สุดยอดยีนเทพเจ้า

    ตอนที่ 48 จัดทัพล่าอสูรเลือดศักดิ์สิทธิ์


    หานเซินเปิดดูภาพฮอโลแกรมที่แสดงการตีขึ้นรูปอาวุธด้วยมือ อาวุธในภาพดูเหมือนจะทำด้วยมือจริง ๆ แต่เขาไม่แน่ใจว่าภาพเหล่านี้เป็นของแท้จากร้านที่เจ้าของถ่ายและโพสต์เองหรือเปล่า

            หลังจากดูภาพจนจบ หานเซินก็ตัดสินใจติดต่อไปยังหมายเลขที่โพสต์ทิ้งไว้ในกระทู้

            ใช้เวลาไม่นาน การสื่อสารก็เชื่อมต่อสำเร็จ แต่ฝ่ายตรงข้ามไม่ได้เปิดกล้องเหมือนปกติ หานเซินได้ยินแค่เสียงของชายคนหนึ่งที่ต่ำและทุ้มลึก

            “มีธุระอะไร?” เสียงจากปลายสายถาม

            “ผมเห็นโพสต์ของคุณบนฟอรัมขายอาวุธ มีลูกธนูที่คล้ายพวกสไปร์อัลลอยไหมครับ? แบบที่มีเปอร์เซ็นต์โลหะ Z สูง ๆ หน่อย” หานเซินไม่ได้คาดหวังว่าจะเจอลูกธนูที่มีส่วนผสมโลหะ Z หนึ่งจุดสองเปอร์เซ็นต์อย่างที่ร้านโฆษณาในโพสต์ ขอแค่ศูนย์จุดแปดเปอร์เซ็นต์เขาก็พอใจแล้ว

            “ไม่มีสไปร์อัลลอย แต่ฉันมีลูกธนูที่ทำเองสองดอก มีโลหะ Z หนึ่งจุดสองเปอร์เซ็นต์ ขายดอกละแสนห้า” ชายคนนั้นตอบ

            “ผมอยากดูของหน่อย จะนัดดูได้ที่ไหน?” หานเซินถาม

            “เดี๋ยวฉันส่งที่อยู่ให้” คนปลายสายบอกที่อยู่ จากนั้นก็ตัดการเชื่อมต่อไป

            หานเซินเดินทางไปตามที่อยู่ที่คนขายธนูให้ไว้ เขาพบว่ามันตั้งอยู่บนถนนการค้าในย่านอโคจรชื่อดังของเมือง  ถึงจะดึกมากแล้ว แต่ที่นี่ก็ยังคงคึกคัก ผู้คนจำนวนมากสัญจรไปมาดูวุ่นวาย

            เมื่อมาถึงจุดนัดหมาย หานเซินยืนรอไม่นานก็เห็นชายคนหนึ่งยืนส่งสัญญาณมือเรียกเขาจากหน้าตรอกเล็ก ๆ ที่อยู่ห่างไปไม่ไกล แม้จะไม่น่าไว้ใจนัก แต่เด็กหนุ่มก็เดินเข้าไปหาอย่างระมัดระวัง

            “นายคือคนที่จะซื้อลูกธนูใช่ไหม?” ผู้ชายคนนี้สวมหมวกแก๊ปสีดำกับแว่นตาเลนส์กันแสงสีเข้มอำพรางใบหน้าจนทำให้ดูออกแค่ว่าเป็นผู้ชายวัยกลางคนคนหนึ่ง

            “ใช่ครับ” หานเซินพยักหน้า

            ชายใส่หมวกจึงดึงกล่องไม้ผอมยาวออกมาก่อนบรรจงเปิดฝา เผยให้เห็นลูกธนูโลหะสีดำที่ถูกเก็บไว้ด้านในอย่างดี

            “ผมลองจับได้ไหม?” หานเซินถาม

            “ตามสบาย” ชายคนนั้นตอบท่าทางไม่ยี่หระ

            หานเซินหยิบลูกธนูขึ้นมาลองคะเนน้ำหนักและหาจุดศูนย์ถ่วง ความแม่นยำเป็นเป้าหมายสำคัญของการยิงธนู ถ้าลูกธนูไม่มีจุดศูนย์ถ่วงที่ดี ต่อให้ทำจากวัสดุคุณภาพสูงแค่ไหนก็ใช้การไม่ได้

            “ฝีมือเยี่ยมจริง ๆ” หานเซินชื่นชมจากใจ หลังตรวจสอบสินค้าจนพอใจ เขาพบว่าจุดศูนย์ถ่วงของลูกธนูดอกนี้ดีกว่าลูกธนูสไปร์อัลลอยที่เคยลองจับมาเสียอีก การมีจุดศูนย์ถ่วงที่สมดุลนั้นหมายความว่า ถ้าใช้กับคันธนูที่มีกำลังยิงมากพอ ลูกธนูก็จะไม่พลาดเป้าไม่ว่าระยะจะไกลแค่ไหนก็ตาม

