ณ หมู่บ้านเล็ก ๆ ทางทิศตะวันออกของเมืองหลวง ยังมีคฤหาสน์ หรูหราตั้งอยู่ สถานที่แห่งนี้มีเ้าของนามว่า มหาเศรษฐี เฟยเหลียน ชายวัยกลางคนผู้มีทรัพย์สิน และ บริวารมั่งคง ตัวมันขึ้นชื่อเื่ความเ้าชู้ และมีภรรยาหลายคน แต่หนึ่งในนั้นก็มีเพียงคนเดียวที่มี บุตรชาย เป็ทายาทให้มันสืบสกุลได้ นั้นก็คือ หนานฮัว หรือก็คือมารดาแท้ ๆ ของเฟยฮุ่นนั้นเอง
เฟยเหลียน นั้นรัก และตามใจเฟยฮุ่นในทุก ๆ เื่ ไม่ว่าเื่นั้นจะดี หรือเลวแค่ไหนก็ตาม นั้นจึงทำให้ เฟยฮุ่นเสียนิสัยมาั้แ่วัยเยาว์ มันกลายเป็คนเอาแต่ใจ และทะเยอทะยานเป็อย่างมาก และยิ่งมี เ้าอาฟง ซึ่งเป็บุตรชายคนสนิทของเฟยเหลียนบิดามัน คอยประจบสอพลอตลอดเวลาแล้วด้วย เฟยฮุ่นก็ยิ่งลำพองไม่เห็นหัวคนที่ต่ำกว่าหนักขึ้นไปอีก นี่จึงเป็เหตุผลว่าทำไมมันถึงได้ชอบดูถูกเหยียดหยามพวกลูกของคนรับใช้นักหนา โดยเฉพาะกับ ห่าวหราน และ จางิ่
สองคนนี้ถูกเฟยฮุ่น กับ อาฟง คอยกลั่นแกล้ง กดขี่ข่มเหงมาั้แ่เยาว์วัย จางิ่ยังดีที่มีบิดา มารดา คอยปลอบใจ แต่ห่าวหรานนั้นหามีผู้ใดคอยทำเช่นนั้นไม่ เพราะตัวมันเองเป็เพียงแค่เด็กกำพร้าที่ถูกนำมาทิ้งไว้หน้าคฤหาสน์ในวันที่ฝนโปรยปรายคืนหนึ่ง โชคดีที่์เมตตา มารดาของจางิ่บังเอิญออกมาแถวหน้าประตูพอดี นางเลยได้ยินเสียงเด็กทารกร้อง จึงออกมาดู และนำตัวห่าวหรานในตะกร้ากลับเข้าไปดูแล ก่อนที่นางจะปรึกษากับสามี และไปขออนุญาต ฮูหยินใหญ่ หนานฮัว ให้รับ ห่าวหรานเข้ามาอยู่ในคฤหาสน์ด้วยอีกคน ซึ่งหนานฮัวก็ตกลง สองผัวเมียสกุลจางจึงได้บุตรบุญธรรมมาเลี้ยง ก่อนที่อีกไม่กี่เดือนต่อมา จางลู่ ได้รับข่าวดีว่าภรรยาของมันกำลังท้อง ซึ่งอีกเก้าเดือนต่อมา จางิ่ก็ถือกำเนิดขึ้น
แต่ดังคำโบราณที่กล่าวไว้ เืย่อมข้นกว่าน้ำ จางิ่ ซึ่งเป็บุตรชายคนแรกของสองผัวเมียสกุลย่อมได้รับความรัก ความเอาใจใส่ มากกว่าห่าวหรานที่เป็เด็กเก็บมาเลี้ยง แต่ก็ไม่ได้แปลว่า สองผัวจะไม่ไยดีห่าวหราน พวกมันยังคงอบรมสั่งสอนมันเป็อย่างดี และ บวกด้วยความที่ ห่าวหรานเป็ เด็กน่ารัก และขยันขันแข็ง อ่อนน้อมถ่อมตน มันจึงทำให้บ่าวไพร่ข้ารับใช้คนอื่น ๆ ในคฤหาสน์ รวมไปถึง หนานฮัว เมตตา เอ็นดูมันเป็อย่างมาก
ต่อหลังจากนั้นไม่กี่ปี ห่าวหราน และ จางิ่ก็เติบโตขึ้นมาพร้อม ๆ กัน ในฐานะพี่น้องต่างสายเื ทั้งสองคนมักจะช่วยเหลือดูกันอยู่เสมอ ๆ บางครั้งก็แอบไปเล่นในป่า จนโดน อี้เหนียงมารดาของพวกมันตำหนิ หรือถ้าซนมาก ๆ ก็จะโดนจางลู่ทำโทษด้วยการหวดก้นจนเจ็บไปตาม ๆ กัน
และ…วีรกรรมที่ร้ายแรงที่สุดก็คือ ห่าวหร่าน ถูกใช้ให้เข้าไปในป่าลึกเพื่อหาวัตถุดิบบางอย่างเอามาหลอมเป็อาวุธ ซึ่งคำสั่งนี้มาจาก เฟยฮุ่น โดยตรง สาเหตุที่เป็เช่นนี้ก็เพราะว่า มันเกิดความอิจฉาริษยา ห่าวหร่านเป็อย่างมากในเื่ที่ หนิงอวี่ บุตรสาวของสหายบิดามัน มาทำตัวสนิทสนมกับ
ห่าวหราน เฟยฮุ่นรู้สึกเสียหน้า และเจ็บแค้นเป็อย่างมาก เหตุใดทุกคนจึงรักแต่ ห่าวหราน ทั้ง ๆ ที่มันไม่มีหัวนอนปลายเท้าด้วยซ้ำ มาจากไหนก็ไม่มีใครรู้ ผิดกับคุณชายสกุลเฟยอย่างมันที่มีพร้อมทุกอย่าง
เ้าอาฟงจอมประจบสอพลอจึงได้วางแผนชั่วให้เฟยฮุ่นเป็คนสั่งการ ซึ่งก็คือให้ ห่าวหราน เข้าไปในป่าลึกเพื่อนำ วัตถุบางอย่างในถ้ำมรณะ ออกมาหลอมเป็อาวุธหายาก ซึ่งเป็ที่รู้กันดีว่าถ้ำที่ว่านั้นมีความอันตรายเป็อย่างมาก มีเสียงล่ำลือกันว่าในนั้นมี สัตว์อสูรฟ้าดินชั้นปฐีระดับสูง อาศัยอยู่ ดังนั้นอย่าว่าแต่ นายพรานมือฉมังเลย ต่อให้เป็นักสู้ปราณฟ้าดินชั้นปฐีระดับสูง ก็ยังอยากที่จะมีชีวิตรอดกลับออกมา นี่จึงเหมือนเป็การเดินเข้าไป ขอความตายจากมัจจุราชชัด ๆ แต่ในเมื่อเป็คำสั่งโดยตรงจาก นายน้องแห่งสกุลเฟย ห่าวหรานก็มิอาจขัดได้ แถมมันยังถูกสั่งให้ไปเพียงผู้เดียวอีกต่างหาก แม้จางิ่อยากจะตามไปด้วยขนาดไหมมันก็ทำไม่ได้..
