ผมก็แค่เชฟที่ผ่านทางมา

    บทที่57 ใช้ดินสอสีวาดรูปเสือโคร่งที่ดุร้าย

    วินาทีต่อมายูหมิงได้ตอบรับคําเชิญจากหานเยี่ยแล้วเดินมายังโต๊ะของพวกชวีเก้อเขาส่งยิ้มให้กับฮั่นเสี่ยวเป็นการทักทาย “ ว่าไง เราไม่ได้เจอกันนานนะ ’’

     

    “ อือ’’ ฮั่นเสี่ยวส่งยิ้มกลับไป แต่คนอื่นๆที่ได้ยินถึงกับผงะไปตามๆกัน พวกเขามองประเมินชายหนุ่มตรงหน้าอีกครั้งแล้วคิด‘ สองคนนี้รู้จักกันด้วย ? ’

     

    “ คุณมาก็ดีแล้วเราจะมาประลองแข่งวาดรูปกัน ไม่ว่าคุณจะแพ้หรือชนะคุณก็จะได้เงินหนึ่งหมื่นหยวนแต่ถ้าคุณสามารถเอาชนะผมได้ ผมจะให้คุณหนึ่งล้านหยวน ! ’’ ทางด้านชวีเก้อรู้สึกตะหงิดๆใจเล็กน้อยแต่เขาก็ไม่ได้สนใจอะไรและเริ่มพูดกับยูหมิงด้วยความมั่นใจที่เขาจะไม่แพ้ !

     

    ยูหมิงที่ได้ยินก็หันไปมอง “ อ้อ ได้เลย ’’ แม้เขาไม่รู้ว่าการประลองครั้งนี้มีขึ้นเพื่ออะไรแต่การได้เงินหนึ่งล้านหยวนเมื่อเอาชนะอีกฝ่ายได้มันช่างเป็นอะไรที่ดีจริงๆ

     

    “ คุณวาดรูปเป็นด้วย? ’’ เห็นท่าทางสบายใจของอีกฝ่าย ชวีเก้อก็อดสดสัยไม่ได้เขาไม่รู้ว่าทําไมอีกฝ่ายถึงได้ดูสบายนักราวกับเงินล้านหยวนเป็นเรื่องเล่นๆรึว่าบางทีอีกฝ่ายอาจจะวาดรูปเป็นจนคิดว่าจะเอาชนะเขาได้ ?

     

    ไม่ ! นั่นเป็นไปไม่ได้ !

     

    ชวีเก้อปฏิเสธความคิดนี้เพราะเขาเชื่อว่าคนรู้จักของฮั่นเสี่ยวคงไม่บังเอิญเป็นนักวาดรูปขั้นเทพอะไรนั่นหรอก

     

    “ วาดรูป ?ผมวาดไม่เป็นหรอก ! แต่ถ้าให้เวลาผมซักนิดเพื่อเรียนมันผมก็อาจจะสามารถวาดมันขึ้นมาได้ ! ’’ ยูหมิงส่ายหัวเขาเป็นเชฟจะไปวาดรูปเป็นได้อย่างไร ?

     

    “ วาดไม่เป็น? ’’ ชวีเก้อถึงกับผงะคุณวาดไม่เป็นแล้วทําไมถึงต้องทําท่าทําทางเหมือนวาดเป็นด้วยเล่า ?

     

    “ ใช่ !’’ ยูหมิงพยักหน้าเบาๆ เขาจะไปโกหกทําบ้าอะไร !

     

    “ เธอรู้จักกับลูกสาวของฉัน? ’’ ฮั่นฟางอดใจถามไม่ได้ เพราะดูจากรูปลักษณ์ที่หล่อเหลาของชายหนุ่มแล้วมันอาจจะเป็นไปได้ว่าการที่ฮั่นเสี่ยวไม่ยอมแต่งงานกับชวีเก้อง่ายๆเหตุผลมันอาจจะมาจากชายหนุ่มคนนี้!