            คนใส่หมวกฟังคำชมด้วยท่าทางเรียบเฉย เขาแค่พยักหน้าลงเล็กน้อยพร้อมตอบรับด้วยเสียง “อืม” ในลำคอและไม่พูดอะไรอีก

            หานเซินชักดาบสตีลคัตติงที่พกมาด้วยออกมาแล้วหันไปถาม “คุณจะว่าอะไรไหมครับ ถ้าผมจะขอลองเอาดาบฟันดู?”

            “ดาบผสมโลหะ Z ใช่ไหม?” คนขายธนูมองดาบในมือหานเซิน

            “ใช่ครับ” เด็กหนุ่มตอบ เพราะยังไม่ได้จ่ายเงินซื้อเขาจึงไม่กล้าฟันลูกธนูโดยไม่ได้รับอนุญาต  ตามหลักแล้วถ้าลูกธนูมีโลหะ Z ผสมอยู่มากกว่าศูนย์จุดเจ็ดเปอร์เซ็นต์ ดาบเล่มนี้ที่มีส่วนผสมของโลหะ Z น้อยกว่าจะไม่สามารถทิ้งร่องรอยอะไรไว้บนลูกธนูได้ แต่ถ้าไม่ใช่ การทำให้ของของคนอื่นเสียหายก็คงไม่ใช่เรื่องดี

            “เชิญเลย” ชายคนนั้นตอบรับด้วยน้ำเสียงที่แสดงถึงความมั่นใจ

            เมื่อได้รับอนุญาต หานเซินก็ไม่ลังเล เขาจับลูกธนูไว้ในมือหนึ่ง ส่วนมืออีกข้างสะบัดดาบฟันลงไปเต็มแรง

            ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นทำให้เด็กหนุ่มยิ้มอย่างพึงพอใจ ลูกธนูไม่มีร่องรอยความเสียหายให้เห็นเลยสักนิด ขณะที่ใบดาบสตีลคัตติงของเขากลับบิ่นไปเล็กน้อย

            ถึงจะไม่รู้แน่ชัดและไม่สามารถหาวิธีพิสูจน์ได้ว่าลูกธนูดอกนี้มีโลหะ Z ผสมมากถึงหนึ่งจุดสองเปอร์เซ็นต์จริงหรือไม่ แต่เท่าที่เห็นอยู่ แน่นอนว่ามันเป็นของดีอย่างไม่ต้องสงสัย

            “ของดีจริง ๆ ผมเอาดอกนี้แหละ” หานเซินจ่ายเงินหนึ่งแสนห้าหมื่นเหรียญให้คนขายธนูอย่างไม่ลังเล

            “แน่นอน ต้องของดีอยู่แล้ว ลูกธนูนี่ทำจากชิ้นส่วนแกนกลางของยานรบระดับสูง โลหะที่ใช้หล่อชิ้นส่วนพวกนั้นต้องมีส่วนผสมของโลหะ Z อยู่ที่หนึ่งจุดสองเปอร์เซ็นต์ตามมาตรฐาน อีกอย่าง ฝีมือการตีเหล็กของฉันไม่ได้ลวก ๆ ทื่อ ๆ เหมือนงานที่ใช้แขนกลทำหรอกนะ ฉันต้องไปละ ถ้าต้องการอะไรอีกก็ติดต่อมาได้” ชายคนนั้นกล่าวลาก่อนจะเดินกลับเข้าตรอกและหายลับไปในความมืดอย่างรวดเร็ว

            .

            .

            หลังจากกลับถึงบ้าน หานเซินลองหาวิธีทดสอบและตรวจสอบลูกธนูอย่างละเอียดอีกครั้ง  ในที่สุดเขาก็พบว่า มันเป็นของดีอย่างที่ช่างตีอาวุธคนนั้นบอกจริงไม่ผิดเพี้ยน ความแข็งแกร่งของมันสูงจนน่าตกใจ มันเทียบได้กับลูกธนูผสมโลหะ Z หนึ่งเปอร์เซ็นต์ที่วางขายในร้านค้าแบรนด์ดังแต่ราคากลับถูกกว่ามาก