และ หลังจากผ่านไปเกือบ 7 วัน ห่าวหราวก็กลับออกมาจากป่าได้สำเร็จ มันไม่ตายแต่ร่างกายก็สะบักสะบอม แถมดวงตาข้างซ้ายยังมีผ้าสีดำคาดอยู่ ซึ่งก็แปลว่า ดวงตาข้างนี้คงโดนตัวอะไรทำร้ายมาจนบอดสนิท เฟ่ยฮุ่นรู้สึกใมากเมื่อรู้ข่าวว่าห่าวหรานยังไม่ตาย ตอนแรกมันก็คิดจะลงโทษ โทษฐานที่ไม่ได้วัตถุดิบหายากติดมากลับมาตามคำสั่ง แต่พอรู้ว่าห่าวหรานสูญเสียดวงตาไปหนึ่งข้างจนกลายเป็ ไอ้บอด ความโกรธในกายของเฟยฮุ่นก็จางหายไป มันคิดว่าเป็เช่นนี้ก็เหมาะแล้ว หนิงอวี่ และคน อื่นก็จะ คงไม่เหลียวแลมันอีก
แต่ก็หาได้เป็อย่างที่เฟยฮุ่นคาดไม่ พอห่าวหรานเหลือดวงตาข้างเดียว มันกลับได้รับความรัก และความเมตตาหนักกว่าเดิม เฟยฮุ่นจึงเจ็บแค้น และคอยหาทางกลั่นแกล้ง ใช้งานมันสารพัด ไม่ว่าจะเป็การให้ไปล่าสัตว์ดุร้ายเพื่อมาทำอาหาร หรือ หาวัตถุดิบมาหลอมเป็ อาวุธ แถมห่าวหรานยังต้องเป็คนตีหลอมด้วยตนเองเท่านั้น เฟยฮุ่นจึงจะพอใจ ทุกคนต่างสงสารห่าวหรานเป็อย่างมาก แต่ก็มิมีผู้ใดสอดมือเข้ามาช่วยได้ เพราะขืนทำเช่นนั้นก็คงโดนเฟยฮุ่นลงโทษ หรือไม่ก็โดนไล่ออกจากสกุลเฟยเป็แน่ แต่ถึงกระนั้นจางิ่ ก็ยังคอยแอบช่วยห่าวหรานซึ่งเปรียบเสมือนพี่ชายแท้ ๆ ของมันอยู่เสมอ ๆ
จวบจนกระทั่งวันเวลาผ่านไปหลายปี เหล่าเด็ก ๆ ก็เติบใหญ่ขึ้น เป็วัยหนุ่ม วัยสาว ตามกาลเวลา จางิ่นั้นชอบใช้แรง และพละกำลัง แถมยังกินจุ ดังนั้นรูปร่างของมันจึงกำยำผิดกับคนในรุ่นเดียวกัน ส่วนห่าวหราน แม้รูปร่างจะได้สูงใหญ่โตเหมือนจางิ่ แต่โดยรวมแล้วดูสมชายเป็ยิ่งนัก นั้นก็เพราะถูกใช้ให้แบกค้อนตีเหล็กมาั้แ่เยาว์วัย แถมยังต้องออกล่าสัตว์ดุร้ายตัวโต ๆ จนมีรอยแผลเป็สลักไว้ทั่วร่าง
ส่วนเฟยฮุ่นนั้นพอเติบใหญ่ มันก็มุ่งเน้นไปในเื่การเล่าเรียน และฝึกวรยุทธ์ตามที่บิดาของมัน้า ความปรารถนาสูงสุดของ มหาเศรษฐีเฟยเหลียนก็คือ การส่งบุตรชายของมันเข้าไปเป็ ศิษย์อันดับหนึ่งแห่ง สำนัก ปราณพิทักษ์ฟ้า ซึ่งประจวบเหมาะกับ ในอีกไม่กี่อาทิตย์ที่จะถึง ทางสำนักก็จะมีการเปิดทดสอบเพื่อรับศิษย์รุ่นใหม่เข้าสำนักพอดี เฟยเหลียนจึงวางแผนที่จะส่งเฟยฮุ่นเดินทางไปยังเมืองหลวงเพื่อร่วมงานใหญ่ในครั้งนี้…
จบบทที่ 2