เฉียนหลิงกับอี้เฟยเก็บสัมภาระสำหรับค้างคืนในสองวันหนึ่งคืนเพราะแม้จะมีถ่ายไม่กี่ฉากแต่ก็ต้องใช้เวลาถ่ายทำถึงเกือบสองวันโดยทางกองถ่ายจะอำนวยความสะดวกเรื่องจัดหาที่พักให้ พวกเขาเดินทางมากองถ่ายละครเรื่อง ‘ศึกชิงรักศึกชิงบัลลังก์’ อย่างตรงเวลานัดหมายพอดิบพอดี
“สวัสดีครับคุณผู้กำกับเนี่ยน ผมผู้จัดการเฉียนหลิงจากหัวเจิ้งครับ อี้เฟยมาแนะนำตัวกับผู้กำกับเนี่ยนก่อนสิ” เฉียนหลิงสวมบทบาทผู้จัดการมืออาชีพใบหน้าเปื้อนยิ้มการค้าเต็มที่เดินเข้าไปทักทายคนที่เขาคิดว่าน่าจะเป็นผู้กำกับเนี่ยนคนดังกล่าวพร้อมเรียกตัวอี้เฟยเข้าไปทักทายด้วย
ผู้กำกับเนี่ยนคนนี้แม้เทียบกับผู้กำกับจื่อหยวนและผู้กำกับซ่างไม่ได้แต่มิอาจดูแคลนได้เลยเพราะฝีมือการทำงานในวงการนี้มีมากมายทั้งมีชื่อเสียงมากทั้งมีชื่อเสียงน้อยแต่ถือว่ามีชื่อให้กล่าวถึงพอสมควร
“สวัสดีครับ ผมอี้เฟยจากหัวเจิ้งนะครับ” อี้เฟยไม่อิดออดทักทาย สำหรับเรื่องมารยาทอะไรที่ควรก็ทำตามนั้นบนใบหน้าของเขาประดับรอยยิ้มสุภาพนุ่มนวลมองแล้วสบายใจประหนึ่งว่าไม่คิดเล็กคิดน้อยอะไรที่ต้องมารับบทอย่างกะทันหันเมื่อวานนี้
“สวัสดีครับผู้จัดการเฉียน... อะอี้เฟย จากหัวเจิ้ง อ่า สวัสดีอี้เฟย วันนี้ต้องลำบากนายแล้วจริงๆ” คราแรกผู้กำกับเนี่ยนทักทายเฉียนหลิงเต็มเสียงเต็มคำต่อมาเป็นต้องชะงักก่อนน้อยๆเพราะเห็นเด็กหนุ่มที่เดินตามหลังผู้จัดการมาทักทายท่าทางไม่ธรรมดา
ที่ผู้กำกับเนี่ยนกล่าวว่าวันนี้ต้องลำบากแล้วก็เพราะทราบดีว่าเด็กหนุ่มต้องมารับบทที่ถูกโยนมากะทันหันอย่างช่วยไม่ได้จริงๆ ทว่าเขาอดแปลกใจไม่ได้ใครจะไปคิดว่าทางหัวเจิ้งจะส่งเด็กหนุ่มที่มารับบทคนใหม่ให้ยอดเยี่ยมขนาดนี้!
