รุ่งอรุณของวันใหม่มาพร้อมกับความสงบที่ผิดปกติในขบวนคาราวาน ฟารุคจากไปอย่างเงียบเชียบก่อนที่แสงแรกจะมาถึง ทิ้งไว้เพียงความรู้สึกค้างคาและกลิ่นอายของบุรุษเพศที่ยังคงอบอวลอยู่ในห้องพักของฉินหลิวซี นางลุกขึ้นจากเตียงด้วยร่างกายที่อ่อนเปลี้ย แต่จิตใจกลับรู้สึกถึงความอิ่มเอมอย่างประหลาด พลังหยินยมโลกที่ฟารุคถ่ายทอดให้เมื่อคืนได้หล่อหลอมเข้ากับกายหยิน์ของนางอย่างสมบูรณ์ ทำให้พลังปราณของนางเพิ่มพูนขึ้นอย่างก้าวะโ แต่สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจนคือรูปลักษณ์ภายนอกของนาง ชุดนักพรตสีขาวที่เคยดูเรียบง่าย ตอนนี้กลับรัดรึงสัดส่วนที่เต่งตึงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ใบหน้าของนางยังคงความบริสุทธิ์ไร้เดียงสา แต่ดวงตากลับแฝงประกายยั่วยวนที่ดึงดูดสายตาของบุรุษเพศอย่างไม่อาจต้านทาน
การเดินทางในวันนี้แตกต่างจากสองวันที่ผ่านมาอย่างสิ้นเชิง เมื่อขบวนคาราวานเคลื่อนตัวออกจากโอเอซิสที่สองได้ไม่นาน ทิวทัศน์ของทะเลทรายก็เริ่มจางหายไป ถูกแทนที่ด้วยผืนดินที่อุดมสมบูรณ์และพืชพรรณเขียวขจี นี่คือเขตแดนของ ชมพูทวีป ดินแดนที่เต็มไปด้วยความเจริญรุ่งเรืองและวัฒนธรรมที่แตกต่างจากแผ่นดินใหญ่ที่นางจากมา
สิ่งที่น่าประหลาดใจยิ่งกว่าคือ จ้าวอี้ิ ที่ฟื้นตัวจากอาการาเ็อย่างรวดเร็ว เขาปรากฏตัวขึ้นข้างนางเอกด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวลและสำนึกผิด เขาคอยเฝ้าดูแลนางอย่างใกล้ชิดตลอดการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็การจัดหาอาหารที่ดีที่สุด หรือการคอยกันไม่ให้บุรุษอื่นเข้าใกล้นางมากเกินไป กิจกรรมที่เกิดขึ้นใน่กลางคืนจึงถูกกลืนหายไปในความเงียบงัน ไม่มีใครเอ่ยถึงฟารุคหรือเหตุการณ์ที่โอเอซิสอีก
เมื่อขบวนคาราวานมาถึงเมืองการค้าขนาดใหญ่แห่งแรกในชมพูทวีป บรรยากาศก็เต็มไปด้วยความคึกคักและแปลกตา ฉินหลิวซีมองดูผู้คนที่มีผิวสีเข้ม แต่งกายด้วยผ้าหลากสีสัน และภาษาที่ใช้ก็ฟังดูแปลกหู จ้าวอี้ิพาฉินหลิวซีเดินชมตลาดอย่างระมัดระวัง ในขณะที่ขบวนพ่อค้าทำการแลกเปลี่ยนสินค้า
ณ ใจกลางตลาด นางเอกได้พบกับกลุ่มนักบวชจากอินเดียที่กำลังเผยแผ่ศาสนา พวกเขาสวมชุดสีเหลืองห่มคลุมร่างกาย และมีใบหน้าที่เปี่ยมด้วยเมตตา นักบวชคนหนึ่งกำลังอ่านคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ด้วยน้ำเสียงที่ไพเราะและสงบเงียบ
ฉินหลิวซีรู้สึกสนใจในทันที นางเคยศึกษาแต่คัมภีร์เต๋าของอาจารย์มาั้แ่เด็ก นางอยากรู้ว่าศาสนาที่แตกต่างนี้จะมีหลักคำสอนที่แตกต่างจากเต๋าอย่างไร นางจึงเดินเข้าไปใกล้กลุ่มนักบวชด้วยความเคารพ
"ท่านนักบวช" ฉินหลิวซีกล่าวด้วยภาษาท้องถิ่นที่นางเคยเรียนรู้มาบ้าง "คัมภีร์ที่ท่านอ่านอยู่นั้นคืออะไรหรือ?"
