บ้านใหญ่ตระกูลเฉียนมีเรือนหลักหลังใหญ่หนึ่งหลังและมีเรือนรองหลังเล็กอีกหนึ่งหลังกำแพงดินที่ล้อมรอบบ้านสูงเพียงแค่เอวทำให้คนนอกสามารถมองเห็นสภาพรอบบ้านใหญ่ตระกูลเฉียนได้ ในหมู่บ้านติงเซียนดูเหมือนกำแพงดินไม่ได้ทำขึ้นเพื่อป้องกันขโมย แต่สร้างขึ้นเพื่อแสดงพื้นที่ของบ้านแต่ละหลังเท่านั้น
เฉียนซีเว่ยชอบกำแพงบ้านของบ้านตระกูลเซี่ยมากกว่า กำแพงฝั่งที่อยู่ติดถนนของบ้านตระกูลเซี่ยสูงเกินระดับสายตาทำให้คนภายนอกมองเข้ามาภายในบ้านไม่ได้ มีความเป็ส่วนตัวและมีความปลอดภัยจากผู้บุกรุกอีกด้วย
ในเวลานี้หลี่หลูเท้าสะเอวยืนชี้หน้าใส่ติงลี่อยู่ภายในกำแพงบ้าน ในขณะที่ติงลี่ก็ไม่น้อยหน้านางยืนอยู่นอกกำแพงบ้านชี้นิ้วใส่อีกฝ่ายที่อยู่ด้านในและเอ่ยปากเถียงกลับอย่างไม่ยอมแพ้
"ค่าสินสอดของเว่ยเว่ย ข้าจะไม่ทวงถามแต่เครื่องเรือนที่พี่ใหญ่และสามีของข้าผู้เป็ท่านอาของเว่ยเว่ยช่วยกันทำให้เป็สินเ้าสาวหวังจะให้เว่ยเว่ยนำติดตัวไปเมื่อต้องแต่งงานออกเรือน เ้าต้องส่งมันไปยังบ้านตระกูลเซี่ย"
"ก็แค่คนป่วยใกล้ตายที่แต่งเข้าไปเป็ภรรยาเด็ก มิหน้ำซ้ำยังแต่งกับป้ายิญญายังจะเอาเครื่องเรือนติดตัวไปด้วยทำไม อีกไม่นานนางก็ตายแล้ว"
"หลี่ซื่อเ้าปากร้ายเกินไปแล้ว เหตุใดจึงพูดจาสาปแช่งเว่ยเว่ยเช่นนี้ ที่ผ่านมาข้ายอมให้เ้ารังแกเว่ยเว่ยมานาน แต่เื่นี้ข้ายอมไม่ได้ต่อให้ข้าต้องต่อสู้กับเ้าจนตายกันไปข้างหนึ่งเ้าก็ต้องส่งเครื่องเรือนมาให้เว่ยเว่ย โดยเฉพาะตู้ไม้พะยูงหลังนั้นเป็เครื่องเรือนชิ้นสุดท้ายที่สามีของข้าตั้งใจทำขึ้นเพื่อมอบให้เป็สินเดิมของหลานสาวคนเดียวของเขา หากเ้าไม่เห็นแก่หน้าของพี่ใหญ่ เ้าก็ควรเห็นแก่ดวงิญญาของสามีของข้า" ติงลี่พูดอย่างดุเดือดดวงตาของนางแดงก่ำเพราะความะเืใจเมื่อนางต้องพูดถึงเฉียนเอ้อร์สามีของนางที่ตายจากไป
"อ่อ ที่แท้แล้วเ้าก็มาทวงของโดยเอาชื่อของซีเว่ยมาอ้าง ติงซื่อเ้านี่มันหน้าไม่อายยิ่งนัก เ้าข้าเอ๋ย....มาเร็ว รีบเข้ามาหญิงม่ายไร้ยางอายผู้นี้ ข้าจะบอกให้ว่าติงซื่อผู้นี้สามีตายจากไปก็ไม่อยากอยู่โดดเดี่ยวลำพัง ชอบเข้ามายุ่งเกี่ยวกับครอบครัวของข้าไม่ยอมหยุดไม่รู้ว่ามุ่งหวังอยากจะได้ตัวสามีของข้าหรือหวังสมบัติอย่างอื่นกันแน่"
