โถงหน้าตระกูลฉู่
ฉู่ไฉเหลียงพาฉู่ไฉจวิ้นพร้อมเหล่าบุตรชายบุตรสาวสายรอง อนุและบ่าวรับใช้ทั้งหมดมากราบคารวะพระอาจารย์ฮุ่ยฉือที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ประธาน
“อมิตาภพุทธ”พระอาจารย์ฮุ่ยฉือพนมมือรับไหว้ สายตาเมตตาภายใต้คิ้วยาวทอดมองผู้คน“เมื่อคืนนี้อาจารย์ของข้ามองเห็นดวงดาวผิดแปลก แสงประหลาดนั้นตกลงยังจวนตระกูลฉู่ไม่ทราบว่าทุกคนในตระกูลอยู่กันครบหรือไม่”
ทุกคนต่างตกตะลึงพระอาจารย์ฮุ่ยฉือก็ว่าสูงส่งแล้ว แต่ไต้ซือ[1]จงิซึ่งเป็อาจารย์ของท่านนั้นเลิศล้ำยิ่งกว่าท่านอายุหนึ่งร้อยยี่สิบปี อยู่มานานถึงสี่รัชกาลและบรรลุธรรมจนผู้คนทั้งแผ่นดินเรียกกันว่า ‘เซียนเฒ่า’
เซียนเฒ่ากล่าวว่าแสงประหลาดตกที่ตระกูลฉู่? หรือจะเป็เพราะท่านชราจนตามัวคิดว่ากองเพลิงเมื่อคืนเป็แสงวิเศษไปเสียกระมัง
“ครบแล้ว ครบแล้ว”ฉู่ไฉเหลียงยิ้มพยักหน้า เพราะตนล้วนเรียกเหล่าบ่าวรับใช้หญิงชายมาพร้อมกันในโถงทั้งหมดแล้ว
ฉู่ไฉจวิ้นเสริมขึ้นพลางยิ้ม“เพียงแต่ท่านแม่ยังพักอยู่ในเรือนหลัง เกรงว่าเื่ไฟไหม้เมื่อคืนจะทำให้ท่านใจึงไม่ได้เชิญมาขอรับ”
“ใช่ขอรับ”ฉู่ไฉเหลียงค้อมศีรษะอย่างนอบน้อม “ไม่ทราบว่าพระอาจารย์มีสิ่งใดจะชี้แนะหรือไม่”
พระอาจารย์ฮุ่ยฉือเดินผ่านทุกคนช้าๆดวงตาสีน้ำตาลดุจแก้วมณีราวกับสามารถมองทะลุทุกสิ่งจนแม้อนุหวังก็ยังต้องก้มหน้าหลบ
เมื่อมองครบทุกคนแล้วก็สวดพุทธนามเสียงดัง“อมิตาภพุทธ ทุกคนในตระกูลฉู่มาอยู่กันพร้อมหน้าหรือไม่”
“ใช่เ้าค่ะ”อนุหวังรีบพยักหน้า
แต่สิ้นคำก็มีเสียงร่ำไห้จากเรือนหลังเสียงชายหนุ่มนั้นเอ่ยทั้งสะอื้นพร่ำขอโทษว่า “ขอโทษ ข้าผิดต่อเ้าพี่ชายรู้สึกผิดนัก”
อนุหวังกลอกตาอย่างรำคาญ
พระอาจารย์ฮุ่ยฉือหันไปทางเรือนหลังก่อนจะหันกลับมาถามฉู่ไฉเหลียง
ฉู่ไฉเหลียงเพิ่งนึกได้ว่าฉู่จวินหลันกับฉู่หวาถิงยังไม่ได้มาจึงรีบอธิบายแก้ตัว “เรียนพระอาจารย์ เขาเป็บุตรชายของข้า ดวงตาบอดสนิทส่วนบุตรสาวเพิ่งหายจากการหลับใหล เกรงว่าจะเป็การรบกวนท่านจึงไม่ได้ให้พวกเขามาด้วยขอรับ”
“รบกวนท่านเชิญคุณชายใหญ่กับคุณหนูสามออกมาพบกันสักคราเถิด”พระอาจารย์ฮุ่ยฉือพนมมือกล่าว
อนุหวังกับฉู่เมิ่งอิ๋งสบตากันแววตาเต็มไปด้วยความไม่พอใจ
ฉู่หวาจางกับฉู่อวิ๋นเจียวที่นิสัยตรงไปตรงมาก็แทบจะฮึดฮัดออกมา
ฉู่ไฉเหลียงไม่กล้าขัดพระอาจารย์รีบสั่งเสียงดัง “รีบไปเชิญคุณชายใหญ่กับคุณหนูสามมาเดี๋ยวนี้!”
