เสวี่ยฮุ่ยเห็นท่านน้าเล็กใช้สายตาสำรวจตนเองอย่างจับผิด เพื่อไม่ให้เผยพิรุธ นางจึงตัดสินใจหลับตาปี๋แล้วโผเข้ากอดขาเขา... พร้อมกับแต่งเื่ขึ้นมาว่า
"ข้าถูกท่านอาหญิงผลักจนล้มหัวกระแทกพื้น แล้วข้าก็ฝันประหลาด ในฝันข้าเก็บตำราอาหารที่มีรูปภาพเล่มหนึ่งได้ และได้เรียนรู้วิธีการทำอาหารจากในนั้นเ้าค่ะ
ข้ารู้ว่าเื่นี้มันพิลึกมาก เพราะมันแปลกจนคนส่วนใหญ่คงไม่เชื่อ ข้าจึงไม่กล้าบอกใคร ไม่ได้ตั้งใจจะปิดบังทุกคนนะเ้าคะ
เมื่อก่อนข้าขี้ขลาด จึงถูกท่านย่าใหญ่และท่านอาหญิงรังแก ทำให้ทุกคนต้องเป็ห่วง ครั้งนี้ตอนที่ข้าเกือบจะตายข้าก็ได้คิดได้ว่า จะอ่อนแอต่อไปไม่ได้แล้ว ข้าอยากจะใช้ชีวิตให้ดีร่วมกับทุกคน ไม่ใช่เอาแต่หลบอยู่ข้างหลังครอบครัวเพื่อรอให้คนอื่นปกป้องตลอดไปเ้าค่ะ!"
เมื่อเสวี่ยฮุ่ยพูดเช่นนี้ โจวป๋อเทาผู้เป็น้า เมื่อได้ยินแล้วนอกจากความประหลาดใจ ก็เหลือเพียงความสงสารจับใจ คนที่เคยเฉียดตายมาครั้งหนึ่งย่อมมีความเปลี่ยนแปลงทางนิสัยบ้าง ซึ่งเป็เื่ที่เข้าใจได้
เด็กหญิงในตอนนี้ดูฉลาดเฉลียวขึ้น และยิ่งน่าสงสารมากขึ้น โจวป๋อเทาย่อตัวลง ลูบศีรษะเล็ก ๆ ที่มีผมฟูฟ่องของหลานสาว
"น้าเล็กไม่ได้ไม่เชื่อเ้า ข้าได้ยินเสี่ยวหลินบอกว่าเ้าทำอาหารเป็ ข้ารู้สึกประหลาดใจและสงสารเ้ามาก ต่อไปนี้หากมีอะไรให้บอกออกมาตรง ๆ เหมือนตอนนี้ อย่าเก็บไว้ในใจเลย
น้าเล็กไม่ได้มาเสียพักใหญ่แล้ว ฮุ่ยฮุ่ยเตรียมทำของอร่อยอะไรต้อนรับน้าเล็กดีล่ะ!" โจวป๋อเทาถาม
ของที่พอจะนำมาทำได้ในบ้านก็มีเพียงปลาเค็มไม่กี่ตัว กับผักป่าลวกจานหนึ่ง แล้วยังมีอะไรที่นำมาทำได้อีกนะ... เสวี่ยฮุ่ยตกอยู่ในห้วงความคิดอย่างหนัก
ทันใดนั้น โจวป๋อเทาก็หยิบเนื้อชิ้นหนึ่งออกมาราวกับเล่นกล เป็เนื้อสามชั้นที่มีน้ำหนักถึงห้าจิน ทั้งยังมีซี่โครงหมูหนึ่งชิ้น และของว่างอีกสองห่อ
"ท่านน้าเล็กใจดีที่สุดเลย!" เสวี่ยเจี้ยนหลินรับเนื้อจากมือโจวป๋อเทา แล้วส่งของว่างให้น้องสาว "น้องเล็ก เ้ากินเถอะ!"
