สเตลล่าที่เหมือนนึกอะไรขึ้นได้เธอรีบหยิบหนังสือเล่มหนาของเธอออกมาอีกครั้งพร้อมเปิดหน้าหนังสือไปเรื่อยๆจนดูเหมือนว่าเจอสิ่งที่ค้นหาแล้วเธอจึงกล้มลงใช้นิ้วเขียนวงแหวนเวท’อีกครั้งแต่คราวนี้เป็วงเวท’ที่เล็กเท่าสองฝ่ามือของเธอรวมกัน พอวาดเสร็จเธอก็รีบเดินไปจูงมือข้างที่สวมแหวนแล้วจับมือเขาวางลงบนวงแหวนเวท’วงนั้น
“อยู่นิ่งๆน่ะ”
“ข้าขอวิงวอนแด่พื้นปฐี โปรดช่วยแสดงชื่อที่แท้จริงของสิ่งนี้ให้ประจักษ์ต่อเบื้องหน้าข้าด้วยเถิด”
วิลได้แต่ยอมทำตามสเตลล่าแบบงงๆได้เกิดแสงสว่างขึ้นที่ใต้ฝ่ามือของเขาขึ้นเล็กน้อยเมื่อสเตลล่าถ่องคำร่ายเวทมนตร์จบแล้วเธอก็ยกมือของเขาออก ปรากฏตัวอักษรขึ้นเหมือนตอนทำกับวงแหวนเวท’อันก่อนหน้า
“ใช่จริงๆด้วยแหวนวงนี้มีชื่อว่า“ลัคกี้สตาร์” อุปกรณ์เวทมนตร์แสนหายาก”
“เห่! เ้าหนุ่มนี้พกของหายากขนาดนั้นเลยเหรอแล้วมันทำอะไรได้บางล่ะ?ขอเอาไปขายแทนค่าตอบแทนเลยได้รึเปล่า?”
กลาดิโอพูดขึ้นแทนทุกคนรอบข้างที่ต่างใกับแหวนที่วิลใส่ติดตัวมาแล้วสเตลล่าก็เริ่มอธิบายต่อ
“มันเป็แหวนที่โชคดีตามชื่อเลยล่ะสิ่งที่เหมือนดวงดาว 7 ดวงภายในแหวน แทนโชคดี 7ครั้งแต่โชคดีทั้งหมดจะทำงานเมื่อเ้าของแหวนตกอยู่ในอันตรายถึงตายเท่านั้นตอนแรกที่ข้าไม่มั่นใจเพราะว่ามันเหลือดวงดาวแค่ 5 ดวงนั้นทำให้เราได้คำตอบที่ว่าทำไมชายคนนี้จึงรอดจากการตกลงมาจากท้องฟ้าและการจัดการกับคิงสไลม์ได้แม้พลังเวท’เขาจะมีอยู่น้อยนิดก็ตาม แหวนน่าจะช่วยชดเชยพลังเวท’ที่ขาดหายไปแต่ก็ยังสลบไปเพราะพลังเวท’เหือดแห้งอีกอย่างแหวนวงนี้มีการลงคาถา “คลายผนึกเวทมนตร์” ไว้ด้วยแปลว่าชายคนนี้พึ่งเคยข้ามมาที่นี่เป็ครั้งแรกจริงๆ”
“เออ....แล้วแหวนวงนี้เราคงเอาไปขายไม่ได้แล้วละค่ะเพราะเมื่อสวมใส่แล้วมันจะถอดออกไม่ได้จนกว่าจะใช้พลังของแหวนจนหมดและเมื่อใช้หมดแล้วมันก็จะเป็แค่แหวนธรรมดาค่ะ”
“อ้าว! สรุปตัวแกนี่ไม่มีอะไรดีเลยรึไง?”
“เออ...ว่าแต่“คลายผนึกเวทมนตร์” นี่มันคืออะไรเหรอครับ?”
“ก็ที่เคยบอกไว้ก่อนหน้าไงว่า“แดนต้องสาบ” ที่ใครก็ตามที่เผลอใช้เวทมนตร์ที่นั้นเข้าพลังเวท’จะโดนสูบจนหมดตัวจนตายเพราะอย่างนั้นหากใครที่อยากจะข้ามไปที่แดนต้องสาบ จำต้องใช้คถา “ผนึกเวทมนตร์”ซะก่อน ไม่งั้นอาจตายโดยไม่รู้ตัวได้แล้วพอเดินทางกลับมาที่แดนเวทมนตร์นี้จึงต้องใช้คาถาอีกบท “คลายผนึกเวทมนตร์” เพื่อที่จะใช้เวทมนตร์ได้อีกครั้ง”
“เดี๋ยวนะ! เ้านี่มันแปลกๆนะเ้าใส่แหวนนี่และใช้เวทมนตร์โดยไม่รู้ตัวงั้นเหรอ?”
