‘น้องคินคือไอดอลที่เป็นข่าวหรือเปล่าคะ’ ไมค์หลายตัวถูกจ่อไปตรงหน้าภาคินทร์
“เอ่อ...ครับ” เกิดเสียงฮือฮาขึ้นเมื่อเขายอมรับ
ณัฐธิดาเองก็เข้าใจว่าถ้าปฏิเสธมือดีคงปล่อยคลิปที่ไม่เบลอหน้าเป็นแน่
‘แล้วสาวคนนั้นคือน้องไนน์จริงไหมคะ’
“ครับ แต่เป็นเรื่องที่ทุกคนกำลังเข้าใจผิด เราไม่ได้คบกันจริง ๆ ในคลิปก็ไม่มีอะไร แค่เอาน้ำไปให้เฉย ๆ ครับ กับคนอื่นผมก็ให้เหมือนกัน”
‘แล้วที่บอกว่าจะไปส่งล่ะคะ’
“ยิ่งไม่มีอะไรเลย พอดีบ้านเขาเป็นทางผ่านครับ ที่จริงน้องขวัญก็ไปด้วย เพราะพวกเราสนิทกันครับ”
ณัฐธิดาแอบชื่นชมในใจที่เขาสามารถโกหกได้อย่างลื่นไหล ทั้งที่ของขวัญนั่งรถตู้ของวงกลับ
‘แล้วได้คุยกับน้องไนน์เรื่องที่เป็นข่าวหรือยังคะ’
“ไม่ได้คุยกันเลยครับ ไม่รู้จะคุยอะไร เพราะมันไม่ใช่เรื่องจริงน่ะครับ”
‘โอเค งั้นฝากผลงานช่วงนี้หน่อยค่ะ’
ณัฐธิดากดเปลี่ยนช่องทีวีไปดูซีรีส์ เธอไม่ได้มีเวลาว่างแบบนี้มานานแล้วเลยไม่รู้จะทำอะไร ซีรีส์เกาหลีตรงหน้าก็ไม่สามารถดึงดูดความสนใจจากเธอได้ ร่างบางเอนหลังหลับตาพักผ่อน ความเบื่อหน่ายทำให้ค่อย ๆ ทำให้เข้าสู่ห้วงนิทราโดยไม่รู้ตัว
“ไนน์”
“งืม” ณัฐธิดาพลิกตัวไปอีกทางพลางปัดมือปริศนาที่สะกิดไหล่ออก
“ไม่ตื่นงั้นก็นอนด้วยกันไปเลย”
“อื้อ อย่าเบียดสิ” คราวนี้ร่างปริศนาเข้าเบียดชิดเธอจากด้านหลัง ท่อนแขนใหญ่วางพาดบนเอวคอด
“พี่ซื้อซูชิของโปรดไนน์มาฝากด้วยนะ”
เมื่อได้ยินคำว่าซูชิร่างเล็กก็ดีดผึงขึ้นมาทันที ส่งผลให้คนที่นอนกอดอยู่ด้านหลังกลิ้งตกโซฟาจนก้นจ้ำเบ้า
“ขอโทษค่ะ พี่ธีร์เจ็บไหม” ณัฐธิดารีบเข้าไปช่วยพยุงแฟนหนุ่มขึ้นมานั่งโซฟาเหมือนเดิม
“นิดหน่อย แค่ได้ยินคำว่าซูชิก็ตื่นเลยเหรอ” ธีร์ถามด้วยน้ำเสียงขบขัน
“พี่ธีร์รู้ได้ยังไงว่าไนน์ชอบซูชิคะ” เธอชอบซูชิมากเพราะจะมีแค่โอกาสพิเศษถึงจะได้กิน ถึงจะมีขายตามข้างทางชิ้นละห้าบาท แต่รสชาตินั้นแตกต่างจากชิ้นละห้าสิบโดยสิ้นเชิง
