พิลาไลยเดินมาจากบาร์น้ำเพื่อมาหาคุณกันตาตามที่เลขาบอกไว้ว่า ลูกค้าอยากพบเ้าของร้านอาหารนี้ก็คือเธอเอง
พิลาไลยเดินเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้ม ก่อนที่เธอจะยกมือไหว้กับลูกค้าทุกคนที่อยู่ในโซนจัดเลี้ยง “สวัสดีค่ะ พิลาไลยนะคะเป็เ้าของร้านอาหารแสนอร่อยค่ะ”
ลูกค้าทุกคนได้ยินก็พร้อมกลับตอบกลับด้วยคำว่า “สวัสดี” เหมือนกับที่พิลาไลยเอ่ยบอกกับพวกเขา ก่อนที่คุณกันตาจะเอ่ยเรียกพิลาไลย
“คุณพิลาไลยค่ะ เชิญทางนี้หน่อยค่ะ” กันตาเอ่ยเรียกเ้าของร้าน
พิลาไลยได้ยินก็รีบเดินเข้าไปหาคุณกันตาทันที พร้อมกับเริ่มการพูดคุยกันเป็ทางการ ทั้งสองคนเริ่มการพูดคุยกันบนโต๊ะอาหาร
“คุณพิลาไลยค่ะ เชิญนั่งก่อนค่ะ” กันตาเอ่ยบอกพิลาไลยให้นั่งลงที่เก้าอี้ข้างๆเธอ
“ขอบคุณค่ะ ขออนุญาตนั่งนะคะ” พิลาไลยเอ่ยบอกกับกันตาพร้อมกับกวาดสายตาไปที่ลูกค้ารอบข้างด้วยเช่นกัน ก่อนที่พิลาไลยจะเอ่ยถามอีกครั้ง “คุณกันตามีอะไรให้ดิฉันช่วยเหลือ บอกมาได้เลยนะคะ หาร้านเรามีจะจัดเตรียมให้”
“ไม่มีอะไรค่ะ แค่อยากจะขอบคุณ ที่จัดร้านต้อนรับกับพนักงานของฉันเป็อย่างดี” กันตาบอกกับพิลาไลยพร้อมกับรอยยิ้ม
“ไม่เป็ไรเลยค่ะ มันเป็หน้าที่ของทางร้านเราอยู่แล้วค่ะ” พิลาไลยบอกกับกันตา สีหน้าของพิลาไลยดูมีความสุขมากๆ สำหรับลูกค้า VVIP ชุดนี้ก่อนที่จะเอ่ยกลับไปอีกครั้ง “คุณกันตาค่ะ ฉันขอตัวไปทำงานก่อนนะคะ ขาดเหลืออะไรแจ้งพนักงานได้เลยนะคะ”
พิลาไลยลุกขึ้นและเดินออกจากโต๊ะอาหารเพื่อเดินกลับไปที่ห้องทำงานของตัวเองทันที ก่อนจะเข้าห้องทำงาน พิลาไลยได้แวะพูดคุยกับเลขาก่อนที่จะกลับเข้าห้อง
“เคลียร์งานอยู่หรอค่ะคุณจารวี” พิลาไลยเอ่ยถามพนักงาน
จารวีพยักหน้าตอบกลับให้พิลาไลย ก่อนที่เธอจะเอ่ยขึ้น “ใช่ค่ะคุณพิลาไลย รีบเคลียร์งานก่อนจะกลับบ้านค่ะ”
“งั้นฉันไม่รบกวนแล้วนะคะ” พิลาไลยเอ่ยบอกกับเลขาของเธอและเดินกลับเข้าไปในห้องทำงาน
หลังจากที่พิลาไลยเดินกลับไปที่ห้องทำงานได้ไม่ถึง 1 ชั่วโมง ร้านอาหารของเธอก็เริ่มเกิดความวุ่นวายขึ้นมา ลูกค้าผู้ชายเกิดมีการทะเลาะภายในงานเลี้ยง ทำให้มีสายโทรศัพท์ โทรเข้ามาที่พิลาไลย
“กริ๊งๆ กริ๊งๆ” เสียงโทรศัพท์ในฟ้องทำงานของพิลาไลยดังขึ้น
พิลาไลยรีบรับโทรศัพท์ที่กำลังดังต่อหน้าเธอ “สวัสดีค่ะ”
“คุณพิลาไลยค่ะ คือว่า.. คือว่า” นิภาเอ่ยเรียกชื่อหัวหน้า พร้อมกับน้ำเสียงที่ติดขัดไม่จบประโยคที่จะพูด
“มีอะไรหรอคุณนิภา เกิดอะไรขึ้น เป็อะไร” พิลาไลยเอ่ยถามนิภา
