วันแรกของการเรียนในสถานศึกษาเทียนหลงกลับเย็นเป็พิเศษ อาจารย์เหอตงสอนพิเศษให้เขาเขาเข้าใจการอ่านออกเสียงขึ้นมาก พอถึงบ้านก็ทบทวนวิชาแพทย์ วิชาสมุนไพรวันพรุ่งเป็วันหยุดไม่ต้องไปเรียน ่เช้าเขาวางแผนทดสอบพลังวัตรและวิถีัขนดของตัวเอง่บ่ายทบทวนวิชาแพทย์และสมุนไพร
ฟ้ายังไม่ทันสาง เทียนหลงออกไปฝึกท่าเท้าเทวราชข้ามลำธาร พอพระอาทิตย์ขึ้นไม่รอช้าพุ่งตัวลงไปฝึกวัตรใต้น้ำทันที นับั้แ่โดนปลาไหลหิมะธนูเพลิงจู่โจมเขาลงมาฝึกปราณใต้น้ำทุกวัน ตลอด่หน้าหนาวความกดดันและสภาพการฝึกใต้น้ำทำให้พลังปราณของเขาก้าวหน้าอย่างรวดเร็วราวติดปีกบินหลังฝึกเสร็จก็ดำน้ำสำรวจท้องทะเลสาบถึงแม้ว่าพื้นที่ทะเลสาบส่วนใหญ่จะมีน้ำแข็งปกคลุมแต่พิษเืปลาไหลยังคงตกค้างอยู่ที่ผิวของเขา ส่งผลต่ออุณหภูมิภายในร่างที่ระดับน้ำตื้นลึกไม่เกินสิบเมตร เขารู้สึกแค่น้ำเย็นเล็กน้อยเพียงเขาโคจรพลังสามารถดำน้ำได้ลึกไม่ต่ำกว่า หนึ่งร้อยเมตร ถึงจะเริ่มรู้สึกเย็น
บนโขดหินหยกบำรุงธาตุ ลมปราณโคจรไปตามวิถีัขนดอย่างรวดเร็วที่จริงหลายวันมานี้ เขารู้สึกว่าเวลาโคจรลมปราณในร่างกายก้าวมาถึงจุดจุดหนึ่งเหมือนมีกำแพงบางๆ การโคจรพลังราบเรียบว่องไวไม่สะดุดติดขัดแต่ความรู้สึกเหมือนมันยังไปไม่สุด คล้ายกินใกล้อิ่มแต่ยังไม่อิ่มให้ความรู้สึกอึดอัดอยู่ไม่น้อย
เมื่อโคจรผ่านไป หนึ่วร้อยแปดรอบ อยูดีๆ พลังปราณทั้งหมดก็ยุบตัวลงหยุดนิ่งเหมือนในร่างไม่มีพลังวัตรแม้แต่น้อย เขาพยายามพนึกพลังวัตรขึ้นใหม่แต่ไร้ผลหลังจากนิ่งไปสามอึดใจ พลังวัตรในร่างก็ะเิขึ้นมาพร้อมๆกัน พลังที่ะเิขึ้นไม่ใช่ออกจากจุดศูนย์แต่เป็จากจุดทุกจุดในร่าง
พลังออกจากจุดศูนย์เป็จุดเริ่มพุ่งทะยานออกไปตามแนวการโคจรวิชาัขนดพลังที่ออกจากจุดศูนย์พอไหลผ่านจุดิเหมิน พลังที่สะสมในจุดิเหมินก็ออกมาสมทบเพิ่มทั้งปริมาณและความรวดเร็วยิ่งโคจรผ่านจุดมากขึ้นพลังยิ่งสะสมมากขึ้นรุนแรงขึ้นเส้นชีพจรโคจรที่พลังพุ่งผ่านถูกทะลวงขยายออกเพื่อรองรับปริมาณพลังที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ผ่านไป หนึ่งรอบ สามร้อยสี่สิบเก้าจุดเมื่อวนกลับเข้าสู่จุดศูนย์ ขนาดของพลังก็เพิ่มขึ้นมหาศาลไม่เพิ่มเพียงแค่เท่าสองเท่าแต่เป็หลายสิบเท่า โคจรทะลุทะลวงผ่านจุดเส้นชีพจรในร่างกายรอบแล้วรอบเล่า จากช้าเป็เร็วจากเร็วเป็เร็วยิ่งกว่า เมื่อโคจรผ่านไป หนึ่งร้อยแปดรอบความเร็วเพิ่มถึงขนาดที่ไม่อาจบรรยายได้ เมื่อผ่านไป สามร้อยหกสิบรอบระดับพลังปราณมหาศาลเริ่มคงที่เสถียร ไม่เพิ่มขึ้นอีกเพียงแต่เมื่อเทียบปริมาณระหว่าง เริ่มกับหลังโคจรต่างกันราวกับน้ำในถ้วยชากับทะเลสาบ
