Emperor of the Immortal God

    ตอนที่ 30 เปิดเทอมวันแรก

    รุ่งเช้าเป็นวันเปิดเรียนวันแรกของมหาวิทยาลัยพื้นฐานของจังหวัด ไตรภพซึ่งได้เรียนในช่วงบ่ายของทุกวัน จึงไม่ได้รีบไปมหาวิทยาลัยมากนัก เมื่อลงมาด้านล่าง เห็นสามสาวกำลังวุ่นวายอยู่ด้านล่าง ซึ่งไม่ได้มีแค่ช่อผกา กานติมา และมะลิเท่านั้น

     

    “หืม ทำไมคนเยอะจัง”

     

    ไตรภพมองบรรยากาศด้านล่างจากบริเวณบันไดที่กำลังจะลงไปชั้นหนึ่ง เห็นลูกค้านั่งเรียงรายกันเต็มทุกโต๊ะบริเวณด้านล่าง

     

    “ไตรภพ มาช่วยแม่หน่อยสิ เอาไม่ทันแล้ว”

     

    ช่อผกาเมื่อเห็นลูกชายลงมาด้านล่าง จึงเอ่ยขอความช่วยเหลือทันที เธอในขณะนี้กำลังอ่านรายการอาหาร ใน Ipad ส่วนมะลิกำลังซอยหัวหอมอยู่ด้านข้าง

     

    “พี่ชาย มาช่วยล้างผักหน่อยค่า”

     

    มะลิซอยหัวหอมเทลงไปบนจานอาหารพอดี ชี้ไปที่ตู้เย็นให้ไตรภพล้างผักโดยด่วน ชายหนุ่มทำตามอย่างว่าง่ายในใจคิดขำ ในชีวิตก่อนตอนเป็นจักรพรรดิเทพไม่เคยต้องมานั่งทำอะไรแบบนี้มาก่อน ผู้ฝึกตนแห่งดวงดาราไม่มีวันหิวโหยใด ๆ จึงไม่ต้องมีการทำอาหาร

     

    “ไตรภพ ปลากะพงเสิร์ฟ โต๊ะ 5 นะ”

     

    ช่อผกาหยิบจานปลากะพงทอดน้ำปลาให้ไตรภพ ซึ่งชายหนุ่มได้ยกไปเสิร์ฟตามที่ผู้เป็นแม่บอก ไตรภพเหลือบมองกานติมาที่กำลังต้อนรับลูกค้าอยู่หน้าร้าน

     

    “เต็มแล้วนะคะ ต้องรับบัตรคิวนะคะ”

     

    กานติมาพยายามอธิบายให้ลูกค้ากลุ่มที่มาใหม่ให้รอ เนื่องจากในร้านเต็มไปด้วยผู้คน ความวุ่นวายภายในร้านอาหารเป็นไปจนกระทั่งถึงเวลาเที่ยงสามสิบนาที ก็ไม่มีทีท่าว่าลูกค้าจะลดลงเลย

     

    “แม่ครับ เดี๋ยวผมต้องไปเรียนก่อนนะ”

     

    “ไปดี ๆ นะลูก แม่แค่จะทดลองเปิดตอนเช้า แปดโมงถึงสามทุ่ม แต่ดูเหมือนว่าจะตึงมือเกินไป เอาไม่ทันเลย ยังไงลูกมีเวลาก็มาช่วยแม่หน่อยนะ”

     

    ไตรภพรับคำช่อผกาสั้น ๆ ก่อนที่จะเดินออกจากบ้านไป โดยยังไม่เอาสัมภาระใด ๆ ไปด้วย เนื่องจากยังไม่รู้ข้อมูลเกี่ยวกับหอพักมากนัก

     

    ที่ร้านครัวช่อผกาเต็มไปด้วยผู้คนล้วนมาจากปัจจัยหลายประการ เช่น เป็นร้านเปิดใหม่ที่มีการตกแต่งที่สวยงามและทันสมัย มีป้ายโฆษณาที่ดึงดูดแถมมีราคาไม่แพงพอจับต้องได้ จึงทำให้ลูกค้าระแวกนั้นที่ผ่านในซอยไปมา ต่างแวะมารับประทานอาหารดูว่ารสชาตเป็นอย่างไร

     

    ไตรภพโทรศัพท์หาจักรภพในระหว่างที่กำลังเดินเท้าไปที่มหาวิทยาลัยพื้นฐานประจำจังหวัด นี่ก็ผ่านมาหลายวันแล้ว จึงอยากจะสอบถามข่าวคราวของภัตตาคารจักรพรรดิ

     

    “สวัสดีครับบอส”

     

    “ภัตตาคารจักรพรรดิเป็นอย่างไรบ้าง ?”

