บทที่24โจรเหยี่ยวทมิฬ
“ย๊าๆๆ”เสียงกระตุ้นม้าของกองโจรเหยี่ยวทมิฬ ดังขึ้นทั่วชายป่าม้าหนึ่งร้อยตัวถูกกระตุ้นให้ทะยานออกมาจากที่ซ่อนเกิดเป็ภาพม้าศึกหนึ่งร้อยตัววิ่งเข้าหาหมู่บ้านพร้อมชายฉกรรจ์ที่นั่งอยู่บนหลังทั้งหนึ่งร้อยคน ทุกคนมีอาวุธครบมือ แผ่รังสีอำมหิตที่น่ากลัวออกมา
“ทุกคน!!! หนีเร็วโจรเหยี่ยวทมิฬมาแล้ว”
เสียงของผู้คนดังขึ้นต่อๆกัน พ่อแม่วิ่งหาลูกของตนอลหม่าน ตายายแก่ชรามุดหาที่ซ่อนในบ้านตนเองอย่างยากลำบากเสียงร้องไห้ของเด็กเล็กดังขึ้นเซ็งแซ่ผู้คนวิ่งหนีล้มลุกคลุกคลานหนีตายเข้าไปในป่า
“จะหนีไปไหน ฮ่าๆๆเ้าพวกคนป่าทั้งหลายมาให้ข้าเชือดซะดีๆ”
บรรดาสมุนโจรต่างไล่ต้อนคนที่หลบหนีออกมาจากป่า บางคนเข้าไปค้นบ้านจับตัวคนที่หลบซ่อนอยู่ในบ้านบังคับให้ออกมานั่งรวมกัน
“หัวหน้า!!ที่นี่อุดมสมบูรณ์ไม่น้อยเลย” หัวหน้าของกลุ่มโจรเหยี่ยวทมิฬ มีนามว่า ชางเห่ยอยู่ในระดับ จ้าวยุทธ์ขั้นหนึ่ง มองที่ถุงเงินถุงใหญ่ที่ลูกน้องปล้นมาได้ “ดี...ดีมากปล้นมาให้หมดอย่าให้เหลือแม้แต่น้อย”
สิ้นเสียงคำสั่งของชางเห่ยบรรดาลูกสมุนลงมือปล้นชิงในหมู่บ้านอย่างสนุกสนาน ใครที่ขัดขืนจะถูกฆ่าตายทันที หากบ้านไหนที่มีลูกสาวก็จะถูกฉุดมารวมไว้ที่กลางหมู่บ้านเด็กเล็กก็ถูกกวาดต้อนมาไว้เช่นกัน
หนึ่งชั่วยามผ่านไป โจรเหยี่ยวทมิฬก็ได้เคลื่อนออกจากหมู่บ้านเจียวจู พร้อมกับหญิงสาว เด็กเล็กและทรัพย์สมบัติอีกมากมาย ก่อนจะจากไปพวกมันได้เผาบ้านอีกหลายหลัง ทิ้งความสูญเสียความโหดร้ายเอาไว้ให้ดูต่างหน้า
เมื่อจ้าวเฟยหลงและไฉ่เฉินได้ไม้มากพอแล้วขณะที่ไฉ่เฉินกำลังปวดหัวถึงการนำไม้ที่กองสูงอย่างกับูเากลับบ้านจ้าวเฟยหลงเดินมาแล้วโบกมือหนึ่งครั้ง ไม้ทั้งหมดก็หายเข้าไปในแหวนมิติของเขาทำให้ไฉ่เฉินใจนตาค้างอยู่พักใหญ่
“น้องหลง ทำให้ข้าได้เปิดหูเปิดตาแล้ว”ไฉ่เฉินกล่าวแล้วยิ้มอายๆ
“อย่าได้คิดมากเลยแค่ที่เก็บของเท่านั้นไม่มีอะไรต้องแปลกใจ” จ้าวเฟยหลงกล่าว
แต่ต่อให้พูดอย่างนั้น ไฉ่เฉินก็กำลังคบคิดอย่างหนักภูมิหลังของจ้าวเฟยหลงต้องไม่ธรรมดา สามารถมีแหวนเก็บของได้อย่างน้อยก็ต้องร่ำรวย แต่ยังไงก็ตามพวกเขาเป็สหายกันจึงไม่จำเป็ต้องใส่ใจคิดมาก
