ูเาหลังบ้านปกคลุมไปด้วยต้นไม้นานาพรรณแต่ที่นางเห็นจะมีมากสุดก็คือต้นไผ่ ผักป่าหลายชนิดมีร่องรอยการถูกเด็ดและถอนออกไป ตามทางขึ้นเขาจะเห็นว่ามีร่องรอยของคนเดินขึ้นลงเป็ประจำ
จากความทรงจำของร่างเดิมผู้คนที่นี่ไม่นิยมกินหน่อไม้เพราะมันมีรสชาติขมฝาด เพราะเหตุนี้จึงเห็นว่าูเาลูกนี้เต็มไปด้วยป่าไผ่
‘ข้าจะเก็บไปกินเอง ทำหน่อไม้ดอง หน่อไม้ตากแห้งขายก่อนใครก็น่าจะดีนะ’
มู่หว่านหลินเดินหาต้นไม้ใหญ่สักต้นก่อนจะเริ่มแผนการที่นางคิดเอาไว้ แล้วสายตานางก็เห็นต้นไม้ใหญ่ขนาดสามคนโอบต้นหนึ่ง อยู่ไม่ไกลจากที่พวกนางยืนอยู่มากนัก
นั้นต้นไม้ใหญ่นี่ละ ! เริ่มแผนได้
“พี่รองข้าปวดเบา ข้าขอไปหลังต้นไม้นั้นสักครู่นะเ้าคะ”
“เ้าอย่าไปไกลนะ ถ้ามีอะไรก็ะโดังๆนะข้าจะรีบไปช่วย”
“เ้าค่ะ” มู่หว่านหลินเดินไปหลบหลังต้นไม้ใหญ่ก่อนจะหยิบเห็ดหลินจือแดงและไข่ไก่่ออกมาจากมิติแล้ววางลงในตะกร้าที่นางสะพายมา นางตัดใบตองกล้วยแล้ววางไข่ไก่สิบฟองลงไปก่อนจะวางเห็ดหลินจือแดงห้าดอกตามลงไปแล้วปิดทับด้วยใบตองกล้วยอีกครั้ง
“น้องเล็ก น้องเล็ก เ้าเป็อะไรหรือไม่ ” มู่เจิ้งฉวนเห็นว่าน้องสาวหายไปนานก็นึกเป็ห่วงจึงะโถาม
“ข้าไม่เป็ไรเ้าค่ะพี่รอง เดี๋ยวข้าออกไปเดี๋ยวนี่ละเ้าค่ะ” มู่หว่านหลินเดินสะพายตะกร้าที่หนักขึ้นเล็กน้อยเดินมาหาพี่ชาย
“เหตุใดถึงไปนานนัก รีบไปกันเถอะเ้าอยากจะมาเก็บอะไรบนเขา เดี๋ยวกลับบ้านไม่ทันข้าจะโดนท่านพ่อกับท่านแม่ตีเอาได้"
“กลับกันเลยก็ได้เ้าค่ะ แต่ข้าขอเก็บหน่อไม้พวกนี้สักหน่อยก่อนกลับ”
“กลับแล้วหรือ ? ” มู่เจิ้งฉวนชะงักอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยถามนาง
หรือว่านางเพียงอยากจะมาปลดเบาในป่า ? แต่ก็ดีกลับบ้านเร็วจะได้ไม่โดนด่า
แต่เมื่อครู่นางบอกว่าเก็บหน่อไม้กลับหรือ เก็บไปทำไมกัน
“น้องเล็กเ้าเก็บหน่อไม้ไปทำไมหรือ เ้าก็รู้ไม่ใช่หรือว่าหน่อไม้นี้มันรสชาติแย่ขนาดไหน เ้ายังจะเก็บกลับไปอีก ” ถึงจะถามแต่มือก็ยังหยิบหน่อไม้ที่น้องสาวตัดใส่ตะกร้าที่ตัวเขาสะพายหลังมา
“เก็บไปเถอะ กลับถึงบ้านท่านก็จะรู้เองเ้าค่ะ” มู่หว่านหลินไม่บอก นางเดินสะพายตะกร้าลงเขามุ่งหน้ากลับบ้านปล่อยให้พี่ชายเดินตามมาด้วยความสงสัย
………
ยามอู่ (11.00น.-13.00น.)