     

    “เป็นไปด้วยดีครับบอส เสร็จทันระยะเวลาที่กำหนด ผมไปดูเองทุกไซส์งานเลยครับ”

     

    จักรภพบอกเล่าเรื่องราวรายละเอียดของภัตตาคารจักรพรรดิ ไตรภพพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ ดูเหมือนโครงการจะเสร็จในระยะเวลา

     

    “แล้วระดับการบ่มเพาะเป็นอย่างไรบ้าง”

     

    “ต้องขอบคุณบอสมาก ๆ เลยครับ เดิมทีผมอยู่ในขั้นปรับร่างกาย ระดับที่ 3 แต่เมื่อกินยาที่บอสให้มา สามารถทะลวงในระดับที่ 6 ได้ทันที ส่วนปรีชาจากระดับที่ 1 ทะลวงเป็นระดับที่ 3 ครับ”

     

    “อืม ดี จักรภพ พอดีแม่ของฉันเปิดร้านอาหารอยู่ที่ซอยตรงข้ามมหาวิทยาลัยพื้นฐานประจำจังหวัด ร้านครัวช่อผกา นายหาลูกน้องที่ไว้ใจได้สัก 5 คนไปทำงานที่ร้านหน่อย คอยเสิร์ฟอาหาร โบกรถ รวมถึงดูความสงบเรียบร้อยในร้าน ที่สำคัญฉันไม่อยากให้เกิดอะไรไม่ดีภายในร้านอาหารแห่งนี้”

     

    “ไม่มีปัญหาครับ เดี๋ยวผมจะส่งมือดีที่สุดไปทันที”

     

    ไตรภพเน้นย้ำถึงการดูแลรักษาความปลอดภัยภายในร้าน ซึ่งชายหนุ่มไม่อยากให้เหตุการณ์ในอดีตเกิดขึ้นอีก เหมือนครั้งที่พันเอกเสถียรได้ส่งทหารมาอุ้มครอบครัวของเขา 

     

    เมื่อวางสายจากจักรภพ ชายหนุ่มจึงไลน์หากานติมาเกี่ยวกับรายละเอียดต่าง ๆ ที่รับพนักงานเพิ่ม เพื่อไม่ให้หญิงสาวตกใจ

     

    เวลาเกือบบ่ายโมง ไตรภพได้มาถึงที่ห้องเรียนอาคารที่หนึ่งร้อย นักศึกษาในห้องต่างมองเขาเป็นตาเดียว ในความน่าอิจฉาของใบหน้าอันหล่อเหลา ผู้หญิงแทบทั้งหมดต่างหลงใหลรูปลักษณ์ของไตรภพทั้งนั้น ถึงขนาดมี FC อยู่ในห้องเลยทีเดียว

     

    “ไตรภพ นายเกือบสาย อย่าลืมว่าไอแว่นขาวนั่นเพ่งเล็งนายอยู่นะ”

     

    “เพ่งเล็งแกสิไอวัศพล ไตรภพมันไม่ได้ไปทำอะไรให้อาจารย์กฤษฎาเลย มีแต่แกนั่นแหละที่พูดจาหมา ๆ ตอนวันลงทะเบียนเรียน”

     

    ไตรภพมองวัศพลและทัดดนัยกำลังถกเถียงกันอย่างเอาเป็นเอาตาย ชายหนุ่มได้แต่ส่ายหัว ทิ้งตัวลงนั่งบนที่นั่งของตนเองที่อยู่ระหว่างกลางระหว่างวัศพลและทัดดนัย

     

    “ไม่เห็นนายเอาสัมภาระมาเลย เอาไว้ในรถหรอ ?”

