เมื่อกลิ่นหอมของใบชาเริ่มจางลงในอากาศ ทริสตันจึงเลื่อนมือทั้งสองมากุมประสานกันไว้บนโต๊ะไม้เนื้อหนา เขานิ่งเงียบพลางกวาดสายตาที่ลุ่มลึกมองไปยังผู้คนในห้องที่แต่ละคยมีสีหน้าและอารมณ์แตกต่างกันไป ก่อนจะเปล่งวาจาที่ดังกึกก้องไปทั่วห้องทำงานที่เงียบสงัด
“ทุกท่าน... นี่คือการประชุมเพื่อวางรากฐานครั้งแรกอย่างเป็ทางการของซิลเวอร์เรส”
สิ้นคำกล่าว บรรยากาศรอบข้างพลันหนักอึ้งขึ้นในพริบตา ทุกคนในที่นั้นต่างสูดหายใจเข้าปอดลึกราวกับ้าเรียกสติและความกล้าหาญ แววตาที่เคยหวั่นไหวกลับแปรเปลี่ยนเป็ความเคร่งขรึมและจริงจังถึงขีดสุด
“ก่อนจะเริ่ม...” ทริสตันเอ่ยทำลายความเงียบด้วยน้ำเสียงราบเรียบทว่าทรงพลัง “เ้าทั้งสองซึ่งเป็ชาวเมืองดั้งเดิมของซิลเวอร์เรส จงแนะนำตัวให้คนในห้องนี้ได้รู้จักเสียหน่อยสิ”
หญิงชราท่าทางสุขุมเป็ฝ่ายเริ่มก่อน นางค้อมตัวลงอย่างนอบน้อม “ผู้น้อยนามว่า เอลีเนีย วัยห้าสิบห้าปี... เคยทำงานฐานะเ้าหน้าที่บัญชีภายใต้การปกครองของผู้ว่าการคนก่อนค่ะ”
ทริสตันพยักหน้าให้นางอย่างสงบ จากนั้นเขาก็จรดสายตาคมกริบไปยังชายหนุ่มอีกคน ไซลัสสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อปะทะเข้ากับสายตานั้น เขาพยายามรวบรวมความกล้าที่แตกซ่านให้กลับคืนมา ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มที่พยายามบังคับไม่ให้สั่น “ผู้น้อยชื่อ ไซลัส อายุยี่สิบแปดปี... เป็เพียงช่างก่อสร้างในเมืองนี้ครับ”
ทริสตันนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง เขาหรี่ตาลงมองชายหนุ่มราวกับจะมองให้ทะลุถึงิญญา “เราขอถามเ้าหน่อย ไซลัส... ในฐานะที่เ้าเห็นภาพเหตุการณ์ที่ลานปะาเมื่อครู่ มีความคิดเห็นอย่างไรกับการตัดสินใจของเรา?”
ไซลัสชะงักงัน ร่างกายสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้เมื่อถูกคำถามนั้นจู่โจม ความเงียบปกคลุมห้องประชุมอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่ดวงตาของเขาจะเปลี่ยนเป็สีแดงก่ำและเอ่อล้นไปด้วยหยาดน้ำตาที่กลั้นไว้ไม่อยู่
“ตัดสินได้ดี... ท่านผู้ปกครองตัดสินได้ดีเหลือเกินครับ” เขาตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือทว่าหนักแน่น หนึ่งในพวกนั้นได้สังหารพ่อของเขาอย่างโเี้ ความอัดอั้นในใจที่ผ่านมาได้ถูกทำลายลงด้วยคำประกาศิตของทริสตัน
ทริสตันพยักหน้าช้า ๆ รับรู้ได้ถึงความปวดร้าวในน้ำเสียง เขาหันกลับมามองคนทั้งโต๊ะอีกครั้ง ทว่ารอยยิ้มพึงใจเมื่อครู่พลันมลายสิ้น แทนที่ด้วยความเคร่งขรึมที่กดดันยิ่งกว่าเดิม แววตาคมกริบจ้องเขม็งไปที่สองชาวเมืองดั้งเดิมก่อนจะเอ่ยถามเสียงเข้ม
“เอาละ... กลับเข้าสู่ความเป็จริงที่เน่าเฟะของเมืองนี้ สภาพความเป็อยู่ของเมืองที่เกี่ยวกับ... โรคระบาด เกิดขึ้นบ่อยครั้งเพียงใด?”
