ตอนที่ยี่สิบสอง “อัศวินสีรุ้ง” Rainbow Knight
“อัศวินในฤดูร้อน” คือพวกที่มีแิในเื่ของ”เกียรติยศ” “ความกล้าหาญ” “กฎของอัศวิน”
ต่างๆที่มองว่าาคือเื่ที่มีเกียรติ ร้องรำทำเพลง มีการละเล่นกันในค่ายทหารเสียด้วย
สร้างความรำคาญแก่พวกทหารเก่าที่มองว่าพวกนี้เป็พวกที่ไม่รู้จักาที่แท้จริง
ว่ากาลเวลาที่ผ่านไปจะทำให้จิตใจอุดมคติของพวกเขาที่ร้อนรุ่ม คิดว่าเื่ราวความกล้าหาญของตนเองนั้นจะได้บันทึกในบทเพลง เป็ตำนาน ได้รับการเล่าขายโดยนักดนตรีและนักขับลำนำ
ทำให้อัศวินที่มีประสบการณ์จะจิตใจค่อยๆเยือกเย็นลงเรียกว่า “อัศวินฤดูหนาว” Winter Knight
“หากไม่เป็อัศวินฤดูร้อนในตอนที่คุณยังเยาว์แปลว่าคุณไร้หัวใจ ไม่เป็อัศวินฤดูหนาวตอนที่คุณชราแปลว่าคุณไร้สมอง”
ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อมาอยู่ในดินแดนของดยุกอูลริก
ปรกติคนเราจะเผชิญหน้ากับปัญหาในเวลาเจอกับา ต้องใช้เล่ห์กล ไม่มีใครที่จะพบกับาที่เอาชนะได้ตลอดเวลา คนเราต้องกัดฟันที่จะหลบหนีเพื่อเอาชีวิตรอดในวันต่อไป
เมื่อหลบหนี รู้จักใช้แผนการ ก็เริ่มกลายเป็”อัศวินฤดูหนาว” ที่เยือกเย็นมากขึ้น เพื่อรักษาชีวิตมากกว่ารักษาศักดิ์ศรีของอัศวิน มันอาจจะเป็กาลเวลาหรืออาจจะเป็การเลือกสรรตามธรรมชาติ
ที่มีแต่ผู้ที่เลือกหนีมากกว่าเลือกจะต่อสู้ตายอย่างอัศวินเท่านั้นจึงจะรอดชีวิตเป็อัศวินต่อไปได้
แคว้นเพนดราก้อนมีปัญหานิดหนึ่งคือ พวกเขาไม่เคยเจอความพ่ายแพ้ที่ทำให้ต้องยอมมองว่าชีวิตสำคัญกว่าศักดิ์ศรีมาก่อนในรุ่นนี้ เพราะดยุกอูลริกบริหารแคว้นได้ร่ำรวย ข้าวของ อาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆเพียบพร้อม
เมื่ออุปกรณ์มากกว่าและกำลังคนมากกว่าตลอดเวลาจึงไม่มีเื่อย่าง”ยอมเสียสละชีวิตเพื่อต้านทัพใหญ่ของศัตรูที่มีจำนวนมากกว่า” เพราะพวกเขามีจำนวนมากกว่าศัตรูเสมอในทุกครั้งที่รบนั่นเอง
นิสัยที่อัศวินแคว้นอื่นจะแก้ได้เมื่ออายุมากขึ้น จิตใจเยือกเย็นลง
แคว้นเพนดราก้อนของดยุกหมูอ้วนนั้น ราวกับเป็เส้นเืไปแล้วที่มีความหยิ่งในตนเองเกินกว่าที่คนธรรมดาหรืออัศวินธรรมดาควรจะมี
