[จบ] เด็กหญิงผู้เป็นที่รักของเหล่าวายร้าย

    บทที่ 25 ลูกนอกสมรสของประธานอิน?!

    บทที่ 25 ลูกนอกสมรสของประธานอิน?!


    ตอนนี้เพราะเ๱ื่๵๹ของเซี่ยจื่ออวี้และซิงซิงถือเป็๲กรณีพิเศษ แต่ในตอนนี้มีสัญญาความร่วมมือใหม่ที่เขาต้องตัดสินใจ คนบ้างานแบบเขาต้องรีบกลับไปเป็๲ธรรมดา และแน่นอนว่าเขาสามารถกลับไปเองคนเดียว และเรียกให้คนขับรถไปส่งซิงซิงที่บ้านของเซี่ยจื่ออวี้ได้


    แต่...


    ไม่รู้ทำไมเขาถึงรู้สึกว่าการทำแบบนั้นมันโหดร้ายกับเด็กน้อยอายุสามขวบครึ่งเกินไป เขาไม่ได้ตระหนักเลยว่าตัวเองไม่เคยมีความสงสารแบบนี้มาก่อน คิดแค่ว่าซิงซิงเป็๲เด็กดีมาก ไม่เหมือนเด็กคนอื่น การพากลับไปก็ไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อเขา


    ขณะที่คิดอินเสินก็เดินมาถึงลานจอดรถแล้ว


    คนขับรถที่รออยู่ในรถมาตลอดเห็นเงาร่างนั้นที่โดดเด่นสะดุดตาจึงสังเกตเห็นได้ทันที


    เขาลงจากรถและรีบเปิดประตูรถข้างหลังเพื่อรอให้ประธานอินเข้ามา แต่ในมือประธานอินอุ้มอะไรมาด้วย…?


    คนขับรถหรี่ตามอง เมื่อเห็นชัดเจนว่าอินเสินอุ้มอะไรมาก็รู้สึกราวกับตัวเองถูกฟ้าผ่า!


    นี่มันอะไรกัน! เด็กคนหนึ่งนี่!!


    เด็กตัวน้อยที่เหมือนตุ๊กตาสวมชุดกระโปรง!


    คนขับรถขยี้ตา รู้สึกไปชั่วขณะว่าตัวเองนอนไม่พอจนเห็นภาพหลอน


    จนกระทั่งอินเสินเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ คนขับรถจึงมองเห็นสีหน้าหมดความอดทนของอินเสินได้อย่างชัดเจน จากนั้นจึงบีบฝ่ามือและเก็บสายตาตกตะลึงกลับมา


    เขาก้มศีรษะรอให้อินเสินเข้าไปนั่งในรถแล้วจึงปิดประตูเบา ๆ ก่อนจะขึ้นประจำที่คนขับและสตาร์ตรถ


    เมื่อครู่คนขับรถไม่ได้มองเด็กน้อยอย่างละเอียดนักจึงรู้สึกคันยุบยิบในใจ แต่ตอนนี้เองที่ข้างหลังมีเสียงอ่อนโยนดังขึ้น


    “คุณลุงสวัสดีค่ะ”


    คนขับรถตกตะลึงก่อนจะหันกลับไปอย่างเอ็นดูระคน๻๠ใ๽


    “อ่า เอ่อ สวัสดีครับ!”


    เห็นแบบนั้นก็ไม่อาจละสายตาไปได้


    ในบ้านคนขับรถก็มีเด็กหญิงตัวน้อยอายุห้าหกขวบ แต่ไหนแต่ไรเขาก็คิดว่าลูกสาวตัวเองน่ารักที่สุด แต่ตอนนี้เขาจำต้องยอมรับว่าเด็กตัวน้อยที่มองดูแล้วอายุประมาณสามสี่ขวบคนนี้งดงามมาก


    ดวงตากลมโตเปล่งประกายราวกับดวงดาวบนท้องฟ้า ใบหน้าเล็กกลมขาวเนียนเหมือนตุ๊กตาของเล่นที่ลูกสาวเขาซื้อมา แต่ไม่นานเขาก็เหลือบไปเห็นแววตาอันเ๾็๲๰าของอินเสิน


    ร่างกายเขาสั่นระริกก่อนจะรีบหันกลับไปและกล่าวด้วยรอยยิ้ม


    “ฮ่าฮ่า เด็กคนนี้น่ารักเสียจริง...”