“ก็ไนน์เคยให้สัมภาษณ์นี่นา” เขาสั่งให้เลขาจดรายการที่เธอชอบและไม่ชอบมาให้ตั้งแต่ยังไม่เป็นแฟนกันด้วยซ้ำ แต่ตอนจีบยังไม่กล้าซื้ออะไรให้เธอเพราะกลัวหญิงสาวอึดอัด
“น่าจะนานแล้ว ขนาดไนน์เองยังจำไม่ได้เลยค่ะว่าให้สัมภาษณ์ไว้เมื่อไหร่” ดวงตาคู่สวยเบิกโต รู้สึกทึ่งที่เขารู้ข้อมูลส่วนตัวเธอแทบทุกอย่าง
“งั้นเราไปกินกันดีกว่า พี่หิวแล้ว” ธีร์เดินจูงมือแฟนสาวเข้าห้องครัว บนโต๊ะกินข้าวมีซูชิจำนวนเกือบร้อยชิ้นที่เขาแกะวางใส่จานไว้ก่อนแล้ว
“โห” ณัฐธิดาได้แต่อ้าปากค้าง ไม่คิดว่าเขาจะซื้อเซตใหญ่ขนาดนี้มา
“พี่ไม่รู้ว่าไนน์ชอบกินหน้าอะไรเลยจัดมาให้หมดเลย” เขาบอกพลางเลื่อนเก้าอี้ให้เธอนั่ง
“อยู่กันแค่สองคนแบบนี้จะกินยังไงหมดคะเนี่ย”
“พี่ยังไม่ได้กินข้าวเที่ยงเลย ตอนนี้กินช้างได้ทั้งตัว กินไนน์เพิ่มได้ด้วยนะ” สายตาของเขาเป็นประกายวิบวับไม่น่าไว้วางใจเมื่อพูดประโยคสุดท้าย
“ทะลึ่ง ถ้าหิวก็รีบกินสิคะ” ณัฐธิดามองค้อนขณะที่ใบหน้านวลแดงระเรื่อ เขินอายกับสายตาที่สื่อความนัยของเขา เธอหยิบตะเกียบแล้วคีบซูชิคำแรกไปจุ่มซอสก่อนจะป้อนเข้าปาก
“อร่อยไหม” ธีร์เอ่ยถามเมื่อเห็นเธอนิ่งไปนาน
“อร่อยมาก ๆ ค่ะ ไนน์ไม่เคยกินอะไรอร่อยขนาดนี้มาก่อนเลย” นี่ต้องเป็นซูชิแพง ๆ ชิ้นละหลายร้อยบาทที่เธอไม่มีปัญญาซื้อมากินแน่เลย ต่อให้ไม่มีความรู้ด้านอาหารมากนักก็รู้ว่าเป็นวัตถุดิบชั้นดี เพราะเนื้อปลาแทบจะละลายในปาก และรสชาติที่กลมกล่อมของข้าวบ่งบอกว่าคือของคนละเกรดกันที่เธอเคยกิน
“ขนาดนั้นเลยเหรอ ฮ่า ๆ” คำพูดที่เปิดเผยความรู้สึกของเธอทำให้เขาหัวใจพองฟู
“อื้อ” ณัฐธิดาพยักหน้าตอบเสียงอู้อี้ก่อนจะคีบอีกชิ้นเข้าปากตาม ส่งผลให้กระพุ้งแก้มเธอพองออกคล้ายกระรอก
“ค่อย ๆ กินก็ได้ ไม่มีใครแย่งหรอก”
“วันนี้คุณแม่พี่ธีร์ไลน์มาหาไนน์ด้วยค่ะ” ณัฐธิดาพูดขึ้นหลังจากกลืนข้าวลงคอจนหมด
“อ๋อ ใช่ แม่พี่โทรมาขอเบอร์ไนน์ตั้งแต่เมื่อคืน ท่านเห็นข่าวเลยเป็นห่วง บ่นพี่ใหญ่เลยว่าทำให้ไนน์เดือดร้อน”
“จริงเหรอคะ”
“ใช่ แล้วท่านก็ชวนไนน์ไปบ้านวันพรุ่งนี้ด้วยนะ”
“คะ?”
