บทที่ 56 ท้าทาย
แฟน?
นั่นก็คือจวีซือหนานคนนั้นสินะ
หญิงสาวจึงพูดอย่างหงุดหงิดว่า “แฟนเฟินอะไรกัน เธออย่าพูดเหลวไหลสิ นั่นมันก็แค่ข่าวลือ อย่าไปเชื่อเลย”
“ทำไมจะเชื่อไม่ได้ล่ะ ตอนนี้ข้างนอกยังมีใครบ้างที่ไม่รู้เรื่องนี้”
“หุบปากซะเถอะ ยังไงก็ห้ามเชื่อนะ! ฉันพูดอะไรเธอก็แค่ฟังไว้ จะพูดมากทำไมนักหนา!”
หญิงสาวอีกคนเห็นเธอเป็นแบบนี้ก็ไม่กล้าพูดอะไรต่อ ก่อนจะกินอาหารบนโต๊ะไปเงียบ ๆ
แต่สายตาของมู่เจียซินกลับไม่ละไปจากคู่รักที่ใคร ๆ ต่างเอ่ยถึง
เธอเห็นตำตาว่า กงเจ๋ออวี้กำลังเช็ดปากให้จวีซือหนาน และยังเห็นเขาตักอาหารให้เธอ แถมยังรินน้ำให้อีกด้วย
ทำไมพวกเขาถึงได้สนิทสนมกันขนาดนี้!
หญิงสาวจ้องมองอยู่พักใหญ่ เมื่อดีกงเจ๋ออวี้ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามลุกไปห้องน้ำ จึงฉวยโอกาสนี้วิ่งออกจากห้องของตัวเอง เดินวนไปตามทางเดิน แล้วหยุดอยู่ตรงหน้าจวีซือหนาน
“เธอกับเขาเป็นอะไรกันแน่!”
ได้ยินเสียงของเธอเอ่ยถามจากด้านบน จวีซือหนานก็เงยหน้าขึ้น ทำหน้างุนงงใส่
เธอมองซ้ายมองขวา เมื่อแน่ใจแล้วว่าไม่มีคนอื่นอยู่ข้างๆ จึงถามมู่เจียซินว่า “เธอกำลังพูดกับฉันอยู่เหรอ”
“ไม่คุยกับเธอ แล้วฉันจะคุยกับใครได้อีกล่ะ”
“...” จวีซือหนานพยายามค้นหาเธอจากในความทรงจำอยู่หลายรอบ แต่ก็นึกไม่ออกจริง ๆ ว่าผู้หญิงคนนี้เป็นใคร คาดว่าเธอคงเป็นผู้หญิงของกงเจ๋ออวี้อีกคน
ซือหนานไม่ค่อยอยากพูดอะไรมาก จึงถามไปว่า “เธอรู้จักกงเจ๋ออวี้เหรอ”
“ฮึ่ย! แค่รู้จักเองเหรอ” มู่เจียซินทำหน้าไม่พอใจ เธอขมวดคิ้วแล้วพูดว่า “ฉันอุตส่าห์ใช้น้ำเสียงแบบนี้กับเธอเพื่ออะไรล่ะ ยังไม่เข้าใจอีกเหรอ แล้วก็ตอบคำถามฉันด้วย เธอมีความสัมพันธ์ยังไงกับพี่เจ๋ออวี้”
คำถามนี้ จวีซือหนานก็ตอบยาก จึงตอบอย่างกำกวมไปว่า “ก็แค่คนรู้จักกันเท่านั้นแหละ”
“คนรู้จัก? เธอคิดว่าฉันโง่หรือไง”
สาวน้อยคว้าส้อมบนโต๊ะของเธอ เคาะจานสเต็กเนื้อด้วยอารามหงุดหงิด แล้วพูดว่า “เฮอะ! มาตะกละตะกลามต่อหน้าฉันแบบนี้ ยังจะมาบอกว่าเป็นแค่คนรู้จัก! เรื่องของเธอน่ะ ฉันก็ได้ยินมาบ้างแล้วล่ะ เธอมาเกาะเขาเพื่อเงินใช่ไหม จะเอาเท่าไหร่ล่ะ บอกมา ฉันจะให้ พอได้เงินแล้วก็รีบไสหัวไปซะ”
คำพูดนี้ไม่สุภาพเอาเสียเลย จวีซือหนานที่ปกติจะอารมณ์ดีมาก ๆ ก็อดไม่ได้ที่จะโมโหเมื่อโดนหาเรื่องด้วยเหตุผลไร้สาระเหตุแบบนี้
เธอขมวดคิ้ว ก่อนจะตอบกลับไปอย่างไม่สุภาพเช่นกันว่า “ช่วยพูดให้สุภาพหน่อยได้ไหม ฉันไม่เคยไปทำอะไรให้เธอเสียหายเลยนะ”
มู่เจียซินเห็นเธอพูดจาไม่ดีแบบนั้น จึงหยิบแก้วไวน์แดงบนโต๊ะ แล้วราดใส่ตัวเธออย่างจัง!