พอกลาดิโอตอบคำถามวิลมันทำให้เขานึกได้ถึงความขัดแย้งในการกระทำของตัววิลนั้นทำให้ทุกคนต่างมองวิลด้วยสายตาระแวงสงสัย
“ผมอธิบายทุกอย่างได้ครับ”
“ตัวผมที่น่าจะเป็คนทางฝั่งนี้แต่มีเหตุจำเป็บางอย่างทำให้แม่ของผมนำตัวผมไปฝากเลี้ยงที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าที่แดนต้องสาบเมื่อผมโตขึ้นจึงได้ทราบความจริง ผมจึงเดินทางออกมาตามหาพ่อแม่ที่แท้จริงส่วนเื่แหวนวงนี้มันเป็สิ่งเดียวที่ใช้ยืนยันตัวผมกับพ่อแม่ผมได้ ท่านมีจดหมายที่สั่งให้ผมสวมมันเมื่อเดินทางข้ามาฝั่งนี้แล้วไอ้เื่พลังของแหวนนั้นผมไม่เคยรู้เลยจริงๆนะครับ”
วิลที่รู้สึกถึงปฏิกิริยาที่ไม่สู้ดีจากทุกคนเขาจึงรีบอธิบายถึงเป้าหมายการเดินทางในครั้งนี้พอทุกคนได้ยินเื่ราวที่เหมือนเื่โกหกของเขา พวกเขาจึงขอเวลาปรึกษากันอยู่พักใหญ่แล้วกลาดิโอก็เดินมายืนกอดอกต่อหน้าเขา
“พวกข้าได้ข้อสรุปแล้วว่าจะให้เ้าทำงานเป็เบ๊จิปาถะชั่วคราวตามที่เ้าเสนอตัวมาแต่ใช่ว่าพวกเราจะปกป้องคุ้มครองเ้าเต็มที่นะ ถ้าเจอสัตว์เวท’หรือการต่อสู้อะไร พวกข้าจะทำหน้าที่ของข้าโดยไม่สนใจตัวเ้าหากเ้ายังไม่อยากตายก็จงหาทางหลบอยู่ห่างๆอย่ามาเกะกะพวกข้าเป็พอและอีกอย่างเื่ที่เ้าเล่ามามันน่าเหลือเชื่อเกินไปจนไม่น่าไว้ใจถ้าเกิดเ้าทำอะไรที่จะเป็ภัยต่อพวกข้า เ้าจะไม่ได้ตายดีแน่”
วิลที่ได้ยินคำพูดของกลาดิโอก็ได้แต่ยืนนิ่งอยู่สักพักเขารีบคิดขึ้นมาทันทีว่ายังไงตอนนี้ก็เป็หนทางเดียวที่จะทำให้เขาออกไปจากป่าแห่งความมืดที่แสนอันตรายนี้ได้มันยังดีกว่าการที่เขาต้องเดินทางหาทางออกเพียงลำพังเขาจึงตัดสินใจได้ในทันทีว่าเขาต้องเดินทางไปพร้อมกับคนกลุ่มนี้
“ขอบคุณมากเลยครับที่ยอมให้ผมร่วมเดินทางไปด้วย งั้นผมขอแนะนำตัวอีกครั้งนะครับ ผมชื่อ วิลเลียม ทิมเบอร์ เรียกสั้นๆว่าวิลก็ได้ครับ”
“อืม...ข้าชื่อกลาดิโอ เป็นักดาบและเป็หัวหน้ากลุ่มนักผจญภัย “ดาบเหล็กสีชาด”ส่วนนี่เป็น้องสาวข้า”
“ชื่อสเตลล่า เป็นักเวท’ประจำกลุ่มค่ะ”
“ข้าซิลวา เป็พราน”
“ส่วนข้าคุสโตส ผู้พิทักษ์ แต่ถ้าจะฆ่าเ้าข้าก็ทำได้ทุกเมื่อน่ะ”
ทุกคนต่างแนะนำตัวให้รู้จักกันและกันแต่ชายในชุดเกราะเต็มตัวกุสโตสเหมือนจะไม่ชอบวิลถึงขนาดความรู้สึกของเขาทะลุเกราะออกมาจนวิลััได้
“ขอแนะนำอะไรบางอย่างนะส่วนมากแล้วพวกนักผจญภัยอย่างพวกข้าจะไปแนะนำตัวโดยการบอกนามสกุลหากไม่สนิทใจกันและเ้าไม่ต้องพูดสุภาพมากก็ได้เพราะคนอื่นจะดูถูกเ้าเอาได้เข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตาม น่ะ”
“ครับ...อ่ะ...อืม”
เมื่อวิลได้ยินกลาดิโอแนะนำดังนั้นเขาจึงรีบปรับตัวแต่อาจจะยุ่งยากไปสักหน่อยสำหรับคนที่มีนิสัยเจียมเนื้อเจียมตัวแบบเขา
“เ้าตัวเปล่าจนน่ารำคาญสำหรับการเดินทางจริงๆแฮะแต่ข้าก้ไม่มีอาวุธหรือเครื่องป้องกันเผื่อให้เ้าหรอกนะ เอายังไงดี?”