เซอร์แรมเบิร์ตและผองเพื่อนชาวคณะเรนโบวไนท์นั้นไม่มีเลยแม้แต่น้อย
พวกนี้ทางเทคนิคก็ทำตัวเหมือนแก๊งค์ซิ่งในยุคปัจจุบัน ที่จะขี่ม้าโชว์ตัวอวดสาวๆไปทั่ว
..ซึ่งก็ได้ผลสาวๆชอบพวกเขามากกว่าทหารเดินเท้าจริงๆ และนั่นคือสิ่งที่ทำให้พวกเขาเย่อหยิ่งมากขึ้นไปอีก
เซอร์แรมเบิร์ตใส่ชุดเกราะสีแดง มีอักษรรูนราคาแพง ธงศึกแบนเนอร์ที่มีพลังเสริมสร้างกำลังใจมากกว่าที่ทหารเดินเท้าใช้
และเหล่าลูกคุณหนูก็มีชุดเกราะราคาแพงกว่าชาวบ้านไม่แพ้กัน
ไม่แปลกที่พวกเป้าหมายของเกมส์จีบหนุ่มจะเป็คนที่โรแมนติคมีอุดมคติ เพราะพวกเขานั้นได้รับการปกป้องจากโลกที่โหดร้าย ทำให้ไม่ต้องประนีประนอมกับสภาพความเป็จริงที่ความสามารถไม่มากพอที่จะรักษาอุดมคติเอาไว้
และแน่นอน อีกอย่างที่คนไม่ค่อยนึกถึงคือ “ความสูงส่งของชนชั้น”
ที่ขุนนางหรือผู้มียศต่างๆนั้น อาจจะเพราะพันธุกรรมหรือพระเ้าอวยพร สายเืของขุนนางมีเวทย์มากกว่าชาวบ้านทั่วไป
และแิว่าชาวบ้านทั่วไปไม่อาจชนะขุนนางได้ก็มีอยู่ในสังคม
การที่นางเอกอย่างมาเรีย เข้าไปในโรงเรียนของชนชั้นสูงได้ ถึงเป็เื่ที่จับตากันทั้งเื่ความฉลาดของเธอที่ไม่ได้มีติวเตอร์อาจารย์สอนส่วนตัว หรือเชื้อสายขุนนางที่จะมีพลังเวทย์มากพอที่จะเข้ามาเรียนในโรงเรียนของชนชั้นสูงนั้น
แม้แต่ดยุกอูลริก ที่คนภายนอกมองว่าไม่ได้เื่(เหรอ?) ก็ยังมีเวทย์มากกว่าคนทั่วไป ตามค่าสถานะของเขา สามารถจัดการทหารระดับล่างๆทั้งกองด้วยตัวคนเดียวจากการที่มีคนลองแฮ็กเกมส์ตั้งค่าสถานะต่อสู้ต่างๆแบบซิมูเลเตอร์จากเกมส์แล้ว
นั่นก็อาจจะไม่ยุติธรรมนัก เพราะทางเทคนิคแม้แต่นางร้ายบางคนตามซิมูเลเตอร์หากให้ติดอาวุธอย่างมีด ก็สามารถฆ่าคนธรรมดาได้ทั้งหมู่บ้านเช่นกัน
แน่นอนด้วยความคิดว่า “ชนชั้นสูงเก่งกว่าชนชั้นต่ำ” นี่ล่ะที่เป็แิทั่วไปการที่ผมจะพยายามชักชวนนักผจญภัยหรือคนธรรมดาเข้ามาในแฟมิเลีย กิลด์ของผมเองนั้น
ต้องเอาเ้าพวกนี้ออกไปห่างๆจากคนทั่วไปก่อน