“ไม่ลำบากเลยครับ”
“แล้วนายอ่านบทมาหรือยัง”
“เรียบร้อยครับ”
“งั้นไปเปลี่ยนชุดเตรียมเข้าฉากเลยนะ” ผู้กำกับเนี่ยนกล่าวอย่างกระตือรือร้นกว่าก่อนหน้านี้มากเพราะแค่คิดว่าเด็กหนุ่มคนนี้ได้เข้าฉากตามบทตัวนี้แม้ว่าจะเป็นไม่กี่ซีนกี่ฉากแต่ต้องออกมาเรียกคนดูได้ไม่น้อยแน่... น่าเสียดายจริงๆ ถ้าอีกฝ่ายมาแคสติ้งละครเขาก่อนหน้านี้นะคงได้บทที่เหมาะสมและยาวกว่านี้แน่ น่าเสียดายมากๆ
“ครับ” อี้เฟยรับคำยิ้มๆเมื่อเห็นแววตาประกายแห่งความรู้สึกของผู้กำกับเนี่ยนคนนี้วิ่งแวบผ่านหนึ่งก็เข้าใจได้ว่าอีกฝ่ายคิดอะไรอยู่ เขาอดหัวเราะในใจไม่ได้เห็นทีว่าหนทางก้าวหน้าของเขาจะเริ่มต้นอีกเส้นทางแล้วสิ
“กรี๊ดๆ นี่อี้เฟยนี่นา”
“ฮือออ~~ นี่อี้เฟยจริงๆด้วย ไม่ไหวแล้วนะๆๆ”
“งื้ออออ อี้เฟย~~ น่าเขินจัง”
เพียงอี้เฟยเดินเข้ามาภายในบริเวณห้องแต่งตัวนักแสดงเขาก็พบเข้ากับเหล่าช่างแต่งหน้าและแต่งตัวสไตลิสต์อีกหลายคนกำลังจัดของอยู่ พอเขาเข้ามาทุกคนดูตกใจมือไม้วางไม่ถูกที่ไปชั่วขณะหนึ่งเอ่ยเรียกชื่อเขาเสียงสั่นใบหน้าแดงกันไปหมด
“เส้นผมสีดำขลับของอี้เฟยสวยมากๆเลย ใบหน้าของอี้เฟยก็ดีงามมากๆเหมือนกัน อ่า~~ ฉันชักจะหลงคุณแล้วสิ งื้อออ”
“สวัสดีครับและขอบคุณสำหรับคำชมนะครับ” เขายิ้มหวานละลายทักทายกลับไม่ถือเนื้อถือตัวเพิ่มเสน่ห์น่าเข้าหา ก่อนที่ต่อมาจะเริ่มทำความรู้จักกับคนที่จะเข้ามาแต่งตัวให้และจากนั้นก็จำไม่ได้แล้วว่าตัวเองถูกรุมจับแต่งตัวแต่งหน้าขอถ่ายรูปมากมายอย่างไรบ้าง...
เรื่องย่อละคร ‘ศึกชิงรักศึกชิงบัลลังก์’ เป็นละครแนวพีเรียดซึ่งมีตัวเอกหญิงอย่างคุณหนูเฟินหมิงเหยาเป็นตัวดำเนินเรื่องหลักและแน่นอนว่าพระเอกของเรื่องก็คือไท่จื่อจินหย่งคังที่มีความรักแก่คุณหนูเฟินหมิงเหยาตั้งแต่แรกพบ ทว่าน่าเสียดายยิ่งนักที่แม้ว่าองค์ไท่จื่อจะมีตำแหน่งเป็นถึงว่าที่ฮ่องเต้องค์ต่อไปก็หาใช่คนที่นางต้องตาต้องใจไม่
คุณหนูเฟินคือหญิงงามอันดับหนึ่งพร้อมทั้งด้วยคุณสมบัติแห่งความเป็นกุลสตรีจึงเป็นที่หมายปองแก่ชายหนุ่มมากมาย และท่ามกลางชายหนุ่มมากมายนั้นนางมีใจให้กับชายหนุ่มผู้หนึ่งซึ่งถูกขนานนามว่า ‘คุณชายหน้าหยกแห่งเมืองหลวง’ เป็นผู้ที่มีรอยยิ้มที่ตราตรึงใจยิ่งนัก แต่มีหรือที่องค์ไท่จื่อจะยอมให้เรื่องราวเป็นเช่นนั้น... ในเรื่องมีทั้งพระเอก คุณชายหน้าหยก เหล่าพระรองและตัวร้ายที่ต่างเข้ามาหลงเสน่ห์นางจึงกลายเป็นเรื่องราวการพิชิตใจหญิงงามพร้อมกับการต่อสู้ในศึกชิงบัลลังก์ไปด้วยอย่างเข้มข้น
คุณชายหน้าหยกแม้ว่าจะเป็นชายหนุ่มในดวงใจของคุณหนูเฟินแต่ว่าในบทก็ออกมาไม่กี่ซีนกี่ฉากเป็นบทตัวประกอบผู้มีเรื่องราวสตอรี่ดีๆที่ดีกว่าบทตัวประกอบธรรมดาทั่วไปเท่านั้นเอง รอบกายคุณหนูเฟินมีชายหนุ่มมากมายมีหรือจะไปจดจำได้ว่าคุณชายหน้าหยกคือชายหนุ่มคนแรกที่ทำให้นางรู้จักคำว่ารักแรกในวัยแรกแย้ม
อี้เฟยคิดว่าหากเทียบกับบทชายหนุ่มคนอื่นรอบกายคุณหนูเฟินบทคุณชายหน้าหยกมันค่อนเบาบางมากจนแทบไม่ต้องมีมาก็ได้นะ และบทคุณชายหน้าหยกดันเป็นบทที่อี้เฟยต้องเล่น... แล้วเขาจะทำให้บทตัวประกอบนี้เป็นบทตัวประกอบแห่งปีที่ทุกคนลืมเลือนไม่ลงเลยอย่างไรดีนะ?