“เออ...ท่านพี่คะตรงศพคิงสไลม์เหมือนจะมีของใช้ของนักผจญภัยที่โดนกินเข้าไปแต่ยังไม่ย่อยเหลืออยู่ด้วยล่ะ”
“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าความคิดเข้าท่าดีนี่ งั้นพามันไปเลือกของที่พอจะใช้ได้ทีสิส่วนพวกข้าที่เหลือจะสำรวจโดยรอบรอ เผื่อมีสัตว์เวท’อยู่แถวนี้อีก”
วิลก็ได้แต่เดินตามสเตลล่าไปเลือกหาเศษของใช้ที่ยังพอใช้ได้โดยสภาพของที่เหมือนกองขยะขนาดย่อมเขาเจอเสื้อคลุมเน่าๆสองสามตัวที่คิดว่ายังพอจะใส่ได้แต่เข้าก็แยกไม่ออกอยู่ดีว่าตัวไหนมันดีกว่ากันระหว่างนั้นเองสเตลล่าก็ถือกระเป๋าเป้สองใบเดินมาหาเขาและยื่นกระเป๋าที่อยู่ในมือให้
“เอาไป....คงไม่รู้สินะว่านี่คือกระเป๋าอะไรมันคือ “กระเป๋าเวทมนตร์” ที่สามารถใส่ของได้มากกว่าขนาดของมัน กระเป๋าใบแรกมีไม้คทาเวท’สำเร็จรูปอยู่สามอัน ถ้าดูไม่ผิดน่าจะเป็ “คทาเวท’น้ำ”, “คทาเวท’ดิน” และ “คทาเวท’แสง” ส่วนกระเป๋าอีกใบมีของใช้สำหรับพักแรมคงเพราะของมันอยู่ในกระเป๋าเวท’มันเลยไม่เสียหายอะไรรับไปสิ”
“สภาพกระเป๋าเปียกเละขนาดนี้เลยมันจะยังใช้ได้รึเปล่าครับ?”
“พี่ข้าก็บอกแล้วไงว่าให้เลิกพูดสุภาพแล้วที่มันเปียกแบบนี้ก็เพราะของทุกอย่างมันหลุดออกมาจากตัวคิงสไลม์ที่ตัวใหญ่สมชื่อขนาดมันใหญ่กว่าตัวเ้าสักสิบเท่าได้ภายในตัวมันเป็เหมือนน้ำที่มีความหนาแน่นมากจนการโจมตีทั่วไปส่งเข้าไปไม่ถึงแกนกลางที่เป็จุดอ่อนของมันที่เ้าอยู่ในตัวมันก็เหมือนกับเป็ความโชคดีในความโชคร้าย ทำให้เ้าทำลายแกนกลางของมันจากภายในได้เ้าถึงรอดมาได้ไง”
“เพราะงั้นอย่าเื่มากมีอะไรใช้ได้ก็ใช้ๆไปเถอะ”
“เข้าใจแล้วและขอโทษเื่ก่อนหน้านี้ด้วยนะ ที่ผมจับ...”