    ซิงซิงทักทายอย่างสุภาพจบก็ใจลอยอยู่บ้าง


    การแยกจากกันครั้งนี้กะทันหันทีเดียว ถึงขั้นทำให้เด็กน้อยยังไม่ทันมีเวลาได้เศร้าที่จะไม่ได้เจอพี่ชายไปอีกนาน


    อินเสินวางเธอให้นั่งบนเบาะ มือเล็กของซิงซิงจับหน้าต่างรถมองไปยังทิศทางของโรงพยาบาล


    อินเสินไม่สนใจคนขับรถรวมถึงซิงซิง


    เขากลับสู่สภาวะปกติของตัวเอง เปิดแล็ปท็อปขึ้นมาและเปิดอีเมลดู


    ตอนที่เขาครุ่นคิดก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย เรียกได้ว่าท่าทางที่เดิมทีไม่ค่อยเป็๲มิตรยิ่งดูแล้วทำให้คนอยากถอยห่างยิ่งกว่าเดิม


    ไม่มีใครกล้าไปรบกวนเขาตอนที่ทำงาน


    แม้แต่คนขับรถยังฝืนให้ตัวเองเก็บความสงสัยไว้ และขับรถไปด้วยความเร็วที่มั่นคง


    ในรถมีกลิ่นหอมเย็นสบายซึ่งเป็๲กลิ่นที่อินเสินใช้ประจำ เด็กน้อยรู้สึกว่าหอมดีจึงสูดดมเหมือนลูกสุนัข ก่อนจะเก็บสายตากลับมาและมองไปทางอินเสิน


    เธอไม่กลัวอินเสินแม้แต่น้อย เหมือนกับที่เธอไม่กลัวพ่อ


    ปัจจุบันอินเสินคือคนที่เธอเชื่อใจมากที่สุดนอกจากเซี่ยจื่ออวี้ ตอนนี้เธอยังอยากร้องไห้อยู่บ้างจึงโน้มตัวไปหาอินเสิน


    อินเสินที่กำลังจัดการเ๱ื่๵๹บริษัทอยู่ขมวดคิ้วเล็กน้อย ทันใดนั้นแขนซ้ายก็มีอุ้งมือขาวนวลสองข้างเข้ามาเกี่ยวพัน


    มือทั้งสองข้างของซิงซิงจับเขาไว้และเอียงศีรษะมาซบก่อนจะเรียกเขาเสียงเบา


    “พี่ใหญ่ พี่ใหญ่”


    อินเสินสะบัดมือซ้ายจนอุ้งมือเล็ก ๆ ของเด็กน้อยหลุดออกไปอย่างไร้ความเมตตา


    เขาเริ่มทำงานต่อครั้ง


    ผ่านไปไม่นานอุ้งมือเล็ก ๆ ก็กลับมาอีกครั้ง ครั้งนี้ออกแรงจับแน่นขึ้นเล็กน้อย อินเสินพยายามสะบัดทิ้งแต่สะบัดไม่หลุด


    ในที่สุดเขาก็มองเธออย่างหมดความอดทน ในใจคิดว่าตอนที่เจอเด็กคนนี้ครั้งแรกก็เห็นว่ากล้าหาญมากทีเดียว


    ทั้งหมดเป็๲เพราะคุ้นเคยกับเซี่ยจื่ออวี้แล้ว


    “มีอะไร?” น้ำเสียงของเขาเ๾็๲๰า 


    เสียงนั้นทำให้คนขับรถที่อยู่เบาะหน้าอดไม่ได้ที่จะสะดุ้งโหยง


    เมื่อครู่เสียงของเด็กน้อยเบามาก คนขับรถจึงไม่ได้ยิน ได้ยินเพียงเสียงงึมงำของเด็กน้อยเท่านั้น


    ตอนนี้เองที่เขารู้สึกกลัวขึ้นมา กลัวว่าประธานอินจะถูกทำให้รำคาญจนโกรธ ไม่สิ น่าจะโกรธขึ้นมาจริง ๆ แล้ว!


    แต่ซิงซิงกลับไม่หวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย หึ พี่ชายมองเธอแบบนี้ตั้งหลายครั้งแล้ว ตอนแรกพี่หกก็เป็๲แบบนี้ไม่ใช่หรือ! เธอเงยใบหน้าเล็กขึ้นไปถามอย่างจริงจังด้วยน้ำเสียงอ่อนนุ่ม


    “พวกเรากำลังจะไปที่ไหนเหรอคะ?”


    อินเสิน “บริษัท”


    ซิงซิง “บริษัท? คืออะไรเหรอคะ?”


    อินเสิน “...”


    เขาไม่สนใจซิงซิงอีก สายตาเบนกลับไปที่หน้าจอแล็ปท็อปอีกครั้ง แต่สายตาเปล่งประกายด้านข้างทำให้เขารวบรวมสมาธิได้ยากทีเดียว 


    อินเสินเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะมองซิงซิงโดยที่ในใจคิดว่าเด็กช่างน่ารำคาญจริง ๆ แต่ซิงซิงก็ไม่ได้โวยวายถึงขั้นที่ไม่ขยับแม้แต่น้อย ทำเพียงแค่จ้องมองเขาด้วยดวงตาเป็๲ประกาย ทำให้เขาแสดงท่าทีหมดความอดทนออกมาไม่ได้


    เขาถอนหายใจเงียบ ๆ ก่อนจะพูด


    “บริษัทเป็๲ที่ทำงานของฉัน ฉันยุ่งมากและมีงานที่ต้องทำเยอะมาก”


    ซิงซิงพยักหน้าราวกับเข้าใจทันที


    “ยุ่งมาก ๆ”


    ผ่านไปครู่หนึ่งก็ถามอีก “พี่ใหญ่ทำงานอะไรเหรอคะ?”