ทั้งสองคนเดินกลับหมู่บ้านด้วยอารมณ์ดีพูดคุยหัวเราะกันไปตลอดทาง แต่ตอนที่ใกล้ถึงหมู่บ้าน จ้าวเฟยหลงมองเห็นควันสีดำพวยพุ่งขึ้นมาทางทิศทางของหมู่บ้าน ทำให้อดหวั่นใจไม่น้อย
“พี่เฉิน ดูควันดำพวกนั้นสิ ท่านว่าจะเกิดอะไรขึ้นที่หมู่บ้านหรือไม่”จ้าวเฟยหลงชี้มือไปทางกลุ่มควัน
“นั่นมันควันที่จากทางหมู่บ้านนี่นา”ไฉ่เฉินร้อนรน ออกวิ่งด้วยความเร็วในทันที
ทั้งสองคนวิ่งจนมาถึงชายป่าของหมู่บ้านทันทีที่มองเห็นเหตุการณ์ หัวใจของไฉ่เฉินถึงกับแตกสลายหมู่บ้านของเขาถูกปล้น ผู้คนล้มตายแล้วน้องสาวของเขาจะเป็เช่นไร
จ้าวเฟยหลงสงสารชาวบ้านขึ้นมาจับใจในใจของเขาก็คิดถึงความปลอดภัยของไฉ่เฟินเช่นกัน แม้รู้จักกันได้ไม่นานแต่จ้าวเฟยหลงก็รักนางเหมือนน้องสาวเพราะเขาไม่มีพี่น้องการที่มีน้องน่ารักแบบไฉ่เฟินได้ก็ถือเป็ความสุขอีกแบบหนึ่ง
เมื่อวิ่งเข้ามาจนถึงหมู่บ้านไฉ่เฉินก็วิ่งตรงดิ่งเข้าไปบ้านของเขา เพื่อตามหาน้องสาวของตน แต่เมื่อหาอยู่ครู่หนึ่งก็หาไม่พบความร้อนรนในใจก็เพิ่มมากขึ้น กลายเป็ความกดดันความโศกเศร้าก็ปะทุขึ้นมาทำให้น้ำตาไหลออกมาไม่รู้ตัว น้องสาวคนเดียวมาหายตัวไปในตอนที่หมู่บ้านถูกปล้นทั้งที่พ่อแม่ฝากให้ดูแลน้องอย่างดี
“ไม่!!! ฮือๆ”ไฉ่เฉินคร่ำครวญ “ไฉ่เฟิน น้องพี่เ้าหายไปไหน ออกมาหาพี่เร็วพี่มาแล้ว”
ไฉ่เฉินเที่ยวะโหาทั่วทั้งหมู่บ้าน จนเมื่อจ้าวเฟยหลงเดินเข้ามาใกล้ใช้มือบีบแขนของเขา
“หัวหน้าหมู่บ้านบอกข้าว่าเห็นไฉ่เฟินถูกพวกโจรจับไป”จ้าวเฟยหลงรู้สึกสงสารไฉ่เฉินอย่างมากที่ต้องมาบอกข่าวร้ายแก่เขา
“น้องหลงที่เ้าพูดเป็ความจริงเหรอ” ไฉ่เฉิน ถามจ้าวเฟยหลงด้วยเสียงขาดหายเป็่ๆ แววตาโศกเศร้าอย่างทีสุด
“ใช่แล้วถูกจับไปพร้อมกับคนอื่นๆ” จ้าวเฟยหลงยืนยันเื่ราวที่ได้ยินมาจากหัวหน้าหมู่บ้าน
“ไม่ได้! ข้าต้องไปช่วยน้องสาวของข้า”ไฉ่เฉินตั้งท่า เตรียมวิ่งออกไปจากหมู่บ้านเพื่อช่วยน้องสาว
“ช้าก่อนพี่เฉิน! หากท่านไปแล้วพบเจอน้องสาวจะช่วยอย่างไร พวกมันมีเป็ร้อยคน”
“ข้าไม่สน ข้าต้องไป” ไฉ่เฉินตอบ