"เ้าอย่ามาพูดจาใส่ร้ายข้า เ้าย่อมรู้แก่ใจดีว่าข้าไม่ได้อยากมายุ่งกับพี่ใหญ่แบบนั้น ข้าเพียงแต่สงสารหลานๆ เท่านั้น คนในหมู่บ้านทุกคนต่างรู้ดีว่าข้าและพี่สะใภ้ใหญ่ซ่งซื่อนั้นดีต่อกันราวกับเป็พี่น้องกันแท้ๆ ถ้าหากข้าไม่ยุ่งกับบ้านใหญ่ตระกูลเฉียน ในเวลานี้สินเดิมของพี่สาวแซ่ซ่งก็คงจะถูกเ้านำไปขายจนหมดสิ้น ไม่หลงเหลือมาถึงอาหยวนและเว่ยเว่ยอย่างแน่นอน ที่เ้าใส่ร้ายทำลายชื่อเสียงของข้าเช่นนี้ คงเป็เพราะเจ็บใจที่ข้าไปบอกอาหยวนให้เขารีบมาขนสินเดิมของมารดาของเขานำกลับไปเก็บที่ตระกูลซ่งสินะ เ้าไม่ต้องห่วงวันนี้ข้ามาทวงสินเดิมของเว่ยเว่ยจากเ้า วันหน้าข้าก็จะหาเงินเดินทางเข้าเมืองหลวงไปทวงสินเดิมจากอาหยวนมาให้เว่ยเว่ยเช่นกัน"
"ท่านแม่ข้าไม่ยอมนะขอรับตู้ใบนั้นเป็ของข้า เตียงไม้ที่ข้านอนก็สวยงามและใหญ่มากนั่นก็เป็ของข้า ข้าไม่ยอมยกให้พี่สาวเป็อันขาด" เสียงเฉียนซีเว่ยร้องไห้งอแงไม่ยินยอม
"วางใจเถิดของเหล่านี้เป็ของบ้านใหญ่ตระกูลเฉียน แล้วจะให้คนนอกมายุ่งวุ่นวายได้อย่างไร ต่อให้ถูกตีตายแม่ก็ไม่ยอม ติงซื่อหากเ้ากล้าให้คนเข้ามาขนของข้าก็จะไปจ้างบัณฑิตในเมืองถงเหยาให้ฟ้องร้องเ้า"
เฉียนซีเว่ยปรบมือสองข้างสามทีเสียงดังมาก ทำให้ทุกคนที่มายืนดูสถานการณ์หันมาสนใจเฉียนซีเว่ยทันที "ข้าขอชื่นชมท่านแม่เลี้ยงของข้าเ้าค่ะ ที่ยอมเสียชีพแต่ไม่ยอมเสียทรัพย์สินในบ้านไป" เสียงของเฉียนซีเว่ยสดใสดังกังวานทำให้ทุกคนที่ยืนอยู่ตรงนี้มองเฉียนซีเว่ยอย่างแปลกใจ
"นั่นคือนังหนูเฉียนหรอกหรือ นางเปลี่ยนมาสวมชุดตัวใหม่ใบหน้าไม่ผอมซูบซีดดูดีขึ้นมิใช่น้อย" เสียงซุบซิบดังขึ้น
"เ้า....ซีเว่ย! เ้าป่วยจนใกล้ตายแล้วไม่ใช่หรือ โอ้ย ! เ้าหายดีเช่นนี้ตระกูลเซี่ยต้องจ่ายค่าสินสอดให้ข้าเพิ่ม เพราะหากข้าขายเ้าให้พ่อค้าทาสคงจะต้องขายได้ราคาถึงห้าสิบตำลึงอย่างแน่นอน"
