รุ่งเช้าเป็นวันเปิดเรียนวันแรกของมหาวิทยาลัยพื้นฐานของจังหวัด ไตรภพซึ่งได้เรียนในช่วงบ่ายของทุกวัน จึงไม่ได้รีบไปมหาวิทยาลัยมากนัก เมื่อลงมาด้านล่าง เห็นสามสาวกำลังวุ่นวายอยู่ด้านล่าง ซึ่งไม่ได้มีแค่ช่อผกา กานติมา และมะลิเท่านั้น
“หืม ทำไมคนเยอะจัง”
ไตรภพมองบรรยากาศด้านล่างจากบริเวณบันไดที่กำลังจะลงไปชั้นหนึ่ง เห็นลูกค้านั่งเรียงรายกันเต็มทุกโต๊ะบริเวณด้านล่าง
“ไตรภพ มาช่วยแม่หน่อยสิ เอาไม่ทันแล้ว”
ช่อผกาเมื่อเห็นลูกชายลงมาด้านล่าง จึงเอ่ยขอความช่วยเหลือทันที เธอในขณะนี้กำลังอ่านรายการอาหาร ใน Ipad ส่วนมะลิกำลังซอยหัวหอมอยู่ด้านข้าง
“พี่ชาย มาช่วยล้างผักหน่อยค่า”
มะลิซอยหัวหอมเทลงไปบนจานอาหารพอดี ชี้ไปที่ตู้เย็นให้ไตรภพล้างผักโดยด่วน ชายหนุ่มทำตามอย่างว่าง่ายในใจคิดขำ ในชีวิตก่อนตอนเป็นจักรพรรดิเทพไม่เคยต้องมานั่งทำอะไรแบบนี้มาก่อน ผู้ฝึกตนแห่งดวงดาราไม่มีวันหิวโหยใด ๆ จึงไม่ต้องมีการทำอาหาร
“ไตรภพ ปลากะพงเสิร์ฟ โต๊ะ 5 นะ”
ช่อผกาหยิบจานปลากะพงทอดน้ำปลาให้ไตรภพ ซึ่งชายหนุ่มได้ยกไปเสิร์ฟตามที่ผู้เป็นแม่บอก ไตรภพเหลือบมองกานติมาที่กำลังต้อนรับลูกค้าอยู่หน้าร้าน
“เต็มแล้วนะคะ ต้องรับบัตรคิวนะคะ”
กานติมาพยายามอธิบายให้ลูกค้ากลุ่มที่มาใหม่ให้รอ เนื่องจากในร้านเต็มไปด้วยผู้คน ความวุ่นวายภายในร้านอาหารเป็นไปจนกระทั่งถึงเวลาเที่ยงสามสิบนาที ก็ไม่มีทีท่าว่าลูกค้าจะลดลงเลย
“แม่ครับ เดี๋ยวผมต้องไปเรียนก่อนนะ”
“ไปดี ๆ นะลูก แม่แค่จะทดลองเปิดตอนเช้า แปดโมงถึงสามทุ่ม แต่ดูเหมือนว่าจะตึงมือเกินไป เอาไม่ทันเลย ยังไงลูกมีเวลาก็มาช่วยแม่หน่อยนะ”
ไตรภพรับคำช่อผกาสั้น ๆ ก่อนที่จะเดินออกจากบ้านไป โดยยังไม่เอาสัมภาระใด ๆ ไปด้วย เนื่องจากยังไม่รู้ข้อมูลเกี่ยวกับหอพักมากนัก
ที่ร้านครัวช่อผกาเต็มไปด้วยผู้คนล้วนมาจากปัจจัยหลายประการ เช่น เป็นร้านเปิดใหม่ที่มีการตกแต่งที่สวยงามและทันสมัย มีป้ายโฆษณาที่ดึงดูดแถมมีราคาไม่แพงพอจับต้องได้ จึงทำให้ลูกค้าระแวกนั้นที่ผ่านในซอยไปมา ต่างแวะมารับประทานอาหารดูว่ารสชาตเป็นอย่างไร
ไตรภพโทรศัพท์หาจักรภพในระหว่างที่กำลังเดินเท้าไปที่มหาวิทยาลัยพื้นฐานประจำจังหวัด นี่ก็ผ่านมาหลายวันแล้ว จึงอยากจะสอบถามข่าวคราวของภัตตาคารจักรพรรดิ
“สวัสดีครับบอส”
“ภัตตาคารจักรพรรดิเป็นอย่างไรบ้าง ?”