"ข้าจะไปทำเนื้อเ้าค่ะ ท่านน้าเล็ก วันนี้มื้อเที่ยงข้าจะทำหมูสามชั้นตุ๋นน้ำแดงกับซี่โครงหมูเปรี้ยวหวานให้ท่านชิมฝีมือของข้านะเ้าคะ!" ในที่สุดก็ได้กินเนื้ออย่างเต็มที่เสียที โชคดีที่วันนี้พี่รองอยู่บ้านเป็เพื่อน หากเป็ท่านย่า ไม่ว่าอย่างไรก็คงไม่ยอมให้นางนำเนื้อมาทำจนหมดแน่
"ได้สิ วันนี้ข้าจะลองชิมฝีมือหลานสาวดู เ้าไปทำอาหารเถอะ ข้าจะนั่งอ่านหนังสืออยู่ในลานบ้าน!" โจวป๋อเทายกม้านั่งมาตัวหนึ่ง นั่งในที่ร่มแล้วหยิบหนังสือจากอกเสื้อขึ้นมาเปิดอ่าน
ว้าว ผู้ชายรูปงามเวลาอ่านหนังสือนี่มีเสน่ห์จริง ๆ คนในบ้านบอกว่านางหน้าตาเหมือนท่านน้าเล็ก ถ้าอย่างนั้นก็แสดงว่านางเองก็สวยมากใช่ไหมนะ! คืนนี้ต้องเข้ามิติวิเศษไปหาสิ่งที่ใช้ส่องกระจกดูเสียหน่อย หากเกิดมาเป็สาวงามล่มเมืองก็คงไม่เลว!
"การเกิดมาเป็สาวงามในยุคโบราณไม่ใช่เื่ดีเสมอไป ตระกูลเสวี่ยไม่มีทั้งอำนาจและบารมี หากเ้าสวยเกินไป จะไม่ถูกคนฉุดคร่าไปหรือ!"
"หากเป็อ๋องผู้มั่งคั่งก็ยังพอว่า แต่ถ้าอีกฝ่ายมีภรรยาแล้ว เ้าเข้าบ้านไปก็ได้เป็เพียงอนุ ที่น่าเศร้าที่สุดคือหากถูกโจรป่าจับตัวไป เ้าก็ต้องกลายเป็เมียโจร และชาตินี้คงไม่มีวันได้ออกจากรังโจรอีกเลย!" เฮ่อจิ่นเตือนเสวี่ยฮุ่ยอยู่ในมิติวิเศษ
"ทำไมท่านไม่แช่งให้ข้าเจอเื่ดี ๆ บ้าง ทำไมไม่บอกว่าข้าจะถูกฉุดไปเป็ฮองเฮา หรือเป็ฮูหยินโหวเล่า!" เสวี่ยฮุ่ยบ่นพึมพำในใจ นางกับเฮ่อจิ่นสื่อสารกันผ่านจิตสำนึก เพียงแค่คิดในใจอีกฝ่ายก็รับรู้ได้โดยไม่ต้องเอ่ยปาก
"คนพวกนั้นมีภรรยาหลายคน เ้าเต็มใจหรือ?"
เสวี่ยฮุ่ยส่ายหน้า นางยอมไม่แต่งงานตลอดชีวิต ดีกว่าต้องไปอยู่กับผู้ชายที่มีสามภรรยาสี่อนุ หรือมีสนมเต็มวังหลัง
"เพราะฉะนั้น อย่าไปคิดเื่เพ้อฝันพวกนั้นเลย รีบหาเงินเข้าเถอะ มีเงินก็มีสิทธิ์ตัดสินใจเอง มิเช่นนั้นทุกอย่างก็เป็เพียงความฝัน!" เฮ่อจิ่นเตือนเสวี่ยฮุ่ยอีกครั้ง
"พอแล้ว ข้ารู้แล้วเ้าค่ะ ท่านพ่อบ้าน!"
