ม้าเร็วขององค์ชายสี่มุ่งตรงไปอย่างรีบร้อน ฝ่าหิมะ ฝ่าผืนป่าอย่างไม่ลดละ ท่ามกลางความคิดต่าง ๆ ผุดขึ้นในใจ หากไม่ใช่เพราะอี้เทียน เป็พี่ชายที่เขารักมากที่สุด เขาจะไม่มีวันยอมให้หยางเอ๋อแต่งงานด้วยอย่างเด็ดขาด ยิ่งเ็ป เมื่อรู้ว่าอี้เทียนละเลยหยางเอ๋อ ทำให้นางร้องไห้เสียใจเพราะการกระทำของเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ขณะที่รถม้าขององค์ชายรอง กำลังผ่านพ้นหุบเขาเพื่อเข้าสู่สะพานข้ามแม่น้ำ กลุ่มชายฉกรรจ์ชุดดำนับสิบ ก็สุ่มเข้าโจมตีรถม้า และรถขนเสบียง ทหารที่คุ้มกันก็ต่อสู้เพื่อปกป้องชีวิตขององค์ชายรองที่อยู่กับหลี่เถียนเปาในรถม้าอีกคัน
เสียงกระบี่กระทบกันด้านนอกทำให้หลี่เถียนเปาเบิกตากว้าง แล้วรีบถลาตัวเข้าหาชายหนุ่มทันทีด้วยความหวาดกลัว อี้เทียนดันกายนางออกแล้ว แล้วพุ่งตัวออกจากรถม้าดึงกระบี่เข้าต่อสู้ ก่อนจะหยิบธนูจากด้านหลังยิงห้ำหั่นศัตรู ไม่นานนักศพของอีกฝ่ายก็นอนเกลื่อนเต็มพื้น อี้เทียนพักหายใจได้เพียง่สั้น ๆ
“ฆ่า!” เสียงคำสั่งดังขึ้นจากด้านหลัง ก่อนศัตรูจะบุกเข้ามามากขึ้นกว่าเดิม ทหารในมือต่างล้มตาย กำลังเริ่มอ่อนแรงไม่มีท่าทีว่ากองกำลังศัตรูจะลดน้อยลง ก่อนม้าเร็วขององค์ชายสี่จะเข้ามาตวัดกวัดแกว่งกระบี่ในมือหมายมั่นห้ำหั่นศัตรู ก้อนหินถูกดีดไปหลายทิศทาง พร้อมกับลูกธนูขององค์ชายรอง ทำให้ศพที่พื้นเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว
“เ้ามาทำไม? เหตุใดไม่ดูแลหยางเอ๋อ!” สุรเสียงขององค์ชายรองเอ่ยถาม พลางยิงธนูออกไปพร้อมสายตาตั้งมั่น
“หากไม่ใช่เพราะหยางเอ๋อขอร้องให้มาช่วย ข้าก็คงไม่มาหรอก ใครอยากมาช่วยคนใจร้ายอย่างท่านกันเล่า!” เขาพูดกึ่งไม่พอใจ ก่อนทั้งสองจะหันหลังชนกัน ประจันหน้ากับศัตรู
“บุญคุณของข้าในครั้งนี้ อย่าลืมก็แล้วกัน!” คำพูดขององค์ชายสี่ ทำให้อี้เทียนยิ้มมุมปาก แล้วตัดสินใจยิงธนูใส่ศัตรูที่เหลือจนพ่ายแพ้ในที่สุด ส่วนหนึ่งรอดกลับไปได้ อีกส่วนนอนหายใจรวยริน
สองเท้าของเซียวจ้านเดินไปกระชากคอขึ้นมาแล้วเอ่ยถาม
“เ้าเป็คนของใคร?”