“เป็นไปด้วยดีครับบอส เสร็จทันระยะเวลาที่กำหนด ผมไปดูเองทุกไซส์งานเลยครับ”
จักรภพบอกเล่าเรื่องราวรายละเอียดของภัตตาคารจักรพรรดิ ไตรภพพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ ดูเหมือนโครงการจะเสร็จในระยะเวลา
“แล้วระดับการบ่มเพาะเป็นอย่างไรบ้าง”
“ต้องขอบคุณบอสมาก ๆ เลยครับ เดิมทีผมอยู่ในขั้นปรับร่างกาย ระดับที่ 3 แต่เมื่อกินยาที่บอสให้มา สามารถทะลวงในระดับที่ 6 ได้ทันที ส่วนปรีชาจากระดับที่ 1 ทะลวงเป็นระดับที่ 3 ครับ”
“อืม ดี จักรภพ พอดีแม่ของฉันเปิดร้านอาหารอยู่ที่ซอยตรงข้ามมหาวิทยาลัยพื้นฐานประจำจังหวัด ร้านครัวช่อผกา นายหาลูกน้องที่ไว้ใจได้สัก 5 คนไปทำงานที่ร้านหน่อย คอยเสิร์ฟอาหาร โบกรถ รวมถึงดูความสงบเรียบร้อยในร้าน ที่สำคัญฉันไม่อยากให้เกิดอะไรไม่ดีภายในร้านอาหารแห่งนี้”
“ไม่มีปัญหาครับ เดี๋ยวผมจะส่งมือดีที่สุดไปทันที”
ไตรภพเน้นย้ำถึงการดูแลรักษาความปลอดภัยภายในร้าน ซึ่งชายหนุ่มไม่อยากให้เหตุการณ์ในอดีตเกิดขึ้นอีก เหมือนครั้งที่พันเอกเสถียรได้ส่งทหารมาอุ้มครอบครัวของเขา
เมื่อวางสายจากจักรภพ ชายหนุ่มจึงไลน์หากานติมาเกี่ยวกับรายละเอียดต่าง ๆ ที่รับพนักงานเพิ่ม เพื่อไม่ให้หญิงสาวตกใจ
เวลาเกือบบ่ายโมง ไตรภพได้มาถึงที่ห้องเรียนอาคารที่หนึ่งร้อย นักศึกษาในห้องต่างมองเขาเป็นตาเดียว ในความน่าอิจฉาของใบหน้าอันหล่อเหลา ผู้หญิงแทบทั้งหมดต่างหลงใหลรูปลักษณ์ของไตรภพทั้งนั้น ถึงขนาดมี FC อยู่ในห้องเลยทีเดียว
“ไตรภพ นายเกือบสาย อย่าลืมว่าไอแว่นขาวนั่นเพ่งเล็งนายอยู่นะ”
“เพ่งเล็งแกสิไอวัศพล ไตรภพมันไม่ได้ไปทำอะไรให้อาจารย์กฤษฎาเลย มีแต่แกนั่นแหละที่พูดจาหมา ๆ ตอนวันลงทะเบียนเรียน”
ไตรภพมองวัศพลและทัดดนัยกำลังถกเถียงกันอย่างเอาเป็นเอาตาย ชายหนุ่มได้แต่ส่ายหัว ทิ้งตัวลงนั่งบนที่นั่งของตนเองที่อยู่ระหว่างกลางระหว่างวัศพลและทัดดนัย
“ไม่เห็นนายเอาสัมภาระมาเลย เอาไว้ในรถหรอ ?”