            ‘โชคดีจริง ๆ ได้เจอช่างฝีมือของแท้’ หานเซินคิดในใจ ตอนแรกเขาไม่ได้คาดหวังอะไรจากร้านที่อ้างว่าอาวุธทุกชิ้นถูกตีขึ้นด้วยมือมากนัก เพราะส่วนใหญ่แล้วฝีมือช่างไร้ชื่อแบบนี้ไม่ได้เที่ยงตรงเท่าเครื่องจักรหรือประณีตเท่าช่างชื่อดังจากร้านแบรนด์ใหญ่ ๆ โดยเฉพาะอาวุธประเภทลูกธนูที่จัดว่ามีขนาดเล็กเมื่อเทียบกับอาวุธชนิดอื่น ๆ ดังนั้นจึงต้องอาศัยความละเอียดและพิถีพิถันสูงมาก ช่างฝีมือระดับธรรมดาทั่วไปมักจะไม่สามารถทำออกมาได้สมบูรณ์แบบนัก ซึ่งนั่นก็จะส่งผลให้คุณภาพของอาวุธด้อยลงกว่าที่ควรจะเป็นด้วย

            แต่ลูกธนูดอกนี้ทำให้หานเซินพึงพอใจอย่างมาก โดยเฉพาะส่วนคมธนูที่ถูกฝนและลับด้วยมือ… ‘ฝีมือไม่ธรรมดาเลย’ คมอาวุธที่ถูกลับด้วยฝีมือมนุษย์จะมีความละเอียดลออและแตกต่างจากชิ้นงานที่ทำด้วยเครื่องจักรอย่างเห็นได้ชัด เพราะช่างจะประณีต พิถีพิถัน ใส่ใจลงรายละเอียดในทุกขั้นตอนเป็นอย่างดี

            แม้หานเซินจะเคยเรียนรู้การลับมีดในโรงเรียน แต่ฝีมือของเขายังไม่ใกล้เคียงกับคำว่าช่างฝีมือหรือช่างอาชีพแม้แต่น้อย

            “ลูกธนูโคตรดี แต่เสียดายซื้อได้แค่ดอกเดียว เฮ้อ~ ถ้ายิงพลาดไป นอกจากจะไม่มีโอกาสให้แก้ตัวแล้ว ยังเท่ากับขว้างเงินแสนห้าทิ้งไปเปล่า ๆ ด้วย” หานเซินมองยอดเงินในบัญชีที่เหลือไม่ถึงหนึ่งแสนเหรียญแล้วได้แต่หัวเราะในใจอย่างขมขื่น ‘สงสัยดวงเราจะไม่เป็นมิตรกับเทพเจ้าแห่งการเงินเท่าไหร่แฮะ’ 

            “เอาละ หวังว่าพรุ่งนี้คงจะได้อะไรกลับมาบ้างนะ” เด็กหนุ่มพึมพำเป็นคำอวยพรให้กับตัวเองก่อนจะข่มตานอนแล้วผล็อยหลับไป วันพรุ่งนี้เขาต้องตื่นแต่เช้าเพื่อเตรียมตัวไปยังก็อดแซงก์ทัวรี

            .

            .

            แม้แต่ในกลุ่มของฉินเซวียนที่ทีมแม่นธนูของเธอเป็นที่เลื่องชื่อในฐานพักพิงเกราะเหล็กก็ยังถือว่ามีสมาชิกในทีมธนูอยู่เพียงน้อยนิด เพราะคนที่ฝึกธนูตั้งแต่เด็กมีจำนวนไม่มาก และส่วนใหญ่สมาชิกในทีมจะเป็นพวกที่เคยเรียนในโรงเรียนภาคบังคับในสังกัดของกองทัพ หรือพูดง่าย ๆ ก็คือ เป็นลูกหม้อของโรงเรียนเตรียมทหาร ซึ่งจะสามารถเข้าสู่โรงเรียนเตรียมทหารได้โดยตรงหากทำคะแนนได้ดี 

            คนกลุ่มนี้หลังจากเข้าสู่ก็อดแซงก์ทัวรีจะเข้าร่วมกับกลุ่มกองกำลังทหารในสถานที่นั้น ๆ และกลุ่มของฉินเซวียนก็คือหนึ่งในกลุ่มกองกำลังทหารที่ว่า

            แม้ว่ากองกำลังทหารในก็อดแซงก์ทัวรีจะไม่เคร่งครัดเรื่องระเบียบวินัยมากเท่าค่ายทหารในสหพันธ์ดวงดาว แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไร้กฎระเบียบตามแบบฉบับของกองทัพโดยสิ้นเชิง ซึ่งก็ด้วยวินัยแบบทหารรวมถึงวัฒนธรรมองค์กรที่ยึดถือการปฏิบัติตามคำสั่งผู้บังคับบัญชาเหมือนในกองทัพ ทำให้แต่ละฐานพักพิง กลุ่มกองกำลังทหารก็มักจะเป็นกลุ่มที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดเสมอ

            เมื่อฉินเซวียนพาคนของเธอไปถึงจุดนัดหมายก็พบว่า พวกของโอรสสวรรค์มารออยู่ก่อนแล้ว แต่เมื่อเปรียบเทียบภาพรวมกับกลุ่มของฉินเซวียน คนในกลุ่มของโอรสสวรรค์ดูจะกระจัดกระจายและไร้ระเบียบกว่ามากไม่ต่างจากกองกำลังสมัครเล่น

            หลัวเทียนหยางจ้องมองหานเซินด้วยสายตาเย็นชาตั้งแต่แรกเห็น ชัดเจนว่าอีกฝ่ายยังคงมีปัญหาคาใจกับเขา

            หลังจากทั้งสองกลุ่มมาพร้อมแล้วทั้งหมดก็ออกเดินทาง โดยมีโอรสสวรรค์ผู้ซึ่งเป็นแกนนำหลักของภารกิจในครั้งนี้และคนของเขานำทางอยู่ข้างหน้า ขณะที่หานเซินกับซูเสี่ยวเฉียวเลือกเป็นหนึ่งในกลุ่มคนที่อยู่ปิดท้ายขบวน

            “พี่เซิน ฉันว่าเราน่าจะหาพวกโล่แบบกลุ่มโอรสสวรรค์มาใช้บ้างนะ เผื่อมีเหตุการณ์ฉุกเฉิน เราจะได้ป้องกันตัวได้” ซูเสี่ยวเฉียวแอบกระซิบกับหานเซิน

            “ก็ดีเหมือนกัน ถ้าเป็นชุดเกราะโลหะ Z มือหนึ่งก็ยิ่งเจ๋งเลย นายมีเงินเยอะอ่า~  ถ้าซื้อให้ตัวเองแล้ว ช่วยซื้อให้ฉันด้วยสักตัวสิ” หานเซินพูดทีเล่นทีจริงพร้อมทำหน้าตาหยอกล้อ

            “โลหะ Z ทั้งหนักทั้งเทอะทะ สู้ชุดเกราะวิญญาณอสูรไม่ได้หรอก ที่สำคัญต่อให้เป็นเกราะที่มีโลหะ Z ผสมห้าเปอร์เซ็นต์ก็ยังเทียบกับเกราะวิญญาณอสูรระดับโบราณไม่ได้เลย อีกอย่างนะ เกราะโลหะ Z ที่มีขายอยู่ตอนนี้ อย่างดีที่สุดก็มีแค่แบบที่ไม่ถึงหนึ่งเปอร์เซ็นต์ ยังไงก็สู้ชุดเกราะวิญญาณอสูรไม่ได้” ซูเสี่ยวเฉียวหน้ายู่ 

            “เฮ้อ~ ถ้าได้ชุดเกราะวิญญาณอสูรแบบของพี่เหรียญทองก็ดีเซ่ จะไปกร่างใส่สัตว์อสูรที่ไหนยังไงในก็อดแซงก์ทัวรีก็ได้ เสียดาย ในฐานพักพิงเรามีเกราะวิญญาณอสูรระดับเลือดศักดิ์สิทธิ์ก็แค่ของพี่เหรียญทองอันเดียว แถมไม่รู้ด้วยว่ามันตกจากสัตว์อสูรชนิดไหน”

            “ให้ฉันเดานะ ดูจากลักษณะแล้ว เกราะเลือดศักดิ์สิทธิ์ของพี่เหรียญทองต้องตกจากอสูรที่ทรงพลังแบบสุด ๆ ไปเลยแน่ ๆ” ชายหนุ่มในทีมแม่นธนูคนหนึ่งพูดขึ้น

            “ชัวร์! เขาต้องได้มันมาจากการล้มอสูรเลือดศักดิ์สิทธิ์แบบโหด ๆ ที่ต้องอาศัยความเก่งระดับตำนานรับมือ! เผลอ ๆ ต้องต่อสู้หลั่งเลือดแลกมาด้วยซ้ำ” อีกคนเสริม แววตาเลื่อมใสศรัทธา

            หานเซินได้แต่ยิ้มแห้งในใจ ‘เหอ ๆ ถ้าเจ้าพวกนี้รู้ว่าชุดเกราะทองนั่นตกจากด้วงทมิฬโง่ ๆ ที่เราตบตายไปริมตลิ่งใกล้ ๆ ฐานพักพิงเกราะเหล็ก… จะทำหน้ายังไงกันล่ะนั่น’

            .

            .

            .


    คล้ายกับเรื่องสุดยอดยีนเทพเจ้า ที่คุณอ่าน