"แล้วหลังจากนั้นเ้าจะตอบคำถามของท่านพ่อข้าว่าอย่างไร ในเมื่อข้าไม่ได้ตายอย่างที่เ้าหวังไว้ หากท่านพ่อกลับมาเขาต้องรีบหาเงินไปซื้อข้ากลับคืนมาอย่างแน่นอน ส่วนเ้าอาจจะโดนท่านพ่อของข้าหย่าภรรยาก็เป็ได้ เพราะคราวนี้หากท่านพ่อกลับมาบ้าน ข้าจะเล่าความเลวร้ายที่แม่เลี้ยงผู้แสนดีเก่งในเื่การสร้างภาพหลอกลวงผู้คนให้แก่ท่านพ่อฟังให้หมด ส่วนเื่ที่เ้าไม่ยินยอมส่งสินเดิมมาให้ข้า โดยที่เ้าจะไปจ้างบัณฑิตในเมืองมาเขียนคำฟ้องร้องนั้น เ้าก็รีบเดินทางเข้าไปในเมืองได้เลย เพราะข้าก็จะฟ้องร้องเ้ากลับเช่นกันว่าเ้าเป็แม่เลี้ยงใจร้ายทรมานเด็กที่ยังไม่โตเช่นข้าจนป่วยเกือบตาย มิหนำซ้ำยังยึดสินเดิมของบุตรสาวเลี้ยงเอาไว้ ข้าไม่ค่อยรู้เื่กฎหมายแต่ข้าเชื่อว่าท่านลุงเซี่ยย่อมจะรู้อย่างแน่นอนว่าข้าสามารถฟ้องร้องอะไรได้บ้าง" เฉียนซีเว่ยพูดจาข่มขู่มั่วๆ เพราะความจริงแล้วนางไม่รู้ข้อกฎหมายของแคว้นเทียนคง แต่นางไม่ได้โกหกบัณฑิตอย่างเซี่ยเซิงชวนย่อมรู้แน่นอนว่าจะเขียนคำฟ้องร้องเอาผิดหลี่หลูผู้นี้ได้อย่างไร
หลี่หลูเพียงแค่พูดจาข่มขู่ติงลี่ไปเท่านั้น นางคิดว่าติงลี่ผู้นี้แม้จะมีญาติพี่น้องอยู่ในหมู่บ้านติงเซียนมากมายแต่นางนั้นยากจนไม่มีทรัพย์สินเงินทอง ย่อมกลัวการไปจ้างบัณฑิตเขียนคำร้อง กลัวการเดินทางไปขึ้นศาลซึ่งทุกอย่างต้องใช้เงินเมื่อก่อนหากพูดถึงเื่เสียเงินติงลี่มักจะยอมถอยให้นางอยู่เสมอ แต่เวลานี้ไม่เหมือนกันเพราะติงลี่รู้ว่าเฉียนซีเว่ยมีบ้านตระกูลเซี่ยคอยช่วยหนุนหลังแล้ว
เฉียนซีเว่ยที่ป่วยใกล้ตายกลับไม่ตาย มิหนำซ้ำนางยังดูเปลี่ยนไปมากไม่มีท่าทางเกรงกลัวแม่เลี้ยงอย่างหลี่หลูเหมือนดังในอดีต ชาวบ้านช่วยกันพูดช่วยสนับสนุนเฉียนซีเว่ยมีบางคนถึงกลับพูดอาสาจะขับเกวียนวัวพาทุกคนไปเป็พยานที่ศาลเอง
หลี่หลูสายตาหลุกหลิกก่อนจะหันมาตะเบ็งเสียงข่มขู่แบบที่เฉียนซีเว่ยเคยกลัวนางจนตัวงอ" ซีเว่ย ! นี่เ้ากล้าพูดจากำแหงกับข้าอย่างนั้นหรือ"
"กล้า! เ้าก็ลองไม่ส่งเครื่องเรือนที่ควรจะเป็ของข้าออกมาสิ แล้วเ้าจะรู้ว่าเฉียนซีเว่ยผู้นี้นั้นกล้าหรือไม่กล้า"
