ไป๋เสี่ยวหรงยืนขึ้นมองมาอย่างไป๋เซียวหมินด้วยแววตาสงบก่อนจะทำความเคารพให้เขาอย่างมีมารยาท ไป๋เซียวหมินมองหลานสาวของเขาด้วยน้ำตาเท้าของเขาก้าวมาหานางด้วยขาที่สั่นเทา
เมื่อมาถึงร่างเล็กบอบบางของไป๋เสี่ยวหรงเขายื่นมือออกมาัักับใบหน้าของนางอย่างอ่อนโยนและทะนุถนอมน้ำตาไหลไม่หยุด ไป๋เสี่ยวหรงหรี่ตาลงเพราะอาการปั่นป่วนที่กำลังเกิดขึ้นในใจของนางอย่างที่นางไม่อาจอธิบายได้นางทำได้เพียงขมวดคิ้วกับความรู้สึก ที่กระจายออกมาจากแววตาและฝ่ามือใหญ่ของปู่ของนาง
"ท่านปู่"ไป๋เสี่ยวหรงพูดเสียงแ่เบาราวเสียงกระซิบ แววตาของนางสั่นไหวเล็กน้อย
"เราไม่ได้เจอกันสิบปีเต็ม หลานเป็อย่างไรบ้าง ตาแก่นั้นรังแกหลายหรือไม่ เขาดีกับหลานหรือเปล่า"ไป๋เซียวหมินถามอย่างห่วงใย คนที่เขาเอ่ยถึงไม่ใช่ใครที่ไหนเขาก็คืออาจารย์ของไป๋เสี่ยวหรง หวังโจ่วเฉิน
"ไม่เ้าค่ะ ท่านอาจารย์ดีกับหลานทุกอย่าง"ไป๋เสี่ยวหรงพูดเสียงอ่อนลงเพราะกลัวว่าจะทำให้ปู่ของนางและอาจารย์ผิดใจกัน แต่ที่นางพูดนั้นเป็เื่จริงทุกอย่าง
"ดีแล้วๆ"ไป๋เซียวหมินพูดจบพาหลานสาวมานั่งลงข้างๆพร้อมกับให้สาวใช้นอกห้องน้ำของว่างและน้ำชาเข้ามาเพิ่ม และเริ่มถามความเป็อยู่ของไป๋เสี่ยวหรงต่อด้วยความสุข ใบหน้าของเขามีรอยยิ้มดีใจไม่จางหาย
"หลานจะกลับไปอย่างหุบเขาหนามเปื่อยแล้วหรือ"ไป๋เซียวหมินพูดเสียงเศร้า เขาพึ่งได้พบปะพูดคุยกับหลานสาวที่จากกันไปหลายปีเพียงครู่เดียวแล้วนางกำลังจะจากไปอีกครั้ง มันช่างเ็ปเหลือเกิน
ไป๋เสี่ยวหรงมองแววตาที่สะท้อนภาพของนางในแววตาของไป๋เซียวหมินที่แสดงถึงความเ็ปหัวใจที่เป็น้ำแข็งตลอดของนางพลางทะลายลงเหลือเพียงหัวใจที่มีความรู้สึกทั้งเจ็บและไม่เข้าใจ ทำให้นางไม่รู้ว่าจะตอบสนองอย่างไร
"ท่านปู่อยากให้หลานอยู่ต่อหรือเ้าคะ"นางหรี่ตาลงเพื่อซ่อนความรู้สึกแปลกๆในใจแล้วเอ่ยเสียงเบาทว่ากับนุ่มนวลกว่าที่ผ่านมา
"ใช่ แต่ถ้าหลานไม่อยากอยู่ปู่ก็ไม่ห้าม"เขาละทิ้งความเ็ปกลบเกลื่อนความรู้สึกภายในใจ เพื่อไม่ให้หลานสาวของเขารู้สึกกังวลใจ
"ถ้าเช่นนั้นหลานจะอยู่กับท่านสักสองเดือนก่อนหลานค่อยกลับไปก็ได้เ้าค่ะ"
แววตาของไป๋เซียวหมินประกายความตื่นเต้นที่ไม่ปิดบัง รอยยิ้มของเขากว้างขึ้นเต็มด้วยความสุข ก่อนจะพยักหน้าให้เป็การตอบรับ
"แล้วเมื่อคืนหลานพักอยู่ที่ใด"
"ท่านปู่หลานพักอยู่ในโรงเตี๊ยมเ้าค่ะ เมื่อคืนหลานมาหาท่านแล้วแต่เกิดเื่ฉุกเฉินเสียก่อนจึงกลับไปพักที่โรงเตี๊ยม"ไป๋เสียวหรงตอบเสียงเรียบ