     

    “เปล่าหรอก ฉันไม่ได้เอามาหนะ”

     

    “เฮ้ เพื่อน นายลืมหรอว่าจะอยู่หอกันหนะ”

     

    วัศพลและทัดดนัยเอ่ยถามไตรภพ เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มไม่มีสัมภาระที่จะย้ายเข้าหอพักมาเลย หรือว่าเขาจะลืมว่าต้องย้ายของเข้าห้อพัก

     

    “บ้านฉันอยู่ใกล้ ๆ เอง กิโลกว่า เดี๋ยวค่อยย้ายของเข้าก็ได้”

     

    “ดีเลย ฉันจองห้องไว้แล้ว เดี๋ยวเลิกเรียนเราไปดูกัน”

     

    หลังการสนทนาระหว่างพวกเขาทั้งสามคน อาจารย์ที่ปรึกษาทั้งสองคนก็ได้เดินเข้ามาในห้องเรียน ต่างถือแฟ้มเอกสารเข้ามาด้วยใบหน้าเคร่งเครียด

     

    “สวัสดีนักศึกษาทุกคน วันนี้เป็นวันเปิดเทอมวันแรก อาจารย์จะประกาศคะแนน Pre Test ที่นักศึกษาทำไปในวันลงทะเบียนเรียน”

     

    กนกพรบอกคะแนนเรื่อย ๆ จนครบทั้งหนึ่งร้อยคน ซึ่งคะแนนจะมีทั้งสิ้นหนึ่งร้อยคะแนน ค่าเฉลี่ยของมหาวิทยาลัยอยู่ที่ 54 คะแนน ส่วนในห้องที่ 100 กลับมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 21 คะแนนเท่านั้น

     

    “นักศึกษาที่มีรายชื่อต่อไปนี้กรุณาตั้งใจเรียนด้วย มหาวิทยาลัยไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ ต่อให้ร่ำรวยแค่ไหนก็ไม่สามารถทำให้พวกเธอจบได้”

     

    กฤษฎาเอ่ยหลังจากที่กนกพรประกาศคะแนนเป็นรายบุคคล ทั้งยังชี้แจ้งเรื่องค่าเฉลี่ยของมหาวิทยาลัย และห้องเรียนไปเมื่อครู่

     

    “นายวัศพล ได้ 5 คะแนน นายทัดดนัยได้ 6 คะแนน นายไตรภพได้ 2 คะแนน”

     

    กฤษฎาเรียกนักศึกษาทั้งสามคนออกมานอกห้อง ซึ่งวัศพลและทัดดนัยไม่มีอาการประหม่า หรือ ลนลานใด ๆ เลย กลับนึกสนุกขำขันกันออกนอกหน้า

     

    “ฮ่า ๆ รอบนี้ฉันน้อยกว่าแกหวะ”

     

    “แค่คะแนนเดียวทำคุย โถ่ กระจอก รอบหน้าฉันจะทำให้ได้ 0 คะแนนเลย”

     

    ทัดดนัยเอ่ยข่มเรื่องคะแนนกับวัศพล ทั้งสองคนล้วนแข่งขันกันในเรื่องที่ว่าใครจะได้คะแนนต่ำกว่ากัน สร้างความขำขันให้กับนักศึกษาในห้องที่เห็นทั้งสองคนนี้เถียงกันไม่ได้

     

    “มันใช่เรื่องน่าภูมิใจไหมนักศึกษา”

     

    กนกพรเอ็ดวัศพลและทัดดนัย เธอปวดหัวมากกับคะแนนของสองคนตรงหน้า แต่ที่เธอกลุ้มใจยิ่งกว่านั้นกลับเป็นคะแนนของไตรภพซึ่งต่ำเตี้ยเรี่ยดินมาก น้อยที่สุดในมหาวิทยาลัยด้วยซ้ำ

     

     

    “ไอหนุ่ม แกหันหน้ามาสิ”

     

    กฤษฎาเอ่ยไปทางไตรภพ ซึ่งชายหนุ่มได้หันหน้าไปมอง วันนี้กฤษฎาใส่ชุดผูกไทด์สีฟ้า ยังคงสวมใส่แว่นสีขาวดังเดิม

     

    “แกนั่นเอง !”