“หากไปแล้วถูกจับได้แล้วถูกฆ่าตายน้องสาวท่านจะรู้สึกอย่างไร” จ้าวเฟยหลงเอ่ยถาม
“คือว่า....” ไฉ่เฉิน ลังเล
จ้าวเฟยหลงเอามือจับบ่าของไฉ่เฉิน “ให้เป็หน้าที่ข้าเถอะข้าสัญญาว่าจะพาไฉ่เฟินกลับมาให้ได้”
เมื่อเห็นจ้าวเฟยหลงเต็มเปี่ยมไปด้วยความแน่วแน่ไฉ่เฟินก็อ่อนลง
“ข้าฝากด้วยนะ” ไฉ่เฉินพูด
จ้าวเฟยหลงพยักหน้า ไม่รอช้าเขาออกวิ่งไปตามทิศทางที่กลุ่มโจรเดินทางไปทิศทางมุ่งสู่ป่าลึก แต่ร่องรอยก็ยังชัดเจน พวกมันจับเชลยแล้วพาขี่ม้าไปด้วยกันทำให้การเดินทางช้าลง แต่โจรกลุ่มนี้ก็มิได้หวาดกลัวสิ่งใดไม่มีการกลบเกลื่อนร่องรอยใดๆจึงง่ายต่อการติดตาม หนึ่งชั่วยามผ่านไปจ้าวเฟยหลงที่ใช้ ยาตราเทพหงส์เพลิงออกติดตามก็มาทันท้ายขบวนของโจรเหยี่ยวทมิฬ
“พวกมันกำลังไปที่น้ำตกหรือจะหยุดพัก”
จ้าวเฟยหลงติดตามไปอย่างใกล้ชิดแต่ด้วยยาตราเทพหงส์เพลิง จึงทำให้ไม่มีใครสังเกตุเห็นจ้าวเฟยหลงแม้แต่คนเดียว
เมื่อมาถึงน้ำตกขบวนของโจรเหยี่ยวทมิฬก็ไม่ได้ชะลอความเร็วลง แต่พากันเดินอ้อมม่านน้ำตก หายลับเข้าไปข้างหลัง
“หึๆ มิน่าล่ะทางการตามปราบอยู่ตั้งหลายครั้งแต่ก็ทำไม่สำเร็จสักทีที่แท้รังของพวกมันก็ซ่อนอยู่หลังม่านน้ำตกนี้เอง”
จ้าวเฟยหลงสำรวจสถานที่นี้ด้วยพลังจิตอย่างละเอียด หากลงมือต้องแน่ใจว่าชาวบ้านต้องปลอดภัย
เมื่อเวลากลางคืนมาถึง จ้าวเฟยหลงใช้ยาตราเทพหงส์เพลิง แอบเข้าไปหลังม่านน้ำตก เมื่อผ่านน้ำตก จ้าวเฟยหลงวิ่งผ่านถ้ำที่ไม่ยาวนักหลังจากออกมาเขาก็ต้องประหลาดใจที่นี่คือพื้นที่ใจกลางหุบเขา มีูเาสูงเป็ปราการยากต่อการถูกปราบปราม ทางเข้าแฝงอยู่กับธรรมชาตินับเป็การพรางตัวที่ยอดเยี่ยม
ที่นี่มีบ้านหลายหลังโดยมีบ้านหลังใหญ่ที่อยู่ตรงกลางราวกับเป็ศูนย์กลางของที่นี่แน่นอนว่านั่นต้องเป็ที่อยู่ของ ชางเห่ย หัวหน้าโจรกลุ่มนี้ บ้านหลังสวยข้างๆบ้านของ ชางเห่ย คงเป็บ้านของรองหัวหน้า ซินโยว
หลังจากนั้นจ้าวเฟยหลงทำความเข้าใจแผนที่ของหมู่บ้านโจรนี้อย่างแจ่มแจ้ง จนเมื่อเข้าใจดีแล้วเขารอเวลาจนถึงตอนเที่ยงคืนจึงลงมือเริ่มการช่วยเหลือชาวบ้านที่ถูกจับมา