“อุ๊...เื่ที่แล้วก็ให้มันแล้วไปเถอะหยุดพูดถึงเื่นั้นได้แล้ว ไม่งั้นข้าจะฆ่าเ้าให้ตายไถ่โทษซะเลย”
สเตลล่าที่เขินและโกรธจนหน้าแดงถึงหูจนต้องพูดโวยวายขู่วิลเพื่อให้เขาเงียบ
“เออ...งั้นผมขอถามอะไรเพิ่มเติมได้มั้ย?“เวทมนตร์สำเร็จรูป” นี้คืออะไรเหรอ? สงสัยั้แ่ได้ยินครั้งแรกแล้ว”
“อืม...ยังไงดีล่ะการที่เราจะใช้เวทมนตร์ได้นั้นหลักๆต้องมีเงื่อนไขสามอย่าง อย่างแรกคือสูตรเวทมนตร์ เข้าใจง่ายๆก็คือวงแหวนเวท’ที่ข้าเขียนขึ้นมานั้นล่ะในวงแหวนเวท’จะมีรูปแบบการทำงานเพื่อที่จะเกิดเป็เวทมนตร์นั้นๆออกมาอย่างที่สองคือ คาถา เป็การร่ายคำการทำงานของวงแหวนเวท’อีกทีอย่างที่สามคือ ปริมาณพลังเวท’ เป็พลังงานที่ต้องใช้ในการสร้างเวทมนตร์ออกมาเป็รูปร่างซึ่งต้องปรับใช้ตามรูปแบบเวทมนตร์นั้นๆ”
“แต่เวทมนตร์สำเร็จรูปไม่จำเป็อะไรให้ยุ่งยากอย่างสร้างวงเวท’ การร่ายคาถาและการปรับปริมาณพลังเวท ทุกอย่างแค่ใช้ไม้คทาที่มีวงแหวนเวท’สลักไว้ที่ “คริสตัลเวทมนตร์” การใช้งานก็แค่เรียกคำคาถาสั้นๆแทนการร่ายคาถายาวๆปริมาณพลังเวท’ก็ปรับไว้แล้วโดยไม่ต้องห่วงว่าจะใช้น้อยจนไม่เกิดผลหรือใช้มากจนรุ่นแรงเกินไปจนอาจเกิดการพลังเวทเหือดแห้งแล้วสลบไปแบบเ้า”
“อืม....พอจะเข้าใจแล้วเหมือนอย่างที่ผมเคยใช้ไม้คทานี้ยิงไฟได้สินะ”
สเตลล่ารู้สึกแปลกใจนิดหน่อยที่วิลสามารถเข้าเื่ที่เธออธิบายได้ง่ายๆเธอจึงพยักหน้าตอบรับคำตอบของวิลเงียบๆจากนั้นวิลก็ลองล้วงลงไปในกระเป๋าที่รับมาจากสเตลล่า เขาหยิบไม้คทาเวท’ทั้งสามอันในกระเป๋าออกมา เขาคิดว่าจะลองใช้เวท’กับไม้คทาอันใหม่ที่เขาได้รับมาดู แต่....
“แต่ของแบบนี้มันก็มีข้อเสียไม่ใช่เหรอข้อแรกอย่างผมที่ไม่รู้คำคาถาของไม้คทานี้เลยใช้ไม่ได้ข้อสองการใช้งานมันดูจำกัดนะ อย่างของผมที่มีไม้คทาที่ปล่อยลูกไฟได้ก็ปล่อยได้แต่ลูกไฟใช้หรือเปล่า?”
“ถูกต้องแต่ถึงจะไม่รู้คำคาถาแต่เรายังพอสังเกตไม้คทาได้อยู่นะ เวทมนตร์ที่ใช้กันทั้งหมดจะมีแค่หกธาตุอย่างไม้คทาของเ้ามีคริสตัลสีแดงฝังอยู่ใช่มั้ย? นั้นละเป็สัญญาลักษณ์ของธาตุไฟและไม้คทาที่เ้าหยิบออกมาอีกสามอันจะมี สีขาวธาตุแสง สีน้ำตาลธาตุดิน สีฟ้าธาตุน้ำอีกอย่างที่สังเกตได้คือปริมาณพลังเวท’ที่จะใช้กับไม้คทามันบอกถึงระดับคาถาที่ใช้งานได้ ซึ่งหากเป็นักเวท’ทั่วไปจะััได้ว่าปริมาณขนาดนี้ไม้คทานั้นจะใช้คาถาอะไรได้นั้นเองและที่บอกว่ามันใช้งานจำกัดมันก็จริง แต่ก็แก้ปัญหาง่ายๆแค่พกไม้คทาหลายๆแบบหรือเพิ่มสูตรคาถาใส่ในคริสตัลเวท’เท่าที่จำเป็ แต่ก็ขึ้นยุกับคุณภาพของคริสตัลเวท’ด้วยนะ”