แววตาของหญิงชราสั่นระริกด้วยความขมขื่นขณะที่นางเค้นเสียงตอบ “ทุกปีค่ะ... ทุกครั้งที่ลมเปลี่ยนทิศ ความตายจะมาเยือนซิลเวอร์เรสเหมือนเงาตามตัว มันพรากเอาชีวิตเด็กผู้บริสุทธิ์และคนแก่เฒ่าไปจนสุสานไม่มีที่ว่างจะฝัง”
นางก้มหน้าลงต่ำหลบสายตาที่กดดันของทริสตัน “ชาวเมืองที่สิ้นหวังต่างเชื่อกันหมดหัวใจว่า... ผืนดินแห่งนี้ถูกเทพเ้าทอดทิ้ง และโรคระบาดพวกนั้นก็คือคำสาปแช่งที่ไม่ว่าใครก็ไม่อาจลบล้างได้ มีเพียงการรอคอยความตายอย่างเดียวดายเท่านั้นที่พวกเราทำได้”
ทริสตันส่ายหน้าอย่างเอือมระอา “ไร้สาระสิ้นดี นี่ไม่ใช่คำสาป! สิ่งที่พรากชีวิตผู้คนไปไม่ใช่สิ่งลี้ลับ นี่คือความไร้ประสิทธิภาพในการจัดการสาธารณะสุข! ในตำราที่เราเคยอ่านมา สิ่งเหล่านี้เรียกว่าการแพร่กระจายของเชื้อร้ายผ่านสิ่งปฏิกูลและของเสียที่พวกเ้าทิ้งขว้างกันอย่างไม่เป็ระเบียบในเมืองต่างหาก!” เขาใช้ความรู้นักการเมืองที่ต้องอ่านรายงานด้านสาธารณะสุขและสิ่งแวดล้อมมาวิเคราะห์สถานการณ์ในตอนนี้
ปัญหาหลักในตอนนี้คือการขาดสุขาภิบาลขั้นพื้นฐาน เช่นน้ำดื่มที่สะอาดไม่ปนเปื้อน การกำจัดของเสีย ทำตอนนี้เกิดโรคระบาดต่อเนื่อง ถ้ายังเป็ไปแบบนี้ต่อไปเรื่อย ๆ ผลกระทบคือการตายเพิ่มของประชากรและแรงงานหนีหาย ส่วนคนภายนอกก็ไม่อยากที่จะเข้ามา ทำให้ดินแดนอ่อนแอไร้ผู้คน ไม่มีกำลังทหารเพียงพอที่จะปกป้องเมือง และส่งผลกระทบต่อการเก็บภาษีสร้างรายได้ให้ดินแดนนี้ สิ่งสำคัญที่ต้องทำเป็อย่างแรกเลยก็คือ หยุดการตายจากโรคระบาดของประชาชน การพัฒนาใด ๆ ก็ไร้ความหมายหากผู้คนยังตายรายวันไปด้วยเื่แบบนี้
“เราต้องปฏิรูป... โดยเริ่มจากการสร้างรากฐานแห่งความอยู่รอดให้มั่นคง ก่อนที่จะเพ้อฝันถึงเื่การปกครองที่สวยหรู” ทริสตันพึมพำแ่เบา นิ้วมือของเขาเคาะลงบนโต๊ะไม้เป็จังหวะเนิบช้า ทว่าหนักแน่น
บรรยากาศในห้องประชุมพลันตกอยู่ในความสงัดเงียบ ทุกสายตาจับจ้องไปยังชายหนุ่มที่หัวโต๊ะด้วยความรู้สึกที่ก้ำกึ่งระหว่างความหวาดเกรงและความเลื่อมใส คำพูดของเขาคือความรู้ใหม่ที่สั่นะเืความคิดเดิม ๆ ของพวกเขาจนสิ้น ทุกคนต่างกลั้นหายใจเพื่อรอคอยดูว่า ผู้ปกครองคนนี้จะตัดสินใจทำอะไรต่อไป
ทริสตันตระหนักดีว่าเขาไม่มีเงินมากมายอะไร ไม่มีทองคำมากพอจะเนรมิตทุกอย่างได้ดั่งใจนึก แม้แต่ทหารติดตามที่เคยมีหนึ่งร้อยนาย บัดนี้ก็เหลือเพียงเก้าสิบห้าชีวิตหลังจากการปะทะกับพวกโจร... เื่นี้ทำให้เขาต้องขบคิดอย่างหนัก แรงงานชายในเมืองที่เหลืออยู่จะแปรเปลี่ยนเป็กำลังสำคัญได้จริงหรือ? พวกเขาจะยอมลงแรงกายอย่างถวายหัว หรือจะเพียงทำงานไปวัน ๆ ด้วยความหวาดกลัว?
