เมื่อคิดไม่ออก เฉียวซีก็หันไฟฉายไปส่องดูเด็กหญิงสองคนที่นอนสลบไสลไม่ได้สติถัดจากหลิวหย่วน
ไล่สำรวจั้แ่เด็กหญิงวัยห้าขวบตัวผอมแห้ง ไปหยุดมองจ้องเกี๊ยวแป้งตัวผอมวัยสามขวบแล้วส่ายหน้าจนใจ
นึกให้ตายก็ยังนึกไม่ออก!
“พี่ใหญ่ ชาตินี้พี่มีลูกสาวตั้งสองคนเชียว!?”
ตอนเพิ่งฟื้น หลิวหย่วนเองก็ได้ยินการสนทนาระหว่างเ้าอ้วนกับเ้าผอมที่ว่าหญิงสาวข้างกายมีสามีและลูกแล้ว แต่ไม่นึกว่าจะมีคราวเดียวตั้งสองคน
“ใครจะไปจำได้ นายล่ะ...ในหัวไม่มีเื่ของฉันอยู่ในนั้นบ้างเลยเหรอ”
เฉียวซีเบี่ยงไฟฉายหันมาส่องหน้าตัวเองถามปากคอสั่น
ชาติก่อนหล่อนยังเป็แค่เด็กสาวอายุ 16 ปี ก่อนวันสิ้นโลกอย่าว่าแต่คนรักที่ไม่เคยมี หล่อนยังไม่เคยได้รู้จักว่าการชอบใครสักคนเป็ยังไงด้วยซ้ำ
เกิดใหม่ทั้งทีอยู่ๆ กลับมีทั้งสามีและลูกสาวเพิ่มมาตั้งสองคน
นี่มันบ้าเกินไปแล้ว!
“ไอ้หยา ร่างเดิมของผมเร่ร่อนมาจากที่อื่น ถูกพรานเฒ่าหลิวรับมาดูแลที่หมู่บ้านตงซานได้ไม่ถึงสองปี
เมื่อปีก่อนหลังเขาป่วยตาย ผมก็ยุ่งอยู่กับการหาเลี้ยงน้อง จะเอาเวลาที่ไหนไปจำหน้าคน พี่ลองนึกดูดีๆ อีกครั้งสิ เผื่อบางทีความทรงจำอาจจะซ่อนอยู่ลึกเกินไปสักหน่อย”
“จำไม่ได้จริงๆ” เฉียวซีส่ายหน้าถอนใจยาว
“หรือไม่ก็ลองถามเ้าผอมที่ลักตัวพวกเรามากันเถอะ บางทีมันอาจจะรู้”
หลิวหย่วนเกิดฉุกใจคิดได้ว่ายังมีอีกคนที่อาจรู้ความเป็มาของพี่สาวตน เขาเหลียวไปมองรอบๆ ตัว
แต่คนหายไปแล้ว!
“หาให้เจอ!”
การค้นหาใครสักคนท่ามกลางความมืดมิดในปี 1942 ที่มีแต่คบเพลิงกับแต่ตะเกียงน้ำมันอาจเป็เื่ยาก
แต่ก็ไม่ยากเกินกำลังของสองพี่น้องที่ถือกระบอกไฟฉายยืนเหยียบอยู่บนเกวียนลา สาดแสงส่องสว่างไปไกลถึงร้อยเมตร
พริบตาเดียว ร่างเ้าผอมที่กุมไหล่ข้างที่าเ็วิ่งหนีตายอยู่กลางทุ่งก็ถูกส่องเจอห่างออกไปจากเกวียนไม่มากนัก
สองพี่น้องไม่เสียเวลาพูดจาให้มากความก็กระโจนลงจากเกวียน วิ่งแข่งกันพุ่งตรงไปหาเ้าผอมที่ถูกแสงจากไฟฉายส่องหน้าพาให้หวาดกลัวแข้งขาอ่อน นอนกองอยู่กลางทุ่งไปไหนไม่ได้ไกล
“นายน้อยนายหญิงทั้งสอง ผมมีตาแต่ไร้แวว ล่วงเกินคุณสองคนเข้าแล้ว พวกคุณเมตตาปล่อยผมไปสักครั้งเถอะ”
อยู่ต่อหน้าสองพี่น้องที่จะฆ่าก็ฆ่าไม่เตือนสักแอะ ซ้ำในมือยังมีหน้าไม้กับข้าวของจากต่างประเทศอย่างไฟฉายที่เป็ของหายาก เ้าผอมจะเอาความกล้าที่ไหนมาต่อกรด้วย
มันพึมพำสะอื้นไห้ ร้องขอชีวิตปากคอสั่นก่อนคนจะทันพุ่งเข้าถึงตัวด้วยซ้ำ
“ใครใช้แกมาจับพวกเรา”
เฉียวซีส่องไฟใส่หน้ามัน ตวาดถามเสียงเข้ม
“ปะ...เป็สะใภ้ใหญ่บ้านตง หล่อนส่งข่าวเื่พวกคุณแม่ลูกให้พี่ใหญ่กับผมรู้ แลกกับแป้งครึ่งถัง หล่อนยังบอกอีกว่าบ้านคุณมีแต่เด็ก ผู้หญิงกับสามีที่ป่วยเป็ง่อย พาตัวไปได้ไม่ยาก”
ไฟฉายของทั้งสองส่องสว่างซะจนตามันแทบบอด เ้าผอมลนลานยกแขนขึ้นป้องตา ร้องไห้โฮบอกความจริงออกมาจนหมด
“แล้วเขาเกี่ยวอะไรด้วย?”