พอสเตลล่าพูดจบเธอก็ขอยืมไม้คทาเวท’ทั้งสามอันที่อยู่ในมือวิลมาร่ายคาถาให้เขาดูโดยคาถาแรกคือ “บอลแสง” เกิดบอลกลมขนาดเท่ากำปั้นที่มีแสงสว่างลอยอยู่เหนือไม้คทาต่อมาก็ “บอลหิน” เกิดบอลกลมที่เป็ก้อนหินขึ้นที่ปลายไม้คทาแล้วเธอก็สะบัดใส่ต้นไม้ที่อยู่ใกล้ๆให้วิลเห็นผลลับของเวทมนตร์นั้นสุดท้ายคือ “บอลน้ำ” เกิดบอลน้ำใสสะอาดปล่อยออกมาจากปลายไม้คทา
“ทั้งหมดนี้เป็คือคาถาพื้นฐานนะอย่างบอลแสงก็ไว้ใช้ส่องสะว่างตอนกลางคืนหรือที่มืด บอลหินก็เอาไว้ใช้โจมตีศัตรูและบอลน้อาจไว้ใช้โจมตีเหมือนกันหรือเอาไว้ใช้แทนน้ำดื่มน้ำใช้ได้ อันนี้คือเวท’ระดับต่ำสุดแล้ว ระดับของเวท’จะนับตามความรุนแรงของเวทมนตร์นั้นๆเช่น บอลเพลิง}ธนูเพลิง}หอกเพลิง}ะุเพลิง ระดับนี้คือเวทระดับพื้นฐานต่อไปก็ระดับกลางที่เพิ่มความรุนแรงกับประมาณพลังเวท’ที่มากขึ้นตามและระดับสูงคือเวท’ที่รุนแรงมากกว่าประริมาณพลังเวท’มากกว่า โดยจะเกดเป็เวทมนตร์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ต่างออกไป”
“น่าสนใจจังแต่ทำไมไม้คทาของผมถึงมีแต่ของพื้นๆแบบนี้ละ?
“มีให้ใช้ก็ดีขนาดไหนแล้วถ้าอยากได้ดีกว่านี้คงต้องไปหาซื้อในเมืองนู่นล่ะ”
“โห...กว่าจะได้เข้าเมืองที่ไม่รู้ว่าวันไหนเนี้ยนะ”
“เฮ้อ...งั้นเอาหนังสือ“ความรู้และเวทมนตร์ขั้นพื้นฐาน” กับ “รวมสัตว์เวทมนตร์” ไปอ่านศึกษาดูเอาเองละกันปกติข้าจะใช้สำหรับเวท’ที่ไม่มีอยู่ในไม้เท้าเวท’ของข้าที่ได้บันทึกเวท’ที่ใช้ประจำนะย่างเมื่อกี้ที่ใช้เวท’ “วิเคราะห์สถานะ” ใส่เ้า”
“โอ้! ขอบคุณมาก หนังสือนี้น่าสนใจมากเลยผมจะรีบอ่านทำความเข้าใจ แล้วผมจะได้มีประโยชน์กับทุกคนแน่ๆ”
สเตลล่าหยิบหนังสือเล่มหนาสองเล่มออกมาจากกระเป๋าและยื่นทั้งหมดให้วิลเขาตอบขอบคุณเธอพร้อมยิ้มให้อย่างดีใจ ทำให้สเตลล่ารู้สึกเขินจนต้องหลบหน้าคงเพราะปกติเธอไม่ค่อยได้คุยกับคนแปลกหน้าเท่าไรเลยทำตัวไม่ถูก
“ไม่ต้องพูดมาหรอกน่าแล้วเสื้อคลุมนั้นนะเอาตัวสีดำนั้นละกัน ตัวนั้นน่าจะเป็เสื้อที่ลงเวท’ป้องกันไว้นิดหน่อยมันถึงมีสภาพดีกว่าตัวอื่นแค่ทำความสะอาดสักหน่อยก็น่าจะใส่ได้แล้ว”
“บอลน้ำ”
วิลหยิบเอาเสื้อคลุมตัวสีดำขึ้นมาตามที่สเตลล่าแนะนำแล้วใช้ไม้คทาน้ำปล่อยเวท’น้ำใส่เสื้อเพื่อทำความสะอาดบอลน้ำล้างคราบสกปรกออกจากเสื้อคลุมจนมันดูน่าใส่ขึ้นเยอะแต่เสื้อยังเปียกเพราะบอลน้ำที่เขาร่ายเวท’ใส่ เขาลองบิดน้ำออกแต่มันก็ยังใส่ไม่ได้อยู่ดี
“เอ้เดี๋ยวนะ ถ้าเราจะใช้เวท’อื่นที่ไม่ได้อยู่ในไม้คทาสำเร็จรูปนี้แบบใช้คำร่ายเหมือนที่สเตลล่าใช้เวท’กับผม มันทำได้ใช่มั้ย?”