ประกายวับวาววูบหนึ่งฉายผ่านดวงตาของเขา ทริสตันตระหนักได้ทันทีว่าในสภาวะที่ขาดแคลนทุนทรัพย์และทหาร การใช้อำนาจบังคับขู่เข็ญย่อมสู้การ สร้างแรงจูงใจ และ การบริหารจัดการที่ดีไม่ได้ เขากวาดสายตาคมกริบมองไปยังทุกคนในห้องประชุม
“เราจะเริ่มจากการจัดการกับขยะและสิ่งปฏิกูลที่อยู่ทุกซอกมุมของเมืองก่อน” ทริสตันกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เด็ดเดี่ยว แววตาคมกริบ เขารู้ดีว่าหากไม่ทำลายแหล่งบ่มเพาะความตายเหล่านี้เสียก่อน แผนการอื่นใดก็ไร้ความหมาย
อาร์วินที่นิ่งฟังอยู่ครู่หนึ่งขยับตัวด้วยความงุนงง แม้จะไม่เข้าใจในเหตุผลลึกซึ้งแต่เขาก็พร้อมน้อมรับบัญชา "ผู้น้อยขอสอบถาม... ท่านทริสตัน้ากำลังพลเท่าใด และจะให้เริ่มลงมือเมื่อใดครับ? หากท่านสั่งมา ผู้น้อยจะแบ่งกำลังทหารบางส่วนไปสมทบกับชาวบ้านที่พอจะเกณฑ์มาได้ เพื่อเริ่มชะล้างเมืองตามประสงค์ของท่านทันที"
ทริสตันเลื่อนสายตาไปหยุดที่อาร์วิน แววตาของเขาคมกริบ “แบ่งกำลังทหารห้าสิบคนออกไป คอยเป็ทั้งมือและเท้าให้ชาวบ้าน พร้อมกับเป็หูเป็ตาในการจัดกลางขยะและสิ่งปฏิกูลในที่สาธารณะไปไว้ที่จุดพักขยะที่เรากำหนด”
เขายกนิ้วขึ้นหนึ่งนิ้วเพื่อเน้นย้ำ “และจงประกาศให้ก้องไปทั่วซิลเวอร์เรส... ใครก็ตามที่กำจัดสิ่งปฏิกูลและขยะในเขตบ้านของตนจนสิ้น และร่วมแรงกันขุดร่องระบายน้ำเสีย เราจะมีรางวัลให้เป็เงินห้าเหรียญทองแดงต่อหนึ่งครัวเรือน!”