อี้เฟยในฐานะคุณชายหน้าหยกแห่งเมืองหลวงสวมใส่ชุดฮั่นฝูโบราณโดยสวมเสื้อชั้นในสองชั้นเป็นสีเหลืองไข่อ่อนตัดกับเสื้อชั้นนอกตัวใหญ่โคร่งทว่าพอตัวดูดีที่เป็นสีแดงสด และสีแดงสดนี้เองก็ยิ่งตัดเข้ากับผิวกายขาวผ่องของเขายิ่งส่งเสริมขับเน้นเข้าไปอีก ใบหน้าหล่อเหลาสง่างามเหนือธรรมดาแต่งแต้มเครื่องประทินผิวน้อยๆกำลังพอดีพอเหมาะ เส้นผมยาวสลวยจรดเกือบบั้นเอวมีส่วนหนึ่งเล็กน้อยถูกรวบมัดครึ่งศีรษะด้วยเชือกสีแดงปลดปล่อยเส้นผมส่วนใหญ่สยายไปกับแผ่นหลังทว่าก็ยังดูเรียบร้อยไม่ยุ่งเหยิง การแต่งกายเช่นนี้ยิ่งขับเน้นทำให้เขาโดดเด่นในฐานะคุณชายหน้าหยกเป็นอย่างมาก
ทุกครั้งที่อี้เฟยสวมใส่ในชุดฮั่นฝูโบราณมักจะแสดงออกถึงความแตกต่างกับผู้อื่นในยุคปัจจุบันอย่างชัดเจน อาจจะเป็นไปด้วยความรู้สึกภายในที่เขาคือบุคคลจากยุคอดีตเก่าก่อนข้ามเวลามาด้วยก็เป็นได้จึงแตกต่างจากผู้อื่น ทั้งหล่อเหลาดูดี ทั้งสูงศักดิ์สง่างาม และโดดเด่นประหนึ่งว่าเขาเกิดมาเพื่อสิ่งนี้จริงๆเมื่อใครได้มองเป็นต้องหลุดเข้ามาภายในภวังค์วังวนทั้งนั้น
“ว้าวอี้เฟยนายดูดีมาก!”
เมื่ออี้เฟยแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยแล้วเดินออกมาเฉียนหลิงก็เอ่ยทักขึ้นเป็นคนแรกทันทีเรียกสายตาหลายๆคนที่อยู่บริเวณกองถ่ายละครทั้งผู้กำกับทั้งทีมงานและนักแสดงที่มาสแตนด์บายรอถ่ายหันมามองเป็นจุดเดียวกันเลย
สายตาทุกคนที่มองมาคล้ายเหม่อๆลอยเข้าไปอยู่ภายในภวังค์วังวน... อย่างกับได้เห็นชายหนุ่มรูปงามอันดับหนึ่งในยุคสมัยอดีตเก่าก่อนหลุดออกมา ณ ยุคปัจจุบันแน่ะพวกเขาคิดเช่นนั้น แต่ใครจะรู้ดีเท่าอี้อ๋องแล้วว่าความคิดเหลวไหลเช่นนั้นก็คือความจริงนั่นเอง
“นี่มันคุณชายหน้าหยกหลุดออกมาจากในบทละครชัดๆ... อี้เฟยยอดเยี่ยมเลย!” แค่ก้าวแรกก็ได้รับคำชมจากผู้กำกับพร้อมสายตาชื่นชมจากทีมงานแล้วถือเป็นสิ่งที่ดี ผู้กำกับเนี่ยนคิดแล้วก็น่าเสียดายที่อี้เฟยไม่ได้บทที่อยู่นานกว่านี้ เฮ้อ ได้แต่ถอดถอนหายใจในใจ
ส่วนภายในใจของทีมงานนั้น... พวกเขาพูดไม่ออกเรื่องความลงตัวของชุดนี้กับอี้เฟยแล้วไหนจะใบหน้ากับเรือนร่างของเด็กหนุ่มนั่นอีก นี่มันเกิดมาเพื่อฆ่าผู้ชายบนโลกใบนี้หรือไงกัน?!
