[จบ]Death System จอมเวทย์ท้าความตาย

    173 จ้าวแห่งภูติทั้งปวง

    กรึก!


    เสียงกระดูกปริแตกดังก้องมาจนถึงหูของแอนเดอร์สัน เขาไม่รับรู้ถึงความเจ็บปวดจากกระดูกที่ปริแตกออกจากกันเลยสักนิดเดียว ทันใดนั้นกล้ามเนื้อของเขาก็ถูกทำลายจนกลายเป็นของเหลว ก่อนที่ผิวหนังของเขาจะสลายหายไป พริบตาที่แอนเดอร์สันกำลังสงสัยว่าเหตุการณ์นี้มันคืออะไร ร่างกายของเขาที่ถูกทำลายก็ได้กลายเป็นพลังงานก่อนจะสร้างขึ้นมาใหม่


    กระดูกที่ถูกทำลายและย่อยสลายกลายเป็นผุยผงได้กลับมารวมตัวกันในรูปแบบของมานา กล้ามเนื้อของเขาที่ถูกทำลายจนกลายเป็นของเหลวผสมเข้ากับเลือดก็เริ่มกลับมาเรียงตัวกันใหม่ เส้นเลือดมากมายที่แตกกระจายก็ได้กลายมาเป็นเส้นเลือดที่อัดแน่นไปด้วยมานามากมายมหาศาล แอนเดอร์สันที่สามารถรวมร่างกลับมาได้จากมานานี้เองนั้นเขาจึงมองไปยังสมองของตนเองที่ถูกสร้างขึ้นมาใหม่ แม้มันจะเป็นเลือดเนื้อแต่กลับเป็นสิ่งที่สร้างขึ้นมาจากมานาเช่นเดียวกัน ภายใต้การสลายร่างกายแล้วสร้างขึ้นมาใหม่นี้เองนั้น แอนเดอร์สันได้มองไปยังแกนพลังเวทย์ของตนเองที่ถูกสลายหายไป จนตอนนี้กลางหน้าอกของเขาไม่มีแกนพลังเวทย์อยู่เลยสักนิดเดียว


    “เป็นอย่างที่ราชินีฟีโอน่าพูดสินะ”


    แอนเดอร์สันรู้สึกดีใจหลังจากรู้ว่าจุดอ่อนของเขาไม่ใช่แกนพลังเวทย์ใจกลางหน้าอกอีกต่อไป ตอนนี้ตัวของเขากลายเป็นแกนพลังเวทย์ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว  ร่างแห่งมานาที่เขากำลังจะได้รับคือร่างที่ไม่มีแกนพลังเวทย์ ทุกส่วนในร่างกายล้วนแล้วกักเก็บมานาเอาไว้ได้ทั้งหมด อย่างไรก็ตามเขาก็เกิดความสงสัยในระหว่างการก้าวข้ามขีดจำกัด 


    สิ่งที่เขากำลังสงสัยในตอนนี้เองนั้น คือการส่งมานาเข้าไปยังกล้ามเนื้อเพื่อทำให้ร่างกายของเขาแข็งแกร่งและทนทานมากยิ่งขึ้นแบบนักรบ การที่ร่างกายของเขาเป็นร่างแห่งมานา แอนเดอร์สันกลัวว่ากล้ามเนื้อทั้งหมดของเขาจะกลายเป็นมานาจนไม่สามารถใช้วิธีส่งมานาเข้าไปทำลายกล้ามเนื้อเพื่อสร้างมันขึ้นมาใหม่ได้อีกต่อไป ถึงอย่างนั้นเขากลับต้องลบความสงสัยทิ้งไปก่อนเพราะตอนนี้เขากำลังลุกยืนด้วยการบังคับจากพลังมานารอบๆตัว


    วิ๊ง!


