ตอนที่ 9 : ข่าวลือะเืสำนักไท่ซาน
เช้าวันต่อมา ท้องฟ้าสว่างจาง ๆ แสงอาทิตย์ยังไม่ทันโผล่พ้นขอบเขา แต่เสียงพูดคุยกระซิบกระซาบกลับดังไปทั่วลานฝึกของสำนักไท่ซาน
“เ้ารู้หรือยัง? เมื่อวานศิษย์โรงรับใช้ชื่อหวังเมิ่งหลงต่อสู้กับศิษย์เอกตำหนักกระบี่มู่ไห่ตง!”
“หา! เ้าล้อข้าเล่นหรือไง มู่ไห่ตงน่ะนะ ถูกศิษย์โรงรับใช้สู้จนถอย!?”
“ข้าเห็นกับตา พลังห้าธาตุของเขาปรากฏรอบกายด้วย! ข้าคิดว่ามันแค่ข่าวลือ แต่เมื่อคืนข้าฝันยังเห็นภาพมันเลย!”
เสียงพูดคุยดังระงมทั่วทุกตำหนัก เหล่าศิษย์ในสำนักไม่ว่าขั้นใดล้วนเอาเื่นี้มาพูดกันไม่หยุด ใบหน้าเต็มไปด้วยทั้งความใและความอยากรู้อยากเห็น
ขณะเดียวกันในห้องพักเล็ก ๆ ของโรงรับใช้ หวังเมิ่งหลงยังคงนั่งขัดสมาธิ ฝึกปราณอย่างเงียบงัน เขารู้สึกได้ว่าพลังในร่างยังคงหมุนเวียนอย่างเสถียร จุดตันเถียนทั้งห้ากระจายพลังออกมาอย่างกลมกลืน
“เมื่อคืนข้าเผลอใช้พลังมากเกินไป… แต่กลับไม่รู้สึกอ่อนแรงเลย สงสัยน้ำในอ่างไม้นั่นคงมีส่วนแน่”
เขาพึมพำเบา ๆ พลางมองไปยังอ่างไม้วิเศษที่ตั้งอยู่ข้างกำแพง แสงสะท้อนจากผิวน้ำในอ่างส่องประกายเรืองรองราวกับมีชีวิต
เสียงประตูไม้ถูกเปิดออกเบา ๆ
“เมิ่งหลง เ้าตื่นแล้วสินะ”
ถังหยิน ก้าวเข้ามา มือถือห่ออาหารเช้าไว้
“ข้าคิดว่าเ้าคงเหนื่อยจากเื่เมื่อวาน เลยเอาโจ๊กสมุนไพรมาฝาก”
หวังเมิ่งหลงยิ้มบาง “ขอบคุณมาก ศิษย์พี่ถังหยิน”
ทั้งสองนั่งลงตรงโต๊ะไม้เล็ก ๆ ถังหยินมองหน้าเมิ่งหลงอย่างพินิจ ก่อนถอนหายใจเบา ๆ
“เ้ารู้ไหม ตอนนี้ทั้งสำนักพูดถึงเ้ากันทั่วแล้ว ข่าวลือแพร่ไปถึงแม้แต่ตำหนักผู้าุโ”
“ข้ารู้มาบ้าง” เมิ่งหลงตอบเสียงเรียบ “แต่ข้าไม่ได้ตั้งใจจะให้เป็เช่นนั้น ข้าเพียงป้องกันตัวเท่านั้น”
“ข้ารู้ว่าเ้ามิได้เริ่มก่อน” ถังหยินพยักหน้า “แต่โลกนี้บางทีก็ไม่ยุติธรรมหรอก เ้าทำถูกก็อาจถูกมองว่าทำผิด คนอ่อนแอก็ถูกเหยียบ คนแข็งแรงเกินไปก็ถูกกลัว”
หวังเมิ่งหลงเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนพูดช้า ๆ
“ข้าเข้าใจแล้ว ศิษย์พี่ ถ้าเช่นนั้น… ข้าคงต้องเข้มแข็งกว่านี้”
เสียงลมพัดผ่านหน้าต่าง เงาไม้แกว่งไหวบนพื้น
ยังไม่ทันที่ทั้งสองจะพูดต่อ เสียงฝีเท้าก็ดังขึ้นหน้าประตู
“หวังเมิ่งหลง!”
ประตูเปิดออกอย่างแรง ศิษย์หนุ่มสองคนจากตำหนักกลางก้าวเข้ามา ใบหน้าจริงจัง “ตามคำสั่งของผู้าุโชางเทียน เ้าถูกเรียกตัวไปยังหอาุโทันที!”
