เสียงกริ่งหมดคาบเรียนดังกังวานไปทั่วบริเวณโรงเรียน ดั่งเสียงระฆังที่ปลุกให้ทุกชีวิตได้รู้ว่าความวุ่นวายในวันนี้ สิ้นสุดลงแล้ว ทว่า สำหรับปุณณ์—เขาไม่ได้ยินเสียงนั้นเลยแม้แต่น้อย นอกจากเสียงหัวใจของตัวเองที่กำลังเต้นแรงอย่างไม่รู้สาเหตุ
ััอุ่นจัดจากมือที่โอบประคองไว้ที่เอวของเขายังคงตรึงแน่นอยู่ในความรู้สึก ความร้อนนั้นแผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้าบางๆ ของชุดนักเรียนมายังผิวเนื้อ ราวกับจะจารึกบางสิ่งบางอย่างไว้ในความทรงจำ ราวกับทุกวินาทีที่ธีร์อยู่ใกล้...โลกทั้งใบของปุณณ์ก็เงียบงันลงทันตา
สายตาของเขาสบกับดวงตาคู่สวยตรงหน้า ใกล้กันเสียจนแทบได้ยินเสียงลมหายใจ ความอ่อนโยนที่ฉายชัดอยู่ในแววตานั้นแทบจะลบล้างภาพลักษณ์ของ "รอยยิ้มมหาชน" ที่เขาเคยหมั่นไส้ไปจนหมดสิ้น
"ปุณณ์! เป็อะไรหรือเปล่า? เกือบไปแล้วนะ"
เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยถามด้วยความห่วงใย ปลุกปุณณ์ให้ตื่นจากภวังค์ เขาสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะถอยห่างออกมาโดยอัตโนมัติ รู้สึกประหลาดใจกับตัวเองที่เผลอยืนนิ่งให้อีกฝ่ายประคองไว้อยู่นาน ทั้งที่ปกติเขาจะรีบหนีออกมาทันทีที่เห็นธีร์เสียด้วยซ้ำ
"มะ...ไม่เป็ไร" เขาตอบเสียงแข็งพอเป็พิธี กลบเกลื่อนความร้อนที่กำลังไต่ขึ้นมาจนถึงปลายใบหู "แค่สะดุดเฉยๆ"
ธีร์ไม่ได้พูดอะไร เขาเพียงแต่โน้มตัวลงเก็บสมุดและดินสอที่หล่นกระจายอยู่กับพื้นอย่างใจเย็น ปุณณ์ชะงักเล็กน้อยเมื่อได้กลิ่นหอมสะอาดละมุนจางๆ ลอยมากระทบจมูก กลิ่นที่เหมือนกลิ่นของใบไม้หลังฝนจางๆ สดชื่นจนเผลอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ โดยไม่รู้ตัว
"นี่ของนาย" ธีร์ยื่นสมุดโน้ตคืนให้ พร้อมรอยยิ้มบางๆ ที่ไม่ใช่รอยยิ้มแบบที่ใครๆคุ้นตา
ปุณณ์รับไว้เงียบๆ หัวใจยังคงเต้นไม่เป็จังหวะ ขณะที่มองอีกฝ่ายด้วยความรู้สึกแปลกใหม่ เขารู้ดีว่าตัวเองไม่ควรหวั่นไหวกับสิ่งเล็กๆ แบบนี้ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า... มันอบอุ่นอย่างน่าประหลาด
"โชคดีนะที่ฉันผ่านมาเห็นพอดี ไม่งั้นคงได้มีใครเืออกแน่" ธีร์เอ่ยกลั้วหัวเราะเบาๆ ก่อนจะเสริมด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "คราวหลังเดินระวังหน่อยล่ะ"
ปุณณ์ไม่ได้ตอบอะไร เขาทำได้แค่พยักหน้าเบาๆ และเบือนสายตาหนีรอยยิ้มละมุนตรงหน้า ที่ไม่ได้รู้สึกจอมปลอมอีกต่อไป
“ขอบคุณ...” คำสั้นๆ หลุดออกมาจากริมฝีปากของเขาเบาเกินกว่าที่เ้าตัวจะตั้งใจ แต่ธีร์กลับยิ้มรับอย่างพอใจ ไม่แม้แต่จะทักท้วงอะไร
ความเงียบระหว่างคนสองคนคล้ายจะทอดยาวออกไป จนธีร์เอ่ยขึ้นว่า "จะกลับบ้าน แล้วเหรอ?"