ส่วนสำหรับความรู้สึกภายในใจของนักแสดงบางคน... ดีจริงๆที่บทคุณชายหน้าหยกนี้มีเพียงไม่กี่ซีนกี่ฉาก เยี่ยม!
“สวัสดีนะ นายคือคนที่จะมาเล่นบทคุณชายสือแทนคนเก่างั้นเหรอ”
“สวัสดีครับ ผมอี้เฟยจากหัวเจิ้งจะมาเล่นบทนั้นแทนครับ” อี้เฟยกำลังยืนอ่านทบทวนบทกับผู้กำกับเนี่ยนอีกครั้งเงยหน้าขึ้น ก่อนหน้านี้เขากะว่าเมื่ออ่านจบแล้วจะเข้าไปทักทายกับนักแสดงร่วมฉากอยู่บ้างแต่ไม่คิดว่ายังไม่ทันได้ไปทักทายอีกฝ่ายก็เข้ามาทักทายเขาซะก่อนแล้ว
อืม นี่ถือว่าเสียมารยาทหรือเปล่านะ... แต่ว่าเห็นแค่สายตาของคนคนนี้แล้วก็ไม่ใช่ว่าไม่ชอบใจเขาหรอกเหรอ ไม่น่าสนใจเอาเสียเลย อี้เฟยคิดอีกอย่างทว่าใบหน้าฉาบฉวยด้วยรอยยิ้มสุภาพนุ่มนวล
“สวัสดีอี้เฟย ฉันชื่อฟ่านหย่าเอ๋อร์รับบทเป็นเฟินหมิงเหยานางเอกของเรื่องจ้ะ วันนี้เรามีถ่ายร่วมกันด้วยละยังไงก็ยินดีที่ได้รู้จักและร่วมงานกันนะ”
“สวัสดีครับคุณฟ่าน ยินดีที่ได้รู้จักและร่วมงานกันครับ”
หลังอี้เฟยแนะนำตัวกับชายหนุ่มผู้มาใหม่ก็มีหญิงสาวผู้หนึ่งนามฟ่านหย่าเอ๋อร์เดินตามหลังมากล่าวแนะนำตัวพร้อม ชายหนุ่มผู้มาใหม่มีใบหน้าหล่อเหลาสะอาดสะอ้านถือว่าดูดีมีสกุล เรือนร่างก็สูงโปร่งพอดีเตี้ยกว่าอี้เฟยราวครึ่งศีรษะเท่านั้นในชุดฮั่นฝูสีเข้มขลับให้ดูเคร่งขรึม สำหรับอี้เฟยยกยิ้มบางๆมองดูแล้ว... ชุดแต่งองค์ทรงเครื่องตำแน่งไท่จื่อนี้ดูจะไม่ค่อยเหมาะกับอีกฝ่ายสักเท่าไหร่
ส่วนหญิงสาวนามฟ่านหย่าเอ๋อร์ผู้มีใบหน้างดงามออกแนวอ่อนหวาน เรือนร่างเล็กอ้อนแอ้นเอวคอดกิ่วในชุดฮั่นฝูสีเขียวอ่อนเนื้อผ้าประณีตลวดลายงดงามอ่อนช้อยมองแล้วชวนให้น่าทะนุถนอม อ่อนโยนเพียบพร้อม... หากกล่าวในบทคุณหนูในห้องหออย่างเฟินหมิงเหยาถือว่าฟ่านหย่าเอ๋อร์คนนี้ก็เข้าเค้าพอได้อยู่
