4
เซี่ยสุย
แสงโทนเย็นสีฟ้าอ่อนตรงทางเดินของหลินสุ่ยมืดสลัวเป็พิเศษห้องส่วนตัวทุกห้องปิดสนิท ปิดกั้นจากโลกภายนอกโดยสิ้นเชิง
พรมหนาสีแดงเก็บเสียงได้ซ่งอวี้ตามแสงไฟบอกทางไปจนสุดทางเดินด้านใน
หลังเข้าห้องน้ำเสร็จเขาก็มาล้างมือพลางครุ่นคิดว่าจะส่งข้อความหาพี่แล้วชิ่งไปเลยดีไหมไม่อยากฟังพวกนั้นร้องเพลงต่อแล้วอะ
ตอนนั้นเองพนักงานสวมยูนิฟอร์มคลับหลินสุ่ยสองคนก็ออกจากห้องน้ำมายืนคุยกันอยู่ข้าง ๆ
ท่ามกลางเสียงน้ำไหลซ่า ๆเสียงของพวกเขาลอดเข้าหูซ่งอวี้อย่างชัดเจน
“เด็กสมัยนี้บ้าบิ่นกันหมดเลยหรือไงนะ”
“นั่นสิ ไม่รู้จะบอกว่าโง่หรือไร้เดียงสาดี”
“โชว์ออฟไม่เข้าเื่จริง ๆ ผู้หญิงนั่นมองแวบเดียวก็รู้แล้วว่าทำงานแบบนั้นแค่บีบน้ำตาสองหยดก็กลายเป็แม่ดอกบัวขาวบริสุทธิ์แล้วเรอะ ถ้าให้เดานะเธอคงไม่นึกว่าจะเจอขาโหดอย่างคุณชายรองหวังเลยคิดจะเผ่นก่อนแล้วให้เ้าเด็กใหม่นั่นช่วยรับหน้าแทนแหง ๆ”
“คุณชายรองหวังเวลาเล่นกับผู้หญิงไม่เคยยั้งมืออยู่แล้วเธอไม่อยากทำให้คุณชายโกรธ เลยผลักเด็กนั่นลงหลุมไฟแทน เลวจริง ๆ”
“ประเด็นคือเด็กนั่นยังเชื่อคำพูดบ้า ๆ ของเธอด้วยน่าขำ นึกว่าตัวเองเป็ผู้ชายแล้วจะปลอดภัยเหรอชีวิตส่วนตัวในแวดวงคุณชายรองหวังน่ะมั่วสุด ๆ เด็กหน้าตาท่าทางแบบนั้นเข้าไปเสิร์ฟเหล้าออกมาอีกทีคงหายไปครึ่งชีวิตแล้วมั้ง”
หนึ่งในพนักงานปิดก๊อกน้ำก่อนจะชะงัก พลันเอ่ยถาม “ฉันได้ยินผู้จัดการบอกว่าเด็กนั่นเพิ่งจะขึ้น ม.ปลายเอง ถ้าเกิดอะไรขึ้นมามีหวังถูกสื่อประโคมข่าวกันพอดีน่ะสิ”
อีกคนยิ้มเยาะ “จะโทษใครได้ล่ะ สมัครใจกันเองทั้งสองฝ่าย ไม่ได้มีใครบังคับเสียหน่อยอีกอย่างนายวางใจเถอะ มีตระกูลหวังอยู่ ไม่มีทางเป็ข่าวหรอก”
ซ่งอวี้หยิบกระดาษทิชชูมาเช็ดมือคิดในใจว่าโลกของคนรวยในนิยายมันมหัศจรรย์พันลึกขนาดนี้เชียวทำเหมือนกฎหมายบ้านเมืองเป็แค่ของประดับกันเลย
แน่ละ ถ้าไม่เป็แบบนี้แล้วจะอำนวยความสะดวกให้พวกโง่นั่นทำเื่เลวทรามต่ำช้าได้ยังไง
ซ่งอวี้ไม่ใช่คนที่เห็นคนอื่นกำลังจะตายแล้วนิ่งดูดายกะว่าเดี๋ยวจะไปแจ้งเื่นี้กับแผนกต้อนรับเสียหน่อยเขาทนมองเด็กคนหนึ่งโดนทำลายชีวิตไม่ลงหรอก
เขาหยิบมือถือขึ้นมาพิมพ์ข้อความหาญาติผู้พี่ว่า ‘พี่ ผมเรียกรถกลับก่อนนะครับ’ แล้วกดส่ง
ตอนนั้นเองเขาก็ได้ยินเสียงสนทนาของพนักงานทั้งสองที่เดินไปถึงหน้าประตูดังแว่วมา
“เด็กนั่นชื่ออะไรนะ”
“เหมือนจะแซ่เซี่ย เซี่ย...เซี่ยสุย ใช่ เซี่ยสุย!”