“เปล่าหรอก ฉันไม่ได้เอามาหนะ”
“เฮ้ เพื่อน นายลืมหรอว่าจะอยู่หอกันหนะ”
วัศพลและทัดดนัยเอ่ยถามไตรภพ เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มไม่มีสัมภาระที่จะย้ายเข้าหอพักมาเลย หรือว่าเขาจะลืมว่าต้องย้ายของเข้าห้อพัก
“บ้านฉันอยู่ใกล้ ๆ เอง กิโลกว่า เดี๋ยวค่อยย้ายของเข้าก็ได้”
“ดีเลย ฉันจองห้องไว้แล้ว เดี๋ยวเลิกเรียนเราไปดูกัน”
หลังการสนทนาระหว่างพวกเขาทั้งสามคน อาจารย์ที่ปรึกษาทั้งสองคนก็ได้เดินเข้ามาในห้องเรียน ต่างถือแฟ้มเอกสารเข้ามาด้วยใบหน้าเคร่งเครียด
“สวัสดีนักศึกษาทุกคน วันนี้เป็นวันเปิดเทอมวันแรก อาจารย์จะประกาศคะแนน Pre Test ที่นักศึกษาทำไปในวันลงทะเบียนเรียน”
กนกพรบอกคะแนนเรื่อย ๆ จนครบทั้งหนึ่งร้อยคน ซึ่งคะแนนจะมีทั้งสิ้นหนึ่งร้อยคะแนน ค่าเฉลี่ยของมหาวิทยาลัยอยู่ที่ 54 คะแนน ส่วนในห้องที่ 100 กลับมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 21 คะแนนเท่านั้น
“นักศึกษาที่มีรายชื่อต่อไปนี้กรุณาตั้งใจเรียนด้วย มหาวิทยาลัยไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ ต่อให้ร่ำรวยแค่ไหนก็ไม่สามารถทำให้พวกเธอจบได้”
กฤษฎาเอ่ยหลังจากที่กนกพรประกาศคะแนนเป็นรายบุคคล ทั้งยังชี้แจ้งเรื่องค่าเฉลี่ยของมหาวิทยาลัย และห้องเรียนไปเมื่อครู่
“นายวัศพล ได้ 5 คะแนน นายทัดดนัยได้ 6 คะแนน นายไตรภพได้ 2 คะแนน”
กฤษฎาเรียกนักศึกษาทั้งสามคนออกมานอกห้อง ซึ่งวัศพลและทัดดนัยไม่มีอาการประหม่า หรือ ลนลานใด ๆ เลย กลับนึกสนุกขำขันกันออกนอกหน้า
“ฮ่า ๆ รอบนี้ฉันน้อยกว่าแกหวะ”
“แค่คะแนนเดียวทำคุย โถ่ กระจอก รอบหน้าฉันจะทำให้ได้ 0 คะแนนเลย”
ทัดดนัยเอ่ยข่มเรื่องคะแนนกับวัศพล ทั้งสองคนล้วนแข่งขันกันในเรื่องที่ว่าใครจะได้คะแนนต่ำกว่ากัน สร้างความขำขันให้กับนักศึกษาในห้องที่เห็นทั้งสองคนนี้เถียงกันไม่ได้
“มันใช่เรื่องน่าภูมิใจไหมนักศึกษา”
กนกพรเอ็ดวัศพลและทัดดนัย เธอปวดหัวมากกับคะแนนของสองคนตรงหน้า แต่ที่เธอกลุ้มใจยิ่งกว่านั้นกลับเป็นคะแนนของไตรภพซึ่งต่ำเตี้ยเรี่ยดินมาก น้อยที่สุดในมหาวิทยาลัยด้วยซ้ำ
“ไอหนุ่ม แกหันหน้ามาสิ”
กฤษฎาเอ่ยไปทางไตรภพ ซึ่งชายหนุ่มได้หันหน้าไปมอง วันนี้กฤษฎาใส่ชุดผูกไทด์สีฟ้า ยังคงสวมใส่แว่นสีขาวดังเดิม
“แกนั่นเอง !”