หญิงสาวที่ถูกจับมารวมกันที่บ้านหลังหนึ่งห่างจากบ้านของชางเห่ย สามสิบจั้งส่วนเด็กเล็กที่ถูกจับมาถูกนำมารวมกันที่บ้านเก่าๆท้ายหมู่บ้านโจรคิดว่าเพราะเสียงร้องไห้จึงทำให้ถูกขังเอาไว้ในที่ห่างไกล
จ้าวเฟยหลงเข้ามาข้างบ้านที่ขังเด็กเล็กเอาไว้ หน้าบ้านมียามรักษาการสองคนเฝ้าอยู่ ท่ามกลางเสียงร้องไห้เซ็งแซ่
“ปังๆๆ”เสียงกระแทกประตูด้วยด้ามอาวุธ
“เลิกร้องไห้ได้แล้วถ้าหากใครร้องอีกข้าจะฆ่ามันคนนั้นก่อนเพื่อน”
เสียงอันโเี้ของยามคนหนึ่งดังขึ้นเพราะทนรำคาญไม่ได้
“ฉับ!”
เสียงเหมือนสิ่งของถูกตัดก็ดังขึ้นโดยไม่ทันได้ตั้งตัว โจรที่กำลังขู่เด็กก็ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นเหตุใดหัวของเขาถึงลอยได้แล้วตกลงมาที่พื้น ตายโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัวทันที่เห็นหัวของเพื่อนกลิ้งมาที่เท้า ยามอีกคนสะดุ้งสุดตัวไม่คิดมาก่อนว่าจะเห็นหัวของเพื่อนหล่นมาที่เท้า ทั้งที่อยู่ในรังของพวกเขาเอง
“ฉับ!”
เสียงตัดดังขึ้นอีกครั้งยามคนที่สองตายโดยตาไม่หลับเช่นกัน เหตุใดเขาถึงตายแล้วเขาตายเพราะอะไรกัน
เมื่อจัดการยามทั้งสองคนจ้าวเฟยหลงเข้าไปในบ้านพบเด็กกว่าหกสิบคนถูกมัดเป็กลุ่มกลุ่มละหกคนสภาพน่าสงสารยิ่งนัก เมื่อมองไปทุกๆกลุ่ม สุดท้ายเขาก็เจอกับใบหน้าที่คุ้นเคยของหนูน้อยไฉ่เฟินนั่งสะอึกสะอื้นอยู่กับเพื่อนๆ
ทันทีที่จ้าวเฟยหลงเดินเข้าไปพวกเด็กก็พากันร้องไห้จ้า กลัวว่าจะถูกจับไปฆ่า เป็ไฉ่เฟินที่มีสติะโดังลั่น
“พี่หลง! พี่หลงมาช่วยแล้ว”
เสียงของไฉ่เฟินทำให้เด็กๆที่เหลือค่อยๆเงียบลง
“ไฉ่เฟิน พี่มาช่วยแล้วไม่ต้องร้องไห้แล้วนะ”จ้าวเฟยหลงเดินมาปลอบโยนพร้อมกับแก้เชือกให้ไฉ่เฟิน
“เ้าช่วยพี่แก้มัดให้เพื่อนแล้วบอกพวกเขาให้เงียบๆพี่จะพาพวกเ้าออกไปเอง”
เมื่อฟังที่จ้าวเฟยหลงบอกแล้ว ไฉ่เฟินจึงเดินไปแก้มัดให้ทุกๆกลุ่มและบอกทุกคนเงียบแล้วรอคำสั่งจากจ้าวเฟยหลง
แม้ว่าจ้าวเฟยหลงจะดูสงบนิ่งในสายตาของเด็กทั้งหลายแต่ตัวเขาเองตอนนี้กลับวิตกกังวลไม่น้อยเพราะการที่จะพาเด็กเล็กหกสิบคนออกจากรังโจรแห่งนี้นับเป็งานที่ท้ายทายอย่างยิ่ง