นิ้วมือพลันแข็งทื่อ
เซี่ยสุย?!
เชี่ย!
ซ่งอวี้นิ่งงันไปทั้งร่างก่อนจะเก็บมือถือใส่กระเป๋าแล้วรีบสาวเท้ายาว ๆ ออกไปะโเรียกพนักงานสองคนนั้น
“เดี๋ยวก่อน!”
พนักงานทั้งสองชะงัก พอเหลียวหน้ากลับมา ก็เห็นเด็กหนุ่มตัวสูงเพรียวอายุราวสิบห้าสิบหกกำลังกระวีกระวาดออกมาจากห้องน้ำ
พวกเขาทำงานในคลับหลินสุ่ยคุณภาพในการบริการยังต้องมีอยู่แค่เห็นการแต่งกายของซ่งอวี้ก็รู้แล้วว่าฐานะไม่ธรรมดา จึงถามว่า “ครับ ไม่ทราบว่ามีอะไรหรือครับ”
น้ำเสียงของซ่งอวี้ติดจะร้อนใจ “ห้องไหน”
พนักงานงุนงง “หา?”
เขาข่มความฉุนเฉียว “เซี่ยสุยอยู่ห้องไหน”
พนักงานลำบากใจมาก “เอ่อ...”
ซ่งอวี้จ้องมองพวกเขาเงียบ ๆ ดวงตาสีชาอ่อนเปี่ยมความจริงจังค่อย ๆ พูดทีละคำ “ผมเป็เพื่อนร่วมชั้นของเซี่ยสุย”
พนักงานลอบถอนหายใจ พวกเขาเองก็ไม่ใช่คนเืเย็นจึงยอมบอก “เขาอยู่ห้อง 305”
ซ่งอวี้เอ่ยขอบคุณเสียงแ่ ก่อนจะวิ่งพรวดพราดลงบันได
ระหว่างวิ่งลงไปก็พิมพ์ข้อความหาพี่ชายเพิ่มอีก ‘ผมอยู่ห้อง 305’
เดิมทีแม้อีกฝ่ายจะเป็คนแปลกหน้า ซ่งอวี้ก็คิดจะช่วยอยู่แล้วเพียงแต่คงไม่รีบร้อนขนาดนี้ชื่อเซี่ยสุยทำเอาความหวั่นวิตกในใจเขาพลันพุ่งแตะขีดสูงสุด
เพราะนอกจากรูปร่างหน้าตาของเซี่ยสุยจะ ‘ชวนทำให้คนคลุ้มคลั่ง’ แล้วยังมีจุดเด่นอีกข้อคือปลุกความซาดิสม์ของชาวบ้านชาวช่องได้ง่ายดายเป็พิเศษ
เรียกง่าย ๆ ว่าตัวดึงดูดหายนะนั่นแหละ
หากเป็คนอื่นอาจแค่กินเหล้าแล้วอาเจียนแต่กรณีเซี่ยสุยอาจถูกทำร้ายจนขาหักหัวร้างข้างแตก เรียกได้ว่านักเขียนสรรหาทุกวิถีทางเพื่อให้ได้ทารุณเซี่ยสุยจริงๆ
ซ่งอวี้ก่นด่าเซตติงขยะในนิยายต้นฉบับวิ่งหน้าตั้งไปแผนกต้อนรับ พูดเสียงติดจะกระหืดกระหอบ “พี่สาว! ผมมีเื่จะแจ้ง!”