นักบวชยิ้มอย่างอ่อนโยน "นี่คือ พระธรรม ที่สอนให้มนุษย์พ้นทุกข์และเข้าถึงความจริงของชีวิต"
ฉินหลิวซีขออนุญาตดูคัมภีร์เล่มอื่น ๆ ที่นักบวชนำมาเผยแผ่ นางไล่สายตาไปตามคัมภีร์ที่เรียงรายอยู่บนแผง จนกระทั่งสายตาของนางหยุดลงที่คัมภีร์เล่มหนึ่งที่ปกทำจากหนังแกะสีแดงเข้ม มีภาพวาดที่ดูแปลกตาและยั่วยวนอยู่บนปก
"เล่มนี้คืออะไรหรือ?" นางถามด้วยความสงสัย
นักบวชมีสีหน้าสงบแต่แฝงความลึกล้ำ "นั่นคือ วิชาโยคะแห่งความรัก หรือ กามสูตร เป็ตำราโบราณที่มิได้สอนเื่ความใคร่เพียงอย่างเดียว แต่เป็ ศาสตร์แห่งการรวมพลังปราณ ของบุรุษและสตรี เพื่อให้เกิดความสมดุลของพลังหยินหยางในกาย ช่วยให้ผู้บำเพ็ญเข้าใจพลังในตนเองได้ดียิ่งขึ้น การฝึกฝนตามตำรานี้คือหนทางสู่ ความสุขสูงสุด และ การหลุดพ้น จากพันธนาการทางโลก เป็การยกระดับจิติญญาผ่านการรวมกายและใจ เป็ความรู้ที่ลึกซึ้งและศักดิ์สิทธิ์"
คำอธิบายของนักบวชทำให้ฉินหลิวซีรู้สึกตื่นเต้นอย่างยิ่ง มันสอดคล้องกับคำสอนของอาจารย์เกี่ยวกับ การบำเพ็ญเพียรคู่ และ โลกีย์วิสัย ที่นางต้องเรียนรู้เพื่อบรรลุเต๋าขั้นสูงสุด นางเชื่อว่านี่คือ กุญแจสำคัญ ที่จะไขความลับของพลังหยิน์ในตัวนาง นางจึงใช้เงินที่ติดตัวมาซื้อตำรา วิชาโยคะแห่งความรัก เล่มนั้นมาอย่างเงียบ ๆ จ้าวอี้ิที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ไม่ทันสังเกตเห็นการซื้อขายที่รวดเร็วนี้
ในคืนนั้น ณ โรงเตี๊ยมแห่งใหม่ที่หรูหรากว่าเดิม ฉินหลิวซีเปิดตำรา วิชาโยคะแห่งความรัก ออกอ่านด้วยความตื่นเต้น นางจุดตะเกียงน้ำมันให้สว่างจ้าเพื่อไม่ให้พลาดแม้แต่รายละเอียดเดียว ภาพวาดที่เคยดูโจ่งแจ้งในสายตาของคนทั่วไป ตอนนี้กลับดูเหมือน แผนผังการโคจรของพลังปราณ ที่ซับซ้อน นางพยายามทำความเข้าใจกับท่วงท่าและวิธีการที่บรรยายถึงการรวมกายและใจเพื่อแลกเปลี่ยนพลังปราณหยินหยาง
"การรวมพลังปราณ... เพื่อความหลุดพ้น..." นางพึมพำกับตัวเอง นางนึกถึงความรู้สึกที่ร้อนรุ่มและอิ่มเอมที่ได้รับจากฟารุค นางเริ่มตระหนักว่าสิ่งที่นางทำกับฟารุคอาจไม่ใช่แค่การ ระบายพลังสังหาร หรือ การบำเพ็ญเพียร อย่างที่ฟารุคกล่าวอ้าง แต่มันคือ การรวมพลังปราณ ที่ไม่สมบูรณ์และผิดวิธี
นางใช้เวลาทั้งคืนในการศึกษาตำรา วิชาโยคะแห่งความรัก นางไม่ได้รู้สึกรังเกียจหรืออับอาย แต่กลับรู้สึกว่านี่คือ ความรู้ ที่นางต้องเรียนรู้เพื่อทำความเข้าใจ โลกีย์วิสัย และบรรลุเต๋าขั้นสูงสุดตามคำทำนายของอาจารย์ นางพยายามทำตามท่วงท่าที่ซับซ้อนในตำราด้วยตัวเอง แต่ก็ยังไม่เข้าใจถึง แก่นแท้ ของการรวมพลังปราณ
"ข้าต้องกลับไปถามท่านนักบวชผู้นั้น" นางตัดสินใจ "ข้าต้องเข้าใจถึง วิถีแห่งโยคะ ที่แท้จริง เพื่อให้ข้าสามารถควบคุมพลังหยิน์ในตัวข้าได้" นางปิดตำราลงด้วยความมุ่งมั่น และตั้งใจว่าจะกลับไปหาท่านนักบวชอินเดียในวันรุ่งขึ้นเพื่อขอคำชี้แนะเพิ่มเติม