     

    กฤษฎาจับไตรภพได้ทันที เขารู้สึกคุ้นหน้าชายหนุ่มเหมือนเคยเจอมาก่อน แต่ไม่แน่ใจ เมื่อพิจารณาใกล้ ๆ เลย เป็นชายหนุ่มที่ฉีกหน้าเขาในลานจอดรถของห้างสรรพสินค้า

     

    “มีอะไรรึเปล่าคะ อาจารย์กฤษฎา”

     

    “ไม่มีอะไรมากหรอกครับอาจารย์กนกพร นักศึกษาคนนี้มารยาทแย่มาก ในลานจอดรถแสดงกิริยาต่ำทราม ทั้งยังมีผู้หญิงเลี้ยงดูอีกด้วย ไม่แปลกใจเลยที่เขาจะไม่สนใจเรียนหนังสือ ”

     

    กฤษฎาเอ่ยใส่ร้ายไตรภพออกมาเป็นเรื่องเป็นราวในหน้าชั้นเรียน สร้างความตกใจให้กับกนกพรและนักศึกษาในห้อง

     

    “แกพูดอะไรระวังปากหน่อยก็ดีนะ เป็นอาจารย์แต่มาพูดจาสถุนใส่นักศึกษาแบบนี้”

     

    “ใช่ คำพูดของแกมันเชื่อถือได้ที่ไหน ต้องหารด้วยร้อย ถอดสแควร์รูด ปัดทศนิยมลง แล้วหารด้วยร้อยอีกที ถึงจะเป็นเปอร์เซ็นต์ที่น่าเชื่อถือจากคำพูดแก”

     

    “กะ แก…”

     

     

    กฤษฎากัดฟันคำรามในใจ มองไปที่วัศพลและทัดดนัยกำลังถกเถียงกัน แต่เขาไม่กล้าที่จะพูดอะไรมากนัก ผิดกับนิสัยชอบหาเรื่องและฐานะหลานของอธิการบดีอย่างสิ้นเชิง

     

    “เอาหละ พวกเธอเข้าไปด้านในได้แล้ว จะได้เริ่มการเรียนการสอน วันนี้เป็นวิชาภาษาอังกฤษ ขอให้ทุกคนตั้งใจเรียนด้วย”

     

    กนกพรพูดตัดบท ไม่อยากจะให้เป็นเรื่องเป็นราว แววตาของเธอที่มองไปทางวัศพลและทัดดนัยดูจะกังวลใจอยู่บ้าง

     

    กฤษฎาได้เดินออกไปนอกห้องเรียนเพื่อให้กนกพรเริ่มสอนหนังสือ ไตรภพพยายามที่จะฟังอาจารย์สาวตรงหน้า แต่ดูเหมือนชายหนุ่มจะไม่ค่อยเข้าใจเนื้อหาเท่าไหร่ ไม่น่าแปลกใจอะไร เพราะเป็นเนื้อหาภาษาอังกฤษสำหรับมหาวิทยาลัย

     

    การเรียนการสอนผ่านไปอย่างรวดเร็วจนกระทั่งเลิกเรียน ไตรภพถูกกนกพรเรียกเข้าไปในห้องพักอาจารย์ที่อยู่ในบริเวณชั้นสองของตึกนี้

     

    “อาจารย์มีอะไรรึเปล่าครับ ?”

     

    ไตรภพเอ่ยถามอย่างสงสัย มองอาจารย์สาวตรงหน้าอย่างงุนงง ทำไมเธอถึงเรียกเขาเข้ามาพบเป็นการส่วนตัวแบบนี้กัน

     

    “ที่ฉันเรียกเธอมาเพราะอยากจะขอบคุณเธออีกครั้งที่ช่วยฉันไว้ในวันลงทะเบียนเรียน”

     

    “อ๋อ ไม่เป็นไรหรอกครับ อาจารย์เรียกผมมาเพราะเรื่องแค่นี้ ?”