ตอนนี้นางอยากหาเงินใจจะขาด แต่น่าเสียดายที่ความคิดนั้นสวยงาม ทว่าความเป็จริงช่างโหดร้าย เงื่อนไขของตระกูลเสวี่ยเป็เช่นนี้ อีกทั้งนางยังเด็กเกินไป การจะเปิดร้านอาหารส่วนตัวในทันทีนั้นเป็เื่ที่เป็ไปไม่ได้เลย
ทำมื้อเที่ยงให้เรียบร้อยดีกว่า เสวี่ยฮุ่ยวิ่งไปหาท่านน้าเล็ก ขอให้เขาช่วยสับซี่โครงหมูให้เป็ท่อน ๆ เพราะนางแรงน้อย สับกระดูกไม่ไหว
เมื่อมองดูชายงามราวกับเทพเซียนสับซี่โครงหมู เสวี่ยฮุ่ยรู้สึกเจริญหูเจริญตาเป็อย่างยิ่ง ไม่แปลกใจเลยที่มีสำนวนว่า 'ความงามที่น่าลิ้มลอง' คนโบราณไม่ได้หลอกข้าจริง ๆ ด้วย!
หลังจากสับซี่โครงเสร็จ โจวป๋อเทาถามหลานสาวว่า เนื้อชิ้นนั้นจะทำทั้งหมดเลยหรือไม่ ให้เขาช่วยหั่นให้ไหม
"เื่นี้ข้าทำเองได้เ้าค่ะ ท่านน้าเล็กไปอ่านหนังสือเถอะเ้าค่ะ หากรู้สึกว่าข้างนอกร้อน สามารถเข้าไปในห้องของข้าได้ ท่านรอทานข้าวได้เลยเ้าค่ะ!"
"ไม่ต้องให้ช่วยจริง ๆ หรือ? เสี่ยวหลิน เ้าไปช่วยฮุ่ยฮุ่ยเป็ลูกมือในครัวนะ!" โจวป๋อเทาล้างมือสะอาดแล้วเดินออกไป
เสวี่ยฮุ่ยนำซี่โครงหมูมาหมักด้วยเครื่องปรุงก่อน ให้พี่รองช่วยจุดไฟในเตาใหญ่และขัดทำความสะอาด เสวี่ยฮุ่ยนำเห็ดแห้งมาแช่น้ำ เตรียมอ่างใบหนึ่งเทข้าวสารลงไปเล็กน้อยและใส่ข้าวฟ่างลงไปมากกว่าครึ่ง เติมน้ำในปริมาณที่พอเหมาะแล้ววางไว้ด้านข้าง
ใส่น้ำมันหมูครึ่งช้อนลงในหม้อ เติมน้ำตาลแดงเล็กน้อย เมื่อเคี่ยวจนได้ที่ก็นำซี่โครงหมูที่หมักไว้เทลงไป ผัดด้วยไฟแรงครู่หนึ่ง เติมน้ำแกงและน้ำพุจิติญญาจากมิติวิเศษ ปิดฝาหม้อแล้วนำอ่างข้าวที่เตรียมไว้ใส่ลงไปด้วย
หลังจากปรุงน้ำซุปสำหรับทำซี่โครงหมูเปรี้ยวหวานเสร็จแล้ว เตาเล็กอีกด้านก็ถูกจุดไฟ เสวี่ยฮุ่ยหั่นเนื้อสามชั้นออกมาหนึ่งในสาม ห่อด้วยผ้าขาวบางที่สะอาดแล้ววางไว้ในตะกร้า
เมื่อหั่นเนื้อเป็ชิ้น ๆ เสร็จแล้ว เสวี่ยฮุ่ยให้พี่รองเร่งไฟให้แรงขึ้น หมูสามชั้นตุ๋นน้ำแดงต้องใช้ความร้อนสูงเคี่ยวให้น้ำมันในเนื้อส่วนมันออกมาเสียก่อน จึงจะได้ผลลัพธ์ที่มันแต่ไม่เลี่ยน