เมิ่งหลงนิ่งไปชั่วครู่ ก่อนพยักหน้า “ข้าเข้าใจ”
---
ณ หอาุโ สำนักไท่ซาน
บรรยากาศภายในเงียบสงัด กลิ่นธูปลอยอวล ผู้าุโทั้งห้านั่งเรียงอยู่้าสุด ทุกคนเป็ผู้บำเพ็ญขั้นสูงที่มีอำนาจตัดสินชะตาศิษย์ในสำนัก
ตรงกลางห้องคือ มู่ไห่ตง ที่ยืนก้มหน้า สีหน้าไม่พอใจนัก
ด้านข้างคือหวังเมิ่งหลงที่ยืนสงบนิ่ง สายตาไม่แสดงความหวั่นไหวแม้แต่น้อย
ผู้าุโชางเทียนเอ่ยเสียงทุ้ม
“หวังเมิ่งหลง ข้าได้ยินว่ามีเหตุวิวาทเกิดขึ้นระหว่างเ้ากับศิษย์เอกตำหนักกระบี่ เป็ความจริงหรือไม่”
เมิ่งหลงโค้งคำนับ
“เป็ความจริงขอรับ แต่ข้าไม่ได้เป็ฝ่ายเริ่มก่อน เพียงป้องกันตัว”
มู่ไห่ตงเงยหน้าทันที
“ท่านาุโ! เขากล้าพูดโกหกต่อหน้าท่าน ข้าเพียงตำหนิเขาเล็กน้อย แต่เขากลับใช้พลังจู่โจมข้า! หากข้าไม่ระวัง ป่านนี้คงาเ็สาหัสไปแล้ว!”
เสียงซุบซิบดังขึ้น ผู้าุโอีกคนกล่าวขึ้น
“แต่พยานหลายคนเห็นว่าเ้ามู่ไห่ตงเป็ฝ่ายชักดาบก่อนนะ”
มู่ไห่ตงหน้าเคร่งทันที “พวกนั้นเป็ศิษย์ของตำหนักอื่น จะเชื่อได้อย่างไร!”
ผู้าุโชางเทียนยกมือขึ้นให้ทุกคนเงียบ ก่อนหันไปมองเมิ่งหลงอีกครั้ง
“ข้าได้ตรวจสอบจากเหล่าศิษย์ในสำนักแล้ว เหตุการณ์เมื่อวานนี้… เ้าควบคุมพลังห้าธาตุได้จริงหรือไม่”
เมิ่งหลงนิ่งครู่หนึ่ง ก่อนตอบตรงไปตรงมา
“ข้าเพิ่งเริ่มฝึกจนจุดตันเถียนเปิด พลังอาจไม่มั่นคงนัก แต่ข้ารู้สึกได้ว่าข้าควบคุมมันได้แล้วบางส่วน”
คำพูดนั้นทำให้เหล่าผู้าุโหันมามองหน้ากัน สีหน้าหลากหลาย บ้างใ บ้างครุ่นคิด
“พลังห้าธาตุไม่เคยมีผู้ใดในรอบร้อยปีควบคุมได้พร้อมกัน”
“เด็กคนนี้อาจไม่ธรรมดา…”
ชางเทียนลอบมองอย่างสนใจ แววตาเขาไม่เหมือนผู้อื่น ไม่ได้มีเพียงความสงสัย แต่ยังมีแววทดสอบ
“เช่นนั้น ข้าจะให้โอกาสพิสูจน์” เขาพูดขึ้น “อีกสามวัน สำนักจะมีพิธีทดสอบพลังปราณรอบฤดูใบไม้ผลิ เ้าจะเข้าร่วมในฐานะศิษย์นอกสำนัก หากเ้าสามารถผ่านระดับที่ห้าของหอทดสอบพลังได้ ข้าจะเสนอให้เ้าขึ้นเป็ศิษย์ในสำนักไท่ซาน”
เสียงฮือฮาดังขึ้นทั่วห้อง
มู่ไห่ตงหน้าเปลี่ยนสีทันที “ท่านาุโ! นั่นมันไม่ยุติธรรม! เขาเป็เพียงศิษย์โรงรับใช้!”
“เงียบ!” ผู้าุโชางเทียนตวัดสายตาเย็น “ในสำนักไท่ซาน ใครมีความสามารถก็ย่อมได้รับโอกาส นั่นคือกฎ”
เมิ่งหลงคำนับลึก “ข้าจะไม่ทำให้ท่านผิดหวัง”
หลังออกจากหอาุโ ถังหยินรีบมาหา เขาพูดเสียงตื่นเต้น
“เมิ่งหลงเ้าจะเข้าทดสอบจริง ๆ หรือ?”
“ใช่ ข้าจะไม่หนีอีกต่อไป” เมิ่งหลงตอบ ดวงตาเปล่งประกายแน่วแน่ “ข้าต้องพิสูจน์ว่า คนที่พวกเขาดูแคลนวันนั้น… จะยืนอยู่ได้ด้วยกำลังของตนเอง”
ถังหยินยิ้มบาง ๆ “งั้นข้าจะช่วยฝึกให้เ้าเอง”
เมิ่งหลงมองฟ้า แสงแดดเริ่มทอประกายเหนือยอด
เขา เสียงระฆังยามเช้าดังแว่วจากหอหลัก
หัวใจเขาเต้นแรงนี่คือจุดเริ่มต้นของเส้นทางใหม่ ที่จะเปลี่ยนชะตาของ “ศิษย์โรงรับใช้” ให้กลายเป็ “เซียนผู้แท้จริง”.