     

    “ ใช่’’ ยูหมิงตอบกลับไปอย่างไม่ใส่ใจที่เขาตอบแบบนั้นเป็นเพราะเขากําลังครุ่นคิดอยู่ว่าจะวาดรูปยังไงหรือเรียนจากไหนดี

     

    ฮั่นฟางที่เห็นท่าทางไม่ใส่ใจของอีกฝ่ายถึงกับหน้าตึงขมวดคิ้วในความคิดของเขาชายหนุ่มคนนี้ช่างหยิ่งยโสมากนัก

     

    ฮั่นเสี่ยวก็ผงะไปตามๆกันแต่เธอก็ไม่ได้พูดอะไรเพราะเธอรู้ดีว่าชายหนุ่มคนนี้มักจะมีนิสัยแปลกประหลาดเสมอเธอก็ไม่อยากจะแนะนําชายหนุ่มคนนี้ให้กับพ่อของเธอรู้จักหรอก เพราะยังไงซะพ่อของเธอก็คงไม่ได้อยากจะรู้จักอยู่แล้วล่ะนะ

     

    “ คุณจะเรียนยังไง? ’’ ชวีเก้อมองชายหนุ่มแล้วถามคําถามที่อดถามไม่ได้ออกมาเขางุนงงกับชายคนนี้เป็นอย่างมาก เพราะการที่ชายคนนี้วาดรูปไม่เป็นและตั้งใจจะมาเรียนเพื่อวาดมันในตอนนี้นั่นช่างเป็นเรื่องที่ไร้สาระเอามากๆ!

     

    ใครบ้างล่ะที่สามารถนึกอยากเรียนก็เรียนได้เลย?

     

    วาดรูปก็เหมือนกันใช่ว่ามันจะเรียนแล้วสามารถวาดเป็นเลยซะหน่อย!

     

    แล้วชายคนนี้ที่บอกว่าขอเวลาซักนิดเขาหลุดมาจากไหนกัน ?!

     

    “ อ้อเรื่องนั้นคุณไม่ต้องใส่ใจหรอก คุณเริ่มวาดของคุณก่อนได้เลยเมื่อคุณวาดเสร็จแล้วเดี๋ยวผมค่อยวาด ! ’’ ยูหมิงครุ่นคิดพลางตอบในภพนิรันดร์ผันแปรที่เขาจากมามันก็มีอาชีพนักวาดรูปที่เรียกว่าจิตรกรด้วยเช่นกันเพียงแต่ในตอนนั้นเขาไม่ได้ไปรํ่าเรียนพวกมันก็เท่านั้นดังนั้นในตอนนี้เขาจึงไม่มีความรู้ในเรื่องนี้เลย

     

    อย่างไรก็ตามเรื่องภาพวาดหรือข้อมูลบางส่วนเขาก็พอรู้บ้างดังนั้นถ้าเขาลองวาดมันขึ้นมาบางทีเขาอาจจะสามารถรู้ได้ว่าตัวเองนั้นสามารถวาดรูประดับอะไรได้บ้าง

     

    “ เอาตามนั้นก็แล้วกัน’’ ชวีเก้อรู้สึกว่าชายตรงหน้าเขาประหลาดเกินไปจึงพยักหน้าอย่างไม่ใส่ใจจากนั้นเขาก็หันไปหยิบกระเป๋าใบใหญ่มาข้างๆแล้วหยิบกระดานวาดรูปออกมาสองอันก่อนจะนํามาวางบนโต๊ะอาหาร“ อันนี้ของคุณ ’’ เขายื่นมันให้กับชายหนุ่มหนึ่งอัน

     

    ยูหมิงรับมาอย่างไม่คิดไรมาก

     

    ‘ เขาจะมาไม้ไหนกันแน่’ ฮั่นเสี่ยวมองดูยูหมิงแล้วครุ่นคิด เธอเชื่อว่ายูหมิงจะต้องวาดรูปเป็นแน่ๆไม่งั้นเขาคงไม่รับคําท้าหรอกบางทีฝีมือในการวาดรูปของเขาอาจจะน่าตื่นตะลึงเหมือนกับฝีมือด้านทําอาหารก็ได้ดังนั้นเธอจึงเชื่อว่าท่าทางในตอนนี้ของเขาเป็นเพียงแค่การแสดง