เฉียวซีจำตัวเองยังไม่ได้ ไม่มีทางนึกออกว่าสะใภ้ใหญ่บ้านตงเป็ใคร หล่อนขมวดคิ้วชี้ไปทางหลิวหย่วน ถามถึงที่ไปที่มาของอีกฝ่าย
เมื่อครู่มัวแต่ยินดีที่ได้พบน้องชาย จนลืมถามว่าเขาที่ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับตน ทำไมจึงถูกพาตัวขึ้นเกวียนมาด้วย
“เขาบังเอิญผ่านมาพบตอนพวกผมลักตัวคุณกับลูกๆ ขึ้นเกวียน ผม...ไม่ๆ พี่ใหญ่ของผมเป็คนทุบเขาจนสลบ แล้วพาขึ้นเกวียน ตั้งใจจะส่งเขากับพวกคุณแม่ลูกไปขายให้บ้านเศรษฐีในตัวอำเภอที่กำลังขาดแรงงานช่วยขนของลี้ภัย”
เ้าผอมไม่มีทางคาดถึง ว่าเพราะร่างเดิมของสะใภ้สามบ้านตงขาดสารอาหารมานาน ดมผงยาสลบไม่มากก็สิ้นใจตายก่อนจะทันได้แบกขึ้นเกวียนด้วยซ้ำ
ส่วนหลิวหย่วนก็ตายั้แ่ถูกทุบหัวในคราวแรก...
ิญญาสองพี่น้องจึงได้ทะลุมิติมาสวมอยู่ในร่างไร้ิญญาที่พวกมันแบกโยนขึ้นหลังเกวียนลา
“พี่ใหญ่”
ฟังถึงตรงนี้ หลิวหย่วนก็คล้ายจะเริ่มนึกบางอย่างออก เขายื่นมือไปกระตุกแขนเสื้อพี่สาว ส่งสัญญาณให้เอียงหูมาใกล้ๆ
“ว่า?”
เฉียวซีเอียงหูเข้าใกล้ ลดเสียงกระซิบถาม ตายังจ้องเ้าผอมเขม็ง
“ผมจำได้แล้ว พี่น่าจะเป็เฉียวซีสะใภ้สามบ้านตง พี่สามตงชื่อตงเยี่ยนซาน เคยทำงานอยู่โรงสีบ้านเศรษฐีหม่าในอำเภอ เมื่อหลายวันก่อนผมได้ยินคนในหมู่บ้านลือกันว่าเศรษฐีหม่าถูกปล้นจนหมดตัว ลูกจ้างโรงสีโดนโจรบุกเข้าไปทุบตีแย่งข้าวจนาเ็ล้มตายกันไปหลายคน
พี่สามตงเป็หนึ่งในกลุ่มคนเคราะห์ร้ายที่ถูกโจรทุบตีเจ็บหนักปางตายกลับมา คนบ้านตงกลัวต้องเสียเงินค่ารักษาเขาเลยรีบตัดความสัมพันธ์ ไล่พวกพี่สี่คนพ่อแม่ลูกออกจากบ้าน มาอยู่ที่กระท่อมร้างตรงเชิงเขาใกล้กับบ้านผม”
หลิวหย่วนยังจำได้อีกว่าร่างนี้ตายเพราะได้ยินเสียงเกวียนผ่านหน้าบ้านจึงออกมาดูด้วยความสงสัย
โชคร้ายถูกหินทุบหัวตาย โจรสองคนพี่น้องคิดว่าร่างนี้เพียงสลบไป เลยแบกขึ้นเกวียนหวังนำไปขายแลกเสบียงเพิ่ม
“นายแน่ใจนะว่าไม่ได้จำผิดคน?”
ได้ฟังความเป็มาของตนจากปากน้องชาย เฉียวซีก็นึกอยากจะหยิบกระจกพกพาออกจากช่องมิติมาส่องดูหน้าร่างนี้ให้ชัดๆ
หล่อนจะได้ตื่นใพร้อมกันซะทีเดียวให้แล้วๆ ไป
แต่ที่แห่งนี้ไม่ได้มีแค่หล่อนกับหลิวหย่วนลำพัง ยังมีเ้าผอมนั่งจมกองปัสสาวะอยู่อีกทั้งคน หล่อนจึงไม่ได้ทำอย่างที่คิด