บทที่ 37 งานสำเร็จแล้ว
ก่อนฟ้าสาง พ่อลูกทั้งสามก็ขับเกวียนเข้าเมือง คราวนี้มีเกวียนวัวขนส่ง จึงตั้งใจนำเห็ดหูหนูแห้ง เห็ดแห้ง และเมล็ดสนมาด้วยมากเป็นพิเศษ
ตอนอยู่บ้าน สวี่หมิงเยว่ก็วางแผนไว้แล้วว่า ถ้าหัวหน้าจ้าวไม่ต้องการสินค้ามากขนาดนี้ ส่วนที่เหลือก็สามารถไปถามคุณยายจางและคุณยายเถียนที่เคยซื้อเห็ดหูหนูและเห็ดของตนมาก่อนดู
เกวียนเทียมวัวแล่นเข้าเมืองอย่างรวดเร็ว จอดตรงที่ประตูหลังของโรงอาหารของที่ว่าการอำเภอ
เนื่องจากออกจากบ้านแต่เช้า จึงยังเหลือเวลาอีกพักใหญ่ก่อนที่ว่าการอำเภอจะเปิดทำการ
สวี่อวี้เฉิงเห็นสวี่หมิงเยว่หาวหวอด ๆ อย่างเหนื่อยอ่อน จึงเอ่ยด้วยความห่วงใย "หมิงเยว่ ลูกขึ้นไปนอนบนเกวียนเถอะ ยังเช้าอยู่กว่าจะถึงเวลาเข้าทำงานของที่ว่าการอำเภอ เดี๋ยวพ่อจะปลุกเอง"
สวี่หมิงเยว่ปีนขึ้นเกวียนอย่างงัวเงีย เอาเสื้อนวมเก่า ๆ คลุมตัวแล้วนอนลง พอหลับตาลงก็หลับไปทันที
ผู้คนที่สัญจรไปมาบนถนนเริ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ สวี่อวี้เฉิงจึงรีบปลุกสวี่หมิงเยว่
สวี่หมิงเยว่ที่กำลังหลับสบายพยายามดิ้นรนอยู่นาน กว่าจะลืมตาที่พร่ามัวขึ้นมาได้ แล้วลุกขึ้นนั่งบนเกวียน
ชั่วขณะหนึ่ง สวี่หมิงเยว่คิดว่าตัวเองข้ามภพมาอีกครั้ง
เมื่อเห็นผู้คนที่สัญจรไปมาบนถนน สวี่หมิงเยว่จึงตื่นตัวอย่างเต็มที่ จากนั้นก็กระโดดลงจากเกวียนเทียมวัว แล้วยืนรออยู่ข้างเกวียนพร้อมกับสวี่อวี้เฉิง
ไม่นานนักก็เห็นหัวหน้าจ้าวถือกระเป๋าเอกสารเดินมาจากถนนทางเหนือ
วันนี้ได้นัดกับสวี่หมิงเยว่ไว้ว่าจะส่งของป่า หัวหน้าจ้าวจึงตั้งใจมาถึงที่ทำงานแต่เช้า เพื่อหลีกเลี่ยงความวุ่นวายเมื่อทุกคนมาทำงานในภายหลัง
หัวหน้าจ้าวเดินมาที่หน้าเกวียน เห็นว่าบนเกวียนบรรทุกของป่ามาไม่น้อย จึงยิ้มอย่างเป็นมิตรและทักทายสวี่หมิงเยว่ว่า "วันนี้หมิงเยว่เอาของมาเยอะเลยนะ"
แต่เดิมหัวหน้าจ้าวคิดว่า สวี่หมิงเยว่คงเอาของมาไม่มาก เขาจึงกังวลว่าอาจจะไม่พอแบ่ง
"ใช่แล้วค่ะ! ลุงเจ้า ฉันกลัวว่าพวกคุณจะมีไม่พอ วันนี้ฉันเลยบอกให้พ่อขับเกวียนมาส่งให้เป็นพิเศษ" สวี่หมิงเยว่เห็นว่าวันนี้หัวหน้าจ้าวอารมณ์ดี ก็รู้ว่างานของตัวเองมีโอกาสสำเร็จแน่