     

    “ ผมเริ่มล่ะนะ’’ เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายรับกระดานวาดรูปไปแล้วชวีเก้อก็หยิบอุปกรณ์การวาดขึ้นมาและลงมือวาดทันที

     

    15 นาทีต่อมาภาพวาดบนกระดานวาดรูปของชวีเก้อค่อยๆชัดขึ้นหากสังเกตดีๆจะพบว่ามันเป็นเสือโคร่งสีขาวตัวหนึ่งที่ดูดุร้าย

     

    “ โอ้ !นี่มันเสือโคร่งนี่หน่า ! นี่เขาตั้งใจวาดเสือโคร่งหรอกรึนี่แถมยังวาดได้เหมือนสุดๆไม่น่าแปลกใจเลยว่าทําไมเขาถึงได้ชื่อว่าเป็นนายน้อยอันดับต้นๆของเมืองหลวง !’’ ฮั่นฟางมองเสือโคร่งสีขาวที่อยู่ในกระดานวาดรูปของชวีเก้อและพยักหน้าชื่นชม

     

    “ แน่นอนอยู่แล้ว! ฝีมือการวาดรูปของคุณชายน่ะเป็นของจริง ! ’’ หานเยี่ยที่ยืนข้างๆชวีเก้ออดไม่ได้ที่จะพยักหน้าเห็นด้วย

     

    กลับกันทางด้านฮั่นเสี่ยวมีสีหน้าไม่สู้ดีซักเท่าไหร่เพราะเธอพบว่าภาพวาดของอีกฝ่ายนั้นสวยงามเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ยังสมจริงไม่น้อยไม่ต้องสงสัยเลยว่าถ้าวาดเสร็จจะสวยขนาดไหน ‘ แย่แล้ว ! ฉันไม่คิดเลยว่าหมอนี่มันจะวาดรูปได้เก่งขนาดนี้…’

     

    ยูหมิงก็เพียงมองดูอย่างเงียบๆแล้วครุ่นคิดเหมือนเดิมโดยไม่ได้พูดอะไร

     

    15 นาทีต่อมาในที่สุดชวีเก้อก็วางพู่กันลงและมองดูรูปภาพบนกระดานวาดรูปอย่างพึงพอใจ “ ภาพของผมเสร็จแล้ว ’’ ในกระดานวาดรูปตอนนี้นั้นภาพของเสือโคร่งสีขาวมันแจ่มชัดขึ้นเป็นอย่างมากราวกับเป็นภาพถ่ายยังไงยังงั้นแหละ

     

    “ สุดยอด !ภาพของคุณชายนี่ไม่ต้องบอกก็รู้เลยว่าเป็นผลงานจากสวรรค์ ! ’’ ฮั่นฟางยกย่องด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

     

    “ หึ ! หึ ! ถึงตาแกแล้วไอ้หน้าหล่อ ! ’’ หานเยี่ยหัวเราะอย่างพึงพอใจก่อนจะหันไปพูดกับยูหมิงที่ยืนอยู่

     

    “ ได้เลย !ขอเวลาซักแป๊บละกัน ! ’’ ยูหมิงพยักหน้าก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาแล้วเข้าอากู๋เพื่อค้นหาวิธีวาดรูปทันที

     

    “ … ’’ ทุกๆคนที่ได้เห็นว่าอีกฝ่ายกําลังทําอะไรถึงกับผงะและหมดคําพูดไปโดยปริยาย

     

    นี่ชายหนุ่มคนนี้เขามาเดินเล่นรึ?