    แสงสีทองปนสีเขียวอ่อนส่องประกายออกมาจากร่างของแอนเดอร์สัน ทันทีที่เขาลืมตาตื่นขึ้นมานี้เองนั้น พลังมานามหาศาลก็ได้กระจายตัวออกไปอย่างอ่อนโยนเข้าโอบอุ้มทุกๆอย่าง แอนเดอร์สันที่เห็นว่าการก้าวข้ามนักเวทย์ 900 ปีประสบผลสำเร็จลงไปอย่างง่ายดายนี้เองนั้น เขาก็เริ่มขอบคุณภูติมากมายที่มาช่วยเหลือเขาในทันที พลางมองไปยังต้นไม้แห่งชีวิตที่ช่วยเขาอีกแรงจนภายในร่างไม่ได้มีแค่พลังของภูติเท่านั้น


    “ขอบคุณ ขอบคุณพวกเธอมากๆ ขอบคุณจริงๆ”


    “เย่!”


    เสียงร้องของภูติเหมือนจะดังขึ้นมากกว่าเดิม แอนเดอร์สันจึงสำรวจตัวเองเพราะรู้ว่าการร้องดีใจของภูติน่าจะเกี่ยวข้องกับตัวของเขาที่ผ่านการก้าวข้ามขีดจำกัด  ภายใต้ความคิดที่จะสำรวจตัวเองนั้น แอนเดอร์สันกลับเบิกตากว้างเมื่อจู่ๆเขาก็ดำดิ่งเข้าไปในร่างของตนเองก่อนจะพบว่าภายในตัวของเขาเปลี่ยนเแปลงไป มันไม่ได้เหมือนกับมนุษย์อีกต่อไป ทุกอย่างกลายเป็นมานาทั้งหมด เนื้อหนังของเขาที่สัมผัสถึงเป็นเพียงกลุ่มก้อนมานาเท่านั้น ยิ่งปล่อยจิตให้วิ่งไปตามส่วนต่างๆ เขายิ่งทึ่งจากความรู้สึกที่เหมือนกับกำลังเชื่อมต่อต้นไม้แห่งชีวิต ทุกๆส่วนในตอนนี้กลายเป็นพลังงานไปทั้งหมด


    จึกจึก


    แอนเดอร์สันจิ้มร่างตัวเอง ความรู้สึกของเขายังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนไป เนื้อหนังยังคงให้ความรู้สึกปกติทั้งที่มันถูกสร้างขึ้นมาจากมานา


    “แบบนี้นี่เอง”


    ปกติร่างกายมนุษย์จะประกอบไปด้วยเซลล์มากมายที่ถูกอธิบายว่าเป็นสิ่งมีชีวิตเล็กๆในร่างกายประกอบรวมกันเพื่อทำหน้าที่ของมัน ตอนนี้ร่างกายของแอนเดอร์สันกลับเปลี่ยนไปเพราะเซลล์เหล่านั้นถูกยกระดับให้เป็นมานาที่มีชีวิต ส่งผลให้ร่างกายแอนเดอร์สันในตอนนี้เป็นมานาที่ยังคงความรู้สึกเดิมเหมือนมนุษย์ปกติเอาไว้ 


    อย่างไรก็ตามเขากลับรู้สึกกลัวตัวเองที่เปลี่ยนไป จากเดิมเขามีมานาในแกนพลังเวทย์ 6,910 ปี ตอนนี้มันถูกยกระดับขึ้นไปให้สูงกว่านี้หลายเท่า ความจุมานาของเขาที่เทียบเท่านักเวทย์ 6,910 ปีถูกยกระดับให้มากกว่าเดิมถึง 10 เท่า จากเดิมเป็นเรื่องยากที่เขาจะใช้มานาหมด ตอนนี้มันกลับหมดยากมากกว่าเดิมขึ้นไปอีก แล้วยิ่งเป็นอัตราการฟื้นฟูมานาที่เพิ่มขึ้นมาอีก ยิ่งทำให้แอนเดอร์สันกลัวตัวของเขา


    “แอนเดอร์สัน เป็นอะไรไหม”


    “ยังไหวอยู่หรือเปล่า”


    “เป็นยังไงบ้าง”