     

    “ไม่ใช่แค่เรื่องนี้ ฉันกังวลใจในผลการเรียนของเธอ เธออยากต่อมหาวิทยาลัยเฉพาะทางในคณะอะไร ฉันจะได้แนะนำถูก”

     

    กนกพรรู้สึกเป็นห่วงไตรภพอย่างมาก เนื่องจากคะแนนของชายหนุ่มอยู่รั้งท้ายในบรรดานักศึกษาทั้งมหาวิทยาลัย 

     

    “ผมอยากเรียนคณะแพทย์”

     

    “ฮะ เธอพูดเล่นอะไร”

     

    กนกพรเอ่ยเสียงดัง ตบโต๊ะด้วยอาการลืมตัว แต่เมื่อเธอมองที่ไตรภพ ชายหนุ่มกลับจ้องเธอ ไม่เหมือนอาการของคนที่กำลังล้อเล่น เธอได้แต่ถอนหายใจ

     

    “เรื่องนั้นค่อยเป็นค่อยไปแล้วกัน ตั้งแต่วันพรุ่งนี้หลังเลิกเรียน ฉันจะสอนพิเศษเธอทุกวัน”

     

    กนกพรไม่ต้องการที่จะพูดทำร้ายน้ำใจไตรภพ เนื่องจากเธอรู้ว่าคะแนนของคณะแพทย์สูงขนาดไหน แม้แต่นักศึกษารุ่นก่อน ๆ ของมหาวิทยาลัยพื้นฐานประจำจังหวัดน่านยังเข้าเรียนที่คณะแพทย์ไม่ถึงสิบคนเลย จากบรรดานักศึกษาหนึ่งหมื่นคน แล้วชายหนุ่มที่มีคะแนนบ๊วยของมหาวิทยาลัย และเกรดเฉลี่ยมัธยมที่จบแบบข้ามเส้น จะสามารถสอบเข้าได้ยังไง

     

    “ผมต้องเรียนด้วยหรอครับ”

     

    “ฉันบอกให้เรียนก็ต้องเรียนสิ”

     

    กนกพรบังคับให้ไตรภพเรียนกับเธอหลังเลิกเรียน เธออยากจะตอบแทนบุญคุณเด็กหนุ่มตรงหน้าที่ช่วยเธอบ้าง อย่างน้อยจะได้เข้ามหาวิทยาลัยเฉพาะทางได้บ้าง ถึงจะเป็นคณะที่ไม่ค่อยดีก็ตาม

     

    หลังออกมาจากห้องพักของอาจารย์ ไตรภพได้เดินไปบริเวณลานจอดรถซึ่งวัศพลและทัดดนัยได้ยืนรอเขาอยู่

     

    “อาจารย์คนสวยเรียกพบทำไมวะเพื่อน หรือว่า…”

     

    “พอเลย เธอแค่ต้องการสอนพิเศษให้ฉัน”

     

    “สอนพิเศษ !!!”

     

    ทั้งสองคนพูดออกมาพร้อมกันด้วยความตกตะลึง ไตรภพมีใบหน้าเรียบเฉย เดินเข้าไปในรถนั่งลงตรงเบาะหลัง

     

    “นายนี่โชคดีชะมัด มีแต่คนอยากจะเข้าใกล้อาจารย์กนกพร”

     

    “ใช่ แม้แต่ไอแว่นขาวนั่น ใช้อำนาจของลุงมัน ย้ายมาทำงานกับอาจารย์กนกพร หรืออาจารย์เขาชอบนายวะ”

     

    “ปัญญาอ่อน”

     

    ไตรภพสบถอย่างไม่คิดอะไร ท่ามกลางบรรยากาศขำขันในรถ เขาแสวงหาแต่การเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับตนเองเท่านั้น จะมีเวลาไปคิดเรื่องความรักได้อย่างไร 

     

    ‘ความรัก’

     

    ไตรภพหวนคิดถึงอดีต ภาพราชินีผู้เลอโฉมเคียงข้างบัลลังก์แห่งเทพ ความอบอุ่น อ่อนโยน คำมั่นสัญญาต่าง ๆ เป็นสิ่งที่เยียวยาบาดแผลในจิตใจได้บ้างนับตั้งแต่อาจารย์ของมันได้หายตัวไป 

     

    ‘ทำไมกัน…’