“อย่าได้ขออภัยแรมเบิร์ตเอ๋ยเ้าทำให้ข้าภูมิใจมาก ภูมิใจเถอะ เรนโบไนท์ของเ้านับเป็ของขวัญชิ้นเอกดุจดั่งกล่องดวงใจของข้าและข้าจะมีภารกิจที่ยากลำบากที่แทบจะสามารถบันทึกไว้ในตำนานและคนจะกล่าวขานไปถึงพวกเ้านับร้อยนับพันปีเลยล่ะ”
ผมกำลังหาทางเอาพวกนี้ไปอยู่ห่างๆจากชาวบ้านด้วยข้ออ้างด้านการฝึกฝนและภารกิจต่างๆอยู่
แต่อืม ให้เดินทางไปทั่วแผ่นดินไม่ดี เดี๋ยวเจอพระเอกอิเซไคหรือาาปีศาจที่ออกมาใช้ชีวิตสโลไลฟ์ เดี๋ยวพวกนี้จะแกว่งเท้าหาเสี้ยนแล้วตายหมดทั้งแก๊งค์เสียก่อน ต้องหาทางที่พวกนี้มันไม่ไปพบปะผู้คน แต่ก็ต้องหลอกพวกนี้ว่ากำลังฝึกซ้อมหรือทำอะไรที่สำคัญอยู่
“ขอบพระคุณท่านดยุกอูลริก” พวกเรนโบว์ไนท์และเหล่าอัศวินทำท่าคำนับ
แรมเบิร์ตที่เปิดหมวกของอัศวินอยู่ด้านข้างนั้นแสดงมาตรฐานของความหลอ่เหลาระดับที่เป็เป้าหมายในการจีบได้คนหนึ่งเลยทีเดียว
จะว่าแรมเบิร์ตคือภาพมาตรฐานในความคิดของคนทั่วไปเมื่อคิดถึงภาพ “อัศวินของเพนดราก้อน”ก็ได้คือ ขี่ม้าตัวใหญ่ ผมสีทอง ตัวสูง ท่าทางหยิ่งยะโส มองไม่ค่อยเห็นหัวคนอื่นอยู่ในสายตา
“ข้าจะพยายามเต็มที่เพื่อไม่สร้างความผิดหวังให้กับท่านดยุกค่ะ ข้าจะพิสูจน์ให้ได้เช่นกันว่าผู้หญิงก็เป็อัศวินที่ดีได้” บริแอนเน่”สายลมสีฟ้า”
ผู้หญิงที่หน้าตาท่าทางคล้ายผู้ชายคือตัวใหญ่ มีกล้ามหน้าตาคมเข้ม
เธอเป็อีกหนึ่งอัศวินหญิงที่สร้างปัญหาให้กับพ่อแม่ที่เป็ห่วงเธอเพราะมีลูกสาวคนเดียวนั่นเอง
เธอเป็คนหนึ่งที่นางเอกเอาเข้ามาเป็พวกได้หากเจรจากันดีดี และเลือกทางที่สนับสนุนความฝันของเธอ
แน่นอนผมพอเข้าใจความลำบากใจของดยุกหมูอ้วน เพราะลอร์ดเซฟวินด์ คือผู้สนับสนุนคนสำคัญคนหนึ่งของดยุกหมูอ้วน
ที่ทำอะไรต้องเกรงใจลอร์ดเซฟวินด์พอสมควร อย่างน้อยก็ในเื่สำคัญอย่างทายาทที่จะสืบต่อ
ท่าทางในเื่นี้จะได้อิทธิพลแิคนญี่ปุ่น “ชั้นเป็คนตัวสูงมีกล้ามไม่มีใครชอบชั้น” เธอจึงหาสามีและมาสร้างทายาทไม่ได้นั่นเอง
หากมองในแง่การเมืองการสืบทอดตระกูล อัศวินสาวที่แม้จะเก่งแค่ไหน ก็มีค่าทางการเมืองไม่เท่ากับการที่ต้องสืบทอดทายาทของตระกูลขุนนางหรอก หากมองเื่ความมั่นคงมากกว่า
แต่ไม่ต้องห่วงเธอมีดยุกหมูอ้วนเป็หัวหน้าและเขามีทางแก้ไขวิธีนี้อยู่