กฤษฎาจับไตรภพได้ทันที เขารู้สึกคุ้นหน้าชายหนุ่มเหมือนเคยเจอมาก่อน แต่ไม่แน่ใจ เมื่อพิจารณาใกล้ ๆ เลย เป็นชายหนุ่มที่ฉีกหน้าเขาในลานจอดรถของห้างสรรพสินค้า
“มีอะไรรึเปล่าคะ อาจารย์กฤษฎา”
“ไม่มีอะไรมากหรอกครับอาจารย์กนกพร นักศึกษาคนนี้มารยาทแย่มาก ในลานจอดรถแสดงกิริยาต่ำทราม ทั้งยังมีผู้หญิงเลี้ยงดูอีกด้วย ไม่แปลกใจเลยที่เขาจะไม่สนใจเรียนหนังสือ ”
กฤษฎาเอ่ยใส่ร้ายไตรภพออกมาเป็นเรื่องเป็นราวในหน้าชั้นเรียน สร้างความตกใจให้กับกนกพรและนักศึกษาในห้อง
“แกพูดอะไรระวังปากหน่อยก็ดีนะ เป็นอาจารย์แต่มาพูดจาสถุนใส่นักศึกษาแบบนี้”
“ใช่ คำพูดของแกมันเชื่อถือได้ที่ไหน ต้องหารด้วยร้อย ถอดสแควร์รูด ปัดทศนิยมลง แล้วหารด้วยร้อยอีกที ถึงจะเป็นเปอร์เซ็นต์ที่น่าเชื่อถือจากคำพูดแก”
“กะ แก…”
กฤษฎากัดฟันคำรามในใจ มองไปที่วัศพลและทัดดนัยกำลังถกเถียงกัน แต่เขาไม่กล้าที่จะพูดอะไรมากนัก ผิดกับนิสัยชอบหาเรื่องและฐานะหลานของอธิการบดีอย่างสิ้นเชิง
“เอาหละ พวกเธอเข้าไปด้านในได้แล้ว จะได้เริ่มการเรียนการสอน วันนี้เป็นวิชาภาษาอังกฤษ ขอให้ทุกคนตั้งใจเรียนด้วย”
กนกพรพูดตัดบท ไม่อยากจะให้เป็นเรื่องเป็นราว แววตาของเธอที่มองไปทางวัศพลและทัดดนัยดูจะกังวลใจอยู่บ้าง
กฤษฎาได้เดินออกไปนอกห้องเรียนเพื่อให้กนกพรเริ่มสอนหนังสือ ไตรภพพยายามที่จะฟังอาจารย์สาวตรงหน้า แต่ดูเหมือนชายหนุ่มจะไม่ค่อยเข้าใจเนื้อหาเท่าไหร่ ไม่น่าแปลกใจอะไร เพราะเป็นเนื้อหาภาษาอังกฤษสำหรับมหาวิทยาลัย
การเรียนการสอนผ่านไปอย่างรวดเร็วจนกระทั่งเลิกเรียน ไตรภพถูกกนกพรเรียกเข้าไปในห้องพักอาจารย์ที่อยู่ในบริเวณชั้นสองของตึกนี้
“อาจารย์มีอะไรรึเปล่าครับ ?”
ไตรภพเอ่ยถามอย่างสงสัย มองอาจารย์สาวตรงหน้าอย่างงุนงง ทำไมเธอถึงเรียกเขาเข้ามาพบเป็นการส่วนตัวแบบนี้กัน
“ที่ฉันเรียกเธอมาเพราะอยากจะขอบคุณเธออีกครั้งที่ช่วยฉันไว้ในวันลงทะเบียนเรียน”
“อ๋อ ไม่เป็นไรหรอกครับ อาจารย์เรียกผมมาเพราะเรื่องแค่นี้ ?”