เทียนหลงรู้สึกถึงพลังแผ่ซ่านไปในทุกอณูร่างกายเหมือนร่างกายจะทลายทะเลสาบ โผบินขึ้นท้องฟ้า กระทืบเท้าทุบทำลายขุนเขา ความเร็วในการโคจรเพิ่มถึงที่สุดเพียงชั่วกะพริบตาเดียวก็โคจรทั่วร่างกายไปสามรอบ
การโคจรพลังและทะลุทะลวงในคราวนี้กินเวลาถึง สี่ชั่วโมงเต็ม เขาพิจณาภายใน ปราณัขนดกลายเป็พลังที่มีสภาพทะลุทะลวง ขยายเส้นทางเดินลมปราณให้ถ่างกว้างขึ้นลมปราณหลากสีในตัวเขาโคจรไปทั่วทุกจุดในร่างกายผ่านจุดใดรู้สึกถึงพลังเอ่อล้นเต็มเปี่ยมในจุดนั้นทั่วร่างปลอดโปร่งพลังไหลผ่านเส้นชีพจรราวสายฟ้าพาดผ่าน มองร่างกายภายนอกไม่เห็นความปลี่ยนแปลงใดๆที่ชัดเจน
เขาหยุดการฝึกขึ้นไปสูดลมหายใจบนสะพานน้อยลืมตาโคจรพลังมองหาลักษณ์ัขนด ตามข้อมูลในคัมภีร์ เมื่อฝึกปราณัขนดถึงขีดสุดบนร่างจะปรากฏลักษณ์ัขนด สำรวจตัวเองอยู่นานไม่เห็นมีลักษณะใดที่แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า เขาสำเร็จวิชาเลยเพียงรู้สึกว่ามีควันหลากสีบางเบาจางๆ พุ่งรอบๆตัวแต่ไม่ได้ใส่ใจ
วิถีัขนดเป็วิชาฝึกปราณขั้นพื้นฐาน ของวิชาปราณั เก้าปฐีเป็วิชาที่ทำให้ผู้ฝึกสามารถเข้าถึง พลังธาตุพื้นฐานภายในร่างกาย เสริมร่างกายให้มีพลังในการขับเคลื่อนถึงหนึ่งพันกิโลกรัม สร้างพลังจากภายใน อีกทั้งเป็วิชาซ่อนลมปราณชั้นยอดเมื่อโคจรพลัง จะเกิดสภาพเร้นพลังหากเขาซ่อนตัวไม่ให้เห็นต่อให้จอมยุทธ์มายืนอยู่ห่างไม่ถึงเมตรก็ไม่มีทางจับััการคงอยู่ของเขาได้ แน่นอนมีขีดจำกัดไม่เกิน สาม่ขั้นปราณหมายถึงหากเขาอย่ในขั้นปราณธรรมชาติ จอมยุทธ์ที่ระดับต่ำกว่าปราณมายา ไม่สามารถตรวจพบได้
นอกจากนี้เขาพบคุณสมบัติที่มีประโยชน์มหาศาลอีกอย่างหนึ่งที่ไม่มีระบุไว้ในคัมภีร์อาจเนื่องมาจากวิธีการ พนึกพลังวัตรของเขาที่แตกต่างออกไปจากคัมภีร์นั้นคือการชุบหลอม เขาสามารถนำพลังงานใดๆก็ตาม จากภายนอกมาสร้างเป็พลังวัตรที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็กลุ่มควันจากดาวตก หรือเืของปลาไหลหิมะธนูเพลิงเขาสามารถแปลงหลอมมาเป็พลังวัตรของตัวเองได้ สำหรับเื่เพิ่มพลังกายระดับหนึ่งพันกิโลกรัมคงต้องค่อยๆทดสอบ แต่สิ่งที่ต้องทำในตอนนี้คือ เริ่มฝึกพลังปราณัเก้าปฐีบทถัดไป