สวี่หมิงเยว่พูดจบก็ผลักสวี่อวี้เฉิงไปข้างหน้าหัวหน้าจ้าว วันนี้สวี่หมิงเยว่ตั้งใจจะแนะนำสวี่อวี้เฉิงให้หัวหน้าจ้าวรู้จัก เผื่อว่าต่อไปถ้าตัวเองมาส่งของไม่ได้ ก็จะให้พ่อมาแทนได้
"พี่สวี่ ผมคิดมาตลอดว่าพ่อแม่แบบไหนถึงจะให้กำเนิดเด็กสาวเก่ง ๆ อย่างหมิงเยว่ได้ วันนี้ได้เห็นแล้ว" หัวหน้าจ้าวพูดอย่างสุภาพพลางจับมือกับสวี่อวี้เฉิง
สวี่อวี้เฉิงเป็นแค่ชาวนาแก่ ๆ ไม่คุ้นกับมารยาทของหัวหน้าจ้าว จึงได้แต่ยิ้มเขิน ๆ
เห็นว่าไม่มีใครอยู่รอบ ๆ สวี่หมิงเยว่จึงหยิบของขวัญที่เตรียมไว้ล่วงหน้าลงมาจากเกวียน ของขวัญบรรจุอยู่ในถุงผ้าเล็ก ๆ ข้างในยังมีเห็ดอีกไม่น้อย ที่สำคัญที่สุดคือสวี่หมิงเยว่ซ่อนเหล้าเหมาไถสองขวดไว้ในเห็ดด้วย
สวี่หมิงเยว่เปิดปากถุงผ้า หยิบขวดเหล้าเหมาไถออกมาแสดงต่อหน้าหัวหน้าจ้าว
หัวหน้าจ้าวก็เป็นคนฉลาดหลักแหลม จะไม่เข้าใจความหมายของสวี่หมิงเยว่ได้อย่างไร
"หมิงเยว่ เธอยังจะมาทำอะไรแบบนี้กับลุงจ้าวอีก ถ้าเธอมีอะไรก็พูดกับฉันตรง ๆ เลย ถ้าทำได้ฉันจะจัดการให้แน่นอน"
สวี่หมิงเยว่ไม่คิดว่าหัวหน้าจ้าวจะตรงไปตรงมาขนาดนี้ ตัวเธอเองก็ไม่เกรงใจอีกต่อไป พูดออกมาตรง ๆ ว่า "ลุงจ้าวคะ คุณก็เหมือนลุงแท้ ๆ ของฉัน ฉันก็ไม่ต้องเกรงใจคุณแล้ว ฉันเพิ่งเรียนจบมัธยมปลาย งานในไร่นี่ฉันทำไม่ไหวจริง ๆ ค่ะ ฤดูเก็บเกี่ยวนี้แทบจะเอาชีวิตฉันไปครึ่งหนึ่งแล้ว"
"ฉันคิดว่าจะหางานทำ ฉันก็ไม่ได้มีความต้องการสูงอะไร ถ้าได้ล้างจานหรือทำงานจิปาถะในโรงอาหารก็พอใจแล้ว"
หัวหน้าจ้าวพิจารณาสวี่หมิงเยว่อย่างจริงจัง ไม่คิดว่าเด็กสาวสวี่หมิงเยว่จะมีข่าวสารไวถึงเพียงนี้ แม้แต่ผู้นำอำเภอหานยังไม่รู้เลยว่าโรงอาหารจะรับคนงานชั่วคราว
เขารู้สึกทึ่งในใจ ไม่ควรดูถูกเด็กสาวตรงหน้าเลยจริง ๆ สามสิบปีแม่น้ำทางตะวันออก สามสิบปีแม่น้ำทางตะวันตก*[1] บางทีสักวันตัวเองอาจต้องขอความช่วยเหลือจากเด็กคนนี้ก็ได้
หลายปีต่อมา หัวหน้าจ้าวรู้สึกดีใจมากที่ตนเองมีความสัมพันธ์ที่ดีกับสวี่หมิงเยว่
ความคิดกลับมาสู่ปัจจุบัน หัวหน้าจ้าวหัวเราะอย่างร่าเริง "เรื่องเล็กน้อยแค่นี้เอง!"