น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็เย็นะเืขึ้นเล็กน้อยเมื่อถึงส่วนสำคัญ “ให้ทหารตรวจสอบอย่างละเอียด หากบ้านใดสะอาดหมดจดตามเกณฑ์ จงมอบรางวัลและจดบันทึกนามของพวกเขาไว้ในฐานะประชาชนที่ดี... แต่จงแจ้งแก่พวกเขาทิ้งท้ายด้วยว่า ในอนาคตหากเรายังเห็นความมักง่ายเช่นนี้อีก โทษทัณฑ์จะหนักหนาสาหัสกว่าที่พวกเขาจินตนาการไว้ ส่วนขยะและสิ่งปฏิกูลทั้งหมด... ให้ทหารที่เหลือเร่งไปขุดหลุมขนาดมหึมานอกเขตเมืองเพื่อฝังกลบพวกนี้ไว้ก่อน”
ทริสตันใช้เงินรางวัลเป็แรงจูงใจชาวเมือง การขุดร่องระบายน้ำก็เพื่อนำน้ำเสียออกจากที่พักอาศัยเข้าสู่ระบบบ่อบำบัดแบบง่าย ๆ ที่ใช้ดินและพืชในการกรองเบื้องต้น เขามองไปที่ไซลัส “เราจะจ้างช่างก่อสร้าง สร้างห้องน้ำขุดหลุมลึกและมิดชิดในพื้นที่ที่เรากำหนดไว้ทั่วเมือง แม้มันจะสร้างขึ้นจากเพียงไม้และฟาง แต่มันคือป้อมปราการด่านแรกที่จะสกัดกั้นโรคระบาด ต่อไปให้ทุกคนมาขับถ่ายที่นี่ ไม่งั้นก็ถ่ายลงกระโถนแล้วนำไปทิ้งที่จุดรวมขยะกลางที่นอกเมือง ต่อจากนี้จะไม่มีใครได้รับอนุญาตให้ขับถ่ายเรี่ยราดอีก เื่การสร้างห้องส้วม และการรวบรวมช่างฝีมือ เราจะให้เ้าผู้รับผิดชอบทั้งหมด บอกเรามาสิ ไซลัส เ้ามีความกล้าพอที่จะรับภาระอันหนักอึ้งนี้เพื่ออนาคตของซิลเวอร์เรสหรือไม่?”
ไซลัสกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผากอย่างยากลำบาก เขาพยายามข่มความประหม่าก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อขานรับภาระที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต “ผู้น้อยไซลัส... ขอเอาหัวเป็ประกันว่าจะทำหน้าที่นี้ให้สุดกำลังความสามารถครับ!”
ทริสตันเพียงพยักหน้าเบา ๆ รับรู้ในความตั้งใจนั้น ก่อนจะเบนสายตาที่แหลมคมดุจใบมีดโกนไปยังหญิงชราที่นั่งสงบนิ่งอยู่ข้างไซลัส "เอลีเนีย... ภารกิจของเ้านั้นเปรียบเสมือนดวงตาของเรา เรา้าให้เ้าจัดทำบัญชีทะเบียนราษฎร์ของเมืองขึ้นมาใหม่ทั้งหมด"
เขาเว้นจังหวะพลางใช้นิ้วเคาะโต๊ะตามนิสัย "จงลงรายละเอียดให้ลึกที่สุด แยกแยะตามวัย เพศ และที่สำคัญคือ ทักษะ ที่พวกเขามี เราต้องรู้ว่าใครในซิลเวอร์เรสที่พอจะหยิบจับเครื่องมือเป็ และใครมีความสามารถอะไรบ้าง เ้าจงจ้างชาวบ้านที่มีไหวพริบสักห้าสิบคนมาช่วยงานนี้ได้ เราอนุญาตให้เ้าจ่ายค่าตอบแทนสองเหรียญทองแดงต่อคน เพื่อแลกกับข้อมูลที่แม่นยำที่สุดสำหรับเื่นี้"
เอลีเนียขานรับด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าทว่าเปี่ยมด้วยความมุ่งมั่น “ผู้น้อยจะตั้งใจอย่างเต็มที่ เพื่อสร้างบัญชีทะเบียนราษฎร์ที่เที่ยงตรงที่สุดให้ท่านคะ” ทริสตันพยักหน้าช้าๆ ก่อนจะเบนสายตาที่แฝงไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมอันชาญฉลาดไปยังกิเซลล์
“กิเซลล์ ภารกิจของเ้าคือการพลิกโฉมวิถีชีวิตของชาวเมือง” เขากล่าวเสียงเรียบพลางโน้มตัวลงมาเล็กน้อย “จงนำทหารออกไปป่าวประกาศ... นับแต่นี้ห้ามมิให้ผู้ใดดื่มกินน้ำจากแหล่งน้ำเปิดโดยตรงเด็ดขาด เราจะสร้างจุดต้มน้ำส่วนกลางขึ้นมา และเราขอสั่งให้ทุกคนดื่มได้เฉพาะน้ำที่ผ่านเปลวไฟมาแล้วเท่านั้น”
รอยยิ้มที่มุมปากของเขาดูเร้นลับขณะที่สำทับทิ้งท้าย “และจงบอกชาวเมืองไปว่า... มีเพียงความร้อนจากเปลวเพลิงเท่านั้น ที่จะแผดเผา คำสาปแช่ง ของเทพเ้าที่แฝงมากับสายน้ำให้หายไปได้” กิเซลล์ที่นิ่งฟังพลันกระจ่างในอุบายนั้น นางยืดกายขึ้นก่อนจะค้อมตัวลงอย่างสง่างาม “ผู้น้อยกิเซลล์... ขอน้อมรับคำบัญชาและจะทำเื่นี้กระจายไปทั่วซิลเวอร์เรสค่ะ!”