“คุณพิลาไลยค่ะ พอดีเกิดเหตุที่ร้านอาหารค่ะ” นิภาเอ่ยบอกกับพิลาไลย
“ห๊ะ! เธอว่าไงนะนิภา ที่ร้านเกิดเรืองอะไรกันแน่!รีบบอกฉันมา” พิลาไลยเอ่ยถามพนักงานอีกครั้ง เพื่อให้เกิดความกระจ่าง
“ลูกค้าทะเลาะกันอยู่ที่ร้านอาหารค่ะคุณพิลาไลย ทำอย่างไรดีค่ะ พนักงานของเราห้ามแล้วก็ไม่เป็ผล” นิภาบอกกับพิลาไลย
“เดี๋ยวฉันลงไป รออยู่ที่แคชเชียร์ก่อนนะ และค่อยดูด้วยอย่าให้ลูกค้าคนอื่น โดนลูกหลงละ” พิลาไลยเอ่ยบอกกับพนักงานของเธอ ก่อนที่เธอจะเดินลงไปที่ร้านอาหาร
พิลาไลยเดินออกมาจากห้องทำงานของเธอด้วยความรีบร้อน ทำให้เลขาหน้าห้องทำงานของเธอเกิดความสงสัยขึ้นทันที
“คุณพิลาไลยค่ะ รีบไปไหนหรือค่ะ” จารวีเอ่ยถาม
“เธออยู่ก็ดีแล้ว ลงไปข้างล่างกับฉันหน่อย” พิลาไลยเอ่ยบอกกับพนักงานของเธอ
“ไปไหนหรือค่ะคุณพิลาไลย” จารวีเอ่ยถามเ้านายอีกครั้ง
“ข้างล่างเกิดปัญหานิดหน่อย ลงไปช่วยฉันจัดการที” พิลาไลยเอ่ยบอกกับเขาก่อนที่เธอจะเดินไปที่ร้านอาหารข้างล่างออฟฟิศ
“เดี๋ยวค่ะคุณพิลาไลย”จารวีเอ่ยเรียกเ้านายให้หยุดเดินทันที
“เธอจะห้ามฉันทำไม เห็นมั้ยว่าข้างล่างกำลังเกิดปัญหา”พิลาไลยเอ่ยบอกกับพนักงาน พร้อมกับสีหน้าโกรธ
“ไม่ได้จะห้ามค่ะ แต่คุณพิลาไลยเป็ผู้หญิงนะคะ จะไปห้ามอะไรลูกค้าที่เป็ผู้ชายได้ละค่ะ ดิฉันว่าเราแจ้งตำรวจให้มาจัดการเถอะค่ะ”จารวีอธิบายเหตุผลให้กับเ้านายของเขาฟัง
“ไม่ได้ เราจะให้ตำรวจเข้ามาจัดการได้ยังไง มีหวังร้านเราเสียชื่อพอดี ฉันยอมให้เป็แบบนั้นไม่ได้หรอกนะ"พิลาไลยบอกลูกน้อง
“แต่คุณจะลงไปจัดการเองหรือคะ มันอันตรายมากนะคะ!ดิฉันเป็ห่วง”จารวีพยายามห้ามเ้านายสาว
"ตอนนี้เราต้องรีบลงไปก่อน เราค่อยหาทางออกทีหลัง ไปดูสถานการณ์กันก่อน”พิลาไลยเอ่ยบอกกับเลขาของเธอก่อนที่เธอจะเดินออกจากตรงนั้นและรีบเดินลงไปข้างล่างร้านอาหารทันที
เมื่อเลขาของพิลาไลยได้ยินต่างก็รีบเดินลงไปตามพิลาไลยไม่ห่างมาก ในมือของเธอก็รีบกดโทรศัพท์พร้อมกับแจ้งพนักงานรักษาความปลอดภัยเข้ามาระงับเหตุการณ์ ก่อนที่เหตุการณ์ทั้งหมดมันจะบานปลายไปมากกว่านี้
พิลาไลยเป็กังวลว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ จะทำให้ร้านอาหารของคุณยายที่สร้างมากับมือ เสื่อมเสียและเสียหายจากเหตุที่ว่าลูกค้ามีการทะเลาะวิวาทกันเกิดขึ้น เธอร้อนใจมาก เพราะทุกครั้งที่ทางร้านจัดงานสังสรรค์ ไม่เคยเกิดปัญหาแบบนี้เกิดขึ้นเหมือนครั้งนี้ที่มันเกิดขึ้น