"ใช่แล้ว หมิงเยว่ เธอเป็นนักเรียนมัธยมปลาย การทำงานชั่วคราวในโรงอาหารอาจจะเป็นการดูถูกอยู่บ้าง แต่ตอนนี้ยังไม่มีโอกาสที่เหมาะสม เธอทำงานในโรงอาหารไปก่อน รอให้มีโอกาส ลุงจ้าวจะช่วยหาทางให้เธอเอง"
สวี่หมิงเยว่ไม่คิดว่าหัวหน้าจ้าวจะตกลงจัดการเรื่องงานให้เธออย่างรวดเร็วเช่นนี้ การที่เธอใช้เหล้าเหมาไถปลอมมาหลอกหัวหน้าจ้าวนั้นช่างเป็นความคิดที่ต่ำช้าเหลือเกิน
สวี่อวี้เฉิงที่ยืนฟังอยู่ข้าง ๆ ไม่คิดว่าเพียงคำพูดเดียวของหัวหน้าจ้าว งานก็สำเร็จแล้ว เขาจึงจับมือหัวหน้าจ้าวด้วยความตื่นเต้นและกล่าวว่า "หัวหน้าจ้าว ผมขอขอบคุณจริง ๆ คุณคือผู้มีพระคุณของหมิงเยว่ลูกสาวของเรา"
"ผมขอสารภาพตามตรง ลูกสาวของผมถูกหญิงปัญญาชนคนหนึ่งในหมู่บ้านกลั่นแกล้ง ทุกครั้งที่ลูกสาวผมไม่ลงไปทำงานในทุ่ง เธอก็จะไปฟ้องหัวหน้าหมู่บ้าน"
"ลูกสาวของผมไม่อยากให้ลุงหัวหน้าหมู่บ้านลำบากใจ จึงต้องอดทนลงไปทำงานในทุ่งทุกวัน ลูกสาวผมเป็นเด็กสาวที่เราสองสามีภรรยาเลี้ยงดูมาอย่างทะนุถนอม หลายปีมานี้ก็ไม่เคยลงไปทำงานในทุ่ง แต่ในช่วงเก็บเกี่ยวนี้ ผมเห็นหลายครั้งแล้วที่ลูกสาวเกือบจะเป็นลมด้วยความเหนื่อย ผมรู้สึกปวดใจมาก!"
"แต่พวกเราที่เป็นพ่อแม่ก็ไม่มีความสามารถอะไร" สวี่อวี้เฉิงพูดไปพลางน้ำตาก็ไหลออกมาอย่างห้ามไม่อยู่
หลังจากได้ยินคำพูดนี้ หัวหน้าจ้าวรู้สึกว่าสวี่อวี้เฉิงเป็นคนซื่อสัตย์และจริงใจ เขาจึงตบไหล่ของสวี่อวี้เฉิงและพูดว่า "พี่สวี่ ผมเข้าใจความรู้สึกของคุณในฐานะที่เราต่างก็เป็นพ่อแม่"
"ต่อไปนี้หมิงเยว่จะทำงานอยู่ใต้สายตาของผม คุณวางใจได้ว่าจะไม่มีใครกล้ารังแกเธอ"
ในตอนนี้ ประตูหลังโรงอาหารมีคนเดินเข้าออกพลุกพล่าน พนักงานก็ทยอยมาทำงาน หัวหน้าจ้าวจึงไม่สะดวกที่จะพูดอะไรเพิ่มเติม
เมื่อเห็นว่าเลขาโจวมาทำงานแล้ว หัวหน้าจ้าวจึงเรียกมา "เสี่ยวโจว หาคนสักสองคนมาชั่งน้ำหนักของป่าที่คุณสวี่นำมา แล้วจ่ายเงินให้เขาเลย"
ในจังหวะที่ไม่มีใครอยู่รอบ ๆ สวี่หมิงเยว่ก็ยัดถุงใส่มือของหัวหน้าจ้าว
มองดูถุงกระสอบในมือ หัวหน้าจ้าวปฏิเสธว่า "หมิงเยว่ เธอนี่เกรงใจฉันเกินไปแล้วนะ"
สวี่หมิงเยว่ยิ้มแป้นพูดว่า "ลุงจ้าว ฉันถือว่าคุณเป็นลุงแท้ ๆ นะคะ หลานสาวอยากกตัญญูต่อคุณ คุณจะไม่รับได้ยังไงคะ"