"พี่สาวข้าจะบุกเข้าไปเอาของมาให้พี่สาวเองขอรับ" เฉียนลู่ชูกำปั้นข่มขู่ไปทางเฉียนซีรุ่ย ก่อนจะหันมาพูดกับเฉียนซีเว่ยด้วยน้ำเสียงพร้อมสู้รบ
เสียงชาวบ้านอาสาช่วยขนของดังขึ้นทำให้ติงลี่มองพี่น้องของตนหลายคนอย่างซาบซึ้ง "พี่สาม พี่ห้า ของหลายชิ้นเป็ของที่พี่ใหญ่เฉียนและเฉียนเอ้อร์ทำให้เว่ยเว่ย ข้ายอมไม่ได้ที่จะให้เว่ยเว่ยต้องออกจากบ้านนี้ไปตัวเปล่า"ติงลี่หันไปพูดขอความช่วยเหลือจากพี่ชายของตน
"เ้าวางใจได้ วันนี้ข้าจะพาคนมาช่วยนังหนูเฉียนขนของไปบ้านตระกูลเซี่ยเอง หากหลี่หลูไม่ยินยอมให้นางไปฟ้องศาลได้เลย วันหน้าหากเฉียนต้าจะเอาเื่ ข้าติงโก่วอู่จะรับผิดชอบเอง" พี่ห้าของติงลี่เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงข่มขู่ราวกับเขาเป็นักเลงใหญ่
"หลี่หลู เ้าจะยอมดีๆ หรือไม่ หากยินยอมพวกข้าจะให้เวลาเ้าเก็บของส่วนตัวของเ้าออกจากตู้และเตียงรวมถึงชั้นหนังสือเป็เวลาหนึ่งวัน หากเ้าไม่ยินยอมข้าจะพาคนบุกเข้าไปขนของประเดี๋ยวนี้ แล้วค่อยไปว่าความกันในศาลทีหลัง อย่างมากพวกข้าก็แค่เสียค่าปรับที่บุกรุกบ้านเ้า แต่ว่าเ้านั้นคงจะโดนหลายคดีเลยล่ะ" ติงซาน ผู้ที่มีความรู้และเป็ว่าที่ผู้นำของหมู่บ้านติงเซียนคนต่อไปพูดกับหลี่หลูด้วยน้ำเสียงมั่นคงบ่งบอกว่าเขาไม่กลัวที่จะต้องไปต่อสู้กับหลี่หลูในศาล
หลี่หลูกลืนน้ำลายหันไปมองเฉียนซีเว่ยราวกลับกำลังมองคนแปลกหน้า ก่อนจะรีบพูดกับติงซานว่า "พี่สามตระกูลติงพี่ให้โอกาสข้าเก็บของสักสองวันได้หรือไม่เ้าคะ"
"ไม่ได้ พรุ่งนี้บ้านตระกูลเซี่ยต้องได้เครื่องเรือนที่เป็สินเดิมของเว่ยเว่ย นอกจากนี้ข้าจำได้ว่ายังมีชุดโต๊ะเก้าอี้รับแขกไม้จินโหย่วมู่กงที่พ่อสามีของข้า ท่านพ่อเฒ่าเฉียนทำให้หลานสาวก่อนที่เขาจะเสียชีวิตอีกหนึ่งชุดด้วย"
หลี่หลูกรีดร้องด้วยน้ำเสียงไม่พอใจและพูดขึ้นว่า "ข้าไม่ยอม ชุดรับแขกชุดนั้นเป็ของบ้านใหญ่ตระกูลเฉียนควรจะส่งต่อให้หลานชายตระกูลเฉียนอย่างอารุ่ยจะมอบให้หลานสาวที่กำลังจะไปใช้แซ่ของผู้อื่นได้อย่างไร เ้าไม่รู้หรือว่าไม้จินโหย่วมู่กงนั้นยิ่งเก็บไว้นานยิ่งมีมูลค่าสูง"