“ไม่ใช่แค่เรื่องนี้ ฉันกังวลใจในผลการเรียนของเธอ เธออยากต่อมหาวิทยาลัยเฉพาะทางในคณะอะไร ฉันจะได้แนะนำถูก”
กนกพรรู้สึกเป็นห่วงไตรภพอย่างมาก เนื่องจากคะแนนของชายหนุ่มอยู่รั้งท้ายในบรรดานักศึกษาทั้งมหาวิทยาลัย
“ผมอยากเรียนคณะแพทย์”
“ฮะ เธอพูดเล่นอะไร”
กนกพรเอ่ยเสียงดัง ตบโต๊ะด้วยอาการลืมตัว แต่เมื่อเธอมองที่ไตรภพ ชายหนุ่มกลับจ้องเธอ ไม่เหมือนอาการของคนที่กำลังล้อเล่น เธอได้แต่ถอนหายใจ
“เรื่องนั้นค่อยเป็นค่อยไปแล้วกัน ตั้งแต่วันพรุ่งนี้หลังเลิกเรียน ฉันจะสอนพิเศษเธอทุกวัน”
กนกพรไม่ต้องการที่จะพูดทำร้ายน้ำใจไตรภพ เนื่องจากเธอรู้ว่าคะแนนของคณะแพทย์สูงขนาดไหน แม้แต่นักศึกษารุ่นก่อน ๆ ของมหาวิทยาลัยพื้นฐานประจำจังหวัดน่านยังเข้าเรียนที่คณะแพทย์ไม่ถึงสิบคนเลย จากบรรดานักศึกษาหนึ่งหมื่นคน แล้วชายหนุ่มที่มีคะแนนบ๊วยของมหาวิทยาลัย และเกรดเฉลี่ยมัธยมที่จบแบบข้ามเส้น จะสามารถสอบเข้าได้ยังไง
“ผมต้องเรียนด้วยหรอครับ”
“ฉันบอกให้เรียนก็ต้องเรียนสิ”
กนกพรบังคับให้ไตรภพเรียนกับเธอหลังเลิกเรียน เธออยากจะตอบแทนบุญคุณเด็กหนุ่มตรงหน้าที่ช่วยเธอบ้าง อย่างน้อยจะได้เข้ามหาวิทยาลัยเฉพาะทางได้บ้าง ถึงจะเป็นคณะที่ไม่ค่อยดีก็ตาม
หลังออกมาจากห้องพักของอาจารย์ ไตรภพได้เดินไปบริเวณลานจอดรถซึ่งวัศพลและทัดดนัยได้ยืนรอเขาอยู่
“อาจารย์คนสวยเรียกพบทำไมวะเพื่อน หรือว่า…”
“พอเลย เธอแค่ต้องการสอนพิเศษให้ฉัน”
“สอนพิเศษ !!!”
ทั้งสองคนพูดออกมาพร้อมกันด้วยความตกตะลึง ไตรภพมีใบหน้าเรียบเฉย เดินเข้าไปในรถนั่งลงตรงเบาะหลัง
“นายนี่โชคดีชะมัด มีแต่คนอยากจะเข้าใกล้อาจารย์กนกพร”
“ใช่ แม้แต่ไอแว่นขาวนั่น ใช้อำนาจของลุงมัน ย้ายมาทำงานกับอาจารย์กนกพร หรืออาจารย์เขาชอบนายวะ”
“ปัญญาอ่อน”
ไตรภพสบถอย่างไม่คิดอะไร ท่ามกลางบรรยากาศขำขันในรถ เขาแสวงหาแต่การเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับตนเองเท่านั้น จะมีเวลาไปคิดเรื่องความรักได้อย่างไร
‘ความรัก’
ไตรภพหวนคิดถึงอดีต ภาพราชินีผู้เลอโฉมเคียงข้างบัลลังก์แห่งเทพ ความอบอุ่น อ่อนโยน คำมั่นสัญญาต่าง ๆ เป็นสิ่งที่เยียวยาบาดแผลในจิตใจได้บ้างนับตั้งแต่อาจารย์ของมันได้หายตัวไป
‘ทำไมกัน…’