พูดมาถึงขนาดนี้แล้ว หัวหน้าจ้าวจำต้องรับไว้ เขาชี้ไปที่สวี่หมิงเยว่พลางหัวเราะว่า "เจ้าหนูนี่นะ"
ไม่นานเลขาโจวก็ชั่งน้ำหนักเสร็จ แล้วคำนวณเงินให้สวี่หมิงเยว่ วันนี้เห็ดหูหนูแห้งกับเห็ดแห้งรวมกันหนัก 400 จิน ราคาจินละ 2 หยวน รวมเป็นเงิน 800 หยวน
เมล็ดสน 400 จิน ของพวกนี้ยังมีเปลือกอยู่ ตอนนี้คนยังไม่รู้จัก ไม่เหมือนในอนาคตที่เมล็ดสนขายกันแพงมาก สวี่หมิงเยว่จึงไม่กล้าตั้งราคาสูงเกินไป ขายในราคา 5 เหมาต่อจิน รวมเป็นเงิน 200 หยวน
รับธนบัตรหนึ่งร้อยใบมา สวี่หมิงเยว่ดีใจจนบอกไม่ถูก เงินจำนวนนี้ทั้งหมดเป็นเงินที่ได้มาจากหยาดเหงื่อแรงงานของครอบครัวห้าคน
สวี่เซี่ยงหยางและสวี่อวี้เฉิงที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ก็ตื่นเต้นมาก ไม่คิดว่าการหาเงินจะง่ายขนาดนี้
ฝ่ายหัวหน้าจ้าวก็ยุ่งมาก สวี่หมิงเยว่รับเงินแล้วก็เอ่ยลาหัวหน้าจ้าวเพื่อเตรียมตัวจากไป
คิดอีกที หัวหน้าจ้าวก็ถือเป็นผู้มีพระคุณของเธอ แต่เธอกลับส่งเหล้าปลอมให้หัวหน้าจ้าว รู้สึกไม่สบายใจอย่างมาก ก่อนจากไปสวี่หมิงเยว่จึงกระซิบบอกหัวหน้าจ้าวว่า "ลุงจ้าว อีกสักพัก เมื่อไก่ที่บ้านฉันอ้วนแล้ว ฉันจะส่งมาให้สองตัวเพื่อเป็นกับแกล้มเหล้านะคะ"
"ขอบใจหลานสาวมากเลยนะ" หัวหน้าจ้าวยิ้มอย่างอ่อนโยนพลางมองส่งพ่อลูกทั้งสามคนจากไป
หลังออกจากโรงอาหาร สวี่หมิงเยว่เห็นว่าเวลายังเหลืออยู่มาก จึงตัดสินใจซื้อน้ำมัน เกลือ ซีอิ๊ว และน้ำส้มสายชูที่จำเป็นสำหรับครอบครัวก่อนกลับ
ทางด้านหมู่บ้านหยวนเป่า สิ่งที่สวี่หมิงเยว่ไม่รู้ก็คือ เธอได้รับการคัดเลือกเข้าคณะศิลปินทหารแล้ว ผู้นำของคณะศิลปินทหารได้มาถึงหมู่บ้านหยวนเป่า และกำลังเตรียมตัวไปเยี่ยมบ้านของเธอ
การคัดเลือกคณะศิลปินครั้งนี้มีมาตรฐานสูงมาก จากผู้เข้าสอบหลายสิบคน มีเพียงสองคนเท่านั้นที่ได้รับเลือก นั่นคือสวี่หมิงเยว่ และหม่าจวินผู้เล่นหีบเพลง
กรรมการหกคนแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มละสามคน วันนี้พวกเขาจะแยกกันไปเยี่ยมบ้านของสวี่หมิงเยว่และหม่าจวิน
[1] สามสิบปีแม่น้ำทางตะวันออก สามสิบปีแม่น้ำทางตะวันตก หมายถึง โลกมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ สถานการณ์อาจพลิกผันจนต้องพึ่งพาคนที่เคยดูเหมือนไม่สำคัญมาก่อน