โจวป๋อเทาที่นั่งอ่านหนังสืออยู่หน้าประตูห้องหลานสาวสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ กลิ่นที่ลอยมาจากห้องครัวหอมมากจริง ๆ ไม่นึกเลยว่าเด็กหญิงวัยเพียงหกขวบจะมีฝีมือเช่นนี้
มื้อเที่ยงวันนี้คงได้ลิ้มรสของอร่อยแล้ว แต่ดูเหมือนยัยหนูคนนี้จะใช้เื่ช่วยทำอาหารในบ้านเป็ข้ออ้างเพื่อปฏิเสธการกลับบ้านกับเขา แบบนั้นไม่ได้เด็ดขาด
เด็กหญิงถึงวัยที่ควรเริ่มเรียนหนังสือแล้ว ประจวบกับ่นี้เขามีเวลาว่างพอดีจึงสามารถสอนนางได้ เด็กสาวที่หน้าตาสดใสเช่นนี้หากอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ ต้องวนเวียนอยู่แต่ในครัวไปตลอดชีวิตได้อย่างไร!
โจวป๋อเทายังคงไม่เปลี่ยนใจที่จะลักพาตัว... นำตัวหลานสาวกลับไปด้วย แม้กลิ่นหอมจากห้องครัวจะเข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ ก็ไม่อาจเปลี่ยนความคิดของเขาได้
คนในตระกูลเสวี่ยกลับมาทานมื้อเที่ยง ยังไม่ทันเดินถึงประตู เสวี่ยเจี้ยนเวิ่นก็ได้กลิ่นหอมของเนื้อลอยมา
"กลิ่นเนื้อนี่นา ท่านย่า ท่านแม่ พวกท่านได้กลิ่นไหมขอรับ หอมมากเลย! ต้องเป็น้องเล็กที่เข้าครัวแน่ ๆ !"
แต่ในบ้านไม่มีเนื้อนี่นา? เติ้งอาเหลียนและโจวเสี่ยวเม่ยรีบเดินเร็วขึ้น เมื่อเปิดประตูใหญ่ กลิ่นเนื้อก็ยิ่งเข้มข้นขึ้น
"ป๋อเทา? เ้ามาถึงั้แ่เมื่อไหร่!" โจวเสี่ยวเม่ยเห็นน้องชายก็ร้องทักด้วยความตื่นเต้น และเข้าใจได้ทันทีว่าทำไมในบ้านถึงมีกลิ่นเนื้อ คงเป็เพราะน้องชายช่วยคัดลอกหนังสือที่ร้านหนังสือจนได้เงินมาซื้อเนื้อให้ครอบครัวอีกแล้ว
"ท่านอาสะใภ้ พี่เขย พี่สาว พวกท่านกลับมาแล้วหรือ!" โจวป๋อเทาวางหนังสือลง เดินเข้าไปต้อนรับ ช่วยเติ้งอาเหลียนถอดตะกร้าสะพายหลังออก และตบไหล่หลานชายคนโต
"ตอนพวกเราอยู่หน้าประตูยังสงสัยกันอยู่เลยว่าที่บ้านไม่ได้ซื้อเนื้อ แล้วทำไมถึงมีกลิ่นหอมเช่นนี้? ป๋อเทานี่เกรงใจเกินไปจริง ๆ ทุกครั้งที่มาต้องมีทั้งของว่างและเนื้อ จะเกรงใจไปทำไมกัน!"
เติ้งอาเหลียนถอยออกไปเล็กน้อย ปัดฝุ่นตามตัวเสร็จก็เตรียมตัวเข้าครัวไปดูว่าหลานสาวทำของอร่อยอะไรกินอีก