ในที่สุดจ้าวเฟยหลงตัดสินใจพาเด็กทุกคนเดินเข้าไปหลบในถ้ำแห่งหนึ่ง จากหลายถ้ำที่อยู่บริเวณหน้าเชิงผาหลังหมู่บ้านโจรเมื่อทุกคนเข้าไปหลบในถ้าทั้งหมดแล้วจึงวางค่ายกลอำพรางเอาไว้ที่ปากถ้ำกันไม่ให้มีใครพบเห็น
หลังจากที่พาเด็กเล็กทั้งหกสิบคนไปหลบในที่ปลอดภัยแล้วจ้าวเฟยหลงจึงใช้ ยาตราเทพหงส์เพลิง วิ่งเข้าไปใกล้ๆกับบ้านของ ชางเห่ยหัวหน้าของโจรเหยี่ยวทมิฬเพื่อหาข้อมูลก่อนทำการลงมือจัดการกับโจรเหยี่ยวทมิฬกลุ่มนี้
“หัวหน้าเด็กที่เราจับมามีหกสิบคนด้วยจำนวนนี้ มันยังไม่พอที่เราจะส่งให้กับท่านมารโลหิต์แน่ๆ”
เสียงของซินโยว รองหัวหน้าโจรเหยี่ยวทมิฬดังขึ้น
“ไม่ต้องกังวลเดี๋ยวพรุ่งนี้เราจะออกปล้นอีกหมู่บ้านก็น่าจะได้มาเพิ่มจนครบหนึ่งร้อยคน” ชางเห่ยตอบ
“ข้าก็หวังว่าอย่างนั้น”ซินโยวพูดขึ้น สายตาบ่งบอกถึงความกังวล
“อะไรกัน!!นี่เ้าไม่มั่นใจในตัวข้าแล้วงั้นรึ” ชางเห่ยถามอย่างไม่สบอารมณ์
“หามิได้ๆเพียงแต่หากเราทำพลาดคราวนี้ ก็ยากที่ท่านมารโลหิต์จะเมตตาพวกเรา และบางทีอาจเกิดโมโหแล้วก็สังหารพวกเราก็เป็ได้”ซินโยว ละล่ำละลักตอบ
ฉับพลันดวงตาของ ชางเห่ยก็แข็งค้างตามมาด้วยความกังวลในดวงตามากมาย ไม่นานมานี้มีชายคนหนึ่งมาหาพวกเขาบอกว่าเขาคือผู้าุโของพรรคมารบูรพา ผู้นำของบรรดาสำนักผู้ฝึกยุทย์สายมาร้าให้ โจรเหยี่ยวทมิฬ ทำงานรับใช้แลกกับได้รับการดูแลจากพรรคมารบูรพาเป็อย่างดี
ตอนแรกนั้น ชางเห่ยหัวเราะใส่หน้าของมารโลหิต์ผู้นั้น เพราะไม่รู้จักที่ตายเข้ามาเขตแดนของเขากลับมาบอกให้เขาเป็ข้ารับใช้แต่เสียงหัวเราะดังไม่นานก็ต้องเงียบลง มารโลหิต์ ผู้นั้นเคลื่อนไหวฉับไวสังหารลูกสมุนของเขาไปสิบคน การเคลื่อนที่ครั้งเดียวต่อให้ระดับจ้าวยุทธ์ลงมือเองก็ทำไม่ได้แบบนี้
ลูกน้องของเขา ต่างมีฝีมือยอดเยี่ยมอยู่ในระดับจอมยุทธ์ขั้นห้าเป็ส่วนมากแต่ถูกฆ่าราวกับหั่นผักเป็สิบคนในพริบตานี่แสดงให้เห็นว่า ระดับของมารโลหิต์ผู้นี้อยู่ห่างไกลจากเขายิ่งนัก
“ว่ายังไงตอนนี้พอสนใจจะทำงานใหแก่ข้าหรือยัง” เสียงอันแ่เบาดังขึ้น
“ผู้...ผู้น้อยยินดีติดตามรับใช้ท่านมารโลหิต์”ชางเห่ย คุกเข่าแล้วเอ่ยคำสัญญาอย่างลำบากยากเย็น