ทันที ที่เขาเพ่งจิตไปที่วิชา “ปราณัพสุธา..!” วิธีการฝึกและรายละเอียดทั้งหมดของภาคนี้เปิดขึ้นแล้วไหลเข้ามาในความทรงจำ เขาสามารถเปิดคัมภีร์ส่วนต่อไปได้แล้วนี่เป็ข้อยืนยันว่า เขาฝึกวิถีัขนดสมบูรณ์แล้วเพียงแต่ต้องฝึกต่อไปอีกสักระยะ น่าจะบรรลลุขั้นเพียงความคิดปราณบรรลุถึง
เงยหน้ามองฟ้า พริบตาเดียวเที่ยงวันแล้ว “ลงไปจับปลาดีกว่า “ เทียนหลงลงน้ำดำมาปักหลักที่โขดหินใกล้คุ้งน้ำลึกแห่งหนึ่ง เขาโคจรพลังก่อนจะเคลื่อนไหว มีการพบเห็นที่น่าตื่นตะลึง ขณะโคจรวิถีัขนดถึงกับมีภาพลักษณ์ัทอประกายหลายสีสะท้อนแสงในน้ำว่ายวนขนดล้อมรอบตัวเขาภาพลักษณ์นี้เห็นชัดเจนเมื่อเขาโคจรพลังใต้น้ำนี่น่าจะเป็ภาพลักษณ์ที่ระบุไว้ในตำราวิถีัขนดแสดงให้เห็นว่าเขาบรรลุขั้นสูงแล้ว
ในตำราบอกว่าจะมีลักษณ์ัขนดแต่ไม่ได้บอกชัดเจนว่าคืออะไรเขายังคิดว่าเป็รูปัขนดขึ้นที่ฝ่ามือหรือ ขึ้นที่หน้าอกคล้ายการสักด้วยสีเคมี เมื่อร่างกายมีอุณหภมิเปลี่ยน ลายสักจะเปลี่ยนสี ในโลกเดิมเขาเองก็เคยสักที่เรียกว่าสักน้ำมันเขาสักบนหลังมือ โดยปรกติจะมองไม่เห็นเมื่อเขาโกรธตัวร้อนขึ้นลายสักก็ปรากฏให้เห็น ในโลกเก่าของเขาบางครั้งก็เรียกว่าปลุกของเพียงแต่เขาคิดว่ารอยนี้อาจเกิดจากการโคจรพลัง เมื่อครู่เขาพยายามค้นหาสัญลักษณ์แต่ไม่พบ
ที่แท้ปราณวิถีัขนด แผ่พลังออกไปรอบๆตัวเพื่อปกปิดซ่อนกลิ่นอายและพลังภายใน พลังที่แผ่ออกมองไม่เห็นแต่มีสภาพเบาบางหลังจากลงมาอยู่ในน้ำ ที่รอบตัวไม่ใช่อากาศที่เบาบาง แต่เป้นน้ำที่มีสภาพ และพลังของเขามีต้นตอมากจากควันหลากสีจึงเปล่งแสงออกมาสะท้อนให้เห็นใต้น้ำ เป็ลักษณ์ัหลากสีตัวหนึ่งว่ายวนรอบตัวเขาดังัขนด หลังจากดูอยู่พักใหญ่ เขา ลอยตก*จับปลากระบอกเกล็ดเงินตัวใหญ่ได้สามตัว เตรียมไปฝากบ้านตระกูลฟางในตอนเย็น
่บ่ายเทียนหลง เริ่มทบทวนวิชาแพทย์และสมุนไพรวิชาแพทย์ต้องผ่านการฝึกฝนเขาอายุเท่านี้คงออกไปทดลองรักษาหาคนป่วยมาฝึกฝนลับฝีมือไม่ได้ได้แต่ทำความเข้าใจหลักวิชาแพทย์ให้มากขึ้นเท่านั้นในทางกลับกันวิชาสมุนไพรกลับมีเป้าหมายที่สามารถบรรลุได้อย่างชัดเจน เขานำตำรับยารักษาอาการาเ็ออกมา
“โอสถคืนหวน” เป็โอสถวิเศษระดับสองใช้รักษาอาการาเ็บอบช้ำภายในและรักษาแผลประสานผิวป็นตัวยาที่ปู่จางใช้รักษาอาการาเ็ไฟไหม้เมื่อครั้งที่เขาแหวกฟ้าตกลงมาพร้อมดาวตก เขาเชื่อมั่นในฤทธิ์ยาตำรับนี้มากคิดว่ามีความจำเป็ต้องมีติดตัวไว้ยามฉุกเฉิน ตำรับยานี้มีการเข้าตำรับไว้สามแบบตามการใช้งาน