ทริสตันมองไปที่สองพ่อลูกด้วยความคาดหวัง “โดรโก เลนอร์ พวกเ้าสองคนรีบไปสำรวจพื้นดินของที่นี่ดูว่ามีปัญหาอะไรไหม แล้วถ้ามีปัญหาจงวิเคราะห์อย่างละเอียดว่าปัญหาที่แท้จริงซ่อนอยู่ตรงไหน และเราจะพลิกฟื้นมันได้ไหม แล้วมารายงานเราทั้งหมดว่าได้ผลว่าเป็ยังไง” ทั้งสองพ่อลูกค้อมตัวลงต่ำอย่างนอบน้อม ก่อนจะประสานเสียงตอบรับด้วยความเด็ดเดี่ยว “ผู้น้อยรับคำบัญชา! พวกเราจะเร่งสำรวจและรวบรวมข้อมูลทุกอย่างมารายงานท่านมิให้ขาดตกบกพร่องเลยครับ”
หลังจากสั่งการเื่ทั้งหมดแล้ว เขาให้อาร์วินอยู่ต่อ ส่วนที่เหลือให้ออกไปทำงานที่ได้รับมอบหมาย เขาสั่งให้เลือกทหารสิบคนที่แค่เพียงเห็นหน้าก็ทำให้คนขวัญอ่อนต้องสั่นสะท้อนด้วยความกลัว เพื่อที่จะมอบหมายภารกิจลับที่ให้ใครรู้ไม่ได้ ภารกิจอันนี้ยิ่งทำเร็วขึ้นเท่าไหร่ก็ยิ่งเป็ผลดีต่อความปลอดภัยของซิลเวอร์เรสในอนาคต?
เมื่อจัดการงานทุกอย่างจบลงแล้ว เขาทิ้งตัวลงกับพนักเก้าอี้พลางถอนหายใจยาวเหยียดออกมา ไอร้อนจากชาถ้วยใหม่ที่ถูกนำมาเสิร์ฟลอยฟุ้ง การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเบื้องต้นก็ได้ทำไปแล้ว ความจริงยังมีอะไรอีกมากมายในเมืองนี้ที่ยังต้องแก้ไข แต่คนที่มีให้ใช้งานได้ในตอนนี้ยังมีน้อยมากเกินไปจริง ๆ ทหารที่เรียกใช้งานได้ก็ยังมีน้อยเกินไป… ไม่งั้นเขาคงจะสั่งงานบางอย่างเพิ่มขึ้นไปอีก แต่ไม่เป็ไร… เอาปัญหาเื่สุขอนามัยของเมืองให้กลับมาเป็ปกติก่อน ส่วนเื่อื่นค่อยทยอยทำเพิ่มไปเรื่อย ๆ นิ้วมือของเขายังคงเคาะไปมาที่โต๊ะ ดวงตาทั้งสองเปร่งประกายไปด้วยความตื่นเต้น?