“ไว้ชีวิตข้าด้วย ข้าถูกบังคับ” ชายชุดดำยกมือขึ้นขอร้อง ขณะที่ดอกธนูปักอยู่กลางท้อง พร้อมเืไหลทะลักออกมาไม่หยุด
“ข้าถามว่าเ้าเป็คนของใคร?” เซียวจ้านถามพร้อมยกกระบี่ขึ้นหมายเอาชีวิต
“ข้าเป็คนของสกุลลี้ม เขาส่งข้ามาเพื่อกำจัดองค์ชายรอง” คำสารภาพศัตรูที่ใกล้หมดลม ทำให้อี้เทียนแน่นิ่งไปครู่หนึ่ง
“สกุลลิ้มงั้นเหรอ?” เขาพึมพำเบา ๆ ท่ามกลางสายตาแน่นิ่ง
“ทหารในมือเหลือแค่นี้แล้ว หวังว่าคงไม่ไล่ข้ากลับวังหลวง สถานการณ์เช่นนี้ ไม่เป็ผลดีต่อท่านเท่าใดนัก!” เซียวจ้านสะบัดตัวขึ้นรถม้า พบกับร่างของหลี่เถียนเปานั่งตัวสั่นระริกอยู่ด้วย เขาหลับตาลงแล้วกัดฟันแน่นเพื่อสงบโทสะ
ก่อนจะลงจากรถม้า แล้วะโขึ้นม้าคู่กายของตัวเอง ท่ามกลางสายตาของอี้เทียนที่มองตรงมาอย่างมีความหมาย
“เ้าทิ้งหยางเอ๋อไว้ที่วังหลวง หากเกิดอะไรขึ้นใครจะปกป้องนาง”
“เหตุใดต้องสนใจ ในเมื่อท่านเป็คนสั่งทหาร ให้มาคุ้มกันหลี่เถียนเปาจนหมด ตอนนี้จะเหลือก็แต่ทหารในวังเท่านั้นล่ะ” เซียวจ้านตอบพร้อมสายตาแน่นิ่ง หิมะค่อย ๆ โปรยปรายลงมาท่ามกลางสายตา จับจ้องมองกันอย่างไม่มีใครยอม
“ตอนนี้คนของสกุลลิ้ม คงไปรายงานแล้วว่าไม่สามารถลอบกำจัดท่านได้ตามคำสั่ง ระหว่างทางหากไม่มีข้าคอยช่วยเหลือ อย่าฝันว่าจะเดินทางไปถึงเมืองไห่โจวได้ทันเวลา” เซียวจ้านเชิดหน้าขึ้นแล้วกล่าว ก่อนหลี่เถียนเปาจะเปิดผ้าม่านของรถม้าแล้วเอ่ยขึ้น
“องค์ชายรองเพคะ คนร้ายไปกันหมดแล้วใช่หรือไม่ หม่อมฉันกลัวเพคะ” นางกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ เสียงแหลมของนางทำให้เซียวจ้านถึงกลับหลับตาลง สงบสติตัวเองอีกครั้ง พลันบังคับม้าเดินนำหน้าตรงไปยังเมืองไห่โจว
เมื่ออี้เทียนขึ้นมายังรถม้า ร่างของหลี่เถียนเปาก็โผเข้ากอดเขาด้วยความหวาดผวา
“หม่อมฉันกลัวเพคะ เรากลับวังหลวงกันดีหรือไม่ หม่อมฉันยังไม่อยากตาย” นางร้องไห้ออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ก่อนชายหนุ่มจะเอ่ยขึ้น
“หากเ้าอยากกลับ ข้าจะให้คนส่งเ้ากลับ” สิ้นรับสั่งของเขา หญิงสาวค่อย ๆ ปาดน้ำตาแล้วเงยหน้าถามอีกฝ่าย
“ตรัสเช่นนี้ พระองค์จะไม่ยอมกลับไปพร้อมหม่อมฉันเหรอเพคะ”
“หน้าที่ของข้า ละเลยได้งั้นเหรอ หากมัวแต่กลัว แล้วภายหน้าจะปกป้องราษฎรได้ยังไง” เขาพูดพร้อมเหลือบไปเห็นขนมของหยางเอ๋อตกลงบนพื้น จึงค่อย ๆ ก้มลงไปเก็บขึ้นมาถือไว้อย่างแแ่ และไม่กล่าวสิ่งใดออกมา สายตาตั้งมั่นยังคงแสดงเด่นชัดอยู่ตลอดเวลา
ขณะที่ขบวนขององค์ชายหยางเติ้งกำลังมุ่งตรงไปยังเมืองไห่โจว คนของสกุลลิ้มก็มารายงานเหตุการณ์ต่าง ๆ ในทันที รถม้าของเขาหยุด ก่อนชายหนุ่มสูงศักดิ์จะเปิดผ้าม่าน แล้วเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“จัดการได้หรือไม่”
“นายท่าน ให้มารายงานองค์ชาย ว่าอย่าเพิ่งวู่วาม ตอนนี้ยังไม่สามารถกำจัดองค์ชายรองได้ รอให้...” ยังไม่ทันรายงานจบ ชายหนุ่มกำมือแน่น แล้วเอ่ยถามอีกฝ่ายด้วยความโกรธ
“เหตุใดจึงกำจัดไม่ได้ คนของท่านตา ส่งมานับร้อย ยังกำจัดอี้เทียนไม่ได้อีกรึ”