ตำรับแรก นำสมุนไพรมาเข้าตำรับใช้สำหรับต้ม ได้เป็ยาน้ำเหมาะสำหรับใช้รักษาอาการบอบช้ำภายในระยะยาว
ตำรับที่สอง นำสมุนไพรมาบดเข้าตำรับเป็ยาพอกใช้ทาภายนอกเพื่อรักษาแผลสมานิั
ตำรับสุดท้าย หลอมยาเม็ดวิเศษหรือที่เรียกว่ายาลูกกลอนหรือเรียกว่าเม็ดโอสถ มีผลการรักษาครอบคลุมทั้ง สองตำรับแรกแต่การหลอมปรุงยุ่งยากยิ่ง มีเงื่อนไขมากมาย ใช้สมุนไพรมากกว่าสองตำรับแรกรวมกันเสียอีกแค่กินยาเม็ดวิเศษ จะรักษาได้ทั้งอาการบอบช้ำภายในและรักษาแผล จุดนี้ทำให้เขาเลือกที่จะหลอมโอสถตามตำรับที่สามเนื่องจากยาเม็ดสามารถพกติดตัวได้สะดวกและใช้ได้ทันที ที่มีความจำเป็
ขั้นแรก ตัวยาสมุนไพรที่ใช้หลอมยา ตามตำรับยา ค้นหาสมุนไพรในบ้านปรากฏว่าขาดสมุนไพรไปเพียงตัวเดียว “หญ้าหยาดน้ำค้าง” สมุนไพรวิเศษระดับสอง เป็ตัวยาหลักของตำรับยานี้ ตามสัดส่วนที่ระบุขอเพียงได้หญ้าหยาดน้ำค้าง หนึ่งต้นจะหลอมโอสถยาคืนหวนได้ ห้าเม็ด
ขั้นที่สอง การสกัดตัวยาจากสมุนไพรเรียกว่าสกัดธาตุสมุนไพรเมื่อได้ธาตุสมุนไพรแล้วนำมาผสมรวมกันในสัดส่วนตามตำรับ เพื่อหลอมเป็ยาไม่ว่าการสกัดธาตุสมุนไพร หรือการหลอมรวมธาตุสมุนไพรให้เป็เม็ดยาล้วนแล้วแต่ใช้ความร้อนในการกลั่นหลอม หลังจากศึกษาขบวนการอย่างละเอียดเทียนหลงหันมาดูเื่ไฟหลอมโอสถ
โดยปรกติไฟที่ใช้หลอมโอสถต้องไช้ไฟที่มีความร้อนสูงและมีระดับความร้อนที่คงที่ โดยทั่วไปนักหลอมโอสถมักจะมีพลังยุทธ์ธาตุไฟใช้ไฟหยางในร่างผ่านวิทยายุทธ์ธาตุไฟสร้างไฟหลอมโอสถทำให้ได้ไฟที่ร้อนรุนแรงได้ระดับและสม่ำเสมอ แต่เขาในตอนนี้ยังไม่มีความสามารถนั้นวิชาปราณปฐีเก้าัเป็วิชาสำหรับนักหลอมโอสถ มีวิชาัอัคนีพิโรจน์คาดว่าคงไว้ใช้ คุมธาติไฟในการหลอมโอสถ แต่เขาต้องสำเร็จปราณัพสุธาเสียก่อนถึงจะเริ่มฝึกได้
ใช้เวลาเพียงครู่เดียวก็คิดหาวิธีแก้ได้ อาศัยประสบการณ์สองโลกเขาออกแบบเตาความร้อนขึ้น เป็เตาลูกสูบลมปั้นด้วยดินเหนียวกระบอกสูบทำจากไม้ไผ่เลียนแบบเตาหลอมโลหะในโรงงานตีเหล็ก เขาเคยสร้างครั้งหนึ่งเมื่อสมัยเรียนวิชาวัสดุศาตร์ในโลกกอนขนาดเหล็กยังหลอมละลาย แค่โอสถวิเศษระดับสองเขามั่นใจว่าความร้อนเพียงพอให้ใช้แน่นอน ส่วนภาชนะหลอมเขา ใช้เตาโอสถของปู่จางในที่สุดปัญหาเื่ความร้อน ก็เหลือแค่ลงมือสร้างเตาบ้านอยู่ริมน้ำไม่ต้องกลัวไม่มีดินเหนียว ป่าใกล้บ้านมีไผ่ั์ ฟืนมีมากมายเรียกได้ว่า วัสดุพร้อมแค่ลงมือสร้างเตาเท่านั้น
