เกิดใหม่ครั้งนี้พกสวนแห่งชีวิตสู่ยุค 70 พลิกชะตาตระกูลหลิน
ตอนที่ 16 : เตรียมการ
สัปดาห์ถัดจากการประชุมครอบครัวครั้งใหญ่หลินเจี้ยนหมินไปยื่นเื่ขอย้ายหน่วยตามที่ตกลงกันไว้ แต่เมื่อไปถึงที่ทำงานเขากลับได้ยินข่าวที่ทำให้ขนลุกไปทั้งตัว
"ผู้พันหวังถูกเรียกไปสอบสวนเื่ประวัติครอบครัวเก่าแล้วนะ"เพื่อนนายทหารคนหนึ่งกระซิบบอกระหว่างพักเที่ยง"ได้ยินว่าพ่อของเขาเคยเป็เ้าของที่ดินก่อนปลดปล่อยตอนนี้ถูกจับตามองหนักมาก"
หลินเจี้ยนหมินนิ่งไปครู่หนึ่งนึกถึงคำเตือนของลูกสาวเมื่อไม่กี่วันก่อนสิ่งที่เธอบอกไว้กำลังเริ่มเป็จริงขึ้นทีละน้อยแล้ว
คืนนั้นเมื่อกลับถึงบ้านเขาเล่าเื่ที่ได้ยินให้ทุกคนในครอบครัวฟังหลินเจี้ยนหัวที่แวะมาพอดีก็เสริมขึ้นด้วยน้ำเสียงหนักใจไม่แพ้กัน"ที่คลินิกก็เหมือนกันหมอรุ่นพี่คนหนึ่งถูกเรียกไปทำประวัติซ้ำเพราะเคยรักษาคนต่างชาติสมัยก่อนทั้งที่ก็แค่ทำหน้าที่แพทย์ตามปกติเท่านั้น"
หลินเต๋อชางฟังแล้วถอนหายใจยาว"ดูเหมือนที่หลานสาวพูดเตือนตอนนั้นถูกจริงๆ ลมมันเริ่มเปลี่ยนทิศแล้วเราต้องเร่งมือกันแล้ว"
คำยืนยันจากความเป็จริงรอบตัวทำให้ทุกคนในบ้านมุ่งมั่นกับการเตรียมตัวมากขึ้นเป็ทวีคูณไม่มีใครลังเลหรือสงสัยในคำเตือนของซินเยว่อีกต่อไปเพราะสิ่งที่เกิดขึ้นจริงรอบตัวเริ่มสอดคล้องกับสิ่งที่เธอบอกไว้ทีละเื่
คืนนั้นหลังจากทุกคนแยกย้ายกันไปพักผ่อนแล้วหลินเต๋อชางยังคงนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานในห้องส่วนตัวกระดาษเปล่าแผ่นหนึ่งวางอยู่ตรงหน้า ปากกาในมือนิ่งอยู่นานโดยไม่ขีดเขียนอะไรลงไป
เขาใช้เวลาเกือบสามสิบปีสร้างโรงงานทอผ้าขึ้นมากับมือผ่านทั้งยุคที่ยากลำบากที่สุดของประเทศ ผ่านการเปลี่ยนแปลงเป็ของรัฐผ่านการปรับตัวนับครั้งไม่ถ้วน แต่ก็ยังยืนหยัดดูแลมันมาจนถึงวันนี้การเขียนจดหมายขอเกษียณเพียงไม่กี่บรรทัด กลับหนักหนากว่าที่คิดไว้มาก
*ถึงจะไม่ใช่ของฉันอีกต่อไปแล้วแต่ก็ยังรู้สึกเหมือนต้องบอกลาลูกคนหนึ่งอยู่ดี*
เขานึกถึงคนงานหลายร้อยคนที่เคยทำงานร่วมกันมานึกถึงเสียงเครื่องทอผ้าที่เคยได้ยินทุกวันจนคุ้นเคยนึกถึงความภาคภูมิใจในวันที่โรงงานได้รับคำชมจากทางการว่าเป็ตัวอย่างที่ดีทุกอย่างกำลังจะกลายเป็ความทรงจำในไม่ช้า
แต่เมื่อนึกถึงใบหน้าของหลานสาวตัวน้อยที่ยืนอยู่ท่ามกลางทุ่งหญ้าในมิติเล่าเื่อนาคตด้วยน้ำเสียงจริงจังทั้งที่ยังเป็เด็ก ความลังเลในใจก็ค่อยๆจางหายไป