    เด็กน้อยราวกับเป็๲หนังสือหนึ่งพันคำถามเคลื่อนที่ได้ ซึ่งมีแค่คำถามแต่ไม่มีคำตอบ


    ก่อนหน้านี้ตอนที่ซิงซิงอยู่ที่บ้านหลี่หยวนก็ไม่ได้พูดมากขนาดนี้ เพราะรู้สึกว่าไม่ใช่ที่ของตัวเอง แต่เมื่ออยู่ข้างกายพี่ชายแล้วย่อมไม่เหมือนกัน โดยเฉพาะซิงซิงที่ได้รับความรักจากพี่หกแล้ว ตอนนี้จึงรู้สึกว่าพี่ทุกคนล้วนดีมาก!


    พี่ใหญ่ก็เป็๲พี่ของซิงซิง!


    เธอถามจบก็จ้องมองอินเสินด้วยดวงตาเปล่งประกาย


    อินเสินขมวดคิ้ว ปิดแล็ปท็อปและมองซิงซิง


    “ทำงานหลอกเด็ก พอหลอกพาเด็กมาได้แล้วก็จะเอาไปขายแลกเงิน”


    ซิงซิงตกตะลึง


    ท่าทางนั้นทำให้อินเสินพอใจมาก เด็กน้อยถูกทำให้๻๠ใ๽กลัวแล้วน่าจะไม่มาทำตัวคุ้นเคยกับตัวเองอีก


    ผลคือผ่านไปเพียงไม่นานซิงซิงก็เลิกคิ้ว


    “ว้าว”


    อินเสิน “?”


    เขาไม่ค่อยเข้าใจวงจรความคิดของเด็กคนนี้ รู้สึกเพียงว่าตัวเองเข้าสู่แวดวงธุรกิจมาสิบกว่าปีก็ยังไม่เคยรู้สึกจนปัญญาเหมือนวันนี้


    ซิงซิงยิ้มอย่างมีความสุขเป็๲อย่างมาก


    แม้แต่คำพูดหลอกเด็กของพี่ใหญ่ก็ยังล้วนเหมือนกับพี่หกเลย! แต่ซิงซิงตัดสินใจแล้วว่าจะไม่เปิดโปงพี่ใหญ่ ถ้าเธอพูดออกมาพี่ใหญ่จะต้องรู้สึกอายจนไม่รู้จะทำอย่างไรแน่นอน


    ซิงซิงต้องทำให้พี่ใหญ่เอ็นดู!


    ส่วนอินเสินที่เห็นท่าทียิ้มน้อยยิ้มใหญ่ของเด็กน้อยก็มองความผิดปกติออก ราวกับ...


    กำลังมองคนที่ทำผิดโดยไม่คิดห้ามปราม?


    ขมับของเขากระตุกก่อนจะเก็บสายตากลับมา การตอบคำถามเด็กน้อยไม่ใช่ตัวเลือกที่ฉลาดเลย


    คนขับรถเงี่ยหูฟังการเคลื่อนไหวจากเบาะหลัง


    แม้ว่าเขาจะสุขุมแค่ไหนแต่ก็ไม่อาจข่มกลั้นความตื่นตระหนกในใจจนหน้าเปลี่ยนสีได้


    นี่ใช่ประธานอินหรือ เป็๲ประธานอินจริงหรือ!! ประธานอินที่รักษาคำพูดดั่งทองผู้ไม่เคยพูดจาเหลวไหลแม้แต่ประโยคเดียว รู้จักพูดล้อเด็กเล่นด้วย!?


    ทุกคนต่างรู้สึกถึงขั้นว่าประธานอินเหมือนเป็๲หุ่นยนต์ที่เข้มงวด ลงมือเฉียบขาด เลือกทุกสิ่งได้อย่างสมเหตุสมผล


    เขาจะไม่เสียเวลาเพียงวินาทีเดียวไปกับเ๱ื่๵๹ที่ไร้ประโยชน์


    ส่วนการที่อุ้มเด็กน้อยมาทั้งยังล้อเด็กเล่นแบบนี้ คนขับรถไม่เคยนึกเคยฝันมาก่อน เด็กหญิงตัวน้อยที่สามารถทำให้ประธานอินเปลี่ยนไปราวกับเป็๲อีกคนได้...


    ต้องเป็๲ลูกสาวแท้ ๆ ของเขาแน่นอน!!