“เห็นเขาว่าตายไปนานแล้วนี่ เออ ว่าแต่แกจะซักถามเอาอะไรนักหนาว่ะ”
สมควรเริ่มทำท่าหงุดหงิดเมื่อชักเบื่อที่จะตอบคำถามของคนช่างถาม
“แหม ก็ฉันพึ่งมา ฉันก็อยากจะรู้เื่ที่เกี่ยวกับเสี่ยเอาไว้บ้างสิเผื่อจะได้รู้ว่าควรวางตัวยังไง แล้วพี่ก็คือคนเดียวที่ฉันพอจะถามได้เพราะพี่ดูท่าทางใจดีกว่าใคร คนอื่นท่าทางเคร่งเครียดเหลือเกิน ฉันไม่กล้าไปถามเขาหรอก”
บุญแทนกล่าวหยอดยาหอม ซึ่งมันก็ทำให้สมควรมีท่าทางอารมณ์ดีขึ้นมาได้ทันที
“เออ งั้นเอาไว้คุยกันวันหลังแล้วกัน อะไรที่พอรู้ข้าก็จะบอก แต่ตอนนี้ข้าง่วง”สมควรกล่าวจบก็อ้าปากหาว ก่อนจะลุกขึ้นเดินไปเปิดประตูบานหนึ่งออก “เฮ้ยห้องนอนมีห้องเดียวน่ะ เข้ามานอนด้วยกันนี่แหละ ห้องน้ำก็อยู่ข้างในนี่”
เสียงของสมควรบอกมาอีกก่อนจะหายเข้าไปในห้องทำให้บุญแทนแอบถอนใจเซ็งๆเมื่อรู้ว่าจะต้องนอนร่วมห้องกับคนที่ไม่คุ้นเคยแต่มันก็ไม่ใช่เื่ใหญ่โตจนถึงกับจะรับไม่ได้เื่แค่นี้ยังถือว่าเล็กน้อยนักเมื่อเทียบกับงานหลักและหน้าที่ที่แท้จริงของเขา
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
ในตอนบ่ายของอีกสามวันต่อมา
“อะไรน่ะ ลูกอยากจะกลับมาบ้านงั้นเหรอ”
เสี่ยประยูรอุทานออกมาอย่างใหลังโทรศัพท์มือถือราคาแพงส่งเสียงดังขึ้นเตือนว่ามีผู้โทรเข้ามาและเขาหยิบขึ้นมารับจนได้ยินประโยคล่าสุดของคู่สาย
“ค่ะปาป๊า”
เสียงใสใสของหญิงสาวคนหนึ่งดังตอบกลับมา
“จะรีบกลับมาทำไมลูก ปาป๊าส่งให้หนูไปเรียนหนังสือน่ะ”
เสี่ยใหญ่กล่าวเสียงอ่อนโยนอย่างพยายามจะหว่านล้อมสาวน้อยผู้มีอิทธิพลต่อความรู้สึกของเขามากที่สุดให้เห็นคล้อยตามจณิสตา คือบุตรสาวคนเดียวของเขาซึ่งเกิดจากภรรยาที่เขารักมากที่สุดแต่ก็เหมือน์แกล้งที่ให้เขาได้ใช้ชีวิตอยู่กับภรรยาคนนั้นเพียงไม่นานเธอก็มาด่วนเสียชีวิตไปหลังอยู่กินกับเขาได้เพียงห้าปีเธอทิ้งลูกสาวตัวเล็กๆไว้ให้เขาดูต่างหน้าคนหนึ่งและเขาก็เลี้ยงดูสาวน้อยผู้เป็ตัวแทนความรักของตนกับภรรยานั้นอย่างดีที่สุดเขาไม่เคยยอมให้มีอะไรมาระคายใจบุตรสาวและไม่เคยมีอะไรที่เธอ้าแล้วจะไม่ได้เรียกว่าทั้งตามอกตามใจสารพัดและทะนุถนอมยิ่งกว่าไข่ในหิน