บ่าวรับใช้ไม่กล้าชักช้ารีบวิ่งไปทันที
พระอาจารย์ฮุ่ยฉือกลับไปนั่งที่เก้าอี้ประธานจากนั้นหลุบตาเริ่มสวด มือก็คลึงลูกประคำไม้หอม
ไม่นานเสียงฝีเท้าก็ดังขึ้นพระอาจารย์ฮุ่ยฉือเงยหน้ามอง เห็นเพียงสาวงามหมดจดในชุดขาวเดินประคองร่างพี่ชายร่างผอมสูงที่ซอมซ่อเข้ามาโดยมีหนึ่งสาวใช้หนึ่งบ่าวชายติดตามอยู่ด้านหลัง
พระอาจารย์ฮุ่ยฉือกวาดตามองทั้งสี่คนก่อนจะหยุดที่ใบหน้าของฉู่จวินหลันเขาลุกขึ้นยืนแล้วหยิบเทียบเชิญจากแขนเสื้อออกมายื่นให้นางด้วยสองมือ
“อมิตาภพุทธคุณหนูผู้มีเมตตา อาจารย์ของข้าคือไต้ซือจงิเชิญคุณหนูไปพบท่านที่วัดต้าฉือสักครั้ง”
ฉู่จวินหลันรับเทียบเชิญด้วยสองมือรอยยิ้มเจือความสนใจปรากฏบนใบหน้า “ขอบคุณพระอาจารย์ฮุ่ยฉือเ้าค่ะ ฝากเรียนเซียนเฒ่าด้วยว่าวันหน้าข้าจะไปคารวะถึงที่”
พระอาจารย์ฮุ่ยฉือมองนางด้วยรอยยิ้มทั้งใบหน้าและแววตาก่อนจะสวดพุทธนามเสียงต่ำแล้วเดินจากไป
ฉู่ไฉเหลียง ฉู่ไฉจวิ้นและคนอื่นๆ ยังไม่ทันตั้งตัว ได้แต่รีบตามไปส่งพระอาจารย์ฮุ่ยฉือไม่ได้เอ่ยอะไรอีก
ฉู่เมิ่งอิ๋งหันกลับมามองฉู่จวินหลันด้วยแววตาริษยาชิงชัง
เป็ไปได้อย่างไร เหตุใดเซียนเฒ่าถึง้าพบนางแพศยาผู้นี้!ทำไมเื่ฟ้าปรากฏลางประหลาดถึงไม่เกิดก่อนหรือหลังจากนี้แต่กลับเกิดขึ้นในคืนที่จวนเกิดไฟไหม้และฉู่จวินหลันฟื้นขึ้นมาทั้งหมดนี้เป็เพียงเื่บังเอิญแท้ๆ กลับถูกยัดเยียดให้เกี่ยวพันกัน!
ฉู่เมิ่งอิ๋งกัดฟันแน่นจนแทบจะแหลกคาปาก
สุดท้ายก็เป็อนุหวังที่สุขุมกว่านางดึงมือฉู่เมิ่งอิ๋งมากุมไว้พลางลูบเบาๆ สองที จึงทำให้นางสงบลงได้
เวลานี้ฉู่ไฉเหลียงถึงกับมองบุตรสาวต่างไป“นับว่าหาได้ยากจริงๆ เ้าเข้าตาเซียนเฒ่า! เื่นี้ชักช้าไม่ได้รีบไปแต่งตัวให้เรียบร้อยเถิด เดี๋ยวพ่อจะให้คนจัดรถม้าพาเ้าไปวัดต้าฉือกว่าจะถึงฤกษ์แต่งก็ตอนเย็น ไปวัดต้าฉือตอนนี้ยังกลับมาทัน ไปเถิด เราไม่ควรให้เซียนเฒ่ารอนาน”
ฉู่จวินหลันยิ้มละไมตอบ“เ้าค่ะท่านพ่อ”
ครั้งนี้แม้แต่ฉู่หวาจางกับฉู่อวิ๋นเจียวสองพี่น้องสายรองก็อิจฉาจนแทบกัดกระพุ้งแก้มแตก
ด้วยเรือนของฉู่จวินหลันถูกไฟเผาวอดทำให้ทั้งเสื้อผ้า เครื่องประดับ และเครื่องประทินโฉมกลายเป็เถ้าถ่านอนุหวังจึงรีบสั่งเปิดคลังเสื้อผ้าเพื่อจัดหาสิ่งของชุดใหม่เพื่อหวังเอาใจฉู่ไฉเหลียง
ส่วนผู้ดูแลจวนหม่าเร่งให้บุตรชายคนโตหม่าเสว์เหวินเร่งจัดการเื่งานศพของหม่าฉางิและจื่อหลัน
ขณะฉู่ไฉเหลียงกำลังสั่งให้คนจัดรถม้าบ่าวรับใช้ก็รีบมารายงาน “นายท่านเ้าคะ! ขุนนางประจำจวนกงติ้งอ๋องมาขอพบเ้าค่ะ!”