“ก็ได้นะเพราะไม้คทาเวท’เป็แค่เครื่องมือที่เป็สื่อกลางในการใช้สูตรเวทมนตร์เพื่อความสะดวกแค่นั้นเอง”
พอวิลได้ยินดังนั้นแววตาเขาก็แปร่งประกายทันที เขารีบเปิดหนังสือ “ความรู้และเวทมนตร์ขั้นพื้นฐาน” ที่สเตลล่าพึ่งเอาให้เขา
“ถ้าเป็หนังสือ“ความรู้และเวทมนตร์ขั้นพื้นฐาน” ตามชื่อ งั้นก็คงมีเวท’พื้นฐานทุกอย่างสินะ มันต้องมีเวท’สักบทละที่พอใช้ง่ายได้ นี้ไงเจอแล้ว ส่วนขั้นตอนก็....”
วิลเริ่มวาดวงแหวนเวทมนตร์ลงบนพื้นดินตามแบบที่อยู่ในหน้าหนังสือที่เขาเปิดดูสเตลล่าที่เห็นเขาบรรจงวาดวงเวท’ก็รู้สึกประหลาดใจจึงได้แต่ยืนรอดูการกระทำของเขา
“เอาละวาดวงเวท’เสร็จแล้วต่อไปก็ร่ายคาถาสินะ”
“ข้าแต่ผืนปฐีโปรดน้อมรับคำขอของข้า สร้างหิน!”
เกิดแท่งหินยื่นขึ้นมาจากพื้นดินจนเกิดเป็โต๊ะหินขนาดพอสมควรสูงเท่าเอวและพื้นโต๊ะที่เรียบเนียนพร้อมก้อนหินสี่เหลี่ยมมีนามจับวางอยู่บนโต๊ะ
“ต่อไปก็บอลเพลิง!”
วิลปล่อยลูกไฟออกมาจากปลายไม้คทาและเอามันไปจ่อใส่ใต้โต๊ะจนโต๊ะหินเริ่มร้อนจากนั้นเขาก็เสื้อคลุมที่ยังเปียกอยู่มาวางไว้บนโต๊ะเขาหยิบก้อนหินสี่เหลี่ยมที่มีด้ามจับเอามารีดทับบนเสื้อเปียกอยุ่สักพักจนมันเริ่มจะแห้งเพราะโต๊ะความร้อน เขาจึงหยิบเอาเสื้อมาสวมใส่
“อืมแค่นี้คงจะพอใส่ได้แล้วละนะ”
“นี้เ้าทำอะไร?”
สเตลล่าที่มองการกระทำของวิลั้แ่ต้นจนจบก็เริ่มถามเขาเพราะไม่เคยพบเจอการใช้เวทมนตร์แบบเขามาก่อน
“อ๋อผมลองหาเวทที่น่าจะทำให้เสื้อแห้งเร็วๆได้ แต่อันที่น่าจะง่ายสุดก็คือเวท’ “สร้างหิน” นี้ละ เลยสร้างโต๊ะรีดผ้ากับเตารีดขึ้นมาปกติแล้วแถวบ้านผมจะใช้เตารีดที่สร้างจากเหล็กแล้วใส่ถ่านร้อนๆเข้าไปในเตารีดแล้วรีดผ้าแต่เราไม่มีของอย่างเตารีด ผมเลยสร้างเป็โต๊ะหินแล้วใช้เวท’ไฟใส่โต๊ะให้ร้อนแทนจากนั้นก็รีดให้เสื้อแห้ง ถึงจะไม่ถึงกับแห้งสนิทก็เถอะ”
“เข้าใจทำดีนี่แต่ที่น่าประหลาดใจกว่าที่เ้าใช้เวท’ทำอะไรก็คือการวาดวงเวท’ขอเ้านี่ละ เ้าทำออกมาได้ขนาดสมมาตรดีมากจนเวท’ที่สร้างขึ้นสมบูรณ์ไม่มีผิดเพี้ยน นี่คงไม่ใช่ครั้งแรกในการวาดวงเวท’ของเ้าสินะ”
“ไม่นะนี้วาดครั้งแรกเลย ที่วาดออกมาดีคงเพราะผมเรียนศิลปะกับคณิตศาสตร์ที่เป็วิชาที่ผมถนัดที่สุดละมั้ง”
“วิชาแบบนั้นมันมีส่วนขนาดนั้นเลยเหรอเนี้ย! รู้สึกเจ็บใจจังที่ข้าต้องหัดวาดวงเวท’ตั้งหลายปี กว่าที่เวท’จะทำงานได้สมบูรณ์”