คุณพี่ผู้หญิงแผนกต้อนรับชะงักไปชั่วครู่ครั้นจำได้ว่าเขาเป็คนที่เมิ่งกวงพามา จึงถามอย่างนอบน้อม “คุณว่าอะไรนะคะ”
ซ่งอวี้ “ผม้าร้องเรียนมีคนก่อเื่ที่ห้อง 305!”
ใบหน้าแต่งแต้มเครื่องสำอางอย่างประณีตของเธอแข็งค้างไปเล็กน้อย “ก่อเื่? ได้ค่ะ ฉัน...ฉันถามให้นะคะ”
เธอกำลังจะติดต่อหาพนักงานบริการตรงชั้นสาม ไม่นึกว่ายังไม่ทันมีคนรับสายวิทยุสื่อสารซ่งอวี้ก็ตบโต๊ะพร้ะคอกลั่น “ไม่ทันแล้วผู้จัดการพวกคุณอยู่ไหม ขอผมยืมคนสองสามคนก่อน เพื่อนผมอยู่ห้อง 305 ถ้าไปช้าแค่วินาทีเดียวต้องเกิดเื่กับเขาแน่”
คุณพี่ผู้หญิงแผนกต้อนรับ “...”
เ้าเด็กเวรนี่มาจากไหนกันเนี่ย อยากเรียกรปภ.มาลากออกไปชะมัด แต่เพราะเห็นแก่หน้าองค์ชายเมิ่ง เธอจะทำอย่างไรได้ นอกจากยิ้มเฝื่อน “ได้ค่ะ ๆ คุณอย่าเพิ่งใจร้อนนะคะ”
ณ ลานด้านหลังของคลับหลินสุ่ยภายในห้องที่ตกแต่งสไตล์โบราณ
เมิ่งกวงสนุกกับเสียงเพลงจนเหนื่อย นั่งโซฟาเตรียมจะเปิดกระป๋องเบียร์แต่แล้วมือถือก็พลันสว่างวาบ
เขาปลดล็อกหน้าจอ เห็นข้อความจากญาติผู้น้องส่งมา
มีสองข้อความ
[พี่ ผมเรียกรถกลับก่อนนะครับ]
[ผมอยู่ห้อง 305]
ทั้งสองห่างกันเพียงไม่กี่นาที
เมิ่งกวงตระหนักได้ราง ๆ ว่ามีบางอย่างผิดปกติเขาเปิดกระป๋องเบียร์พลางถามเปรย ๆ “วันนี้คลับหลินสุ่ยห้อง 305มีใครมาเหรอ”
คนที่นั่งข้างเขาคือคุณชายตระกูลเหวยตระกูลเหวยเป็ั์ใหญ่ในแวดวงอุตสาหกรรมบันเทิงและอาหารเครื่องดื่มหลินสุ่ยเองก็เป็คลับในสังกัดของตระกูลเหวยเช่นกัน
เหวยเช่อเอ่ยว่า “305? นายจะถามไปทำไม” เขากำลังสับไพ่ แล้วพลันนึกอะไรออก“ไม่สิ เหมือนฉันจะพอจำได้แฮะ วันนี้ตอนขึ้นบันไดมา ฉันเจอพวกหวังเป่ยตันด้วยเหมือนพวกเขาจะเข้าไปที่ห้อง 305 นะ”
“พรวด!” เมิ่งกวงพ่นเบียร์ออกมาหมดปาก
เหวยเช่อรีบเอียงตัวหลบ พลางร้องด่า “เชี่ยแม่ง หาเื่เรอะ”
เมิ่งกวงโกรธจนบีบกระป๋องเบียร์เป็ก้อนชายหนุ่มลุกขึ้นเอ่ยเสียงเย็นะเื ดวงตาดำมืด “หวัง เป่ย ตัน?”
