ในตลอดระยะเวลาสามปีฟานอวี้พัฒนาทักษะการรักษาผู้ป่วยให้สอดคล้องกับยุคสมัยโบราณไม่ว่าจะเป็การฝังเข็มรักษาโรค การขจัดพิษ การกระตุ้นเซลล์เพื่อการไหลเวียนของโลหิตกระตุ้นอาการชาไม่ให้รู้สึกเ็ป
นางยังประยุกต์ใช้สมุนไพรจีนให้ใกล้เคียงกับยารักษาโรคในปัจจุบันอีกทั้งการใช้พิษต่าง ๆ โดยมีพี่หย่งฉีศิษย์เอกแห่งโรงหมอพิษคอยสั่งสอนอยู่สม่ำเสมอ หากนางมีข้อสงสัยเกี่ยวกับพิษบางชนิดนางก็จะขอคำปรึกษาจากศิษย์พี่หย่งฉี และทดลองเพื่อไขข้อสงสัย จนนางสามารถสร้างยาแก้พิษเ่าั้ได้โดยผู้ที่อยู่เื้ัความสำเร็จก็คือท่านอาจารย์ใหญ่เหลียงฟู่จิ้งนั่นเอง!
ณ แคว้นเหลียง ผ่านไปสามปี
“ฟานอวี้เ้าตื่นเร็ววันนี้วันนี้เป็วันสุดท้ายของการเรียนหมอแล้วนะ เ้าจะนอนกินบ้านกินเมืองไปถึงไหน!รีบตื่นเร็วเข้า!!! ไม่เช่นนั้นจะไม่ทันพิธีการจบการศึกษาเป็แน่ท่านอาจารย์ใหญ่กำลังเสด็จมาใกล้จะถึงลานทำพิธีแล้วนะ หากเ้าไปสายเ้าไม่กลัวถูกทำโทษหรืออย่างไร? ตื่นได้แล้วเ้าเด็กี้เี”
เสียงนั่นแทนที่จะเป็เสียงของหลิวลี้องครักษ์พิทักษ์นางหรือเฟ่ยเฟ่ยสาวใช้คนสนิทของนางกลับเป็เสียงของเซียวอี้เซียวที่เปลี่ยนสถานะจากคู่อริกลายเป็คู่หูไปเลยก็ว่าได้
ั้แ่ที่มีเื่เ้าหมีดำคราวนั้นทั้งสองก็เริ่มพูดคุยสนิทสนมกันมากขึ้นจนมาเป็คู่หูสหายคนสนิทแก่กัน ถึงแม้ว่าเซียวอี้เซียวจะอายุมากว่าฟานอวี้ถึง7 ปีแต่ด้วยวุฒิภาวะของฟานอวี้แพทย์หญิงทหารที่มีอายุเกือบจะ 30 ปีในร่างท่านหญิงสี่ จึงทำให้ฟานอวี้กับเซียวอี้เซียวสามารถสนทนาปรึกษาหารือกันได้เวลาที่พวกเขามีปัญหาเกี่ยวกับการเรียนหมอ หรือปัญหาเื่อื่น ๆ ทั้งสองก็มีคำแนะนำที่ดีให้แก่กันมากกว่าสหายคนสนิทที่ชื่อลั่วซือหยางเสียอีก จนทำให้ศิษย์ทั้งหลายในสำนักคุ้นชินกับพวกเขา
“ศิษย์พี่ท่านจะแหกปากโว้ยวายอะไรกันแต่เช้าข้าหูไม่ได้ตึงนะ!”
“เ้าก็รีบตื่นเสียที!”
“ข้าอุตส่าห์ดั้นด้นมาถึงเรือนหลานฮวาเพื่อมาตามเ้า!เ้ารู้หรือไม่ว่าสหายของเ้าทั้งสามไปถึงสำนักั้แ่ต้นยามเฉินแล้วพวกเขาไม่สนใจเ้าอีกแล้ว เ้ามันคนี้เีตื่นสายเป็ประจำจนทำให้พวกเขาถูกลงโทษเ้าถูกสหายทิ้งเสียแล้วเ้าแซ่อวี้”
เซียวอี้เซียวเริ่มบ่นฟานอวี้อย่างไม่เว้นวรรคและไม่ขัดตอนจนนางรู้สึกรำคาญเ้าศิษย์พี่คนนี้เสียจริง! ั้แ่ที่หลิวลี้ หลิวซางและเฟ่ยเฟ่ย รู้ว่าฟานอวี้นั้นนางไม่ธรรมดาไม่ว่าจะเป็เื่วิชาแพทย์หรือเื่วรยุทธ์ แม้ทักษะวรยุทธ์จะแปลก ๆทว่าสามารถเอาตัวรอดจากผู้ที่อยากทำร้ายนางได้ แรก ๆหลิวลี้ก็สงสัยกับท่าฝึกยุทธ์ของฟานอวี้ซึ่งมันไม่เหมือนท่าฝึกยุทธ์ของผู้ฝึกยุทธ์ทั่วไปแต่พอนานวันเข้าหลิวลี้ก็ชินตา และยังได้ประลองวิชามัดมวยด้วยกันอยู่บ้าง ๆปรากฏว่า ทั้งสองต่างไม่อาจเอาชนะกันได้ ฝีมือฟานอวี้นั้นใกล้เคียงหลิวลี้มากนัก!เพราะวิชามัดมวยของฟานอวี้นั่นรวดเร็วคล่องแคล่ว ว่องไงเป็อย่างมากจึงทำให้หลิวลี้เริ่มวางใจและเริ่มปล่อยฟานอวี้ได้บ้างตามเวลา อย่างเช่นเวลานี้!