    ภูติมากมายที่กำลังร้องเพลงด้วยความสนุกสนานสอบถามแอนเดอร์สันด้วยความเป็นห่วง หลังจากแอนเดอร์สันเงียบเป็นเวลานานพวกเขาจึงรู้สึกกังวล แอนเดอร์สันจึงยิ้มให้ภูติทุกตนด้วยความขอบคุณ


    “สบายดี ขอบคุณมากๆนะ”


    ความรู้สึกเหมือนกับเป็นแหล่งพลังงานเดินได้ปรากฎบนร่างของแอนเดอร์ ทันทีที่เขาสัมผัสได้ว่าตัวเองตอบสนองต่อเวทย์รอบข้างได้นั้นแอนเดอร์สันจึงเดินออกไปหาราชินีฟีโอน่าเพื่อสอบถาม ขณะที่เท้าของเขาก้าวไปด้านหน้าได้เพียงแค่ 1 ก้าวเท่านั้นแอนเดอร์สันกลับพุ่งออกไปด้วยความรวดเร็วชนเข้ากับประตูจนพังเสียหาย ไม่เพียงเท่านั้นเขายังพุ่งออกมาด้านนอกกลิ้งไปตามพื้นดินจนทำให้ทุกคนหันมาสนใจ ภูติมากมายที่เห็นท่าทางตลกของแอนเดอร์สันที่ยังควบคุมพลังไม่ได้ล้วนหัวเราะเสียงดัง


    “ค่อยๆลุกขึ้น ไม่ต้องรีบ ไม่ต้องตื่นตระหนก”


    แอนเดอร์สันได้ยินเสียงของราชินีฟีโอน่า เขาจึงค่อยๆปรับตัวตามที่บอก อย่างไรก็ตามเขาไม่คิดเช่นกันว่าการก้าวเท้าเล็กๆของเขาเมื่อครู่นี้เองนั้น มันจะส่งผลให้เขาพุ่งออกมาจากบ้านแบบนี้


    ราชินีที่เห็นท่าทางของแอนเดอร์สันกำลังปรับตัวด้วยการก้าวเท้าเล็กๆและแกว่งแขนเบาๆ เธอจึงยืนยิ้มให้เขาพร้อมกับภูติคอยให้กำลังใจ กระทั่งทุกคนเห็นว่าแอนเดอร์สันใช้เวลา 1 ชั่วโมงปรับตัวได้ ราชินีจึงเป็นฝ่ายถามแอนเดอร์สัน


    “เป็นอย่างไรบ้าง มีอะไรผิดปกติกับเจ้าหรือเปล่า”


    ราชินีฟีโอน่ามองจ้องไปยังร่างของแอนเดอร์สันด้วยความตะลึงงัน จากมุมมองของเธอที่เห็นทุกอย่างเป็นพลังตอนนี้เธอเห็นแอนเดอร์สันไม่ต่างจากมองจ้องไปยังต้นไม้แห่งชีวิต ทุกส่วนของร่างกายแอนเดอร์สันล้วนอัดแน่นเต็มไปด้วยมานาที่กำลังปลดปล่อยออกมารอบๆ


    “ไม่ครับ การก้าวข้ามขีดจำกัดไม่มีอะไรผิดพลาด”


    “แล้วเจ้าได้แก่นแท้ภูติธาตุไหนอย่างนั้นเหรอ”


    “ผมไม่รู้เหมือนกันครับ ภูติก็ไม่บอกด้วยว่าเป็นธาตุไหน ผมรู้แค่ว่ามันเป็นคริสตัลรูปทรงหยดน้ำเพียงแต่ว่ามันมีแสงหลากสีส่องประกายออกมา”


    “เดี๋ยวก่อนนะ”


    ราชินีฟีโอน่ายื่นมือไปเปิดผมแอนเดอร์สันที่บังหน้าผาก ทันใดนั้นเธอถึงขั้นเบิกตากว้างเพราะลวดลายที่ปรากฎบนหน้าผากของแอนเดอร์สัน มีเพียงแค่จ้าวแห่งภูติเท่านั้นที่มี