คนข้าง ๆ ดูออกว่าเขาเดือดจัด จึงถามอย่างสงสัย “ทำไมเหรอ หมอนั่นน่าขยะแขยงก็จริง แต่ก็ไม่ได้ยั่วโมโหอะไรนายนี่”
ในแวดวงพวกเขา หวังเป่ยตันชื่อเสียงฉาวโฉ่เป็ที่สุด
ชอบตามล่าหาความแปลกใหม่ รสนิยมวิตถารมีอยู่ปีหนึ่งเล่นสนุกกับดาราสาวปลายแถวจนเกือบทำเธอตายคาคอนโดแต่ตระกูลหวังปิดเื่ไว้ได้ด้วยเงินจำนวนมหาศาล
เมิ่งกวงหน้าดำคร่ำเคร่ง พูดด้วยความโมโห “ตอนนี้น้องชายฉันอยู่ที่ห้อง 305!”
เพื่อนทั้งกลุ่มสูดลมเย็นเข้าปอดดังเฮือก
คุณชายเล็กตระกูลซ่งคนนั้นรูปร่างหน้าตาดี เฉลียวฉลาดน่าเอ็นดู เ้าทึ่มหวังเป่ยตันคงไม่ตาบอดหิ้วเข้าไปหรอกนะ
เมิ่งกวงร้อนใจจะปกป้องญาติผู้น้อง จึงก้าวยาว ๆออกจากห้องพลางขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน “แม่งเอ๊ย ถ้าทำน้องชายเหล่าจือ[1]ผมร่วงแม้แต่เส้นเดียวเหล่าจือจะซัดมันเข้า ICU วันนี้นี่แหละ!”
“เฮ้ย ๆ เดี๋ยวก่อน พวกเราไปด้วย”
คุณชายใหญ่เมืองจิ่งสองสามคนรีบผุดลุกตามไป
ล้อเล่นหรือไง เกิดซ่งอวี้เป็อะไรขึ้นมาจริง ๆพวกเขามีหวังโดนผู้เฒ่าในตระกูลฟาดขาหักกันพอดี
---------------
ชั้นสาม คลับหลินสุ่ย
ผู้จัดการที่เดินตามหลังซ่งอวี้มาเผยสีหน้ากล้ำกลืน “คุณชาย เพื่อนของคุณจะมาอยู่ในที่ของเราได้ยังไงกันครับ”
ใบหน้าเล็ก ๆ ของซ่งอวี้ดูเ็า “ผมบอกว่ามีก็มีสิ”
ผู้จัดการรู้สึกเหมือนถูกเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมผลักลงหลุมไฟได้แต่ฝืนเคาะประตู
ไม่กี่อึดใจ ประตูห้อง 305 ก็เปิดออก
คนเปิดประตูเป็วัยรุ่นย้อมผมทอง ถุงใต้ตาดำคล้ำคำว่าหงุดหงิดเขียนชัดบนใบหน้า “มีอะไร”
ผู้จัดการเหงื่อแตกพลั่ก “พอดีได้รับแจ้งว่ามีคนก่อเื่ที่ห้องพวกท่าน ทางเราเลยมาดูหน่อยน่ะครับ”
คนผมทองเชิดปาก “ไม่มีว้อย! ไสหัวไป!”
พูดจบก็ทำท่าจะปิดประตูแรง ๆ
ทว่าลูกบิดกลับถูกมือเรียวขาวผ่องของเด็กหนุ่มจับไว้
สุ้มเสียงเย็น ๆ ดังแว่วมา “เพื่อนผมอยู่ข้างใน”
คนผมทองทอดสายตามองเด็กหนุ่มผู้สวมเชิ้ตขาวกับกางเกงยีนข้างหลังดวงตาพลันวาววับ
เดิมทีเขาชอบเด็กผู้ชายอยู่แล้วปกติก็เที่ยวกดขี่ข่มเหงคนอื่นในเมืองจิ่งตามหวังเป่ยตันจนเคยชินเมื่อมองใบหน้าขาวนวลของซ่งอวี้จึงรู้สึกร้อนวูบวาบบริเวณใต้สะดือเขาหยีตาฉีกยิ้มอันธพาล “หมายถึงคนที่ชื่อเซี่ยสุยใช่มะเขาเป็เพื่อนนายเหรอเนี่ย ว่าไงสหาย จะเข้ามาสนุกด้วยกันไหม”
ผู้จัดการคิดจะเตือนคนผมทองสักหน่อย “ไม่ได้นะครับ ท่านนี้...”
