านมองลูกชายของตนอย่างสนใจ “ได้ยินอย่างนั้นแล้วพวกเ้าไม่เสียใจหรือ มีบิดาเป็ซิ่วไฉก็จะมีแต่คนเกรงใจ อีกอย่างถ้าเขาไล่เราไปจริงๆ เราก็จะไม่มีบ้านอยู่แล้วนะ”
“ต่อให้ต้องไปนอนบนเขาข้าก็ไม่เสียใจ ข้าอยู่ได้ทุกที่ขอแค่มีท่านแม่ พี่ใหญ่ แล้วก็น้องเล็กอยู่กันพร้อมหน้าขอรับ” กู้เฟิงิพูดขึ้น “ดีเสียอีก ต่อไปนี้เวลาที่ข้าหาของป่ามาได้ ข้าก็จะเก็บไว้ให้ท่านแม่กินจนอิ่ม จะได้ไม่ต้องคอยซ่อนของกินไว้อีกแล้ว”
“เฟิงอวี่ เฟิงิ เฟิงเฉิง พวกเ้าเชื่อคำพูดของหลิ่วซานกั๋วหรือไม่ หากแม่เป็ผู้หญิงไม่ดีอย่างที่เขาว่า พวกเ้ายังจะรักแม่อยู่หรือไม่ พวกเ้าจะอายหรือไม่” กู้หยูม่านถามเด็กชายทั้งสาม ชีวิตที่แล้วนางเป็สาวโสดที่ไม่เคยมีแม้กระทั่งคนรัก แต่ชีวิตนี้อยู่ดีๆ ก็มีลูกชายที่น่ารักถึงสามคน ด้วยความที่นางเป็คนรักเด็กและความรู้สึกของร่างเดิมยังหลงเหลืออยู่ นางจึงเป็ห่วงว่าเด็กน้อยทั้งสามจะเสียใจที่ได้ยินคำพูดแสนโหดร้ายของบิดาแท้ๆ
“ท่านแม่ ข้าไม่เชื่อคำพูดของเขาเลยขอรับ” กู้เฟิงอวี่พูดด้วยท่าทางจริงจัง “แต่ข้ากลับภาวนาให้คำพูดของเขาเป็ความจริง เพราะข้ากับน้องๆ ไม่อยากเป็ลูกชายของเขาและไม่อยากเป็คนสกุลหลิ่ว พวกเราไม่อยากมีสายเืชั่วๆ ของเขา ต่อให้เราสามคนต้องเกิดมาจากอันธพาลก็ตาม”
“พวกเ้าไม่ตำหนิที่แม่ให้พวกเ้ามาใช้แซ่กู้ั้แ่แรกใช่หรือไม่” กู้หยูม่านถามย้ำอีกครั้ง เพราะหลังจากนี้นางต้องตัดสินใจเื่ใหญ่ของชีวิต
“ไม่เลยขอรับ พวกเราไม่เคยตำหนิท่าน” เด็กชายฝาแฝดทั้งสามคนตอบพร้อมกัน
กู้หยูม่านยิ้มแล้วลูบศีรษะเด็กชายทั้งสามคนอย่างเบามือ ตอนที่ความทรงจำของร่างเดิมหลั่งไหลเข้ามา นางรับรู้ได้ถึงพลังของมิติวิเศษ แต่นางยังไม่ได้สำรวจว่ามิติมีความพิเศษอย่างไรและใช้งานอย่างไร เอาไว้ให้จัดการปัญหาตรงหน้าให้เสร็จก่อน จากนั้นค่อยสำรวจมิติทีหลังก็ยังไม่สาย
“เช่นนั้นเราก็ออกไปดูข้างนอกกัน” กู้หยูม่านจูงมือเด็กชายฝาแฝดทั้งสามคนเดินออกไปจากห้องเก็บฟืน