"เช่นนั้นข้าไม่เอาชุดรับแขกชุดนี้ของท่านปู่ก็ได้"เฉียนซีเว่ยพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เมื่อเห็นสีหน้าของหลี่หลูดีขึ้น เฉียนซีเว่ยจึงใช้คำพูดทิ่มแทงนางซ้ำอีกหนึ่งแผลว่า"ชุดรับแขกชุดนั้นย่อมต้องส่งต่อให้ผู้สืบทอดตระกูลเฉียนหากนับตามอายุชุดรับแขกชุดนั้นควรจะเป็ของพี่ใหญ่ของข้า หากไม่ยกให้พี่ใหญ่ก็ควรจะเป็ของอาลู่น้องชายรองของข้า ยังไม่ถึงคราวของเ้าสามอย่างซีรุ่ย ทุกท่านที่อยู่ที่นี่ช่วยเป็พยานให้ข้าด้วยนะเ้าคะ หากวันหน้าพี่ชายของข้ากลับมายังบ้านตระกูลเฉียนแล้วชุดรับแขกไม้จินโหย่วกงมู่หายไป หลีซื่อผู้นี้ต้องจ่ายเงินชดใช้ตามมูลค่าของชุดรับแขกชุดนั้น อ่อหลี่ซื่อเ้าอย่าได้ลืมว่าชุดรับแขกชุดนี้ยิ่งเก็บไว้นานยิ่งสูงค่า หากเ้าแอบขายไปในเวลานี้อีกหลายปีหากพี่ชายของข้า้าชุดรับแขกกลับคืนเ้าก็คืนเงินตามมูลค่าที่ช่างไม้ประเมินราคาณ.เวลานั้นด้วย"
เสียงชาวบ้านพูดสนับสนุนและอาสาจะเป็พยายานให้เฉียนซีเว่ยมากมายหลายคน ในอดีตชาวบ้านอยากยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือเฉียนซีเว่ยอยู่หลายครั้ง แต่เด็กสาวกลับปฏิเสธปล่อยให้ชาวบ้านเ่าั้ต้องนำไข่ไปกระทบกับหินเสียเปล่า แต่ยามนี้ทุกคนต่างมองออกว่าเฉียนซีเว่ยไม่เกรงกลัวหลี่หลูและไม่คิดจะรักษาสัมพันธ์อันดีกับแม่ลูกคู่นี้อีกต่อไปแล้ว
หลี่หลูหน้าเปลี่ยนสีไม่กล้าขึ้นเสียงใส่ผู้ใดอีกนางลากเฉียนซีรุ่ยวิ่งหนีเข้าไปในบ้านและปิดประตูบ้านอย่างมิดชิดทันที เฉียนซีเว่ยมองเข้าไปในบ้านด้วยสายตาเ็าก่อนจะหันมาก้มโค้งคำนับพูดขอบคุณทุกคนด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน
ฉากการทวงสินเดิมของเฉียนซีเว่ยจึงจบลงเพียงเท่านี้ เฉียนซีเว่ยกลับมาบ้านรองตระกูลเฉียนพร้อมกับการพูดคุยเื่การทำลอบจับปลากับติงลี่อย่างตื่นเต้นจิตใจของเฉียนซีเว่ยกลับมามุ่งมั่นในการช่วยหาเงินให้บ้านรองตระกูลเฉียนอีกครั้ง