คาดไม่ถึงว่าซ่งอวี้จะผลักผู้จัดการออกก่อนยิ้มเย็น “เอาสิ”
คนผมทองเปิดประตูอย่างกระตือรือร้น
ซ่งอวี้ก้าวเท้าตรงเข้าไป
ภายในห้องส่วนตัวเปิดเพลงดังสนั่น อึงอลหนวกหูแสงไฟวับวาบลายตาบรรยากาศยุ่งเหยิง ควันโขมงคลุ้งกลิ่นเหล้าหึ่ง มีผู้ชายจำนวนหนึ่งนั่งอยู่บนโซฟาต่างโอบเอวหญิงสาวพลางจับจ้องกลางห้องด้วยสายตาหยอกเย้า และพากันโห่ร้องว่า
“ดื่มสิ!”
“คุณชายหวังพูดคำไหนคำนั้นอยู่แล้ว!”
“ถ้านายดื่ม พวกฉันจะปล่อยนังโง่นี่ไป!”
ครั้นซ่งอวี้มองตามสายตาคนไปก็เห็นเซี่ยสุย
ตัวเอกประจำเื่พันธนาการแสนหวาน
เซี่ยสุยสวมเชิ้ตขาวกับกางเกงขายาวสีดำดูแล้วยังเป็แค่เด็กนักเรียน ทว่าเครื่องหน้ากลับประณีตงดงามเป็ที่สุดครั้นแสงส่องกระทบใบหน้า ความเ็าก็แทบจับตัวเป็น้ำค้างแข็ง
ขวดเหล้ามากมายบนโต๊ะถูกดื่มจนกลายเป็ขวดเปล่า
ทว่ามือเรียวสวยของเซี่ยสุยกลับยกขวดมารินเหล้าอย่างต่อเนื่องดื่มรวดเดียวหมดประหนึ่งช่ำชองเป็อย่างดี
เด็กหนุ่มปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตถึงเม็ดที่สองแหงนหน้ากระดกในคราวเดียว เหล้าไหลจากมุมปากผ่านไหปลาร้าดูเซ็กซี่เย้ายวนเป็ที่สุด
ดื่มจนเกลี้ยง
จากนั้นก็วางขวดลงบนโต๊ะ
“สิบ”
เด็กหนุ่มหลุบตา น้ำเสียงเย็นเยียบ
ในหุบเหวแห่งความโสมมมึนเมาตัวเขากลับสะอาดและเ็าดุจดังแสงสว่าง
ผู้หญิงที่นั่งคุกเข่าร้องไห้จนเครื่องสำอางเลอะเทอะเงยหน้ามองอึ้งๆ
กรอกเหล้าแรงที่สุดของคลับหลินสุ่ยลงท้องไปตั้งสิบขวดต่อให้ไม่ตาย กระเพาะก็ต้องทะลุแน่
ชายร่างท้วมคนหนึ่งนั่งอยู่กลางโซฟาสูบบุหรี่พลางกล่าวด้วยน้ำเสียงแฝงนัย “ดื่มหมดจริง ๆ ซะด้วย”
เซี่ยสุยพูดอย่างเฉยเมย “ปล่อยเธอ”
หวังเป่ยตันพิศมองใบหน้าประณีตงดงามของเด็กหนุ่มอย่างกรุ้มกริ่มก่อนเลียริมฝีปาก แล้วขยี้ก้นบุหรี่กับโต๊ะ
“ได้ ฉันจะปล่อยมันไป แต่นังคนนี้ฉันอุตส่าห์จ่ายเงินก้อนโตเพื่อเรียกมาให้ปล่อยไปด้วยเหล้าสิบขวดเนี่ยขาดทุนเห็น ๆหรือยังไงลองเอาตัวนายมาชดเชยให้ฉันแทนสิ”
รูม่านตาของเซี่ยสุยหดลีบ เด็กหนุ่มไม่พูดอะไรเพียงค่อย ๆ กำหมัดแน่นขึ้น
คนรอบด้านต่างขยับยิ้มแฝงความนัยคนที่คุณชายหวังถูกใจ ถึงอย่างไรคืนนี้ก็หนีไม่พ้น
หวังเป่ยตันดันสาวบนตักออก อ้าขายิ้มหื่นกระหาย “เอางี้ เดิมทีฉันก็เรียกยัยนั่นกะจะให้มาช่วยดับร้อนอยู่แล้วงั้นนายลองใช้ปากทำให้ฉันซะเลยเป็ไง? พวกเราจะได้เจ๊ากันไปดีไหม?”