“อืมห่างเหินเกินไปแล้วฉันน่าจะอายุมากกว่า เรียกฉันว่าพี่หย่าเอ๋อร์ดีกว่านะ” ฟ่านหย่าเอ๋อร์กล่าวพร้อมส่งยิ้มหวานพริ้มให้อี้เฟย พลางมองสำรวจใบหน้ารูปลักษณ์อันไร้ที่ติอธิบายไม่ได้นี้ของเด็กหนุ่มพร้อมในใจเกิดคลื่นความรู้สึกผุดขึ้น
รอยยิ้มหวานของหญิงสาวที่ทำเอาชายหนุ่มคนข้างๆนั้นมองแล้วช่างชวนไม่ชอบใจจริงๆพลันในใจรู้สึกข่มปร่าจนเผลอขมวดคิ้วออกมา
“แล้วพี่เรียกนายว่าเสี่ยวเฟยเป็นยังไงจะได้สนิทสนมกันเร็วๆ”
“ครับพี่หย่าเอ๋อร์ แต่พี่เรียกผมว่าอาเฟยน่าจะดีกว่านะ... ผมชอบมากกว่า” อี้เฟยยิ้มตอบกลับภายในใจหัวเราะขำหลายอย่าง ก่อนหน้านี้เขาพอจะทราบมาแล้วว่าตัวละครหลัก สำคัญนั้นมีใครแสดงบ้าง ฟ่านหย่าเอ๋อร์คนนี้ถือเป็นนักแสดงหญิงที่โดดเด่นและมีผลงานการแสดงมาพอสมควร มีใบหน้ารูปลักษณ์ติดอันดับหนึ่งในสิบนักแสดงหญิงของวงการบันเทิงเมืองหลวง
ฟ่านหย่าเอ๋อร์ถือว่าเป็นหญิงงามแต่ทว่าสำหรับอ๋องอย่างเขามีหญิงงามใดบ้างที่เขามิเคยพบเห็นมิเคยได้เชยชมกัน อย่างนางนับเป็นตัวอะไรเมื่อยู่ต่อหน้าเขา ฮึ ไม่ง่ายขนาดนั้นหรอกกระมังหากคิดจะหว่านเสน่ห์ใส่อ๋องอย่างเขาน่ะ
“อาเฟยก็ดีจ้ะ ว่างๆเรามาต่อบทด้วยกันนะ” ฟ่านหย่าเอ๋อร์ยิ้มพูดกับอี้เฟยทั้งรอยยิ้มหวานทั้งน้ำเสียงหวานต้อนรับเขาเป็นอย่างดีจนเกือบจะลืมชายหนุ่มอีกคนเลย คิดขึ้นได้จึงหันมากล่าวด้วย “อ้าว จริงสินี่เสี่ยวจูทำไมไม่ทักทายน้องใหม่สักหน่อยเล่า”
“สวัสดีอี้เฟย ฉันจวงเสี่ยวจูรับบทเป็นไท่จื่อพระเอกของเรื่อง เรียกฉันว่าพี่จวงก็แล้วกัน หวังว่า... นายจะไม่ทำให้คนอื่นเขาลำบากมากกว่านี้นะ”
แววตาแห่งความอรินี้คือ?... อี้เฟยไม่ตอบอะไรเพียงกะพริบตาปริบๆทำหน้างงๆแสร้งทำหน้าไม่เข้าใจสุดๆจนเป็นฟ่านหย่าเอ๋อร์ที่เอ่ยตัดบรรยากาศแปลกนี้ออกไป
“เอ่อ อย่าไปฟังเสี่ยวจูเขาเลยเรามาคุยเรื่องบทกันดีกว่า”
ละคร : ศึกชิงรักศึกชิงบัลลังก์
ฉากเปิด 1 : ฉากเปิดตัวคุณชายหน้าหยกแห่งเมืองหลวง / อุทยานดอกไม้-ทุ่งดอกสาลี่ / ชุมนุมกวี
…..
“Action!”