“จู้จี้เรียนจบปริญญาตรีแล้วนี่คะปาป๊า”
สาวน้อยวัยยี่สิบปีที่เรียกแทนตัวเองด้วยชื่อเล่นทำเสียงออดอ้อน
“แต่ปาป๊าอยากให้หนูเรียนจนจบปริญญาเอกนี่ลูก เมื่อก่อนปาป๊าไม่มีโอกาสได้เรียนหนังสือสูงๆเพราะคุณปู่คุณย่าฐานะไม่ดีไม่มีเงินส่งเสีย เรียนจบแค่ ม.หกก็ต้องออกมาทำงานหนักแล้วปาป๊าจึงตั้งใจไว้ว่าจะทำงานสร้างฐานะตัวเองให้ร่ำรวยที่สุดและเมื่อมีลูกก็จะส่งเสียให้เรียนให้สูงที่สุดเหมือนกัน มันคือความฝันของปาป๊า จู้จี้ทำความฝันของปาป๊าให้เป็จริงหน่อยไม่ได้หรือลูก”
เสี่ยประยูรดึงความฝันที่ฝังอยู่ลึกๆในใจของตนออกมาพูดเพื่อยับยั้งความ้าของบุตรสาวเขาสู้ตัดใจพรากเธอจากอกไปั้แ่อายุแค่สิบสองปีก็เพราะไม่อยากให้เธอมารู้มาเห็นเกี่ยวกับงานในด้านมืดของเขาและเขาก็หวังว่าเธอจะอยู่ที่นั้นให้นานกว่านี้ไม่ใช่คิดจะกลับมาตอนที่เขากำลังรุ่งและคิดทำการใหญ่อยู่เช่นตอนนี้
หญิงสาวดูเหมือนจะอึ้งไปเล็กน้อยเมื่อฟังคำกล่าวของบิดาแต่เขาลืมไปหรือเปล่าว่าเขาเลี้ยงเธอให้โตขึ้นมาแบบไหน
“จู้จี้สัญญาค่ะว่าจะทำความฝันของปาป๊าให้เป็จริงให้ได้ แต่ตอนนี้ขอจู้จี้กลับไปพักผ่อนที่บ้านเราก่อนสักระยะนะคะ”
“ยัยจู้จี้”
เสี่ยประยูรขึ้นเสียงเข้มเพื่อจะบังคับบุตรสาวเมื่อเห็นท่าว่าเธอกำลังจะดื้อดึงขัดคำสั่งของตน
“นะคะปาป๊า ขอเวลาจู้จี้พักผ่อนสมองก่อนสักสองสามเดือน”
หญิงสาวทำเสียงออดอ้อนมากขึ้นไปอีก
“จู้จี้ หนูฟังปาป๊าให้ดีดีน่ะ...”
เสี่ยประยูรรู้ดีว่าบุตรสาวมีนิสัยคล้ายตน การใช้ไม้แข็งคงไม่เป็ผลแน่จึงตั้งท่าว่าจะใช้ไม้อ่อนกล่อมบุตรสาวคนเดียวให้อยู่หมัด
“ไม่ฟังแล้วค่ะปาป๊า เพราะตอนนี้จู้จี้อยู่ที่สนามบินในเมืองไทยแล้ว ส่งคนมารับจู้จี้ด่วนด้วยก็แล้วกัน”
หญิงสาวชิงกล่าวแทรกขึ้นมาก่อนที่บิดาจะพูดจบ
“อะไรน่ะ นี่ลูก...”
เสี่ยประยูรร้องเอะอะด้วยความโมโหเมื่อรู้ว่าบุตรสาวโทรมาขออนุญาตหลังจากที่ได้ตัดสินใจเดินทางมาเรียบร้อยแล้วแล้วก็ต้องชะงักเมื่อบุตรสาวตัวดีชิงตัดสายทิ้งไปก่อน
“ให้มันได้อย่างนี้สิ ลูกฉัน”