ณ ทางเข้าห้อง
คนผมทองยืนขวางประตู หัวเสียสุดขีด “ฉันจะเล่นกับเพื่อนตัวน้อย นายมาเสือกอะไรด้วย ไสหัวไป ๆ ๆอย่ามาทำลายความสนุกของฉัน”
ผู้จัดการทำหน้าขมขื่น “อย่าเลยครับ ประเดี๋ยวจะเกิดเื่เอา เขาเป็คนที่องค์ชายเมิ่งพามาจะเป็เื่จริง ๆ นะครับ”
คนผมทอง “หา? ใครพามานะ”
ผู้จัดการคิดจะเอ่ยเตือน แต่เสี้ยววินาทีถัดมากลับมีเสียงขวดเหล้าแตกดังในห้อง
เสียงเพล้ง! ดังะเืเลื่อนลั่นอย่างกับฟ้าร้อง!
ทุกคนพากันสะดุ้งโหยง
เด็กหนุ่มคนหนึ่งเข้ามาในห้องส่วนตัวั้แ่เมื่อไหร่ไม่ทราบ
จากนั้นก็ไม่พูดพร่ำทำเพลงคว้าขวดเหล้าบนโต๊ะซัดใส่หัวหวังเป่ยตันตรง ๆ
รูม่านตาของหวังเป่ยตันหดลีบก่อนจะหลบทันเฉียดฉิวทว่าเศษแก้วตอนขวดกระแทกกำแพงแตกก็ยังกระเด็นบาดหน้าจนอาบเื
เขาแตะถูกเืบนใบหน้าก่อนจะตะคอกอย่างดุดันลั่นห้องทันควัน “ใครวะ! ใครปล่อยให้มันเข้ามา!”
เซี่ยสุยเองก็อึ้งเมื่อวินาทีก่อนตัวเขายังถูกโอบล้อมด้วยความมืดมิด คำพูดดูิ่และสายตาน่าขยะแขยง ซึ่งทรมานประสาทการรับรู้รวมทั้งศักดิ์ศรีของเขาทีละน้อย
แต่จู่ ๆวินาทีถัดมาก็มีคนโผล่มาทำลายฝันร้ายนี้จนแตกละเอียด เขาดื่มเหล้าเข้าไปเกินขนาดกระเพาะปวดแปลบเหมือนโดนมีดกรีดมาพักใหญ่แล้ว ดวงตาที่เคยเ็าอยู่เป็นิตย์บัดนี้เจือความสับสนหลายส่วนได้แต่มองคนรอบด้านโดยไม่พูดไม่จา
ซ่งอวี้เดินออกมาจากความมืดอย่างโมโหจนปวดตับเขาแค่นยิ้มจ้องหวังเป่ยตัน “จะดับร้อนไม่ใช่เหรอ? ฉันเลยช่วยนี่ไง”
ดับร้อนแบบฮาร์ดคอร์ยังไงล่ะ
[1]คำแทนตัวเองเพื่อสื่อว่าตนเป็พ่อของคู่สนทนา อารมณ์เหมือนกูคือพ่อมึง