อีกทั้งร่างกายของฟานอวี้ก็แข็งแรงเติบโตมากขึ้นส่วนสูงของนางเพิ่มขึ้นจาก 150 ซม. เป็ประมาณ 165 ซม. ถือว่ารวดเร็วมาก(โดยประมาณ) เพราะนางกลัวจะเตี้ยเลยบำรุงร่างกายอย่างเร่งด่วนโดยเฉพาะอาหารพวกโปรตีนและแคลเซียม
นางยังชวนหลิวลี้และเฟ่ยเฟ่ยมาออกกำลังกายฝึกวรยุทธ์ใน่เวลาหลังเลิกเรียน ทำให้ร่างกายของนางนั่นเติบโตเต็มที่เข้าสู่วัยหญิงสาวแล้วด้วยรูปร่างหน้าตาที่ได้ท่านแม่ทัพลู่อวี้และฮูหยินลู่หลินผสมผสานกันทำให้ท่านหญิงสี่นั้นเป็หญิงงามล่มเมืองเลยก็ว่าได้ ทั้งน่ารักสดใส งดงามดูมีสง่าราศี สมดั่งที่เป็ท่านหญิงสี่แห่งแคว้นลู่
ฟานอวี้ชอบนอนดึกตื่นสายจนทำให้ทั้งสามถูกท่านอาจารย์ทั้งหลายทำโทษอยู่เป็ประจำทั้งสามคนเลยเอื้อมระอากับนิสัยี้เีนอนตื่นสายของฟานอวี้ยิ่งรู้ว่าเซียวอี้เซียวมาตามฟานอวี้อยู่เป็ประจำ ทั้งสามคนก็เลยปล่อยให้เซียวอี้เซียวจัดการซะเลย!
“ศิษย์พี่ท่านบ่นอะไรให้มากความข้าก็นอนตื่นสายแบบนี้เป็ประจำ ท่านยังไม่ชินอีกรึ?”
เซียวอี้เซียวอยากจะเขกกะโหลกของนางสักที!
“เ้าช่างรู้ตัวเองเสียจริง!เอาละรีบ ๆ แต่งตัวเร็วเข้า วันนี้จะมีพิธีการสำเร็จการเรียนหมอของสำนักเราสำหรับศิษย์ทั้งหลายที่เรียนจบแล้วและที่สำคัญยังจะได้ออกตรวจรักษาคนป่วยอีกด้วยและจะถูกส่งออกไปรักษาตามแคว้นต่าง ๆ พวกเ้าจะได้รักษาคนป่วยที่แคว้นใดนั้น ก็อยู่ที่พวกเ้าจะจับสลากได้ชื่อของแคว้นใด?”
“อ่อ!ข้าเพิ่งจะรู้ก็เดี่ยวนี้เองแหละ”
“อย่าได้มากความรีบเร็วเข้า! เ้าเป็สาวเป็นางแล้วยังทำตัวเฉกเช่นเด็ก 10 หนาวไปได้”
“เ้าค่ะ ท่านลุงเซียว”
“นี่เ้าข้าแก่กว่าเ้าแค่ 7 หนาวเองนะ เ้าอย่ามาเรียกข้าว่าลุง!รีบเร็วเข้า”
เซียวอี้เซียวเหนื่อยใจกับศิษย์น้องผู้นี้เป็อย่างมากนับวันจะทำให้เขาพูดมากยิ่งกว่าแม่ค้าในปากตลาดเสียอีก!
“เ้าค่ะ รอข้าสักครู่”
เมื่อฟานอวี้แต่งตัวเสร็จ ทั้งสองก็รีบวิ่งเข้าสำนักทันทีเพื่อเข้าร่วมพิธีการสำเร็จการเรียนหมอจบ
“องค์หญิงจวิ้นจู่เสด็จ”
“ถวายพระพรองค์หญิงจวิ้นจู่ขอพระองค์ทรงพระเจริญหมื่น ๆ ปี” (พร้อมกัน)
“เอาละทุกคนอย่าได้มากพิธีนั่งลงเถอะ”
“ขอบพระทัยเพค่ะพ่ะย่ะค่ะ” (พร้อมกัน)
เมื่อท่านอาจารย์ใหญ่เหลียงฟู่จิ้งนั่งประจำที่แล้วทุกคนก็นั่งลงตาม เหลียงฟู่จิ้งกวาดสายตามองลูกศิษย์แต่ละคนแต่ก็ยังไม่เห็นลูกศิษย์คนโปรดของนาง ทันใดนั้นเซียวอี้เซียวกับฟานอวี้ก็รีบวิ่งและเปลี่ยนเป็ค่อย ๆ เดินเข้ามา
“ศิษย์คารวะท่านอาจารย์ใหญ่และคณะท่านอาจารย์ขอรับเ้าค่ะ” ทั้งสองที่มาช้ารีบทำความเคารพท่านอาจารย์ทุกท่าน
“พวกเ้าทั้งสองมาสายอยู่เป็ประจำ!ถูกพวกข้าลงโทษอยู่บ่อยครั้ง ยังไม่รู้จักเข็ดหลาบอีกวันสุดท้ายของการเรียนหมอพวกเ้าก็ยังมาสายเสียอีกจนได้!แบบนี้ส่งพวกเ้าทั้งสองให้ไปเป็หมอรักษาอยู่ตามชายแดนดีหรือไม่!"