     

    1 นาทีต่อมายูหมิงเก็บโทรศัพท์เข้าไปเหมือนเดิม แล้วหันไปทางชวีเก้อก่อนเกาหัวอย่างเขินอาย“ คุณมีดินสอสีให้ผมยืมป่ะ ? ’’

     

    “ เอาไป !’’ แม้จะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะเอามันไปทําอะไรแต่ชวีเก้อก็หยิบกล่องดินสอสีขึ้นมาแล้วโยนมันให้กับอีกฝ่ายพร้อมอุปกรณ์อื่นๆในการวาด

     

    “ แค่ดินสอสีก็พอ! อย่างอื่นไม่ต้องหรอก ! ’’ ยูหมิงรับมาแค่กล่องดินสอสีแล้วนั่งลงบนเก้าอี้ตัวหนึ่งพร้อมกับดึงกระดานวาดรูปมาใกล้ๆ

     

    “ คุณจะใช้ดินสอสีวาดรูป? ’’ หลังจากที่เห็นว่าอีกฝ่ายไม่ได้รับอุปกรณ์อย่างอื่นไปชวีเก้อก็เผลอถามออกมาอย่างไม่รู้ตัวด้วยใบหน้าพิลึกพิลั่น

     

    นั่นมันกระดานวาดรูปสําหรับใช้พู่กันวาดนะเฮ้ย!

     

    คุณคงไม่ต้องการบอกผมใช่ไหมว่าคุณจะใช้ดินสอสีพวกนั้นวาด?

     

    ในขณะที่เขากําลังคิดอยู่นั้นเสียงของอีกฝ่ายก็ดังขึ้น “ ใช่แล้ว! ผมเอามันมาจากบนเน็ตน่ะ ! ’’

     

    พรวด !

     

    ฮั่นฟางและหานเยี่ยที่กําลังดื่มนํ้าพอได้ยินประโยคนี้เข้าไปก็ถึงกับสําลักนํ้าพุ่งกระฉูดออกมาในทันที

     

    ใบหน้าของทั้งสองในตอนนี้ต่างเหยเกด้วยความไม่อยากเชื่อ

     

    พวกเขามองไปยังชายหนุ่มที่ถือดินสอสีด้วยแววตาแปลกๆ

     

    ไอ้หมอนี่มันบ้ารึเปล่า ?

     

    จะใช้ดินสอสีวาดรูปนี่น่ะ?

     

    โอ๊ย ! ไอ้บ้า !

     

    ‘ อย่าบอกนะว่าไม่ได้แกล้งทําแต่วาดรูปไม่เป็นจริงๆ?! ’ อั่นเสี่ยวที่ได้เห็นท่าทางจริงจังและตั้งใจของยูหมิงก็ถึงกับหน้าถอดสี

     

    จบกัน…

     

    จบกันแล้วชีวิตวัยรุ่นของเธอ!

     

    ‘ ไอ้หมอนี่ก็นึกว่าจะวาดรูปเป็นอยู่บ้างแต่ดูทรงแล้วคงจะไม่ไหว… ’ ชวีเก้อมองดูยูหมิงที่เริ่มลงมือวาดรูปแล้วส่ายหัวอีกฝ่ายจะไปวาดได้ยังไง ดินสอสีนะเฮ้ย ไม่ใช่พู่กันเพราะกระดานวาดรูปนั่นมันสําหรับพู่กันเท่านั้นการวาดโดยใช้ดินสอสีจึงยากเป็นอย่างมาก ไม่สิ มันไม่มีใครวาดได้หรอกถึงจะวาดได้แต่ก็ไม่สามารถวาดได้ให้สวยงามหรอกนะ !

     

    เมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายไร้ฝีมือและดูท่าจะไม่เต็มทุกคนจึงเลือกที่จะหันหน้าไปทางอื่นเพื่อรอเวลามีเพียงฮั่นเสี่ยวเท่านั้นที่ยังคงจ้องภาพวาดของอีกฝ่ายอย่างใจจดใจจ่อเพราะยังไงซะถึงอีกฝ่ายจะวาดไม่เป็นแต่เขาก็คือความหวังของเธอ

     

    3 นาทีต่อมาฮั่นเสี่ยวที่ได้มองดูภาพวาดบนกระดานอยู่ดีๆก็ได้อุทานออกมา “ นี่มันเสือโคร่งการ์ตูน ! ’’ บนกระดานวาดรูปนั้นมีรูปของเสือโคร่งสีขาวที่เป็นแบบการ์ตูนสวยงามอยู่

     

    ทุกๆคนที่ได้ยินเสียงอุทานของฮั่นเสี่ยวก็อดไม่ได้ที่จะหันมามองตามกัน

     

    “ เสร็จแล้วนี่แหละรูปของผม! ’’ ยูหมิงยิ้มจางๆแล้ววางดินสอสีลง

     

    “ สวยมากแต่มันก็ยังไม่พอ! เพราะความสมจริงของผมเหนือกว่า ! ’’ ชวีเก้อมองดูรูปภาพของอีกฝ่ายด้วยความอัศจรรย์ใจเขานึกไม่ถึงเลยจริงๆว่าอีกฝ่ายที่ใช้ดินสอสีจะสามารถวาดรูปได้สวยถึงเพียงนี้แต่ก็นั่นล่ะนะความสมจริงของอีกฝ่ายมันยังไม่พอที่จะเอาชนะเขาหรอก

     

    “ ไอ้หน้าหล่อแกแพ้แล้ว! เอาไป ! เงินหนึ่งหมื่นหยวน ! ’’ หานเยี่ยมองชายตรงหน้าด้วยสายตาต่างไปจากเดิมก่อนจะหยิบเงินหนึ่งหมื่นหยวนมาวางไว้บนโต๊ะ

     

    “ หนุ่มน้อยฉันต้องยอมรับเลยว่าฝีมือการวาดรูปของเธอไม่เลวจริงๆแต่มันก็ยังเทียบชั้นกับคุณชายชวีเก้อไม่ได้ ! ’’ ฮั่นฟางชื่นชมออกมาจากใจจริงก่อนจะพูด“ ดังนั้นเธอตัดใจจากลูกสาวของฉันซะเถอะ ! ’’

     

    “ อา !นี่ฉันต้องแต่งงานกับหมอนี่จริงๆเหรอเนี่ย ? ’’ เมื่อรู้ว่าผลแพ้ชนะออกมาอย่างห่างชั้นฮั่นเสี่ยวก็รู้สึกสิ้นหวัง

     

    ในขณะที่ทุกคนกําลังคิดและออกความเห็นไปต่างๆนาๆยูหมิงที่ถูกเมินก็อดไม่ได้ที่จะส่ายหัว “ พวกคุณพูดบ้าอะไรกันอยู่เนี่ย ? ผมนี่นะแพ้ ? แล้วไอ้การแต่งงานกับการตัดใจนั่นมันอะไร? เหอๆ !ผมลืมบอกไปเลยว่ารูปของผมถึงแม้มันจะวาดเสร็จแล้วแต่มันยังไม่ได้เสร็จจริงๆซะหน่อยดังนั้นผลแพ้ชนะยังไม่อาจตัดสินได้ ! ’’ สิ้นเสียงเขาก็หยิบดินสอสีขึ้นมาใหม่และเขียนชื่อภาพวาดลงไป ‘ เสือโคร่งที่ดุร้าย’

     

    เสือโคร่งที่ดุร้าย !

     

    เมื่อภาพวาดเสือโคร่งสีขาวในแบบการ์ตูนถูกเติมชื่อเข้าไปทันใดนั้นที่ภาพวาดก็เหมือนจะเกิดอะไรบางอย่างขึ้น...

    คล้ายกับเรื่องผมก็แค่เชฟที่ผ่านทางมา ที่คุณอ่าน

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.85M 1262
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 2 สยบสวรรค์)

    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 2 สยบสวรรค์)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.13M 1288
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    ระบบอั่งเปาสะท้านภพ

    ระบบอั่งเปาสะท้านภพ

    นิยาย แฟนตาซี
    571K 2468
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    มหาเทพเซียนกลับมาเกิดใหม่ในมหานคร

    มหาเทพเซียนกลับมาเกิดใหม่ในมหานคร

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    699K 1189
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734