“ลองให้ผมสอนเกี่ยวกับศิลปะดูเอามั้ยเผื่อจะได้วาดเก่งขึ้น”
“ง้านเหรอ....ข้าที่เป็นักเวท’อยู่แล้ว ยังต้องให้เ้าพลังเวท’สามขวบมาสอน...ง้านเหรออุ๊บ..ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า”
“งั้นมั้งฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า”
สเตลล่าขำกับการพูดคุยของวิลมากวิลเองก็หัวเราะตามเธออย่างสนุกสนานเหมือนว่าทั้งสองเริ่มเปิดใจในฐานะคนแปลกหน้ากันมากขึ้นพอพูดคุยกันอีกนิดหน่อยทั้งสองก็เดินไปสมทบกันกับคนอื่น
“สเตลล่าหลบเร็ว!”
กลาดิโอะโบอกสเตลล่ากับวิลขณะที่มีหมูตัวขนาดใหญ่กว่าสามเมตรมันมีจมูกที่ใหญ่เข้ากับตัวของมันมีเขี้ยวเล่มใหญ่สองข้างปากและขนหนาสีดำปกคลุมบนหลังกำลังวิ่งไปตรงหาทั้งสองคน วิลที่ได้ยินสียงะโบอกจึงไหวตัวทันเขาก็เลยเข้ากอดสเตลล่าและะโออกไปด้านข้างหมูตัวใหญ่มันก็วิ่งผ่านไปอย่างดุดัน แล้วตัวมันก็พยายามหยุดวิ่งจนพื้นดินเป็รอยยาวเพราะเท้าของมันพอมันหยุดตัวเองได้มันจึงหันกลับมาและมองหาคนที่จะเป็เหยื่อของมันต่อไปแต่มันก็ยังมองมายังวิลกับสเตลล่าที่ล้มกองอยู่จากการะโหลบมันเลยเตรียมตัวจะวิ่งเข้าใส่พวกเขาอีกรอบโดยมันตั้งหลักแล้วตระกุยขาหลังเตรียมพุ่งเข้าใส่ ก๊อง ก๊อง ก๊อง ก๊อง ก๊องเกิดเสียงดังขึ้นจนหมูตัวใหญ่หันไปสนใจเสียงที่ดังนั้น
“มาทางนี้สิเ้าโปรคุส”
คุสโตสะโเรียกเ้าหมูโปรคุสพร้อมกับใช้ใบดาบเล่มใหญ่แต่ไม่ยาวในมือขวาเคาะไปที่โล่โค้งทรงสี่เหลี่ยมที่ใหญ่เกือบเท่าตัวเขาที่มือซ้ายจนเกิดเสียงดังกล่าวเ้าหมูโปรคุสเลยหันมาสนใจเขาและทำการวิ่งพุ่งตรงไปหาเขาในทันทีพอเห็นว่าเ้าหมูใหญ่โปรคุสวิ่งตรงมาอย่างสุดกำลังคุสโตสจึงยกโล่ใหญ่ขึ้นโดยส่วนล่างของโล่มีเหล็กแหลมยื่นออกมาเหมือนหัวตะปูถึงห้าอันเขาปักโล่ลงไปบนดินพร้อมยันเท้ากับพื้นเตรียมรับแรงกระแทก เ้าหมูโปรคุสพุ่งตรงมาชนโล่ใหญ่เสียงดังก้องเขาหยุดการชนของมันได้แต่กลับมีรอยบนพื้นดินเป็ทางลากยาวแต่มันก็ยังพยายามดันตัวที่ใหญ่โตของมันไปเรื่อย เหมือนมันอยากจะเอาชนะเขาให้ได้มีลูกธนูหลายลูกถูกยิงไปที่หลังของมันแต่กลับไม่ได้ผลลูกธนูกระเด็นออกมาเพราะหนังกับขนที่หนาของมัน
“ไม่ไหวธนูไม่ได้ผลกลาดิโอรีบเข้าไปจัดการมันที!”