อาจารย์เหมยอิงเอือมระอากับหลานสาวคนนี้เหลือเกิน!โตจนเป็สาวแล้วยังทำตัวเป็เด็ก 10ขวบไปได้ ยังจะมีเซียวอี้เซียวตามใจนางอีก เฮ่อะ!
“ขอประทานโทษเ้าค่ะขอรับ” ทั้งสองรีบขออภัยท่านอาจารย์ทั้งหลาย
“เอาละ!วันนี้เป็ที่น่ายินดี ให้อภัยพวกเขาอีกสักครั้งเถิด!วันนี้ข้าดีใจมากที่ลูกศิษย์ทั้งหลายสำเร็จการเรียนหมอแล้วข้ามีความยินดีและปลื้มใจยิ่งนักที่แคว้นเหลียงของพวกเราสร้างหมอได้มากขึ้นอีกเพื่อคนป่วยที่้ารักษาไม่ว่าคนเ่าั้จะอยู่แคว้นไหนก็ตามหน้าที่ของหมออย่างพวกเรา คือต้องรักษาคนป่วยทุกคน มาเรามาเริ่มพิธีการกันเถิด”
ท่านอาจารย์ใหญ่กล่าวนำ จากนั้นอาจารย์เซียวอี้หลันได้กล่าวดำเนินรายการ ลูกศิษย์ก็กล่าวตามและร่วมพิธีการจนเสร็จสิ้นเมื่อเสร็จสิ้นพิธีการแล้วอาจารย์ลั่วซื่อเฟิงกล่าวแจ้งเื่การออกเดินทางรักษาคนป่วย
“ต่อไปเป็การจับสลากว่าหมอใหม่ทุกท่านจะได้เดินทางออกไปรักษาแคว้นใดบ้างในระยะเวลา1 ปีเมื่อครบกำหนดเวลาแล้วนั้นหมอใหม่ทุกท่านจะต้องเขียนรายงานส่งมาที่สำนักโรงหมอเหลียงเพื่อบันทึกประวัติการฝึกรักษาโดยมีขันทีของฝ่ายในจะเป็ผู้เก็บรักษารายงานของหมอใหม่ทุกท่านเอาละ! เรามาจับสลากกันเถิด”
ระหว่างที่ลั่วซื่อเฟิงกล่าวอธิบายนั้นเหลียงฟู่จิ้งถอดสายตาเหล่มองฟานอวี้อยู่ตลอดเวลา หลิวลี้นางจับสลากได้แคว้นลู่เฟ่ยเฟ่ยจับสลากได้แคว้นเฉิน และหลิวซางจับสลากได้แคว้นหนานส่วนฟานอวี้นั้นยังไม่ได้จับสลากต้องรอเป็คนสุดท้ายเพราะนางมาสายที่สุดแต่นางหาเดือดร้อนไม่! แค่คิดว่าจะรักษาที่ไหนก็เป็ผู้ป่วยเหมือนกันขอให้รักษาผู้ป่วยหายก็พอใจแล้ว
“คนสุดท้ายหมอฟานอวี้เชิญมาจับสลาก”
อาจารย์ลั่วซื่อเฟิงเรียกศิษย์ที่มาช้าที่สุดฟานอวี้นางจับสลากได้แล้วมอบให้อาจารย์ลั่วซื่อเฟิงประกาศบอกแจ้งชื่อแคว้น
“หมอฟานอวี้ได้ออกเดินทางไปรักษาคนป่วยที่แคว้นเว่ย ซึ่งเป็แคว้นที่ใหญ่และเจริญที่สุดโชคช่างเข้าข้างหมอฟานอวี้เสียจริง”
นางหาได้ใส่ใจ เพียงแค่คิดว่า “แคว้นไหนก็เหมือนเหมือนกันคนป่วยก็้ารักษาทุกคน โชคดีอะไรกัน? ก็แค่แคว้นเว่ย!”
แต่นางหารู้ไม่ว่านี้คือจุดเริ่มต้นของความรักเพราะท่านกามเทพได้ผูกด้ายแดงให้แก่นางแล้วนะจ๊ะ!!!!!!!!