ตอนที่ 16 พรหมลิขิต
และแล้วสุดสัปดาห์ที่เรารอคอยก็มาถึง ยัยแจงตื่นก่อนเป็คนแรกพร้อมกับขุดให้ฉันลุกออกจากเตียงนอนอันแสนสบายตามมาเพื่อไปอาบน้ำเตรียมตัวสำหรับการไปเที่ยวในวันหยุดนี้
โรงเรียนของเราอนุญาตให้นักเรียนกลับบ้านได้ทุกวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ แต่สำหรับคนที่ไม่ได้กลับก็สามารถออกไปเที่ยวข้างนอกได้เหมือนกันภายใต้กฎที่ว่าต้องกลับเข้าหอพักก่อนเวลาสี่ทุ่มครึ่ง วันนี้พี่เอิร์ทสัญญาว่าจะพาพวกเราไปเที่ยว ยัยแจงก็เลยมีท่าทีเริงร่าอย่างที่เห็นนี่แหละ
“สรุปแจงกะฟีนอยากไปแบบไหนอ่ะ กิน เที่ยว ช้อปปิ้ง หรือลุยๆ จอยๆ”
“ได้หมดแหละ แต่ฉันไม่อยากไปห้างอ่ะ ไม่รู้จะซื้ออะไร”
ฉันตอบบิวที่ชวนคุยขึ้นในขณะที่เรากำลังนั่งรอพี่เอิร์ทอยู่ใต้หอ
“ฉันว่าไปไหนก็ได้อ่ะ ถ้ามีพี่เอิร์ทอยู่ด้วยก็ดีทุกที่แหละ อิอิอิ”
“น้อยหน่อยสา นั่นพี่ฉันเอง”
“จ้าๆๆ” แล้วสาก็หันไปทำเสียงล้อเลียนยัยแจงจนฉันอดขำไม่ได้
“ไง สาวๆ”
“พี่เอิร์ท” ยัยแจงระริกระรี้เข้าไปอ้อนพี่ชายทันที “ตกลงไปไหนดีอ่ะ”
“เออ พี่จะบอกว่าวันนี้พี่คงพาพวกเราไปเที่ยวไม่ได้แล้วอ่ะ”
“อ้าว ทำไมอ่ะ”
“นั่นดิ ทำไมล่ะคะ” รถเมล์เองก็ดูผิดหวังไม่น้อยไปกว่ายัยแจง
“พ่อเพิ่งโทรมาเรียกให้พี่เข้าไปหา เมื่อกี้นี่เอง”
“งั้นก็ดีดิ เดี๋ยวแจงไปหาพ่อด้วยดีกว่า”
“ไม่ได้”
“ทำไมอ่ะ” ยัยแจงเลิกคิ้วสงสัย “แจงก็อยากเจอพ่อเหมือนกันนะ”
“ก็ถ้าแจงไปหาพ่อกับพี่ แล้วพวกเพื่อนๆ ล่ะ”
“ไม่เห็นเป็ไรเลย ก็ไปด้วยกันหมดนี่แหละ”
“ไม่ได้หรอก”
พี่เอิร์ทเอื้อมไปแตะไหล่ยัยแจงที่กำลังหน้าบูดด้วยความเอ็นดู
“ไว้วันอื่นเดี๋ยวพี่พาไปเจอนะ แต่วันนี้พี่ต้องไปทำธุระกับพ่อจริงๆ อาจจะต้องขับรถไปถึงพัทยานู่นแน่ะ”
“อะไรของพี่เอิร์ทกับพ่อเนี่ย ความลับเยอะกันจังเลยนะ”
“แค่ธุระเื่ที่ดินน่า”
“สรุปวันนี้แจงก็ไม่ได้เที่ยวงั้นดิ” ยัยแจงยังคงงอแงต่อไป
“ก็ถ้าแจงยังอยากไป พี่ก็ให้ไป”
“จริงอ่ะ”
พี่เอิร์ทพยักหน้าแทนคำตอบ แต่ยัยแจงก็ยังไม่เลิกงอน
“เออ งั้นพวกแจงไปกันเองก็ได้”
“ใครบอกว่าพี่จะให้พวกแจงไปกันเองล่ะ”
“อ้าว ก็ไหนพี่เอิร์ทบอกว่าไม่ว่างไง”
“ก็ใช่ พี่ไม่ว่าง แต่พวกสเต็ปเทพมันว่างไง”
“อะไรนะ!” คราวนี้คนที่โวยวายกลับกลายเป็สาซะงั้น
“พี่เอิร์ทจะให้พวกเราไปกับพวกสเต็ปเทพเนี่ยนะ” บิวเองก็ดูงงๆ ไม่แพ้กัน
“ถูกต้องแล้วคร้าบ” เสียงนายพีทะโขึ้นอย่างร่าเริงแล้วเดินยิ้มแป้นนำทีมพวกสเต็ปเทพคนอื่นๆ ออกมา
“เอาน่า สมัยนี้มันอันตราย พวกแจงก็มีแต่ผู้หญิงทั้งนั้น ให้ไอพวกนี้ไปช่วยดูแลน่ะดีแล้ว”
“ดูแลกับผีน่ะสิพี่เอิร์ท แจงไม่เอาด้วยหรอก”
“ใช่ สาก็ไม่เอาอ่ะ พี่เอิร์ทคิดได้ไงเนี่ย ยิ่งพานายพวกนี้ไป เรายิ่งไม่ปลอดภัยมากกว่า”
“อ้าวๆ พูดให้มันดีๆ พวกผมไม่ใช่โรคจิต หื่นจัด บ้ากามนะ จะได้มาว่ากันอย่างนี้” นายกรีนที่เงียบมานานพูดขึ้นบ้าง
“อ๋อเหรอ แต่หน้าพวกนายมันบ่งบอกว่าเป็อย่างนั้นนะ”
“เดี๋ยวดิ อย่าเพิ่งทะเลาะกัน”
พี่เอิร์ทขัดขึ้นด้วยน้ำเสียงเหนื่อยใจก่อนที่สากับกรีนจะได้เปิดฉาก
“เอาน่า วันเดียวเอง อย่าให้พี่ต้องเป็ห่วงเลยนะ ไปกับไอพวกนี้แหละ อย่างน้อยก็จะได้เอาไว้ขู่ไอพวกที่มันคิดไม่ดีได้บ้าง ถ้ามันทำไรให้มาบอกพี่ เดี๋ยวพี่จัดการให้”
พวกฉันหันมามองหน้ากันเชิงลำบากใจ
เฮ้อ ก็อย่างว่าล่ะนะ ยังไงเราก็คงขัดพี่เอิร์ทไม่ได้อยู่ดีอ่ะแหละ
“เป็เด็กดีนะคะ” ว่าแล้วพี่เอิร์ทก็ขยี้หัวยัยแจงกะสาไปอีกที และฉันก็เห็นนะว่าสาทำหน้าเคลิ้มเชียว
“อือๆๆๆ ก็ได้! แค่วันนี้วันเดียวนะ” ในที่สุดยัยแจงก็ยอมอ่อนข้อลงจนได้แต่ก็ยังไม่เลิกทำหน้าบูด
“สเต็ปเทพ ดูแลน้องกูให้ดีนะ” พี่เอิร์ทหันไปกำชับพวกสเต็ปเทพก่อนจะหันมาหาพวกเราอีกครั้ง “เอาไว้วันหลังพี่จะชดเชยให้แล้วกันนะสาวๆ”
พูดจบพี่เอิร์ทก็เดินขึ้นรถแท็กซี่ไป
แทนที่เราจะได้ไปเดทหมู่กับพี่เอิร์ทกลับกลายเป็ว่าต้องไปกับพวกสเต็ปเทพแทนเหรอเนี่ย เฮ้อ ฉันล่ะเซ็งจริงๆ!
“สรุปจะไปไหนอ่ะ” นายเมลล์เปิดประเด็นขึ้นมา
“ไปสวนสนุกกันเถอะ”
“ความคิดเข้าท่า” ยัยแจงเห็นด้วยกับรถเมล์
“แต่พวกผมจะไปสยาม”
“ไปทำบ้าอะไรสยาม” แล้วนายเจลีก็โดนยัยแจงสวนขึ้นทันที
“ส่องสาว” หมอนั่นตอบในขณะที่ยังง่วนอยู่กับการเซ็ตผมอยู่ข้างกระจกรถยนต์คันหนึ่ง
“ก็ไม่รู้สินะ แต่พี่เอิร์ทสั่งไว้แล้วว่าให้พวกนายมาดูแลพวกฉัน งั้นก็แปลว่าพวกนายต้องไปกับพวกฉัน ไม่ใช่ให้พวกฉันไปกับพวกนาย” บิวพูดอย่างมีชัย
“ตกลงเอาไงแน่ รถเมล์เริ่มเซ็งแล้วนะ” คราวนี้คนที่หน้ามุ่ยคือยัยรถเมล์
“เออ งั้นมาเป่ายิ้งฉุบตัดสินกันดีกว่า ถ้าพวกเธอชนะพวกเราได้แค่คนเดียวนะ โอเคเลย ที่ไหนก็ได้”
นายเจลีเสนอขึ้นแล้วสายบวกอย่างยัยแจงก็รับคำท้าทันที
“แหม ชนะแค่คนเดียวเหรอยะ ดูถูกกันมากเกินไปแล้ว เอาดิ มาเลย ฉันเปิดเอง จะได้รีบๆ จบเกม นี่ไม่อยากจะคุยหรอกนะว่าฉันน่ะแชมป์เป่ายิ้งฉุบโรงเรียนเก่าเลยนะจะบอกให้”
“เหรอ...” เจลีลากเสียงท้าทาย
“เป่า ยิ้งงง…ฉุบ”
“ก๊ากกก เนี่ยนะแชมป์เป่ายิ้งฉุบ โรงเรียนเก่าเธอคงอ่อนด๋อยมากเลยดิ ฮ่าๆๆๆ” นั่นไง ผลเป็ไปตามคาด…แพ้ไปหนึ่ง
“ฉันต่อให้พวกนายต่างหาก ถ้าฉันเอาจริงไม่ว่าใครก็ชนะฉันไม่ได้หรอก”
“จ้าแม่คนเก่ง” นายเจลียังไม่เลิกล้อ “ไปเลยไป ไปสวดมนต์ขอพรให้เพื่อนเธอชนะเพื่อนผมดีกว่าไป แต่ก็คงยากอ่ะ เพราะยังไงพวกผมก็ชนะอยู่แล้ว”
“เป่า ยิ้ง ฉุบ!”
คนที่สองที่เราส่งไปกู้หน้าก็คือสา และผลก็อย่างที่เห็น สาแพ้กรีนอย่างราบคาบด้วยกรรไกรกับค้อน พวกสเต็ปเทพหัวเราะกันดังลั่นอย่างไม่เกรงใจ
“ก๊ากๆๆ ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ”
ไม่เป็ไร เรายังเหลือบิว รถเมล์ แล้วก็ฉันอีก กลัวไรฟะ กะอีแค่เป่ายิ้งฉุบ ถ้าเื่แค่นี้เรายังเอาชนะสเต็ปเทพไม่ได้สักคนก็ให้มันรู้ไป
“เป่า ยิ้ง ฉุบ”
เราส่งบิวไปเป็คนที่สาม แล้วบิวก็แพ้นายพีทอีกคนนึงแล้ว โอ๊ย นี่ขนาดเป่ายิ้งฉุบเราก็ยังเอาชนะสเต็ปเทพไม่ได้เลยเหรอเนี่ย
“มา คนต่อไปฉันเอง”
คราวนี้แหละพวกฉันต้องชนะแน่ๆ นายเมลล์น่ะกิ๊กก๊อกจะตาย
“เป่า ยิ้งงง...”
ฉันตัดสินใจออกค้อนไป
ฉุบ!
แล้วทำไมนายต้องออกกระดาษด้วยฟะ อีตาบ้า! อ๊ากกกก แพ้อีกแล้ว
“ก๊ากกก ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เอิ๊กๆๆๆๆ”
สเต็ปเทพหัวเราะเยาะเย้ยพวกฉันอย่างสะใจอีกครั้ง ฮึ่ย ทำไมนะ ทำไมพวกเราต้องแพ้ให้นายพวกนี้อยู่เรื่อย โลกนี้ไม่ยุติธรรมเอาซะเลย
“ไปฝึกมาใหม่นะ” นายบ้าเมลล์พูดพร้อมทำหน้ายียวนกวนประสาทฉัน
“นายนั่นแหละแพ้ กระดาษห่อค้อน กระดาษมันก็ต้องขาดดิ” ยัยแจงพยายามแถช่วยฉันแต่ก็ไม่เป็ผล
“อย่า อย่า อย่ามามั่วนิ่ม ยอมแพ้เหอะ คู่ต่อไปรถเมล์กับไอมุ แข่งไปเราก็ชนะอยู่ดี เรียกแท็กซี่ไปสยามเลยดีกว่า เสียเวลา”
“เดี๋ยวดิ” บิวเบรกนายพีททันควัน “ายังไม่จบอย่าเพิ่งนับศพทหารน่ะไม่เคยได้ยินเหรอ รถเมล์เป่ายิ้งฉุบเก่งจะตาย คอยดูเถอะ คราวนี้พวกนายแพ้แน่ๆ มาตัดสินกันให้เห็นไปเลยดีกว่า เอ๊ะ! หรือว่าพวกนายกลัว?”
“ไม่มีทางอ่ะ เอาดิ๊ไอมุ โชว์ให้เค้าดูจะได้เลิกปากเก่งกันสักที”
ว่าแล้วนายพีทก็ดันนายมุออกมาข้างหน้า ในขณะที่ฉันหันไปมองบิวอย่างไร้ความหวัง จะว่าไปที่นายพีทว่ามันก็ถูกอ่ะนะ โอกาสชนะของพวกเรามีไม่ถึง 50% เลยด้วยซ้ำ
“เอานะ”
“เป่า! ยิ้ง!! ฉุบ!!!”
“เฮ้ยจานบิน!” บิวแหกปากพร้อมกับชี้ไปบนฟ้า พวกเราหันไปมองทันที
“ไหนวะ”
ในขณะที่พวกสเต็ปเทพหันไปมองจานบินเก๊ของบิว ฉันก็เหลือบไปเห็นว่าบิวกำลังเปลี่ยนมือยัยรถเมล์จากที่แบอยู่ให้เป็กำมืออย่างรวดเร็ว เพราะนายมุออกกรรไกร
“สงสัยฉันตาฝาดไปเองอ่ะ โทษทีๆ” บิวแก้ตัว
“เฮ้ย! รถเมล์ชนะ ว๊ากกก สเต็ปเทพ พวกนายแพ้แล้ว ฮ่าๆๆๆๆๆ” ยัยแจงแหกปากลั่นพร้อมะโโลดเต้นอย่างดีอกดีใจ
“ค้อนชนะกรรไกรนะหนู” บิวพูดแล้วเล่นหน้าเล่นตา
“เปล่านะ รถเมล์ออกกระ…อู้อี้อู้อี้” รถเมล์กำลังจะเผยความจริงออกมาแต่ฉันก็รีบเอามือปิดปากแม่นั่นไว้ได้ทัน
“ขี้โกงชัวร์”
“แล้วนายมีหลักฐานอะไรมาบอกว่าพวกฉันขี้โกง แพ้ก็ยอมรับว่าแพ้ดิ โห่ ไอพวกแพ้แล้วพาล” พวกฉันพากันโห่สเต็ปเทพสนับสนุนบิวทันที
“พวกเธอ…”
“ช่างเหอะ สวนสนุกก็สวนสนุกวะ ไม่ได้ไปมานานแล้วเหมือนกัน”
นายอาร์ตเดินไปตบไหล่นายพีท
“แต่สำหรับพวกเธอสเต็ปมาร ผมพูดได้ประโยคเดียว ทำไรก็รู้อยู่แก่ใจ”
น้ำเสียงของนายอาร์ตทำเอาฉันเสียวสันหลังวาบ แต่ก็ไม่ใช่ปัญหา!
ยังไงซะพวกฉันก็จะไม่มีวันยอมแพ้พวกนายหรอก แบร่!
“เอ้า! อยากไปกันนักไม่ใช่รึไง รีบดิ มันไม่ใช่ใกล้ๆ นะ”
ว่าแล้วพวกฉันก็กดเรียกรถแท็กซี่เพื่อออกเดินทางโดยที่รถของเรามีนายอาร์ตนั่งมาด้วยเพราะสเต็ปเทพบอกว่าควรจะมีผู้ชายไว้สักคนเพื่อความปลอดภัยตามคำสั่งของพี่เอิร์ท ฉันว่านายพวกนี้ก็รอบคอบดีอยู่หรอก แต่บรรยากาศมันน่าอึดอัดชะมัด ไม่มีใครคุยอะไรกันเลยระหว่างทาง ก็แหงล่ะ ไส้ศึกนั่งหลับอยู่ตรงนี้ทั้งคน ไม่รู้ว่าหลับจริงๆ หรือแกล้งหลับแอบฟังพวกเราคายความลับอะไรรึเปล่า
“เล่นไรกันก่อนดีอ่ะ” สาถามขึ้น
ในที่สุดเราก็มาถึงที่นี่จนได้สวนสนุก ‘ดรีมเวิลด์’
“ก็แล้วแต่ เพราะถึงเป่ายิ้งฉุบยังไงพวกเธอก็โกงเราอยู่ดี”
“เออ มึงพูดถูก” นายเมลล์เอ่ยสนับสนุนนายกรีน
“นี่ ประชดอยู่ได้ ถ้างั้นก็แยกๆ กันไปเลยไป”
“พูดง่ายเนอะ เดี๋ยวพอมีเื่อะไรก็ไปฟ้องป๋าเอิร์ทอีกอ่ะว่าพวกเราทิ้ง” นายเมลล์เถียงฉัน
“ไม่ฟ้องหรอกน่า พวกเราสัญญาก็ได้”
“ไม่เอาอ่ะ ไม่มีสัจจะในหมู่โจร ไปด้วยกันนี่แหละ กันไว้ดีกว่าแก้ ี้เีฟังป๋าเอิร์ทด่า”
“ถ้างั้นพวกนายก็เลิกบ่นสักทีสิ”
ฉันย้อนนายเมลล์กลับ ชักจะเหลืออดจริงๆ พับผ่าสิ น่ารำคาญเป็บ้า
“นี่เลยดีกว่า เฮอริเคน”
“นี่แหละ กูเกิดมาเพื่อสิ่งนี้ ไปดิป่ะ”
นายเมลล์เอ่ยสนับสนุนเจลีก่อนจะคว้าแขนฉัน
หมับ
“เฮ้ย ไม่เอา ฉันไม่ขึ้น”
“ไม่น่าเชื่อ” นายเมลล์ลากเสียงพร้อมกับทำตาโต “หรือว่าเธอจะกลัว…”
“ไม่ได้กลัวย่ะ แต่ยังไม่พร้อม”
ฉันสะบัดแขนนายเมลล์ออกก่อนจะวิ่งหนีให้ไกลจากเครื่องเล่นนั่น
จริงๆ ฉันก็ไม่ได้กลัวอะไรหรอก เพียงแต่ฉันคิดว่าว่าไอเ้าเฮอริเคนนี่มันดูจะโหดเกินไปที่จะมาเป็เครื่องเล่นแรกของเรานะ
“ไวกิ้งส์!”
“เล่นนี่นะๆๆๆ” บิวกับสาดี๊ด๊าใหญ่
นี่พวกแกเริ่มด้วยบ้านั์อะไรแบบนี้ก่อนไม่ได้รึไง -*-
“สเต็ปเทพ เร็วๆ สิ” รถเมล์ะโเรียกเมื่อนายพวกนั้นยังยืนอยู่กับที่
“กลัวอ่ะเด้” เสียงยัยแจงแหลมขึ้นมา “พวกนายนี่มันกิ๊กก๊อกจริงๆ”
ยัยแจงยังคงล้อพวกสเต็ปเทพไม่หยุดโดยหารู้ไม่ว่าเป็ฉันเองนี่แหละที่เกิดปอดแหกขึ้นมา แต่จะให้สเต็ปเทพรู้ไม่ได้เด็ดขาด ไม่งั้นโดนล้อยันลูกโตแน่ๆ
“โอ้โห่ ท้าผิดแก๊งแล้วม้างงง”
นายเจลีพูดแล้วนำทีมสเต็ปเทพเดินมาต่อแถวถัดจากพวกเรา
“แถวบนพวกกูจองครับ ใครแย่งมึงโดนดีแน่” เสียงกร่างๆ เสียงหนึ่งดังขึ้น น่าแปลกใจที่ไม่ได้มาจากพวกสเต็ปเทพ แล้วมันมาจากใครกันล่ะ
“โอ๊ย กูอยากตาย” เสียงนายมุแหกปากกลับไป
“ใครวะ” เสียงกร่างๆ เสียงเดิมะโขึ้นอีกครั้ง
“พร่อง มั้ง ห่านนน”
“ฮ่าๆๆๆๆๆ” แล้วพวกสเต็ปเทพก็พากันหัวเราะเสียงดังล่อฝ่าเท้ามาก สรุปนายพวกนี้มันจะมาช่วยปกป้องพวกเรา หรือมาล่อบาทาให้พวกเรากันแน่วะ -*-
ทันทีที่พนักงานดูแลปล่อยให้พวกเราขึ้นไปบนเครื่องเล่นได้ สเต็ปเทพก็วิ่งแทรกนำหน้าพวกฉันไปทันที นายพวกนั้นตรงไปแถวบนสุด พวกฉันจึงเลือกนั่งฝั่งตรงข้าม โดยมีผู้ชายอีกกลุ่มหนึ่งซึ่งก็คือพวกที่ะโเมื่อกี้นั่งอยู่แถวหลังของเราซึ่งเป็ด้านหลังสุด
แล้วไวกิ้งส์ก็ค่อยๆ เหวี่ยงตัวเองแรงขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งฉันอดกรี๊ดไม่ไหว
“อ๊ายยย” พวกเรารวมพลังกรี๊ด
“อ๊ายยยยยย”
สเต็ปเทพกรี๊ดเลียนแบบเสียงของเราก่อนจะตามมาด้วยเสียงโห่ของพวกผู้ชายด้านหลัง
“ฮูยยยยยยยยยย”
“อ๊ายยยยยยยยยยยยย”
“อ๊ายยยยยยยยยยยยยยยยยยย”
“ฮูยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย”
กลุ่มผู้ชายข้างหลังฉันก็ะโโห่แข่งกับพวกสเต็ปเทพไม่เลิก
“แปรง ฟัน บ้าง นะ” เสียงนายพีทะโขึ้นมาจากฝั่งตรงข้าม
“ปาก เหม็น มาก เลยยย” ตามด้วยนายเจลี
“กู จะ อ้วก แล้วววว” และปิดท้ายด้วยนายมุ หลังจากนั้นพวกสเต็ปเทพก็ยกมือขึ้นมาปิดจมูกตลอดเวลาที่ไวกิ้งส์กำลังเหวี่ยงตัวอยู่บนอากาศ
บ้า กลิ่นปากฉันคงไม่แรงขนาดนั้นหรอกมั้ง
MALE
พวกผมกำลังนั่งอยู่บนไวกิ้งส์ที่พวกสเต็ปมารท้ามาเล่น เอาจริงๆ แล้วเครื่องเล่นพวกนี้มันกระจอกเกินไปอ่ะครับ อย่างพวกผมมันต้องอะไรที่ชวนเสียวและท้าทายกว่านี้เยอะ
“กรี๊ดดดดด” สเต็ปมารกรี๊ด
“กรี๊ดดดดดดดด” พวกผมส่งเสียงล้อเลียนพวกสเต็ปมาร แต่แล้วเสียงหมา
“ฮูยยยยยยยยยยยยย” มันก็โห่แทรกขึ้นมา
ไอพวกนั้นคือพวกปัญญาอ่อนที่ะโจองแถวบนสุดแล้วทำกร่างใส่คนอื่นเค้า สงสัยแม่งจะอยากมีเื่กันมาก พวกผมก็เลยกวนตีนตอบ แล้วพวกมันก็ทำหน้าฉุนๆ ผมว่าแม่งก็คงรู้ตัวแหละแต่ยังทำอะไรโต้ตอบไม่ได้เพราะตอนนี้เรากำลังอยู่บนเครื่องเล่น
พวกผมส่งเสียงะโกันไปโห่กันมา ไม่รู้ทำไม อยู่ๆ พวกสเต็ปมารก็หยุดกรี๊ดไปซะงั้น พวกผมก็งงกันใหญ่ เพราะยัยพวกนั้นเค้าไม่ยอมส่งเสียงอะไรออกมาอีกเลยกระทั่งไวกิ้งส์หมดรอบจนผมกลัวว่าพวกเธอจะอัดอั้นเกินไปจนอ้วกแตกออกมา
“พวกเราจะไปเข้าห้องน้ำ” ฟีนพูดขึ้นมาอย่างรีบเร่งก่อนจะวิ่งนำเพื่อนๆ ของคุณเธอไปเข้าห้องน้ำทันที ให้ผมเดา ไม่รอด ผมว่าต้องไปอ้วกชัวร์ ดูจากหน้าตาพะอืดพะอมนั่นแล้ว แน่ล่ะ ก็พวกเ้าหล่อนเล่นหุบปากเงียบไม่ปลดปล่อยมันออกมาเลย
นี่แค่ไวกิ้งส์นะเนี่ย สรุปแล้วใครกันแน่ที่กิ๊กก๊อกวะครับ เหอะๆ
“พวกมึงมีปัญหาเหรอวะ”
น้ำเสียงไม่เป็มิตรทักขึ้นในขณะที่พวกผมนั่งรอสเต็ปมารอยู่หน้าห้องน้ำ
“อะไรครับ ใครมีปัญหาเหรอครับ” ไอมุตีหน้ามึนตอบกลับไป
“ก็พวกมึงอ่ะกวนตีนพวกกูบนไวกิ้งส์” ไอหน้าตี๋คนเดิมโต้ตอบ กลุ่มพวกมันมีกันหกคนเท่าพวกผมเลย งานนี้ได้มันส์กันแน่
“มึงถามตัวมึงเองก่อนเหอะ” ไอกรีนตอบนิ่งๆ แล้วพวกผมก็ลุกขึ้นยืนพร้อมกันแสดงให้เห็นว่าพวกกูพร้อมลุยนะ
“มึงจะเอาเลยมั้ยล่ะ” ไอหน้าตี๋ว่าอีกครั้ง
“โถ กูไม่เอามึงหรอก จะอ้วก” พวกผมหัวเราะกับคำย้อนของไอลี ก็บอกแล้วว่าไอนี่มันกวนตีน
“อยากมีเื่ก็ข้างนอกเลย มึงอยากหัวแตกมึงก็มาดิ” ผมท้าไอพวกนั้นไป
“ไปทำเหี้ยไรข้างนอก” ไอหน้าเหาฉลาม สมาชิกอีกคนในกลุ่มนั้นถามขึ้น
“ไปตีหัวพวกมึงไง”
สิ้นเสียงไอพีท ไอหน้าเหาฉลามนั่นก็เดินเข้ามาจะเล่นไอพีท พวกผมก็รีบเดินเข้าไปกะเล่นแม่งทั้งกลุ่ม
ปรี๊ดดดด
เสียงนกหวีดดังขึ้น ก่อนที่เ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสี่คนจะวิ่งเข้ามาห้ามพวกผมกับพวกมันไว้
“น้องครับ ที่นี่สวนสนุกนะครับ ไม่ได้มีแค่พวกน้อง ถ้าพวกน้องจะมีเื่กันในนี้ พี่จะแจ้งตำรวจจับ”
“ครับ ครับ ไม่มีไรครับพี่ พวกผมก็แค่ทักทายกัน” ไอลีตอบด้วยน้ำเสียงเป็มิตรสบายๆ
“ไปเหอะ ไม่อยากมีเื่กับหมา”
ไอคนที่ดูท่าว่าจะเป็หัวโจกพูดขึ้นพร้อมกับเดินกลับหลังออกไป
“พวกที่แม่งมีเื่กับหมาได้ แม่งก็หมาเหมือนกันแหละวะ”
ไอมุะโไล่หลังไป
FEEN
“แหวะ”
นี่พวกฉันอ้วกจนไส้จะทะลักออกจากปากอยู่แล้วเนี่ย โอย ไม่ไหวอ่ะ ไม่ได้เล่นอะไรหวาดเสียวแบบนี้มาตั้งนาน แถมยังต้องหุบปากไว้ตลอดเวลา จะกรี๊ดก็กรี๊ดได้ไม่เต็มที่เพราะมีไอพวกบ้าสเต็ปเทพคอยกวนประสาทอยู่
“อย่าลืมลูกอมนะ ฉีดน้ำหอมด้วย เดี๋ยวนายบ้าพวกนั้นจับได้ว่าเราแอบมาอ้วกกัน” บิวพูดขึ้น
ว่าแล้วพวกเราก็ออกไปหาซื้อลูกอม แล้วก็ฉีดน้ำหอมจนฉ่ำ ก่อนจะเดินกลับมาหาพวกสเต็ปเทพด้วยท่าทีร่าเริงที่เสแสร้งขึ้นมาเพื่อปกปิดไม่ให้นายพวกนั้นจับได้ ถ้านายพวกนี้รู้ว่าเรามาอ้วกนะ มีหวังล้อยันเรียนจบอ่ะ
“ไปเดินเล่นกันต่อเหอะ” สาชวน
“ไม่อ่ะ เบื่อ” อาร์ตพูดสั้นๆ ก่อนจะตามมาด้วยนายมุ
“เออ เบื่อจริงๆ อ่ะ”
“ถ้างั้นก็แยกกันเดินเหอะ พวกเธอก็คงอึดอัดแหละที่มีคนหล่อมาเดินตาม ส่วนพวกผมก็ไม่ค่อยชินเท่าไหร่หรอกที่ต้องเดินตามคนไม่สวย ขอนั่งเหล่สาวแถวนี้ดีกว่า”
“ไปตายให้หนอนแทะเถอะนายเจลี ไอหลงตัวเอง”
ประโยคนี้แน่นอนว่ามาจากยัยแจง
“งั้นค่อยมาเจอกันที่นี่ตอนสี่โมงเย็นแล้วกัน”
“โอเค” พวกสเต็ปเทพรับคำฉัน
เออ แยกๆ กันไปซะก็ดี พวกฉันจะได้สนุกกันได้อย่างเต็มที่ไม่ต้องอัดอั้นเหมือนตอนเล่นไวกิ้งส์อีก!
ว่าแล้วฉันกับเพื่อนๆ ก็ไปตระเวนเล่นเครื่องเล่นกันจนทั่วทั้งสวนสนุก ไม่ว่าจะเป็ ทอร์นาโด เฮอริเคน ซุปเปอร์สแปลช รวมถึงบ้านผีสิงที่พวกเรากรี๊ดกันลั่นยกเว้นก็แต่ยัยรถเมล์คนเดียวที่ยืนหัวเราะผี โอ๊ย เกิดอะไรขึ้นกับโลกกันเนี่ย
“ไปปาโป่งกันมะ อยากได้ตุ๊กตาตัวใหญ่อ่ะ”
“เออเอาดิ”
พวกเพื่อนๆ พยักหน้าสนับสนุนความคิดของฉัน แล้วพวกเราก็พากันเดินไปยังร้านปาโป่งที่ไม่ค่อยมีคนเล่นมากนัก เป้าหมายของฉันคือตุ๊กตาหมีตัวใหญ่โคตรนั่น ซึ่งต้องปาให้แตกทั้งหมดห้าดอกในเกมเดียว เอาล่ะ วันนี้ฉันต้องได้อะไรติดไม้ติดมือกลับบ้านให้ได้
“เย่ๆๆ ได้แล้วๆ” ยัยแจงะโพร้อมะโโลดเต้นด้วยความดีใจหลังจากที่ปาได้ตุ๊กตาตัวเล็กมาหนึ่งตัว
“มันน่าดีใจตรงไหนเนี่ย” บิวว่า
“แหม แค่นี้ก็พอแล้ว ดูอย่างยัยฟีนดิ หมดเงินไปตั้งหลายร้อย ได้ลูกอมมาครบโหลแล้วมั้ง หวังสูงเกินไปก็เงี้ยะ ต้องผิดหวังมากกว่าเป็ธรรมดา ก๊ากๆๆ”
ฉันก็อยากจะเถียงนะ แต่ก็ถูกของยัยแจง ของรางวัลที่ดีที่สุดที่ฉันได้มาก็คือพวงกุญแจต๊อกต๋อยอันเดียวเองอ่ะ ที่เหลือก็เป็ลูกอมไปกว่าสิบเม็ด นี่ฉันมือเบี้ยวหรือตาเหล่วะเนี่ย!
“ว้ายยย ฟีนมือเบี้ยว” ยัยแจงยังะโเย้วๆ ล้อเลียนฉันไม่เลิก
“คอยดูนะ ถ้าฉันปาลูกนี้โดน ฉันจะได้พวงกุญแจอันที่สองแล้วนะเฟ้ย” เอ่อ…สงสัยฉันจะพูดเสียงดังเกินไปจนตกเป็เป้าสายตาประชาชีแถวนั้น
สาธุ พ่อแก้วแม่แก้ว ช่วยลูกฟีนด้วยเถอะค่ะ ปาไม่โดนอายเค้าแย่ ขอให้ได้ขอให้โดนเถอะนะคะ เพี้ยง!
โป๊ะ
เสียงลูกโป่งแตกดังขึ้นหลังจากที่ฉันปาลูกดอกออกไป ไชโย! ในที่สุดฉันก็ทำได้ ถึงจะไม่ได้ตุ๊กตาตัวใหญ่ แต่อย่างน้อยฉันก็ได้พวงกุญแจอันที่สองมาปลอบใจล่ะนะ
แต่…ทำไมลูกโป่งที่ฉันปาได้มันมีลูกดอกปักอยู่ตั้งสองอันล่ะวะ นั่นไง ใช่เลย นี่ฉันตาเหล่ปาผิดเลนเหรอเนี่ย โอ๊ยยย ไอบ้าฟีน! น่าอับอายขายหน้าเป็บ้า!
“ก๊ากกก ~ ยัยฟีนมือเบี้ยว ยัยฟีนมือเบี้ยว ~ ฮ่าๆ” ยัยแจงดูมีความสุขมากถึงขนาดร้องออกมาเป็เพลง ฮึ่ย ฉันล่ะอยากจะขุดหลุมหนีมันซะเดี๋ยวนี้ คนข้างๆ ต้องด่าฉันแน่เลย
“เอ่อ ขอโทษนะคะที่ปาผิดเลน...”
แอร๊ยยย ผู้ชายคนนี้ดูดีชะมัด ว่าแต่…เค้าคนนี้ท่าทางคุ้นๆ นะ
เอ๊ะ!!! นี่ใช่คนที่นั่งด้านหลังเราตอนเล่นไวกิ้งส์รึเปล่าอ่ะ ลักษณะแบบนี้เหมือนเคยเห็นมาก่อน ทำไมตอนเล่นไวกิ้งส์ฉันไม่ได้ทันสังเกตเลยว่าในแก๊งนั้นจะมีผู้ชายหน้าตาดีขนาดนี้อยู่ด้วย ต่อไปนี้ขอเรียกเค้าว่า ‘นายหล่อโคตร’ ก็แล้วกัน
นายหล่อโคตรยังคงเงียบต่อไปและดูอึ้งๆ ทำไมอ่ะ หน้าตาฉันมันมีอะไรผิดปกติงั้นเหรอ เออจริงด้วย! เจอคนหล่อทั้งทีทำไมต้องอยู่ในสภาพหน้ามัน ปากซีด เหงื่อซ่กแบบนี้ด้วยวะเนี่ย แถมยังปาลูกโป่งผิดเลนไปโดนของเค้าอีก งื้อ…เป็การเจอกันครั้งแรกที่ไม่น่าประทับใจเอาซะเลยอ่ะ
“เอ่อ…พี่ครับ”
นายหล่อโคตรหันไปเรียกพี่พนักงานซุ้มปาโป่ง
“ผมกับคนนี้ปาโดนลูกโป่งลูกเดียวกันอ่ะครับ แล้วจะได้ของรางวัลยังไง”
“อ๋อ ก็มันอยู่ในเลนของน้อง น้องก็เป็คนได้อ่ะ” พี่พนักงานตอบ ว่าแล้วนายหล่อโคตรก็หันมามองหน้าฉันอีกที
“งั้นเราขอนะ”
“ขอ? อ๋อ เออ เอาไปดิ เฮ้ย! จะขอทำไม ก็มันอยู่ในเลนนายนี่นา”
ฉันตอบพร้อมรอยยิ้มแหยๆ ก่อนจะเดินเอื่อยๆ เลื้อยๆ เนียนๆ กลับมาหากลุ่มเพื่อนๆ ที่มียัยแจงซึ่งกำลังปล่อยก๊ากเม้าท์ฉันอยู่กลางวงอย่างเมามัน
“เดี๋ยวดิ”
ฉันหันไปตามเสียงนุ่มๆ ที่เพิ่งเคยได้ยินเมื่อกี้ แล้วก็พบว่านายหล่อโคตรกำลังวิ่งตามฉันมา
ยัยแจงกับสาพากันอ้าปากค้างเมื่อคุณหล่อโคตรเดินเข้ามาใกล้ทำให้ความอับอายของฉันเพิ่มเป็สองเท่า ให้ตายเถอะ อย่าทำอะไรให้ฉันต้องขายหน้าไปมากกว่านี้เลย ความตะลึงยังไม่จบแค่นั้น เมื่อ…
“เราให้” คุณหล่อโคตรพูดพร้อมกับยื่นตุ๊กตาหมีขนาดกอดกำลังอุ่นให้ฉัน
“ให้? ให้เราอ่ะนะ?”
ฉันคิดว่าอาจเป็ปฏิกิริยาตอบสนองจากการอับอายขายหน้าจนทำให้เกิดภาพมโนขึ้นมา บ้าน่า! คนหล่อขนาดนี้จะมาสนใจฉันได้ยังไง
“อือ ก็เมื่อกี้ถ้าปาดอกสุดท้ายโดนก็จะได้ไอ้ตัวนี้พอดี เอาไปเหอะ เวย์ไม่รู้จะเอาไปทำไรอยู่ดี”
ไม่พูดเปล่า นายหล่อโคตรยังจับมือฉันแล้วเอาตุ๊กตาหมีตัวนั้นมายัดใส่ในมือให้ด้วย ตอนนี้หน้าและตัวของฉันชาไปหมดแล้ว ฉันทำอะไรไม่ถูกนอกจากรับตุ๊กตาตัวนั้นมาแล้วพูดคำว่า
“ขอบคุณนะ”
“ผม เวย์ นะ เรียนอยู่เซนต์เดอริก แล้วเธออ่ะ”
“เรา ฟีน อยู่วชิราไท”
“เหรอ” ฉันพยักหน้าแทนคำตอบ ชื่อเท่จัง
ผู้ชายคนนั้นหันไปมองบิว สา ยัยแจง แล้วก็รถเมล์ก่อนจะถามขึ้นอีกว่า
“มาเที่ยวกับเพื่อนเหรอ?”
“อ๋อ ใช่ เพื่อนเราเอง”
“งั้น ฟีนรอตรงนี้แป๊บนึงนะ เดี๋ยวเวย์มา”
ทันทีที่เวย์วิ่งกลับไปที่ซุ้มปาโป่ง พวกเพื่อนๆ ก็เข้ามาสอบสวนฉันทันที
“ใครอ่ะฟีน” สา
“น่ารักดีนะ” บิว
“หล่อว่ะ มีเบอร์ป่ะ” ไอบ้าแจง
“แกจะบ้าเหรอ เพิ่งเคยเจอกัน”
“แหม ยัยฟีน แผนสูงนะ ทำเป็ปาโป่งผิดเลนจนได้ผู้กลับบ้าน ร้ายอ่ะ”
“ไอบ้าแจง ฉันไม่ได้ตั้งใจโว้ย”
“เออ ตั้งใจไม่ตั้งใจช่างมัน แต่ว่า...หล่อโคตรๆ เลยอ่ะ เอาให้ได้นะแกร๊!”
“ไม่เห็นจะน่าตื่นเต้นเลย รถเมล์ว่าก็หล่อพอๆ กับพวกสเต็ปเทพอ่ะแหละ เห็นทุกวันจนเบื่อ”
“แหวะ รถเมล์ อย่าไปชมนายพวกนั้นอีกนะ! เวย์ดูนิสัยดีกว่าเยอะเลย”
“แหมๆ เรียกชื่อกันซะสนิทสนมเชียวนะยัยฟีน เฮ้ยๆๆ เค้ามาแล้ว”
ยัยแจงรีบสะกิดฉัน
“ขอโทษที่ให้รอนะ เวย์ไปเอาตุ๊กตาที่ปาได้มาให้เพื่อนฟีนอ่ะ ไม่รู้ว่าจะเก็บไว้ทำไม เวย์เป็ผู้ชาย ถือตุ๊กตากลับบ้านคงแปลกๆ อ่ะ”
พูดจบเวย์ก็ยื่นตุ๊กตาให้พวกเรา ใจฉันแทบจะเต้นทะลุออกมาจากอก คนอะไรน่ารักเป็บ้า งุ้ยยย
“เฮ้ย ไอเวย์ จะไปได้รึยังวะ ไอโจเืกำเดายังไหลไม่หยุดเลย”
ผู้ชายคนหนึ่งเดินมาะโเรียกเวย์ สรุปแก๊งกร่างนี่ก็ไปได้เื่มาจริงๆ สินะ แต่ไม่น่าเชื่อเลยอ่ะว่าเวย์จะอยู่แก๊งเดียวกับนายพวกนี้ ท่าทางเวย์ก็ออกจะสุภาพดูเป็คนดี
“งั้นเวย์ไปก่อนนะ”
เวย์หันมาบอกลาพวกเราก่อนจะส่งยิ้มให้กับฉันอีกทีนึง
“ยินดีที่ได้รู้จักนะ”
“อื้อๆ” ฉันตอบแล้วยกมือขึ้นบ๊ายบายเวย์ ยินดีที่ได้รู้จักเหมือนกันนะ นายหล่อโคตร อิอิอิ
“ทุกคน!!!” อยู่ๆ รถเมล์ก็แหกปากขึ้นมา “อีกสิบนาที จะห้าโมงเย็นแล้ว!”
“อะไรนะ! จะห้าโมงแล้วเหรอ” แล้วพวกเราก็พากันใตาม
ตายแล้ว โดนไอพวกสเต็ปเทพบ่นยับแน่ๆ
MALE
พวกผมนั่งรอสเต็ปมารมาเกือบชั่วโมงแล้ว จะทักแชทก็เหมือนพวกนั้นจะบล็อคพวกผมไว้ ลำพังจะโทรไปขอป๋าเอิร์ทก็ยังไงอยู่ เดี๋ยวจะหาว่าพวกผมดูแลไม่ดีปล่อยให้คลาดสายตาอีกอ่ะ วุ่นวายจริงๆ เลยพับผ่า ไออาร์ตก็เพิ่งไปมีเื่มากับไอพวกเมื่อเช้า เอาเป็ว่าผมจะเล่าตอนมีเื่ให้ฟังละกันในระหว่างรอพวกสเต็ปมาร เื่มันเริ่มขึ้นั้แ่…
“งั้นค่อยมาเจอกันที่นี่ตอนสี่โมงเย็นแล้วกัน” ฟีนบอกแล้วพวกผมก็รับคำ และที่แรกที่พวกผมไปก็คือซุ้มปาโป่ง
“เหยด กูได้ตุ๊กตาอีกแล้ว”
ไอกรีนแหกปากขึ้นมา พวกผมปาได้ตุ๊กตาหมาั์ตัวใหญ่ที่สุดในร้านตัวนี้ก็ตัวที่ห้าแล้ว ร้านจะเจ๊งก็วันนี้แหละ
“โห่ไรวะ กูปามาสามรอบแล้วยังไม่ได้สักตัวเลย” ไอมุบ่น
“มึงอยากได้มากใช่มั้ย”
ไออาร์ตพูดขึ้นก่อนจะโยนตุ๊กตาตัวเท่าควายไปให้ไอมุแบก ตามด้วยไอลี ไอพีท ไอกรีน แล้วก็ผม จนในที่สุดไอมุต้องไปขอเชือกฟางมามัดคอไอหมาั์ทั้งหมดรวมกันแล้วเดินลากตามพวกผมมา
“อุ๊ย น่ารักอ่ะ” สาวๆ พากันกรี๊ดกร๊าดพวกผมใหญ่
นี่แค่หน้าตาพวกผมก็หล่อเด่นกันซะขนาดนี้แล้ว ไอมุยังมาลากตุ๊กตาั์พวกนี้เดินตามอีกมันยิ่งทำให้พวกผมดูเด่นเข้าไปใหญ่ อย่างว่าอ่ะนะ คนมันหล่อ
พวกผมแวะเล่นเครื่องเล่นที่คนต่อแถวรอคิวไม่เยอะอย่างรถคุณปู่ไรเงี้ย นี่แหละคือเครื่องเล่นที่ผมชอบที่สุดในดรีมเวิลด์แล้ว หลังจากนั้นเราก็ไปเข้าบ้านผีสิง บ้านหิมะ เดินไปนู่นนั่นนี่จนผมรู้สึกเมื่อยแล้วก็ี้เีเดินก็เลยไปซื้ออะไรมานั่งกินกันที่ใต้ต้นไม้ใกล้บ้านั์มุมโปรดของไอมุมัน
“แม่งโคตรขาวอ่ะ”
ไอพีทพูดแล้วพยักหน้าไปทางผู้หญิงคนหนึ่งส่งซิกให้พวกผมมอง และนี่ก็คือกิจกรรมที่พวกผมทำกันบ่อยๆ จนเป็สันดานที่เรียกว่านั่งเหล่สาวนั่นเอง
“ขาวไป”
ไอลีส่ายหน้าอีกตามเคย น้อยคนแหละที่มันจะชมว่าน่ารัก แต่ก็มีคนนึงแหละครับที่พวกผมทุกคนต่างลงมติกันอย่างเป็เอกฉันท์เลยว่าเธอคนนี้แหละที่ทั้งสวยและน่ารักที่สุดในโรงเรียนแล้ว อย่างที่ทุกคนคิดแหละครับ
‘บิว’ ผิวเธอขาวละเอียดมองแล้วเนียนตา ใบหน้าเรียวรูปไข่นั่นมีองค์ประกอบของส่วนต่างๆ ที่แม่งรับกันไปหมด มองแล้วรู้เลยอ่ะว่าพ่อแม่ตั้งใจทำมาแน่ๆ เอาพริตตี้สิบคนมามัดรวมกันก็ยังต้องยอมให้เธอคนนี้อ่ะผมพูดเลย เธอคือสวยแบบนางฟ้า สวยแบบโคตรสวย สวยแบบแม่งสวยจริงๆ อ่ะ ที่มีเสน่ห์ที่สุดก็เห็นจะเป็สายตาเ้าชู้นิดๆ ที่ประกายออกมาจากตาหวานคู่นั้น อืมมม...แต่ขอบายครับ ผมไม่ชอบผู้หญิงเ้าชู้
“คนนี้ดีกว่า ตาโตชิบ น่ารักสัด” ไอกรีนสะกิดพวกผมไปมองอีกคนนึง
“กูนึกว่ามึงจะชอบหญิงหน้าแปลกๆ เฉี่ยวๆ ซะอีก” ผมแซวเพราะเห็นไอกรีนแม่งชอบกัดกับคุณสาสเต็ปมารแก๊งมุ้งมิ้ง ดูมันจะสนใจเธอคนนี้เป็พิเศษ
‘สา’ เป็ผู้หญิงสวยเฉี่ยวครับ หน้าหมวยๆ ผิวสีน้ำผึ้ง ความคิดผมนะ ผมว่าเธอจัดอยู่ในนิยามของคำว่าหน้าเก๋อ่ะครับ เวลาสเต็ปมารเดินมาเป็กลุ่มคนที่จะสะดุดตาทุกคนคนแรกก็คือสานี่แหละครับ หน้าเก๋ๆ เฉี่ยวๆ บวกกับรูปร่างสูงโปร่งเพรียวบางแบบนางแบบ ใครเห็นก็ต้องจ้องอ่ะ แต่ไม่ไหวอ่ะครับ ดุมาก คนนี้คือดุมากจริงๆ