“เห็นบอกในไลน์กลุ่มครอบครัวว่าถูกใจไนน์มากเลยอยากให้เจอกับคุณพ่อด้วย”
“พรุ่งนี้น่ะเหรอคะ”
“ใช่ แต่ถ้าไนน์ไม่สะดวกเราเลื่อนไปก่อนก็ได้นะ”
“ไม่เป็นไรค่ะ ช่วงนี้ไนน์อยู่ว่าง ๆ ก็รู้สึกเบื่อเหมือนกัน”
“ก็ไม่บอกพี่แต่แรก จะได้หากิจกรรมแก้เบื่อให้ทำ”
“ทำอะไรเหรอคะ”
“อยู่บ้านกันสองคนทำอะไรแก้เบื่อดีน้า” ธีร์ลากเสียงยาวอย่างมีเลศนัย
“กินข้าวกันต่อเถอะค่ะ” ณัฐธิดารีบคีบซูชิชิ้นต่อไปมากินเพราะพอจะเดาออกว่า ‘กิจกรรม’ ที่เขาหมายถึงคืออะไร
“ลองกินอูนิดูสิ ของโปรดพี่” เขาคีบไข่หอยเม่นลงในจานของแฟนสาว
“ขอบคุณค่ะ อื้ม อร่อยจัง”
“จริงเหรอ ป้อนพี่หน่อย” ธีร์ขยับเก้าอี้ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามไปนั่งติดกับแฟนสาวแทน
“อ้าปากค่ะ”
ชายหนุ่มทำตามอย่างว่าง่าย ก่อนจะเคี้ยวอูนิคำโตที่ณัฐธิดาป้อน
“อร่อยจริงด้วย ขออีกคำซิ” เขาชอบเวลาที่เธอเอาใจเขา ยิ่งได้นั่งมองใบหน้าจิ้มลิ้มใกล้ ๆ แบบนี้หลังเลิกงาน ความเครียดเมื่อช่วงกลางวันก็พลันหายเป็นปลิดทิ้ง ร่างหนาทิ้งตัวพิงพนักอย่างสบาย ๆ แล้วชี้นิ้วสั่งให้เธอป้อนต่อ
“พี่ธีร์ชอบแซลมอนย่างไหมคะ”
“ชอบหมดถ้าไนน์ป้อน”
“อ้าปากค่ะ” ณัฐธิดามองใบหน้าแฟนหนุ่มที่ยักคิ้วให้อย่างนึกหมั่นไส้ เธอแอบจุ่มซูชิลงไปในถ้วยน้ำจิ้มจนชุ่มอย่างรวดเร็วก่อนจะส่งเข้าปากแฟนหนุ่มที่อ้ารอ
สงสัยจังว่าจะชอบทุกอย่างที่เธอป้อนจริงเหรอ
“แค่ก ทำไมมันเผ็ดแบบนี้” มือหนารีบคว้าแก้วน้ำที่ใกล้ที่สุดมาดื่ม รสชาติของวาซาบิสร้างความเผ็ดร้อนตั้งแต่ปลายลิ้นขึ้นไปถึงสมอง
“อ้าว พี่ธีร์ไม่ชอบเหรอคะ” ณัฐธิดาทำตาโตใสซื่อถาม
“ไนน์แกล้งพี่เหรอ” ธีร์วางแก้วแล้วหยิบทิชชูมาเช็ดน้ำตากับน้ำมูกที่เริ่มไหลออกมาแทน
“ขอโทษค่ะ ไม่คิดว่าพี่ธีร์จะเผ็ดขนาดนี้ เป็นอะไรมากรึเปล่าคะ” ณัฐธิดาวางตะเกียบก่อนจะเติมน้ำให้เขาจนเต็มแก้วอีกครั้ง ความอยากแกล้งหายเป็นปลิดทิ้งเมื่อเห็นน้ำตาคลอเบ้าของคนข้างตัว
“พี่ไม่เป็นไร ก็ยังอร่อยอยู่ดี แค่ก ๆๆ ไนน์กินต่อเถอะ ไม่ต้องป้อนพี่แล้ว” ธีร์รับน้ำไปดื่มจนหมดแก้วแต่อาการก็ยังไม่ดีขึ้น
“ไม่เป็นไรแน่นะคะ” ยิ่งอีกฝ่ายไอไม่หยุดจนหน้าแดงไปถึงลำคอก็ยิ่งทำให้ณัฐธิดารู้สึกผิด
“พอดีคุณหมอไม่ให้พี่กินเผ็ดมากเกินไปน่ะ แต่ถ้าไนน์ป้อนพี่ก็ยินดีกินทุกอย่าง แค่ก ๆ”
“ทำไมไม่บอกไนน์ก่อนล่ะคะ แล้วนี่จะเป็นอะไรมากไหม พี่ธีร์ดูอาการไม่ค่อยดีเลย ไปหาหมอดีไหมคะ”
“ไม่เป็นไร หมอบอกว่ามีวิธีช่วยอยู่น่ะ แค่ก ๆ โอย” ธีร์เริ่มไอจนตัวโยน
“รีบบอกสิคะ มียาไหม” น้ำเสียงเธอร้อนรนเพราะเป็นห่วงแฟนหนุ่มที่มีสีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด
“เซ็กซ์น่ะ แค่ก ๆ มีเซ็กซ์สักชั่วโมงเดี๋ยวก็หาย งั้นเรามะ...”