    “แอนเดอร์สัน เจ้าโชคดีมากนะรู้ไหม”


    “มีอะไรอย่างนั้นเหรอครับ” แอนเดอร์สันพูดด้วยใบหน้าสงสัย เขาอยากรู้ว่าราชินีรู้อะไรที่นอกเหนือจากตำรา


    “จากเรื่องเล่าที่ไม่ได้บันทึกเอาไว้ ปู่ของข้าเคยเล่าให้ฟังว่าภูตินั้นมีจ้าวแห่งภูติที่คอยปกป้องพวกเขา เพียงแต่จ้าวแห่งภูติไม่ปรากฎตัวออกมาง่ายดาย ตัวสุดท้ายที่ปู่ของข้าเห็นคือช่วงที่ท่านยังเป็นเด็ก”


    “อย่าบอกนะครับว่าแก่นแท้ที่ผมกินเข้าไปมันเป็นแก่นแท้ที่รวมเอาธาตุทุกอย่างของภูติมาไว้ด้วยกัน”


    แอนเดอร์สันจับไปยังกลางหน้าผากของตนเองด้วยความตกใจตื่น หลังจากรู้ว่าเขาได้รับความยิ่งใหญ่จากเหล่าภูติตัวเล็กๆเหล่านี้


    “จากที่ปู่ของข้าเล่าให้ฟัง จ้าวแห่งภูติมีความสามารถบางอย่าง เขาสามารถยืมพลังของเหล่าภูติและให้ภูติยืมพลังของเขาได้ เจ้าลองทำอย่างใดอย่างหนึ่งดูสิ”


    แอนเดอร์สันลองกระจายประสาทสัมผัสเวทย์ของเขาที่เพิ่มเข้ามาใหม่ไปรอบๆ มันได้วิ่งเข้าไปจับกับภูติทุกตัวที่อยู่รอบๆทันใดนั้นเขาก็ได้ขอแบ่งพลังจากภูติมาใช้งานปรากฎว่าเขาทำได้ ไม่เพียงเท่านั้นเขายังสามารถกระจายมานาให้กับภูติได้อีกและยิ่งไปกว่านั้น เขาสามารถทำในสิ่งที่น่าเหลือเชื่อได้ ด้วยการกระจายมานาไปรอบๆปลุกภูติจากสภาพแวดล้อมให้ตื่นขึ้นมาได้


    “เจ้าสามารถให้กำเนิดภูติได้ สิ่งนี้ยืนยันว่าเจ้าเป็นจ้าวแห่งภูติ”


    แอนเดอร์สันมองไปยังมานาที่ลดลงไปก่อนจะกลับมาเต็มอีกครั้งหนึ่ง การสร้างภูติขึ้นมาจากดอกไม้ สายลม ก้อนหินและผืนดินรวมไปถึงน้ำ ทุกๆอย่างที่มีมานาล้วนแล้วเกิดเป็นภูติได้ทั้งหมด เขาที่เสียพลังมานาไปส่วนหนึ่งเพื่อแบ่งให้ภูติได้เกิดขึ้นมานี้เอง ส่งผลให้แอนเดอร์สันตกใจมากเพราะภูติเหล่านี้สามารถเป็นกำลังให้กับเขาได้


    วิ๊ง!


    “นั่นคือการอวยพรของภูติ”


    แอนเดอร์สันกระจายมานาไปรอบๆ ทุกอย่างที่สัมผัสเข้ากับมานาของเขาล้วนแล้วถูกยกระดับ ต้นไม้ใบหญ้าล้วนเขียวขจีมากกว่าเดิมมาก ส่งผลให้แอนเดอร์สันยิ้มหน้าบานเนื่องจากร่างมานาของเขาในตอนนี้ทำได้หลายอย่าง


    “ผมขออยู่เงียบๆสักพักนะครับ”