*ระหว่างโรงงานที่สร้างมากับความปลอดภัยของทั้งครอบครัวคำตอบมันชัดเจนอยู่แล้ว*
เขาจุ่มปากกาลงหมึกอีกครั้งแล้วเริ่มเขียนคำร้องขอเกษียณอย่างไม่ลังเลอีกต่อไประบุเหตุผลว่าอายุมากแล้วอยากใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างสงบอยากใช้เวลาที่เหลือกับลูกหลาน คำอธิบายที่ฟังดูเรียบง่ายที่สุดแต่แท้จริงแล้วซ่อนความหมายที่ลึกซึ้งกว่านั้นมาก
รุ่งเช้าวันถัดมาลุงใหญ่เรียกประชุมสั้นๆ ก่อนอาหารเช้า"ผมจะออกเดินทางไปดูพื้นที่ล่วงหน้าั้แ่วันนี้เลย ยิ่งไปเร็วยิ่งมีเวลาสร้างบ้านรอไว้มากขึ้นพวกเราจะได้ไม่ต้องไปถึงแล้วเริ่มจากศูนย์กันหมด"
จ้าวซูเฟินช่วยสามีจัดกระเป๋าเดินทางอย่างเร่งด่วนใส่เสื้อผ้าหนาสำหรับอากาศูเาเอกสารแนะนำตัวจากงานปฏิรูปที่ดินที่จะช่วยให้ติดต่อทางราชการในพื้นที่ได้ง่ายขึ้นและเงินสดจำนวนหนึ่งที่ครอบครัวรวบรวมกันไว้สำหรับค่าใช้จ่ายในการซื้อวัสดุสร้างบ้าน
"ระวังตัวด้วยนะพี่"หลินเจี้ยนหมินพูดพลางช่วยยกกระเป๋าขึ้นรถม้าที่จะพาไปสถานีรถไฟ"เส้นทางไปอำเภอซิงหลงไม่ได้ง่ายเลย"
"ไม่ต้องห่วง ฉันผ่านงานยากกว่านี้มาเยอะแล้ว"ลุงใหญ่ตอบพลางยิ้มมั่นใจแต่ในใจก็อดกังวลไม่ได้เหมือนกันว่าจะหาที่ดินที่เหมาะสมทันเวลาหรือไม่ภาระที่แบกอยู่ตอนนี้ไม่ใช่แค่เื่ของครอบครัวตัวเองแต่เป็อนาคตของทั้งสามครอบครัวที่ฝากความหวังไว้กับเขาคนเดียว
ก่อนขึ้นรถเขาหันมามองซินเยว่ที่ยืนอยู่ข้างพ่อแม่ "หลานช่วยดูแลทุกคนที่บ้านด้วยนะลุงจะกลับมาเร็วที่สุด"
ซินเยว่ยิ้มพลางโบกมือลาอย่างร่าเริง"ลุงไปดีมาดีนะคะ หนูเชื่อว่าลุงจะหาที่ดีๆได้แน่ๆ"
รถม้าค่อยๆเคลื่อนตัวออกจากลานบ้านมุ่งหน้าสู่สถานีรถไฟที่จะพาลุงใหญ่ไปเริ่มภารกิจสำคัญที่จะกำหนดอนาคตของครอบครัวทั้งหมดทุกคนยืนมองจนกระทั่งรถม้าลับตาไปจึงแยกย้ายกันกลับเข้าบ้าน
เฉินซิ่วหลานที่ยืนอยู่ข้างหลินเต๋อชางถอนหายใจเบาๆ"หวังว่าลูกใหญ่จะหาที่ดีๆได้เร็วๆนี้"
"เขาจะทำได้แน่นอน"หลินเต๋อชางตอบด้วยความมั่นใจแม้ในใจก็รู้ดีว่าเส้นทางข้างหน้าคงไม่ง่ายอย่างที่พูดแต่การมีความหวังไว้ก็ดีกว่าปล่อยให้ความกังวลครอบงำจนทำอะไรไม่ได้
เริ่มต้นวันแรกของการเตรียมตัวที่จะดำเนินต่อไปอีกหลายสัปดาห์ข้างหน้าโดยที่ไม่มีใครในครอบครัวรู้เลยว่าเส้นทางข้างหน้าจะราบรื่นหรือมีขวากหนามแค่ไหนมีเพียงความเชื่อมั่นในกันและกัน ที่จะพากันผ่านไปได้เท่านั้น