“ตายซะเถอะ” ณัฐธิดารัวฝ่ามือฟาดที่ต้นแขนกำยำนับครั้งไม่ถ้วน
เธอก็อุตส่าห์เป็นห่วงนึกว่าเขาป่วยเป็นโรคอะไรสักอย่าง ที่ไหนได้ เธอโดนหลอกต่างหาก เขาเล่นละครได้แนบเนียนกว่าดาราบางคนซะอีก
“โอ๊ย พี่ขอโทษ ไนน์อย่าโกรธพี่เลยนะ ถือว่าหายกันนะครับ นะ” ธีร์รวบข้อมือเล็กทั้งสองข้างด้วยมือใหญ่เพียงข้างเดียว
“ก็ได้ค่ะ ไนน์ก็ผิดเหมือนกัน ถ้าพี่ธีร์ป่วยขึ้นมาจริง ๆ ไนน์คงแย่”
“เป็นห่วงพี่มากใช่ไหม” ธีร์คลายมือให้เธอเป็นอิสระจากการกอบกุม
“เดี๋ยวโดนตำรวจจับ ไนน์ยังไม่อยากติดคุก”
“อ้าว” ใบหน้าคมเข้มหุบยิ้มในทันที
“ล้อเล่นค่ะ ไนน์ก็ต้องเป็นห่วงพี่ธีร์อยู่แล้ว เรามากินข้าวกันต่อเถอะค่ะ คราวนี้ไม่แกล้งแล้ว” ณัฐธิดาคีบซูชิหน้าซาบะให้แฟนหนุ่ม ซึ่งเขาก็เปิดปากรับอย่างไม่ลังเล
“งั้นพี่ป้อนกลับบ้าง”
ทั้งคู่ผลัดกันป้อนให้กันจนอาหารที่วางอยู่เต็มโต๊ะเหลือเพียงจานเปล่านับสิบใบ
“ไม่น่าเชื่อว่าเราจะกินกันหมดนะคะ”
“ไนน์ก็กินเก่งเหมือนกันนะเนี่ย”
“นาน ๆ ทีได้กินของอร่อยขนาดนี้ สงสัยพรุ่งนี้ต้องงดมื้อเย็นแล้ว”
“ไม่ต้องงดหรอก ไนน์ผอมจะตาย ต้องกินเยอะ ๆ สิ”
“ไม่ได้หรอกค่ะ ไอดอลต้องรักษาน้ำหนัก...”
“มีอะไรเหรอ” ธีร์หันไปถามแฟนสาวที่จู่ ๆ ก็ชะงัก
“ถ้าไนน์ยังได้เป็นไอดอลต่อไปก็คงต้องรักษาน้ำหนักให้คงที่ค่ะ” รอยยิ้มสวยแฝงไปด้วยความเศร้าเล็ก ๆ แม้จะคบกับคนที่มีตำแหน่งเป็นถึงผู้บริหารแต่ยังไงอาชีพนี้ก็ต้องได้รับการสนับสนุนจากแฟนคลับเป็นหลัก ซึ่งถ้าคนส่วนใหญ่ไม่ยอมรับเธอ ธีร์ก็คงช่วยอะไรไม่ได้มากเหมือนกัน
“ไม่ต้องห่วงหรอก พี่คิดว่ายังพอมีทางออกอยู่”
“ยังไงเหรอคะ” ณัฐธิดาตื่นเต้นกับทางออกที่เขาจะบอก ดวงตาเป็นประกายรอฟังคำตอบอย่างใจจดใจจ่อ
“ขึ้นอยู่กับว่าคืนนี้ไนน์ทำให้พี่ประทับใจได้แค่ไหน” หลังจากพูดจบใบหน้าหล่อเหลาก็มีรอยฝ่ามือประทับจาง ๆ ที่ข้างแก้ม