พระอาทิตย์ส่องแสงเจิดจ้าท้องนภาเปิดเมฆแจ่มใส ท่ามกลางอุทยานใหญ่แห่งหมู่มวลบุปผาหลากหลายน่าชวนชม สถานที่ซึ่งจัดแสดงบุปผางามชุมนุมบทกวีรุ่นเยาว์ในวันนี้ถือเป็นการเปิดโอกาสให้ชื่นชมดอกไม้งาม วาดภาพแต่งกวี แนะนำตนเอง พบเจอมิตรสหาย สานสัมพันธ์สร้างเส้นสายมิตรภาพหรือแม้กระทั่งสานต่อวาสนาด้ายแดงแก่ชายหนุ่มหญิงงาม ทั้งชายหนุ่มหญิงสาวได้พบปะพูดคุยเกี้ยวพาเปิดเผยในหนึ่งปีหนึ่งหนจึงมีจำนวนเหล่าคุณชายคุณหนูผู้เข้าร่วมมากมายในหลากหลายจุดประสงค์
เส้นทางทุ่งดอกสาลี่ขาวนวลบานสะพรั่งกลับเงียบร้างไร้ผู้คน... ชายหนุ่มใบหน้านวลหยกอย่างคุณชายแหงนมองดอกไม้งามสีขาวผ่อง เส้นผมสีน้ำหมึกยาวสลวยปลิวไสวระคลอเคลีย เรือนร่างสูงโปร่งในชุดสีแดงสดยืนอยู่ท่ามกลางทุ่งดอกสาลี่ ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มบางๆแฝงความนัย มือเรียวเอื้อมเด็ดดอกไม้มาในอุ้งมือ กลีบดอกร่วงโรยลงพื้นง่ายๆตามการขยับของกิ่งไม้แม้สัมผัสเพียงบางเบาก็ตาม ตัวเขาเป็นเพียงสีแดงสดจุดเดียวท่ามกลางกลีบขาวนับพันนับหมื่นกลีบที่ร่วงโรยพัดพลิ้วไหวหล่นตามแรงลม
หลายต่อหลายคนกล่าวขานเรียกเขาว่า ‘คุณชายหน้าหยกแห่งเมืองหลวง’
“ผู้คนมากมายเหลือเพียงข้าและเหลือเพียงเจ้า... สู่เส้นทางขนานไร้วันบรรจบ”
…..
จบฉากเปิด 1
คุณชายหน้าหยกแห่งเมืองหลวงเป็นเพียงบทตัวประกอบผู้มีเรื่องราวสตอรี่เพื่อกระตุ้นและปูเส้นทางรักของนางเอกกับพระเอกเท่านั้น แล้วทำไม... บทตัวประกอบตัวนี้ถึงได้โดดเด่นท่ามกลางทุ่งดอกสาลี่ขาวนวลนี้ขึ้นมาล่ะ? พลิกบทบาทขนาดนี้ทำยังไงดี?
“คุณชายหน้าหยกแห่งเมืองหลวง... อืมๆ ฉันถามจริงๆนะหากเรื่องออนแอร์ไปแล้วมีคนถามว่าพระเอกเรื่องนี้ยังจำเป็นอยู่ไหมจะทำยังไงล่ะคะคุณผู้กำกับ?”
“เรื่องนั้นก็.... ไปถ่ายฉากต่อไปกันเถอะ!”
ผู้กำกับเนี่ยนไม่มีทางเปลี่ยนตัวอี้เฟยออกแน่แม้ว่าเขาจะดูโดดเด่นมากกว่าไท่จื่อซะอีก เอาน่าๆพวกบทคุณชายบทพระรองก็มักจะเรียกยอดคนดูยอดเรตติ้งได้มากเป็นพิเศษไม่ใช่เหรอ? ต้องมีคนรอดามใจคุณชายหน้าหยกคนนี้แน่ๆ และเรตติ้งก็ต้องดีมากแน่ๆด้วย!
-------------------------------
ภาพประกอบ

ดอกสาลี่บานสะพรั่ง

ท่านอ๋องเวอร์ชั่นคุณชายหน้าหยกแห่งเมืองหลวง - ศึกชิงรักชิงบัลลังก์
Talk
ถ้าตัวประกอบงานดีขนาดนี้แล้วพระเอกยังจำเป็นอยู่ไหม?
ถึงจะเป็นบทตัวประกอบแต่ต้องปังอ่ะเพราะท่านมาเอง! ฉายา ‘คุณชายหน้าหยกแห่งเมืองหลวง’ จะรั้งขึ้นอันดับหนึ่งแน่นอน
ฟ่านหย่าเอ๋อร์ถ้าเธอไม่อยากโดนตีโปรดหลบจ้ะ ด้วยความปรารถนาดีจากนุ้งชิมเอง (555)
ตอนนี้ท่านอ๋องเริ่มละครเรื่องแรกแล้วค่ะ ตอนหน้ามาร่วมกันเป็นกำลังใจให้ท่านอ๋องด้วยกันอีกเถอะ!
อ่านแล้วเป็นเช่นไรบ้างก็ฝากคอมเมนต์เพื่อเป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ :)