หลังจากนั้นเพียงไม่กี่วันหลี่เข่อชิงก็สามารถกลับบ้านได้ แม้ว่างานจะยุ่งมากสักเพียงใดแต่มู่ไป๋ก็ยังหาเวลามาส่งเธอที่บ้านด้วยตนเองได้ เป็เพราะเธอไม่ได้ตั้งป้อมรังเกียจเขาอีกต่อไปแล้วทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างคนทั้งคู่พลันดีขึ้น สิ่งที่หลี่เข่อชิงรู้สึกไม่ดีก็คือเธอน่าจะย้อนกลับมาเร็วกว่านี้ อย่างน้อยเื่ที่เธอกรีดข้อมือฆ่าตัวตายเพื่อหนีการแต่งงานก็จะได้ไม่ทำให้เขาต้องตกเป็เป้านินทาของผู้อื่น
“ฉันขอโทษนะคะ” คำพูดของหลี่เข่อชิงทำให้มู่ไป๋ที่กำลังจะขอตัวกลับจ้องมองเธออีกครั้ง
“คำพูดประโยคนี้คุณพูดบ่อยจนเกินไปแล้ว” เขาพูดพลางขมวดคิ้ว หลี่เข่อชิงจึงได้ยิ้มออกมา
“เอาเป็ว่าคราวหน้าฉันจะใช้การกระทำชดเชยให้คุณเองก็แล้วกันนะคะ” หลี่เข่อชิงพูดพลางมองเข้าไปในบ้านที่ในตอนนี้คุณพ่อและคุณแม่ของเธอรออยู่ในบ้านแล้ว
“คุณจะไม่เข้าไปก่อนจริงๆ หรือคะ” หลี่เข่อชิงถามเขาด้วยน้ำเสียงที่มีความออดอ้อนอยู่ไม่น้อยทำให้มู่ไป๋อดยิ้มออกมาไม่ได้
“ผมยังมีคนไข้ที่ต้องกลับไปดูแล คุณเข้าไปด้านในเถิด อากาศหนาวแล้วประเดี๋ยวจะไม่สบาย” เมื่อเขาพูดเช่นนี้หลี่เข่อชิงจึงได้ไม่ยื้อเขาเอาไว้อีก เธอโบกมือลาและยืนส่งเขาจนเขาเดินหายลับไปจากสายตาแล้วจึงตั้งใจว่าจะเข้าไปในบ้าน แต่กลับมีเสียงเรียกของคนคนหนึ่งที่ทำให้ฝีเท้าของเธอต้องชะงักไป
“เข่อชิง” โจวสวินเรียกชื่อเธอแล้วจึงได้ก้าวเท้าเดินตรงมาหาเธอ หลี่เข่อชิงจ้องมองคนตรงหน้าด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเ็า ผู้ชายคนนี้คืออดีตลูกน้องของคุณพ่อของเธอ พอคุณพ่อของเธอรู้ว่าเธอกำลังคบหาอยู่กับเขาก็จงใจย้ายเขาไปอยู่ที่อื่น อีกทั้งยังสืบข้อมูลของเขามาอย่างละเอียดจนรู้ว่าเขามีลูกและภรรยาที่จดทะเบียนสมรสกันเรียบร้อยแล้ว ในตอนแรกเธอไม่เชื่อคุณพ่อของเธอและคิดว่าโจวสวินจะต้องถูกใส่ร้ายแน่ๆ แต่พอได้ติดตามไปที่ชนบทเธอจึงได้รู้ความจริง
“คุณมาทำอะไรที่นี่” หลี่เข่อชิงถามเขาด้วยสีหน้าเ็า
“ผมอยากจะมาอธิบายกับคุณ” คำพูดของเขาทำให้หลี่เข่อชิงยิ้มเยาะออกมา
ชาติที่แล้วก็เป็เช่นนี้ เขาบอกว่าภรรยาของเขาคือเพื่อนในวัยเด็กที่จำเป็ต้องแต่งงานกันั้แ่ตอนที่เขายังไม่ได้เป็ทหาร เขาตั้งใจว่าจะหย่าขาดกับเธอ รอแค่เพียงหลี่เข่อชิงสามารถหลุดพ้นจากการแต่งงานของที่บ้านได้ เขาก็พร้อมจะหย่ากับภรรยาเพื่อมาใช้ชีวิตร่วมกับเธอ แต่พอรู้ว่าถ้าเธอจะถูกตัดขาดจากครอบครัวทรัพย์สมบัติของครอบครัวจะถูกยกให้การกุศลทั้งหมดส่วนเธอจะกลายเป็คุณหนูตกยากที่ไม่มีสิ่งใดติดตัว เขาและหวังลี่เหยาก็ต่างพากันเกลี้ยกล่อมให้เธอยินยอมแต่งงานกับมู่ไป๋ก่อน หลังจากนั้นค่อยหาหนทางหย่าขาดจากมู่ไป๋ ซึ่งเธอก็หลงเชื่ออย่างสนิทใจและทำตามที่พวกเขาทั้งคู่ชักจูงทุกอย่าง ตอนนี้เธอรู้แล้วว่าคำว่า "รัก" ที่เธอเคยยึดติดมันไม่เคยมีอยู่จริง ทุกอย่างล้วนเป็เื่จอมปลอมที่คนชั่วตั้งใจสร้างขึ้นมาเพื่อ
“ต้องขออภัยด้วยที่ฉันไม่้าฟัง” หลี่เข่อชิงพูดพลางตั้งใจว่าจะเดินกลับเข้าบ้านแต่เขากลับรีบเดินมาดึงข้อมือของเธอเอาไว้
“เดี๋ยวก่อน เข่อชิง”
“เอามือสกปรกของนายออกไป” หลี่เข่อชิงพูดพลางถลึงตาใส่เขาอย่างดุร้าย
โจวสวินรีบปล่อยมือของตนเองออกจากข้อมือของหลี่เข่อชิงด้วยความใ สาวน้อยที่ดูอ่อนต่อโลกตรงหน้าของเขาไม่เคยจ้องมองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังเช่นนี้มาก่อน เป็อย่างที่หวังลี่เหยาบอกเอาไว้คราวนี้หลี่เข่อชิงน่าจะตัดใจจากเขาได้อย่างเด็ดขาดแล้ว
เขาจ้องมองเด็กสาวตรงหน้าด้วยความเสียดาย เดิมทีเขาตั้งใจว่าจะหาวิธีรวบหัวรวบหางเธอเสียทำข้าวสารให้เป็ข้าวสุก เมื่อถึงขั้นนั้นแล้วผู้พันหลี่ผู้เป็พ่อของเธอก็คงจะไม่อาจจะปฏิเสธเขาได้อีก อีกทั้งเื่ลูกเมียที่อยู่ในชนบทก็คงจะได้รับการแก้ไข ถ้าให้เขาเลือกระหว่างเด็กสาวหน้าตาสวยสดที่มีครอบครัวร่ำรวยกับหญิงสาวชาวบ้านธรรมดาที่พอมีลูกก็ปล่อยเนื้อปล่อยตัวจนหมดสิ้นความงามไปเสียแล้ว และที่สำคัญเขาไม่อยากจะกลับไปใช้ชีวิตอดอยากอยู่กับครอบครัวจนๆ ที่อยู่ในชนบทอีกต่อไปแล้ว
“เข่อชิง ผมรักคุณมากจริง ๆ นะ คุณเองก็รักผมไม่ใช่หรือ ผมได้ยินว่าเพราะไม่อยากจะแต่งงานกับคนอื่นคุณถึงขั้นยินดีที่ที่จะทำลายชีวิตของตนเอง” คำพูดประโยคนี้ของโจวสวินทำให้หลี่เข่อชิงถึงกับะโออกมาโดยไม่สนใจหน้าตาของตนเองอีกต่อไป
“ใครว่าฉันลงมือทำร้ายตนเองเพราะนายกัน สิ่งที่ฉันทำลงไปมันเป็เพราะความโง่ของฉันต่างหากไม่ได้มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับนายเลยสักนิด ส่วนนายทางที่ดีควรไปให้พ้นสายตาของฉันไม่เช่นนั้นก็อย่าหาว่าฉันไม่เตือน” หลี่เข่อชิงเอ่ยออกมาจากความรู้สึกข้างใน เธอเกลียดผู้ชายคนนี้ เขาทำให้เธอคิดถึงความโง่เขลาของตนเองในชาติก่อน