“โห่ มึงดูขาดิไอกรีน กูนึกว่านักวิ่งทีมชาติ หาที่ดูบอบบางๆ อ่ะรู้จักป่ะ น่าทะนุถนอมอ่ะ” ไอลีพยายามหาข้อติอีก
“น้องป๋าเอิร์ทก็ไม่ได้ดูน่าทะนุถนอมป่ะวะ”
“ไรมึง ไอเมลล์”
“กูไม่ได้พูดกับมึงไอลี ไรมึงเนี่ย”
ผมขำในใจเมื่อไอลีแม่งมีท่าทีร้อนตัวเมื่อผมเอ่ยถึงน้องสาวป๋าเอิร์ท
‘เจ๊แจง’ ผมว่าเธอน่าจะตรงกับคำว่าสวยพิศ คือเห็นตอนแรกแบบไม่ได้เข้าตาอะไร ยิ่งบอกว่าเป็น้องป๋าเอิร์ทสุดหล่อของโรงเรียนที่มีสาวๆ ตามกรี๊ดผมนี่นึกว่าเล่นมุกอ่ะ แต่พอยิ่งมอง เออ! ผมว่าเธอยิ่งสวยว่ะ ผิวแทน ตาคมโต เครื่องหน้าชัด จมูกโตๆ หน่อย แต่ดูแล้วก็เป็การรวมไว้ซึ่งความลงตัวของใบหน้า หุ่นเซี๊ยะแบบนี้สเปคไอลีมันครับ แต่ผมขอบายอ่ะ ยิ้มทีไรนึกว่าป๋าเอิร์ทใส่วิกทุกที
“คนนี้เป็ไงวะ” ไอมุชี้ไปที่น้องผู้หญิงอีกคนบ้าง
“ไม่เอาอ่ะ หน้าแม่งอาติงไปหน่อย” คราวนี้เป็ไอพีทที่วิจารณ์สาวน้อยคนนั้น อยู่ดีๆ ไปว่าเค้าหน้าติงต๊องอีกอ่ะ ไอห่านี่
ผมมองๆ แล้วก็เห็นว่าน้องคนนี้ก็ดูมีเค้าของ ‘รถเมล์’ อยู่นะ ต่างตรงที่ว่ารถเมล์ดูมีความอาติงมาจากภายในเลยดูเป็ธรรมชาติกว่า พูดถึงรถเมล์...อืม ยัยคนนี้ก็ตัวเล็กๆ ขาวๆ อ่ะครับ หน้าตาบ้องแบ๊ว แววตาแป๋วๆ แจ่มใสๆ ดูไม่มีพิษมีภัย มองๆ ไปเหมือนตุ๊กตา แต่หลายครั้งครับที่เวลาพูดอะไรกับเธอ ผมแม่งมักจะมีคำถามออกมาในหัวออกมาเสมอว่า “อิหยังวะ” บางทีผมก็หงุดหงิดกับความใสซื่อของเธอคนนี้ที่มันออกไปทางซื่อเกินไปหน่อย ปล่อยเธออยู่ในโลกมุ้งมิ้งต่อไปเหอะ
ผมกับไออาร์ตเหลียวมองสาวๆ ตามที่ไอพวกนี้ชี้ให้ดูแต่ก็ไม่พูดอะไร ไอมองอ่ะผมก็มองนะ แต่ก็ไม่รู้ว่าทำไมผมถึงรู้สึกว่าพวกเธอก็เหมือนๆ กันหมดนั่นแหละ สงสัยจะเป็เพราะสมองของผมมันยังติดอยู่กับภาพเวลาเดิมๆ ที่เคยมาที่นี่กับเธอคนนั้นมั้ง
“เฮ้ย คนนั้นอ่ะ แม่งโคตรน่ารักเลย มึงดูดิ” ไอกรีนเอาอีกแล้ว
“เออว่ะ ไอลีมึงดู มึงหาข้อติไม่ได้แน่ๆ แจ่มแมวมาก” ไอพีทเสริมอีกคน
“เออ น่ารักโคตร แต่นมเท่าหนมครกเลย” บอกแล้วไอลีเค้าชอบสาวทรงโต
“มึงแม่งช่างสังเกตจริงๆ ว่ะ แต่ก็นมเล็กจริงๆ อ่ะ”
“เออเล็กจริงด้วย” แล้วไอลี ไอพีท ไอกรีนแม่งก็นั่งหัวเราะกันอยู่สามคน ส่วนไอมุยังคงนั่งจ้องน้องอาติงคนนั้นไม่วางตา
“คนนี้เลย แขนกุด กระโปรงยีนส์สั้น รองเท้าผ้าใบ ผมยาว ตาโต ปากนิด จมูกหน่อย ใช่เลย! ใช่เลย!!!”
ไอพีทพูดในขณะที่ผู้หญิงคนนั้นกำลังเดินใกล้เข้ามา
ดูจากสไตล์การแต่งตัวนี่ผมนึกถึงฟีนนะ เหมือนมีความขัดแย้งในตัวอ่ะ ชอบนุ่งสั้นแต่ใส่เสื้อตัวหลวมๆ ใหญ่ๆ ไหนๆ ก็พูดถึงยัยคนนั้นแล้ว
‘ฟีน’ ผู้หญิงคนนี้ดูลอยๆ อ่ะครับ หน้าง่วงๆ ตาเยิ้มๆ เหมือนคนเมาท่อมตลอดเวลา เธอชอบกระทำการเหม่อ ซึ่งอาการเหม่อของเธอมันเหมือนกับการอ่อยที่ไม่ได้อ่อยอ่ะ ทุกครั้งที่เธอเหม่อมันทำให้ผมไม่อยากละสายตาจากเธอเลย มองไปมองมาผมก็ว่าเธอน่ารักดี ไม่ใช่คนสวยจัดแต่ดูชัดๆ แล้วเรียกว่ามองเพลิน มีแก้มหน่อยๆ แววตามึนๆ แต่เป็ประกาย ผิวสีน้ำผึ้งชวนมอง ถึงบางครั้งเธอจะดูประหลาดและซาดิสม์ไปหน่อย ชอบพูดคนเดียวและอารมณ์รุนแรงในบางที แปลกเหมือนกัน ผมแม่งหยุดแกล้งเธอไม่ได้เลย
“เออๆ ใช้ได้ๆ” ไอลีเพิ่งแสดงออกว่าเห็นด้วยเป็ครั้งแรก แล้วผู้หญิงคนนั้นก็มายืนรอใครสักคนอยู่ใกล้ๆ กับที่ๆ พวกผมนั่งอยู่ ไอพีทจึงได้จังหวะร้องเพลงจีบทันที
“~ โอะ โอ โอ้ว โน่ว โนว ...ไม่อยากจะเหลียววว มอง…. ~”
แล้วผู้หญิงคนนั้นก็หันมายิ้มให้พวกผมจะเรียกว่าเชิงให้ท่าก็ว่าได้ ผมก็ว่าก็พอใช้ได้ แต่ยังไม่โดนเท่าไหร่
“แม่ง ไม่สวยเลยว่ะ”
อยู่ๆ ไออาร์ตก็โพล่งขึ้นมาเสียงดังจนทำให้เธอคนนั้นหุบยิ้มลงทันทีก่อนจะตามมาด้วยน้ำเสียงไม่พอใจของผู้ชายคนหนึ่ง
“มึงหม้อแฟนกูเหรอ”
ไอหน้าตี๋ที่มีเื่กับเราั้แ่บนไวกิ้งส์เดินเข้ามาพร้อมกับพรรคพวกของมัน เจอพวกแม่งอีกละ เหม็นขี้หน้าชิบหาย
“กูถามว่า มึงหม้อแฟนกูเหรอ” ไอห่านี่มันต้องเข้าใจอะไรผิดแน่เลย ก็เห็นกันอยู่ว่าคนที่หม้อคือไอพีท แต่มันกลับเดินตรงไปหาไออาร์ตซะงั้น “ไมไม่ตอบวะ มึงหูตึงเหรอ”
มึงนั่นแหละหูตึง คนที่แซวน้องน่ารักคือไอพีท ควายเอ้ย!