กลับมาดูการกลั่นธาตุสมุนไพร เขาเกิดข้อสงสัยอย่างรุนแรงสมุนไพรส่วนใหญ่ในตำรับยาเกือบทั้งหมดเป็สมุนไพรธาติน้ำหรือไม่ก็ธาตุดิน มีสมุนไพรธาตุทองและไม้เป็ตัวประสานในตำรับยายังมีสมุนไพรธาตุไฟเพียงสองตัวดูจากฤทธิ์ของสมุนไพรคาดว่าเอาไว้เร่งให้ยากระจายและให้ออกฤทธิ์ไวขึ้นแต่การสกัดแก่นยาทั้งหมดใช้ไฟสกัด การใช้ความร้อนสกัดสมุนไพรธาตุเย็นน่าจะทำลายฤทธิ์ของธาตุสมุนไพรไปไม่น้อย
โลกเดิมที่เขาจากมา มีการค้นพบว่าการสกัดเย็นสมุนไพรบางชนิดจะทำให้ได้ตัวยาที่คุณสมบัติดีกว่าการสกัดร้อนตัวอย่างง่าย เช่นการสกัดน้ำมันงาหากเขาใช้การสกัดเย็นกับสมุนไพรธาตุน้ำและธาตุดิน จากการประเมินคร่าวๆของเขา ตำรับยาคืนหวนนี้จะมีฤทธิ์ยาเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า สองเท่า ส่วนการหลอมรวมเม็ดยายังคงต้องใช้ไฟเพื่อเร่งขบวนการผสมผสานมวลของธาตุสมุนไพร แล้วเขาจะสกัดเย็นอย่างไร? หลังผ่านการขบคิด ก็ได้ข้อสรุปวิธีกลั่นเย็นแก่นธาตุสมุนไพร สามวิธี
วิธีที่หนึ่ง ใช้การบีบด้วยโลหะคล้ายการคั้นน้ำอ้อย
วิธีที่สอง ใช้พลังปราณบีบอัดด้วยมือของเขาเองวิธีนี้เขาได้ความคิดจากการโคจรพลังอัดออกรอบๆตัวและการโคจรพลังผ่านชีพจรมือที่เขาใช้จับปลาไหลหิมะธนูเพลิงโดยเฉพาะตอนนี้เขามีพลังระดับ หนึ่งพันกิโลกรัม
วิธีที่สาม เอาวิธีที่ หนึ่งและสอง มารวมกัน ใช้โลหะหีบ*ด้วยพลังปราณของเขาเอง
ไวเท่าความคิดในบ้านมีสมุนไพรธาตุเย็นมากมายโดยเฉพาะ“ว่านหางัลาย”จัดอยู่ในตำรับ ”ยาคืนหวน” จางเหว่ย มีเก็บไว้เยอะมาก จำนวนหลายกิโลกรัมนำมาทดลองสกัดได้โดยไม่ต้องกลัวหมด เขาทดลองสกัดธาตุสมุนไพรด้วยวิธีที่ สามทันที
ได้ธาตุสมุนไพรออกมาในอัตราส่วนที่น้อยกว่าวิธีการสกัดร้อนตามตำรับเล็กน้อยในตอนนี้เขายังไม่สามารถเทียบคุณภาพระหว่าง การสกัดร้อนกับสกัดเย็นเอาไว้สร้างเตาแล้วทดลองสกัดสมุนไพร ออกมาเทียบกันดูอีกทีหนึ่ง
เทียนหลง ลงมือสร้างเตาหลอมโอสถเสร็จในเย็นนั้นเอง แต่ยังทดลองใช้ไม่ได้ต้องรอให้เตาดินเหนียวแห้งเสียก่อน น่าจะใช้เวลา สองถึง สามวัน
ใกล้ค่ำเขาไปบ้านลุงฟางโดยไม่ลืมนำปลาที่จับได้ไปฝาก สองตัว ตัวที่เหลือเตรียมไว้ทำอาหารไปกินกลางวันพรุ่งนี้ ที่สถานศึกษา
หีบ*(เครื่องบีบคั้นของเหลวจากพืชโดยไม่ป่นทำลายพืช)
ลอยตก* (คือการตกปลาด้วยวิธีลอยตัวนิ่งในน้ำมีคันเบ็ดและเอ็นตกปลายาวอย่างละ1 เมตรระหว่างลอยนิ่ง สามารถเลือกปลาที่จะมากินเหยื่อได้ เลือกตกตัวที่้าเป็วิธีตกปลาทะเลพื้นบ้านชนิดหนึ่ง)