“จวีซือหนาน ฉันอยากไปหาเธอมานานแล้ว ไม่คิดว่าจะมาเจอเธอที่นี่! วันนี้ได้เจอแล้ว ฉันจะถือว่าเธอซวยเองก็แล้วกัน ฉันเกลียดผู้หญิงที่เห็นแก่เงินอย่างเธอที่สุด รู้เอาไว้ซะ!”
จวีซือหนานกำหมัดแน่น คิ้วเรียวสวยก็ขมวดมากขึ้นไปอีก
เธอไม่พูดอะไร ได้แต่อยู่เงียบ ๆ หยิบกระดาษทิชชู่ข้าง ๆ มาเช็ดไวน์ที่ไหลลงมาตามเส้นผมของเธอ
ถึงอย่างไรเธอก็ไม่อยากทะเลาะกับใครในที่สาธารณะแบบนี้ เพราะจะโดนคนอื่นหัวเราะเยาะเอาได้
เห็นจวีซือหนานไม่สนใจตัวเอง มู่เจียซินยิ่งโกรธมากขึ้นไปอีก เธอชี้ที่ซือหนาน แล้วตะโกนเสียงดังว่า “เธอมันก็แค่รองเท้าเก่าที่หานเกาอี้ใช้แล้วทิ้ง ตอนนี้ยังไม่รู้จักอายที่จะมายั่วพี่เจ๋ออวี้ของฉันอีก ช่างเป็นผู้หญิงที่มีพ่อแม่เลี้ยงแต่ไม่มีคนสั่งสอนจริง ๆ”
“เธอพูดว่าใครมีพ่อแม่เลี้ยงแต่ไม่มีคนสั่งสอน?”
“ก็พูดถึงเธอไงล่ะ จวีซือหนาน ฉันพูดถึงเธอนั่นแหละ!”
จวีซือหนานอดทนต่อไปไม่ไหวแล้ว หญิงสาวลุกขึ้นยืนในทันที ก่อนจะหยิบแก้วเหล้าอีกใบ สาดใส่หน้าของมู่เจียซิน!
มู่เจียซินโมโหมาก เธอชี้นิ้ว จ้องตาเขม็งไปยังคนที่เพิ่งหยามเธอหมาด ๆ “แก… แกกล้าสาดเหล้าใส่ฉันเหรอ”
พูดจบ ก็ยกมือขึ้นเตรียมตบไปที่แก้มของจวีซือหนาน
“หยุดนะ!”
เสียงอันดุดันดังขึ้น พร้อมกับกงเจ๋ออวี้เดินเข้ามาจากข้างนอก
มู่เจียซินรีบชักมือกลับ หันไปเกาะแขนชายหนุ่มพร้อมเอ่ยเสียงออดอ้อน “พี่เจ่ออวี้ เธอรังแกฉันค่ะ”