“โจ อย่ามีเื่เลย”
น้องน่ารักนั่นพยายามห้ามแฟนตัวเอง พวกของมันกำลังยืนคุมอยู่ พวกผมก็เช่นกัน ส่วนไออาร์ตนั่งเฉยๆ สีหน้าไม่เดือดร้อนอะไรแต่ก็ไม่พอใจเท่าไหร่นัก
“มึงลุกขึ้นมาดิ ไอห่า”
“มึงทำไมกับกูนักวะ” เอาแล้วไง ไออาร์ตเสียงเปลี่ยนแล้ว
ตอนนี้ไออาร์ตลุกขึ้นมายืนจ้องหน้ากับ ‘ไอห่าโจ’ นั่น ผมบอกไปแล้วรึยังว่าไออาร์ตมันเป็คนที่สูงที่สุดในกลุ่ม ตอนนี้ส่วนสูงมันอยู่ที่ 190 เปรตเดินดินชัดๆ แล้วมันก็เป็คนที่บ้าที่สุดในกลุ่มด้วย ถ้ามันของขึ้นมาเมื่อไหร่แม้แต่พวกผมเองยังไม่อยากยุ่งด้วยเลย
“กูนั่งมองรูปปั้นของกูอยู่ดีๆ แล้วมึงมายืนบังทำห่าไรวะ กูอุตส่าห์ไม่ถือแล้วนะ เห็นว่ามึงเป็เพื่อนร่วมโลก แต่นี่มึงยังมาหาว่ากูไปหม้อแฟนมึงที่หน้าตาก็งั้นๆ อีก สรุปคือมึงอยากมีเื่ใช่มั้ย”
พลั่ก
ไม่พูดพร่ำทำเพลง ไออาร์ตถีบไปที่หน้าอกของไอโจนั่นไปทันที
ด้วยแรงเตะของไออาร์ตบวกกับความสูงและความยาวของขามันทำให้ไอโจหงายหลังล้มตึง ไออาร์ตไม่รอช้าเดินเข้าไปคร่อมแล้วซัดหน้าไอห่านั่นไปอีกสองหมัดทำเอาเืกำเดามันไหลเยิ้มลงบนพื้น
“เพื่อนมึงแส่หาเื่เองนะ”
ไอลีพูดนิ่งๆ เป็เชิงเตือนไม่ให้คนอื่นเข้ามายุ่ง พวกเพื่อนแม่งก็ยืนมองนิ่งๆ เหมือนกัน เพราะมันเป็เื่ระหว่างไออาร์ตกับไอโจ แต่ถ้ามีคนที่สองเปิดเมื่อไหร่ พวกที่เหลือก็พร้อมลุย
“หยุดนะ หยุดเถอะ” น้องน่ารักนั่นวิ่งเข้าไปดึงอาร์ตจากด้านหลัง
ผมก็ไม่รู้ว่าขีดจำกัดอารมณ์โมโหของไออาร์ตมันประมาณไหน ปกติมันก็ไม่ใช่คนขี้ยัวะสักเท่าไหร่ เพราะงั้นเวลาที่มันของขึ้นเลยไม่มีใครกล้าห้ามมันสักคน
“พลอย ออกมา” แล้วไอหน้าลูกครึ่งคนหนึ่งก็เดินมากระชากตัวน้องน่ารักออกไป ผมสบตากับมันแว๊บนึง ไม่ชอบขี้หน้าแม่งเลยว่ะ
“มึงจำไว้เลยนะ ศิลปะไม่ใช่ขยะ กูอาร์ต วชิราไท ไม่จบต่อได้ทุกเมื่อ”
ไออาร์ตหยุดแล้วลุกขึ้นยืนมองไอโจก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งเป็ปกติแล้วจบด้วยการเตะอัดสีข้างไอโจนั่นไปอีกที
ป้าบ
ก่อนที่พวกผมกะพวกแม่งจะแยกย้ายกัน
เื่ก็จบลงแค่นี้ จบลงตรงที่ว่าพวกผมนั่งรอสเต็ปมารนานเป็ชั่วโมง
FEEN
“แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก”
พวกฉันถึงกับหอบแฮ่กกว่าจะวิ่งมาถึงจุดนัดพบกับพวกสเต็ปเทพก็เล่นเอาเหงื่อออกไปหลายลิตรเลยทีเดียว
“นัดบ่ายสี่วันนี้ครับ ไม่ใช่วันพรุ่งนี้” นายพีทเปิดฉาก
“ทำไมไม่มาพรุ่งนี้เช้าเลยล่ะ” ตามด้วยนายกรีน
“ให้รออีกสักสามชั่วโมงก็ได้นะถ้าไม่เกรงใจอ่ะ” นายมุ
“แล้วทำไมพวกนายไม่โทรตามล่ะ” ยัยแจงโวยกลับ
“โอ้โห่ ให้คนอื่นเค้ามารอเป็ชั่วโมงแล้วยังมาโทษว่าเค้าไม่โทรตามอีก พวกเธอนี่มันยังไงกันเนี่ย”
“เออน่า มาก็ดีแล้วไง ดีกว่าหายตัวไปดื้อๆ นะ บ่นๆๆ อยู่นั่นแหละ”
“ช่างเค้าเหอะไอเมลล์” นายเจลีเข้าไปแตะไหล่นายเมลล์หลังจากที่เพิ่งโดนฉันย้อนไป “ป่วยการที่จะพูดกับคนพวกนี้ เซอร์ไอแซก นิวตัน กล่าวไว้ว่า พวกที่ไม่เห็นค่าของเวลาก็คือขยะดีๆ นี่เอง”
คำพูดของนายเจลีนี่มันร้ายลึกนัก!
นี่นายหาว่าพวกฉันเป็ขยะเหรอยะตาบ้า หนอย เดี๋ยวก่อนเถอะ!
“...” ฉันก็พยายามจะนึกคำย้อนนายเจลี แต่ทว่า...นึกยังไงก็นึกไม่ออก จนกระทั่งยัยแจงพูดขึ้นมา
“เป็ขยะดีๆ ก็ดีแล้วไงยังรีไซเคิลได้ ดีกว่าเป็ขยะเน่าๆ”
“สมองช้าจริงๆ คำย้อนแค่นี้ก็นึกตั้งนาน”
“เฮ้ย เมื่อไหร่จะไปเนี่ย กูเมื่อยแล้วนะ”
เสียงนายมุแทรกนายเจลีกะยัยแจงขึ้นมา แล้วฉันก็เพิ่งสังเกตเห็นว่านายมุกำลังหิ้วตุ๊กตาตัวใหญ่ที่ฉันอยากได้จากเกมปาโป่งไว้ข้างตัว ไม่ได้มีแค่ตัวเดียวนะ มีตั้งห้าตัวแน่ะ
“หูยยย ทำไมได้ตุ๊กตาเยอะจัง ตัวใหญ่ๆ ทั้งนั้นเลย” รถเมล์พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น “ขอตัวนึงได้ป่ะ”
“ไม่” นายมุตอบแบบไม่คิดแม้แต่เสี้ยววินาทีเดียว “รีบไปเหอะ เดี๋ยวกลับค่ำโดนป๋าเอิร์ทเฉ่งอีก”
เชอะ! ไอนายกิ๊กก๊อกพวกนี้นี่ คนกำลังอารมณ์ดีที่เพิ่งเจอพ่อพรหมลิขิตอยู่แท้ๆ ทำเอาฉันเสียอารมณ์หมดเลย พูดแล้วฉันก็นึกถึงเค้าคนนั้นขึ้นมาอีกครั้ง
‘เวย์’ ผู้ชายหน้าคมผมเข้มั์ตาลูกครึ่งที่มีใบหน้าชวนมอง คิ้วหนา บวกกับร่างสูงล่ำนั่น น้ำเสียงอ่อนโยนนั้นทำเอาฉันหยุดนึกถึงไม่ได้เลยจริงๆ หวังว่าเราคงได้เจอกันอีกนะ...นายหล่อโคตร