“เชิญเขาไปที่โถงหน้า”ฉู่ไฉเหลียงแปลกใจอยู่ไม่น้อย ถึงวันนี้จะเป็วันแต่งงานของบุตรสาว แต่ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาหามเกี้ยวเหตุใดจวนกงติ้งอ๋องถึงได้ส่งคนมาเช่นนี้
ทว่าเื่คราวนี้กลับเป็ข่าวร้ายจนแม้แต่ฮูหยินผู้เฒ่าก็ยังใ!
“อะไรนะ!จวนกงติ้งอ๋องขอเลื่อนงานแต่งออกไป!?”
คนทั้งตระกูลต่างมารวมตัวกันที่เรือนของฮูหยินผู้เฒ่า
ฉู่ไฉเหลียงกล่าวถ่ายทอดคำของจวนกงติ้งอ๋องให้พวกเขาฟัง“พวกเขาบอกว่าทราบเื่ไฟไหม้เมื่อคืน เกรงว่าทางเราต้องใช้เวลาจัดการเก็บกวาด ดังนั้นจึงขอเลื่อนพิธีออกไปก่อนรอจนทุกอย่างเรียบร้อยค่อยจัดงานก็ยังไม่สาย”
“นี่เป็ความเห็นของใครของกงติ้งอ๋องเองหรือ”
“กงติ้งอ๋องแทบไม่อยู่ในเมืองหลวงเกรงว่าจะเป็ความเห็นของชายากงติ้งอ๋องมากกว่า”ฉู่ไฉเหลียงกล่าวด้วยสีหน้าหม่นหมอง “แค่ฟังก็รู้ว่าเป็ข้ออ้างทั้งนั้นไม่รู้ว่าความจริงที่เลื่อนงานแต่งออกไปคืออะไร”
อนุหวังถึงกับขบริมฝีปากหากฉู่จวินหลันไม่ได้แต่งกับคนโง่แล้วนางจะทำอย่างไรถึงจะกอบโกยค่าสินสอดก้อนโตไว้กับตัวได้เล่า! ทั้งทองคำเครื่องประดับ รวมถึงของสะสมที่นางเก็บไว้ในคลังเล็กหากต้องให้ขนออกมาอีกครั้งก็เหมือนเฉือนเนื้อจากกาย!
“แล้วจะทำอย่างไรดีเล่านายท่านรีบให้คนออกไปสืบข่าวเถิด ไม่มีเื่ใดที่ปิดบังได้ตลอดไปหรอกจวนกงติ้งอ๋องต้องมีปัญหาแน่ไม่เช่นนั้นเหตุใดถึงเลื่อนพิธีออกไปโดยไร้เหตุผลเช่นนี้”
ฉู่ไฉเหลียงที่หน้าบึ้งตึงพยักหน้ารับ“เื่นี้ต้องสืบให้แน่ชัดแน่นอน แต่...การที่เลื่อนออกไปก็นับว่าดีเหมือนกัน”
เขาหันไปมองฉู่จวินหลันที่เปลี่ยนเป็ชุดสีฟ้าอ่อนนั่งอย่างสง่างามพลางจิบชา ยิ่งมองก็ยิ่งพอใจ
“ถือเป็โอกาสดีที่หลันเจี่ยร์หายดีแล้วงานแต่งจะจัดลวกๆ ไม่ได้ หากเรียบง่ายเกินไปแเื่จะมองไม่ดีนัก อนุหวังเ้าก็ถือโอกาสนี้จัดการให้ยิ่งใหญ่ เงินทองใช้ได้เต็มที่ จัดงานให้งดงามที่สุด”
อนุหวังแทบเก็บสีหน้าไม่อยู่ส่วนฉู่เมิ่งอิ๋ง ฉู่อวิ๋นเจียว และฉู่เพ่ยซานต่างก้มหน้าด้วยสีหน้ากล้ำกลืน
อนุหวังพยายามฝืนยิ้มตอบ“ข้าจะจัดการให้ดีเ้าค่ะ” กล่าวจบก็เหลือบมองฮูหยินผู้เฒ่าที่ดูอยากเข้ามามีบทบาทจึงรีบเร่งแสดงความกระตือรือร้นเพื่อไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายแทรกแซง
ฉู่ไฉเหลียงสั่งให้เตรียมเกวียนม้าเพื่อส่งฉู่จวินหลันไปยังวัดต้าฉือ
ขณะเดียวกันนอกเมืองก็มีม้าศึกหลายตัวควบผ่านไปท่ามกลางฝุ่นตลบ
บุรุษบนหลังม้าสีแดงพุทราที่นำอยู่หน้าสุดแท้จริงแล้วคือเ้าบ่าวที่มีกำหนดจะเข้าพิธีกับฉู่จวินหลันในวันนี้และคนผู้นั้นก็คือเซียวซวี่
[1] ไต้ซือ หมายถึงคำเรียกผู้มีฝีมือสูงส่งหรือได้รับความเคารพอย่างยิ่ง มักใช้กับจอมยุทธ์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน หรือภิกษุ