เมื่อเดินมาใกล้จะถึงบ้านมู่หว่านหลินก็เห็นว่ามีคนอยู่ที่บ้านแล้ว เมื่อเดินเข้ามาใกล้ๆก็เห็นว่าเป็ท่านพ่อของพวกนาง
แล้วทำไมถึงกลับเข้าบ้านเร็วแบบนี่ละ มู่หว่านหลินรู้สึกแปลกใจ นางคงลืมไปว่าไร่นาที่พ่อกับแม่ไปทำนั้นอยู่ข้างบ้านนี่เอง
ส่วนมู่เจิ้งฉวนนั้นเตรียมรับชะตากรรมที่จะโดนพ่อกับแม่ดุด่าไว้แล้ว เขาได้แต่เดินคอตกตามน้องสาวเข้าบ้าน
“หลินเอ๋อร์” มู่หย่งเกิงมองสำรวจลูกสาวอย่างละเอียดก่อนจะถอนหายใจอย่างโล่งออก
“เ้าหายไปไหนมารู้หรือไม่ว่าพ่อกับแม่เป็ห่วงเ้ามากขนาดไหน”
“พวกข้าไปบนเขามาขอรับ” มู่เจิ้งฉวนรับผิด
“ข้าบังคับพี่รองให้พาข้าไปเก็บหน่อไม้เ้าค่ะ” มู่หว่านหลินพูดขึ้นมาก่อนที่ท่านพ่อจะดุพี่รองของนาง
มู่หย่งเกิงมองลูกชายคนรองที่ยืนก้มหน้าสำนึกผิดที่ขัดคำสั่งของพ่อกับแม่ ที่ให้เขาดูแลน้องสาวให้ดีแต่เขากลับพาน้องสาวขึ้นเขาไปเสียได้
“พวกลูกไม่เป็ไรก็ดีแล้ว คราวหน้าถ้าเ้าอยากไปเก็บหน่อไม้เดี๋ยวพ่อจะพาเ้าไปเอง”
มู่เจิ้งฉวนเห็นว่าท่านพ่อไม่ได้ดุด่าเขาก็ถอนหายใจออกม่อย่างโล่งอก
“เ้าค่ะท่านพ่อ คราวหน้าข้าจะบอกท่าน แล้วนี่พี่ใหญ่กลับมาหรือยังเ้าคะ"
“ถามหาข้าอยู่หรือน้องเล็ก”
มู่ข่ายเฉิงเดินมาถึงประตูหลังบ้านพอดีกับได้ยินเสียงน้องสาวถามหาเขา วันนี้บนูเามีคนขึ้นไปหาสมุนไพร่ป่าเป็จำนวนมาก จนแทบจะไม่เหลือสมุนไพรป่าให้เขาเก็บได้เลย
“อ้าว..พี่ใหญ่ท่านกลับมาแล้วหรือได้อะไรมาบ้างเ้าคะ”
“ได้สมุนไพรป่ามาเล็กน้อยเดี๋ยวข้าไปล้างแล้วตากให้แห้งเสียก่อน”พูดจบมู่ข่ายเหิงก็เดินไปยังโอ่งน้ำหลังบ้านทันที
“น้องเล็กเ้าจะให้ข้าเอาหน่อไม้นี่วางไว้ที่ไหน”
“ในครัวเ้าค่ะ วันนี้ข้าจะเอามันมาทำอาหารให้ทุกคนได้กิน”
“เ้าจะทำอาหารหรือ "มู่เจิ้งฉวนถามขึ้นมาอย่างไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง
อย่าว่าแต่ทำอาหารเลย งานบ้านนางยังไม่เคยทำ
“เ้าค่ะ ข้าจะทำอาหาร "
“แต่เ้าไม่เคยทำอาหาร เ้าจะทำเป็หรือ”
“ท่านรอชิมแล้วก็จะรู้เองว่าข้าทำเป็หรือไม่”
“ได้ข้าจะรอชิม”
“แล้วในตะกร้าของลูกนั้นมีอะไร หน่อไม้รึ? ”
“ไม่ใช่หน่อไม้เ้าค่ะ แต่เป็…ไปดูในบ้านกันดีกว่าเ้าค่ะ เพราะสิ่งที่ค่าเก็บมาหากนำไปขายน่าจะได้หลายตำลึง”
พูดจบนางก็เดินเข้าไปในบ้าน ถึงแม้ว่าแต่ละบ้านจะห่างกันมากก็ตามทีแต่ก็ปลอดภัยไว้ก่อนดีกว่า