"อืม" ปุณณ์พยักหน้าเบาๆ พลางเบือนสายตาหลบอีกครั้ง
"งั้น...กลับด้วยกันไหม? ฉันก็จะไปทางเดียวกันพอดี"
คำชวนนั้นทำให้ปุณณ์เงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายอย่างไม่อยากเชื่อหู นี่เขาไม่ได้ฝันไปใช่ ไหม? เด็กหนุ่มคนดังของโรงเรียน—คนที่ราวกับมีแสงสปอตไลต์ส่องอยู่ทุกฝีก้าว กำลังจะเดินกลับบ้านพร้อมกับเขา... คนที่พยายามหลบหลีกโลกทั้งใบมาโดยตลอด
ปุณณ์ลังเล แม้ใจหนึ่งจะเอ่อล้นไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่เขายังไม่เข้าใจนัก แต่อีกใจหนึ่งก็ยังเต็มไปด้วยกำแพงที่เขาสร้างขึ้นมาเอง
"ไม่เป็ไร ฉันกลับเองได้" เขาปฏิเสธเสียงเรียบ ทั้งที่ในอกเหมือนมีบางอย่างรั้งไว้
ธีร์มองหน้าเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้า "โอเค งั้นไว้เจอกันพรุ่งนี้นะ"
หลังจากร่างสูงเดินจากไป ปุณณ์ก็ยังยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ราวกับเท้ายังไม่ยอมขยับตามคำสั่ง สายลมเย็นยามเย็นพัดผ่านปลายผมเบาๆ เขาเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่เปลี่ยนเป็สีส้มอมทอง พร้อมกับยกมือแตะตรงเอวของตัวเองอย่างแ่เบา—ตรงจุดที่ยังอุ่นอยู่ แม้เวลาจะล่วงเลยไปแล้ว
"ธีร์... หมอนั่นก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้นนี่นา"
ตลอดทางกลับบ้าน ภาพของธีร์ยังคงวนเวียนอยู่ในหัว รอยยิ้มที่ฉาบใบหน้า แววตาที่อ่อนโยนเกินกว่าจะมองข้าม และกลิ่นละมุนที่ยังติดอยู่ในความทรงจำ มันช่างแตกต่างจากทุกสิ่งที่ปุณณ์เคยเชื่อ
เขาส่ายหัวแรงๆ พยายามจะสะบัดความคิดเ่าั้ออกไป แต่กลับยิ่งฝังแน่นอยู่ในใจยิ่งกว่าเดิม
เมื่อถึงบ้าน ปุณณ์โยนกระเป๋าลงกับพื้นอย่างแรง ก่อนจะทิ้งตัวลงบนเตียงอย่างหมดแรง สมองที่ควรจะว่างเปล่า กลับเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะของใครบางคน
ตึ้ง!
เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์มือถือดังขึ้น ปุณณ์หยิบขึ้นมาดูอย่างไม่ใส่ใจนัก แต่สิ่งที่เห็น กลับทำให้เขาถึงกับชะงัก
[ประกาศ] นักเรียนชั้น ม.5 ทุกคน โปรดทราบ: เนื่องด้วยวิชาโครงงานชีววิทยา ครูดวง พรได้มีการจัดกลุ่มใหม่...
ปุณณ์กดเลื่อนสายตาลงดูรายชื่อของกลุ่มใหม่ที่เพิ่งประกาศ และเมื่อเขาพบชื่อของตัวเองปรากฏเคียงข้างอีกสามชื่อ หนึ่งในนั้นคือ...
ธีร์
มือที่ถือโทรศัพท์สั่นเล็กน้อย หัวใจของเขาเต้นรัวจนแทบหลุดออกมานอกอก นี่มันเื่บ้าบออะไรกันอีก?
ั้แ่พรุ่งนี้เป็ต้นไป... เขาจะต้องทำงานร่วมกับธีร์งั้นเหรอ?
คนที่เขาเคยพยายามเลี่ยงอยู่ทุกวี่วัน
คนที่ทำให้เขาไม่เข้าใจตัวเองมากขึ้นทุกครั้งที่สบตา..
และบางที—นั่นอาจจะเป็แค่จุดเริ่มต้นของบางสิ่ง ที่เขาเอง...ยังไม่กล้ายอมรับก็เป็ได้