    “ได้สิ เจ้าคงต้องใช้เวลาปรับตัวอีกมาก เจ้าสามารถใช้บ้านหลังนี้ต่อไปได้”


    แอนเดอร์สันขอบคุณราชินีฟีโอน่า จากนั้นเขาก็เริ่มสำรวจตัวเองปรากฎว่าเขาไม่ใช่มนุษย์อีกต่อไป เหมือนที่เห็นจากข้อมูลมากมาย ผู้ที่ก้าวข้ามนักเวทย์ 900 ปีไปได้จะกลายเป็นสิ่งใหม่ที่ทรงพลังมากยิ่งขึ้น โดยสิ่งที่ยังคงความเป็นมนุษย์มีเพียงสิ่งเดียวคือรูปลักษณ์ นอกจากนั้นจะถูกเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด


    ฉึก!


    ยาเพิ่มพลังเวทย์สะสมเสียบเข้าบริเวณคอ แอนเดอร์สันต้องการก้าวข้ามไปยังนักเวทย์ 901 ปีเพื่ออัพเกรดวงล้อเสี่ยงโชคให้ปรากฎของระดับ 11 อย่างไรก็ตามเขากลับตะลึงงันหลังจากฉีดยาเข้าไปในร่างกาย การที่เขาต้องตะลึงก็เพราะว่าตอนนี้ยาที่ฉีดเข้าไปไม่ได้เพิ่มพลังเวทย์ให้กับเขา แต่กลับไปเพิ่มบางอย่างแทน


    “ราชินีฟีโอน่า ผมขอถามอะไรหน่อยได้ไหมครับ”


    แอนเดอร์สันกัดผลไม้เพิ่มพลังเวทย์ ปรากฎว่าพลังเวทย์สะสมกลับไปเพิ่มบางอย่างที่ไม่ใช่พลังเวทย์สะสมที่เขาคิดเอาไว้ จากเดิมเขาต้องการก้าวไปยังนักเวทย์ 901 ปี ตอนนี้พลังเวทย์สะสมที่เพิ่มเข้าไปในร่างกายกลับไปเพิ่มในตำแหน่งอื่น


    “เจ้าสงสัยอะไรอย่างนั้นหรือ”


    “ผมไม่สามารถยกระดับไปยังนักเวทย์ 901 ปีได้”


    “ไม่แปลก เป็นครั้งแรกที่เจ้าจะตกใจกับเหตุการณ์นี้ หลังจากที่นักเวทย์ทุกคนก้าวข้ามขีดจำกัด แม้ระดับพลังเวทย์จะอยู่ที่ 900 ปีเช่นเดิมมันกลับทรงพลังกว่าเดิมมาก ซึ่งการจะเพิ่มพลังไปยัง 901 ปีนั้นจะต้องใช้ความพยายามหนักว่าเดิมขึ้นไปอีก จากเดิมเจ้ากินผลไม้และยาก็สามารถเพิ่มพลังเวทย์สะสมตามจำนวนที่ระบุเอาไว้ แต่หลังจากนี้เป็นต้นไปมันจะไม่ใช่อย่างนั้น”


    “ต้องเปลี่ยนวิธีสินะครับ”


    “ใช่แล้วล่ะ หลังจากที่ทุกคนก้าวข้ามขีดจำกัดมาได้ ทุกคนจะกลายเป็น จ้าวแห่งเวทมนตร์ การจะเพิ่มพลังเวทย์สะสมทำได้ยากมากยิ่งขึ้นเพราะจากนี้ไป พลังเวทย์สะสม 1 ปี มันจะเทียบเท่ากับพลังเวทย์สะสม 100 ปีในตอนที่เจ้ายังไม่ได้ก้าวข้ามขีดจำกัด”


    “หมายความว่าการที่ผมเป็นจ้าวแห่งเวทมนตร์ ผมจะต้องฉีดยา 100 โดสเพื่อให้เพิ่มพลังเวทย์สะสมเพียง 1 ปีอย่างนั้นเหรอครับ”


    “เจ้าเข้าใจถูกแล้ว ”