"ปู่ต้องขอโทษเ้าด้วยจริงๆ พอดีเมื่อคืนปู่พึ่งกลับมาจากธุระนอกเมืองจึงมารู้อีกทีก็เป็วันใหม่เสียแล้ว ปู่ทำให้เ้าต้องลำบากแล้วจริงๆ"
"ไม่เป็ไรหรอกเ้าค่ะ"
"หลานย้ายมาพักในจวนดีหรือไม่ปู่ของเ้าจัดเตรียมการไว้เรียบร้อยแล้วเหลือเพียงเ้าของกลับมา"
"เ้าค่ะ"ไป๋เสี่ยวหรงพยักหน้าก่อนจะพูดอีกสองสามประโยชน์ก่อนจะออกจากจวนไปเพื่อกลับมาอย่างโรงเตี๊ยมเพื่อเก็บข้าวของของนาง ทว่าระหว่างทางกลับเกิดเื่ขึ้นเสียงก่อน
รถม้าเสียหลักพุ่งชนกับร้านค้าจนกระจัดกระจายเต็มพื้นถนน และยังดีที่ไป๋เสี่ยวหรงหลีกทางได้ไม่เช่นนั้นนางได้เละเทะเหมือนกับแผนร้านค้านั้นเป็แน่ นางหันกลับมาอย่างรถม้าคันนั้นสตรีในอาภรณ์สีชมพูอ่อนเดินออกมาจากรถม้าใบหน้าที่อ่อนหวานของนางบึกบึนแววตาฉายแววความไม่พอใจ ก่อนจะยกมือขึ้นเท้าสะเอวมองดูผู้คนรอบๆก่อนจะะโออกมาด้วยเสียงที่แหลมจนบางคนถึงกับยกมือขึ้นปิดหู
"พวกสกปรกกล้ามาขวางทางข้าคนนี้หรือ รู้หรือไม่ว่าข้าเป็ใคร!"นางะโใส่ชาวบ้านโดยรอบอย่างเอาแต่ใจมองทุกคนอย่างหยิ่งผยองชี้นิ้วหมุนรอบใส่ทุกคนจนมาหยุดอยู่ที่เด็กผู้หญิงน่ารักที่นั่งอยู่บนพื้นด้วยร่างที่สั่นเทา"เ้าเด็กสกปรกเป็เ้าใช่หรือไม่ที่มาขวางทางรถม้าของข้า!"
ไอเย่ซื่อ คุณหนูสกุลไอหรือบุตรสาวคนเล็กของหัวหน้าหมอหลวง นิสัยก้าวร้าว ใจร้อน ขี้โมโห ชอบดูถูกคนที่มีฐานะต่ำกว่าตนแต่ก็ยังถือว่านางใจดีแต่มีเพียงปากที่เป็พิษร้ายดุด่าคนอื่นไปทั่วอย่างไม่เกรงใจ
นางเดินเข้ามาหาร่างเล็กกะทัดรัดของเด็กผู้หญิงคนนั้นราวกับปีศาจร้ายที่กำลังจะทุบตีเด็กน้อยอย่างไม่เกรงใจ ทว่าเสียงขรึมของใครบางคนขัดไว้เสียก่อน
"หยุด นั้นเ้ากำลังทำอะไรน่ะ"
ไอเย่ซื่อหันกลับมามองคนพูดด้วยรอยยิ้มสดใสและบริสุทธิ์เมื่อกับว่านางไม่ได้ทำอะไรก่อนหน้านี้ แล้วเดินเข้าไปหาเขาด้วยท่าทีสง่างามและมั่นใจ
"เปล่านะเ้าค่ะ แล้วพี่จื่อชิงมาทำอะไรที่นี่หรือเ้าคะหรือว่าพี่คิดถึงเย่เอ๋อร์จึงมาหา"ไอเย่ซื่อพูดเสียงใส มองใบหน้าหล่อเหลาของบุรุษที่นางแอบหลงรักด้วยความหลงใหล
เขาก็คือแม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นหยาง เว่ยจื่อชิง วันนี้เขาเข้ามาดูแลและตรวจตราประชาชนตามปกติทว่ากลับมาพบเหตุการณ์ตรงหน้าและคนก่อเหตุไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็บุตรสาวคนเล็กของท่านหัวหน้าหมอหลวงที่ชอบเกาะแกะเขาจนน่ารำคาญ
เว่ยจื่อชิงขมวดคิ้วมุ่นมองใบหน้าอ่อนหวานของไอเย่ซื่อและหันไปมองเด็กผู้หญิงตัวเล็กที่นั่งอยู่บนพื้นตรงข้ามก่อนจะส่งสัญญาณให้ทหารเข้าไปถามอาการของเด็กน้อยแล้วพูดเสียงเรียบกับไอเย่ซื่อก่อนจะหันหลังเดินจากไป