“เข่อชิง…” โจวสวินเอ่ยออกมาอย่างคิดไม่ตกว่าเขาควรจะแก้ตัวอย่างไรกับคนตรงหน้าดี
“ผมรักคุณนะเข่อชิง ที่ผ่านมาผมผิดไปแล้วผมไม่ได้ตั้งใจจะหลอกลวงคุณ ผู้หญิงที่อยู่ชนบทคนนั้นไม่ได้มีความหมายกับผมเทียบเท่าคุณเลย” คำพูดของโจวสวินทำให้หลี่เข่อชิงสบถออกมา
“นายจะคิดอย่างไรฉันไม่รู้ แต่ที่ฉันรู้ก็คือฉันไม่อยากจะเห็นหน้านาย นายรีบไปซะอย่าให้ฉันต้องหมดความอดทน” หลี่เข่อชิงพูดพลางจ้องมองเขาด้วยสายตาที่ทั้งโกรธแค้นและรังเกียจ เดิมทีเขาตั้งใจว่าจะลองพูดจาปลอบประโลมเธอดูก่อนแต่เมื่อเห็นว่าเธอโวยวายและไม่มีท่าทีที่จะยอมฟังเขาทำให้เขาพลันรู้สึกว่าเห็นทีว่าคราวนี้เขาได้ทำของล้ำค่าหลุดมือตนเองไปแล้ว
“เกิดอะไรขึ้น!” เสียงของอดีตเ้านายทำให้โจวสวินไม่อาจจะรั้งรอได้อีก เขารีบวิ่งหนีไปจากบริเวณนั้นด้วยฝีเท้าอันเร่งรีบในทันที ไม่เช่นนั้นอย่าว่าแต่การถูกโยกย้ายเลย อดีตเ้านายผู้นี้สามารถทำได้ทุกอย่าง ไม่แน่ว่าหากหมดความอดทนกับเขาขึ้นมาอาจจะสั่งให้คนมาจัดการกับเขาจนมีอาการปางตายหรือไม่ก็ยื่นมือไปยุ่งเกี่ยวกับหน้าที่การงานของเขาจนทำให้เขาไม่สามารถกลับไปทำงานได้อีก
“...” หลี่เข่อชิงจ้องมองแผ่นหลังของคนที่วิ่งจากไปด้วยสีหน้ายากจะบรรยาย คนเช่นนี้ไม่รู้ว่าเธอเคยหลงรักได้อย่างไร
“เป็เ้าหมอนั่นหรือ” เมื่อผู้เป็พ่อเอ่ยถามเช่นนี้หลี่เข่อชิงก็พยักหน้าพลางเอ่ยออกมาอย่างที่ใจคิด
“ผู้ชายที่ไม่มีอะไรดีเลยคนนี้ไม่รู้ว่าหนูเคยตาบอดไปชอบได้อย่างไร” คำพูดของหลี่เข่อชิงทำให้พ่อของเธอหัวเราะออกมาอย่างพึงพอใจ
“ตอนนี้รู้ตัวแล้วว่าเคยตาบอดก็ถือว่าเป็เื่ดี ยังดีที่รู้ตัวเร็ว” คำพูดของคุณพ่อของเธอทำให้หลี่เข่อชิงเกือบร้องไห้
“นั่นสิคะ ยังดีที่ยังรู้ตัว” หลี่เข่อชิงพูดออกมาด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยายออกมาได้ ทั้งดีใจและเสียใจปะปนกัน เธอดีใจที่ได้ย้อนกลับมาอีกครั้งแต่เธอเสียใจกับชาติที่แล้วที่เธอพลาดไป
“เข้าบ้านกันเถอะ” เมื่อคุณพ่อของเธอเอ่ยชวนเช่นนี้หลี่เข่อชิงก็รีบพยักหน้าในทันที เธอรีบยื่นมือไปคล้องแขนคุณพ่อของเธอเอาไว้แล้วก็เดินเคียงคู่เขาเข้าไปในบ้านด้วยสีหน้าเปื้อนยิ้ม ความรู้สึกที่ได้กลับบ้านมันมีความสุขเช่นนี้นี่เอง