ซิลวาค่อยยิงธนูอยู่บนต้นไม้ใกล้ๆเมื่อเห็นว่าลูกธนูที่ยิงไปไม่ได้ผล จึงรีบเรียกกลาดิโอที่กำลังวิ่งเข้าไปช่วย
“คุสโตสช่วยดันให้มันพลิกจนงายท้องที จุดอ่อนมันอยู่ที่ท้อง”
“ไม่ไหวทำแบบนั้นไม่ได้ ดินแถวนั้นมันอ่อนเกินไป แค่ยันมันไว้ก็แทบทรงตัวไม่อยู่แล้วเนี้ย!”
“บ้าเอ้ย! ถ้าเข้าฟันไปตอนนี้ก็คงไม่ได้ผลอยู่ดีแถมมันที่กำลังโดนคุสโตสดึงความสนใจไว้ก็จะหลุดออกมาวิ่งพล่านไปทั่วจนจัดการยากกว่าเดิมอีกสเตลล่าช่วยมาใช้เวท’ใหญ่ๆซัดมันให้งายท้องทีสิ”
“อะ..คะท่านพี่!”
“วิลเ้าไปหาที่หลบซะนะ หากเ้าเข้าไปก็มีแต่จะเกะกะเปล่าๆปล่อยให้เป็หน้าที่ของนักผจญภัยอย่างพวกเราเอง”
สเตลล่ารีบสั่งให้วิลไปหาที่หลบในที่ปลอดภัยก่อนที่เธอจะวิ่งออกไปสมทบกับคนอื่น
“ถึงจะบอกว่าจะจัดการมันให้งายท้องก็เถอะแต่ถ้ามองจากขนาดตัวของมันก็พอจะรู้เลยว่าน้ำหนักตัวมันคงหนักไม่ใช่เล่นแล้วแบบนี้เธอจะใช้เวท’แบบไหนจัดการมันได้เนี้ยแต่ถึงเราจะเข้าไปช่วยก็คงทำอะไรไม่ได้เหมือนกัน”
“จงใจเย็นๆและคิดซะว่าเรามีอะไรที่ทำได้บ้างไม่ได้บ้าง”
วิลที่อดเป็ห่วงไม่ได้ก็ได้แต่บ่นกับตัวเอง เขาพยายามทำตัวให้ใจเย็นและรีบใช้สมองคิดหาทางช่วยอย่างเร่งด่วน
“จงล้มไปซะหอกวารี”
เกิดมวลน้ำขนาดใหญ่ทรงวงรียาวพุ่งตรงไปกระแทกสีข้างของเ้าหมูโปรคุสทำให้น้ำแตกกระจายออกตัวมันเอียงจนแทบจะล้มแต่มันกลับยันตัวเองตั้งหลักได้ ทุกคนต่างใที่เวท’ที่ยิงใส่มันไม่ทำให้มันล้มได้เพราะน้ำหนักตัวที่ใหญ่ของมันดั่งที่วิลพูดไว้มันจึงหันกลับมาสนใจสเตลล่าและเริ่มพุ่งใส่เธอใหม่อีกครั้งด้วยอารมณ์โกรธจัดจนแม้แต่คุสโตสที่พยายามใช้ดาบเคาะโล่เรียกมันก็ยังไม่สนใจกลาดิโอที่เห็นท่าไม่ดีจึงวิ่งมายืนขวางหน้าสเตลล่าพร้อมยกดาบเล่มยาวตั้งท่าเตรียมสู้กับมันซิลวาพยายามยิงธนูสกัดมันแต่เพราะมุมที่เธออยู่ทำให้ได้แต่ยิงโดนหลังที่หนาของมัน มันเลยไม่รู้สึกเจ็บพอที่จะหันมาสนใจคนอื่น
“บอลเพลิง!”
ทันใดนั้นเองลูกไฟขนาดเล็กไปลอยพุ่งไปโดนตาของเ้าหมูโปรกุสจนทำให้มันหยุดวิ่งและหันไปหาเสียงของคนที่ปล่อยเวท’ใส่มัน คือวิลนั้นเอง เขาที่ยืนสั่นถือไม้คทาชี้ไปหามันยิ่งทำให้มันรู้ว่าเขาเป็คนทำ มันจึงรีบเปลี่ยนเป้าหมายแล้วหันมาวิ่งพุ่งเข้าใส่เขาแต่วิลกลับยืนนิ่งไม่ขยับขเยื่อน
“เข้ามาเลยไอ้หมูบ้า!”