ไอเย่ซื่อยืนนิ่งเป็หินที่ตนถูกเมินใส่นางกำมือแน่นตามองแผ่นหลังกว้างของเว่ยจื่อชิงที่เดินห่างออกไปไกลอย่างไม่พอใจ ก่อนจะพูดเสียงเบากับตนเอง
"พี่จื่อชิง พี่คอยดูเย่เอ๋อร์จะทำให้พี่หลงรักเย่เอ๋อร์ให้จงได้ไม่ว่าพี่จะทำเหมือนไม่เห็นเย่เอ๋อร์อยู่ในสายตาก็ตามเย่เอ๋อร์จะไม่มีวันยอมแพ้"
"คุณหนู"ผู้หญิงรูปร่างเล็กเดินเข้ามาหาไอเย่ซื่อเอ่ยพูดเสียงเป็ห่วง
"กลับ!"นางกัดฟันพูด หันหลังเดินจากไปแววตาละมุนของนางเปลี่ยนเป็บึ้งตึงทันที ผู้หญิงรูปร่างเล็กเดินตามข้างหน้าอย่างเงียบๆ
ไป๋เสี่ยวหรงมองเห็นการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างสงบแววตาของนางเย็นะเืทว่าไร้ซึ่งความรู้สึก ก่อนจะหันไปดูรถม้าที่เกิดเหตุครั้งสุดท้ายแล้วเดินต่อไปราวกับไม่เคยเกิดเหตุการณ์เมื่อครู่ จนกลับมาถึงโรงเตี๊ยมที่นางพักอยู่
ร่างสองร่างของบุรุษเดินเข้ามาขวางทางของไป๋เสี่ยวหรงด้วยความเย่อหยิ่ง บุรุษในอาภรณ์สีฟ้าครามกอดอกและเชิดหน้าขึ้น
"กลับมาแล้วหรือ"เขาก็คือ เผยหนามจื่อ เขาเอ่ยพูดเสียงเ้าเล่ห์มองใบหน้างดงามของไป๋เสี่ยวหรงด้วยแววตาเป็ประกาย
ไป๋เสี่ยวหรงยืนเงียบมองบุรุษแปลกหน้าอย่างสงบ ก่อนจะพูดเสียดเย็นใส่
"ถอยไป"
"โอ้ อย่าหยิ่งนักเลยน่ะ เ้างดงามเช่นนี้มาเป็อนุของข้าดีหรือไม่ข้ารับลองว่าเ้าจะสบายไปทั้งชีวิต ไม่ต้องดิ้นรน อยากได้อะไรก็ได้"
"ถอยไป"อุณหภูมิรอบตัวของไป๋เสี่ยวหรงต่ำลงเรื่อยๆ
"ข้าจะบอกอะไรให้ อย่าคิดว่าเ้ามีวรยุทธแล้วข้าจะกลัว ถ้าเ้าเก่งจริงเหตุใดจึงไม่มีชื่อเสียงเล่า เ้าก็เป็ได้เพียงนักต้มตุ๋นที่หลอกคนอื่นไปทั่วนั้นแหละ ลั่วลั่ว จับนางแล้วส่งไปที่เรือนของข้า"เขาคิดมาดีแล้วและก็แน่ใจว่าวรยุทธที่นางแสดงเช้าวันนี้เป็เพียงอวดอ้างว่าตนเป็จอมยุทธ ที่เขาแน่ใจก็เพราะไม่มีใครยืนยันว่านางเป็จอมยุทธจริงๆ
คนถูกเรียกว่าลั่วลั่วเดินเข้าไปจับไป๋เสี่ยงหรงทันทีทว่าก็ต้องคุกเข่ากับพื้นด้วยความสั่นเทาเพราะกระบี่ที่แหลมคมชี้มาที่ตนราวกับเครื่องตัดสินชีวิตอันด้อยค่าของเขา
แววตาเย็นะเืของนางสะท้อนกับแสงมองลงไปที่คนที่กำลังคุกเข่ากับพื้นอย่างมืดมนกับกระบี่ในมือของนางเรืองแสงกับแสงแดดส่องไปที่แววตาของเผยหนาม เหงื่อเย็นไหลตามใบหน้าหล่อเหลาของเขาทันที
"เ้าอยากรู้ใช่หรือไม่ว่าข้ามีวรยุทธหรือไม่มี เป็นักต้มตุ๋นหรือไม่ใช่ ข้าสามารถฆ่าเขาด้วยกระบี่เล่มนี้ของข้าได้"ไป๋เสี่ยวหรงพูดทีละคำอย่างใจเย็น เหลือบสายตามองไปอย่างเผยหนามจื่อเพื่อรอคำตอบ มุมปากของนางยกขึ้นเป็รอยยิ้มกดขี่พร้อมกับเอียงคอมองอย่างน่ารัก