หลังจากนั้นกลุ่มโจรเหยี่ยวทมิฬก็ทำตามที่ได้รับคำสั่งจากมารโลหิต์ จับเด็กเล็กส่งไปให้คนแล้วคนเล่าบางทีก็เป็หญิงสาว
แต่ตอนนี้คำสั่งคือให้ส่งเด็กเล็กไปให้หนึ่งร้อยคนทุกครั้งงานจะเพิ่มขึ้น แต่ก็ดีหน่อยที่พวกเขาได้รับรางวัลทุกครั้งที่ส่งมอบงานตามกำหนด
“เฮ้อ!” ชางเห่ยถอนหายใจ“ใครบอกให้พวกเราเข้าไปพัวพันกับคนแบบนั้นเล่าตัวตนแบบนั้นผิดใจกับเขาไม่ได้ด้วยสิ”
เมื่อรวบรวมสมาธิกลับมา ชางเห่ยก็ออกคำสั่งแก่ลูกน้องทันที
“พรุ่งนี้ออกไปปล้นแต่เช้า เด็กที่จับได้จะให้รางวัลเด็กหนึ่งคนต่อสิบหินปราณขั้นต่ำ”
ทันทีที่ได้ยินคำสั่งบรรดาลูกสมุนต่างพากันกระหยิ่มยิ้มย่อง แค่จับเด็กมาก็ได้ตั้งสิบหินปราณนี่มันจะมีงานง่ายกว่านี้อีกไหม ตอนนี้ทุกคนต่างอยากวิ่งออกไปควบม้าออกไปปล้นใจจะขาดแล้ว
หลังจากนั้นพวกของ ชางเห่ยต่างร่วมกันดื่มกิน ร้องรำทำเพลงกันอย่างสนุกสนาน ฉลองให้กับความสำเร็จในการปล้นของวันนี้
“เด็กๆไปพาผู้หญิงที่เราพามาจากหมู่บ้านเจียวจูมาซิ งานรื่นเริงขนาดนี้จะขาดผู้หญิงได้อย่างไร ฮ่าๆๆ”
เสียงสั่งการของ ชางเห่ย ทำให้หลายคนตื่นตัวทันทีพวกเขา อยู่ในหุบเขาไร้ซึ่งสิ่งบันเทิงใจแต่ตอนนี้มีหญิงสาวมากมายรอให้พวกเขาได้เชยชมแล้วแบบนี้จะ สงบอยู่ได้อย่างไร
เพียงแค่คิดถึงผิวอันนุ่มลื่นส่วนเว้าส่วนโค้งที่น่าพิสมัย แค่นี้ก็ทำให้เหล่าโจรทั้งหลายแทบคลั่งต่างพากันะโกู่ร้อง อีกไม่นานพวกเขาก็จะได้สุขสมรื่นเริงจนหนำใจทีเดียว
ตูม! ตูม!ตูม!
เสียงดังสนั่นหวั่นไหวดังขึ้น ทำให้เหล่าโจรทั้งหลายพากันตื่นจากฝันหวาน
“นั่นมันเสียงบ้าอะไรกันวะ!” ชางเห่ย ะโดังลั่น ไม่นานก็มีลูกน้องวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามารายงาน
“เรียนท่านหัวหน้ามีชายหนุ่มคนหนึ่งโจมตีทางเข้าค่ายของเราขอรับ” ชางเห่ยรู้สึกแปลกใจเป็อย่างมาก
ตามปรกติค่ายของพวกเขาไม่เคยมีใครพบเห็นถึงแม้จะเป็คนมาจากทางการ ก็ไม่อาจตามหาจนพบเจอได้แต่คืนนี้ทำไมถึงมีคนสามารถรู้จักที่ตั้งของค่ายได้
“ผู้คุมกฏซ้าย ผู้คุมกฎขวาพวกเ้าสองคนไปดูหน่อยเถอะ หากจับเป็ได้ก็จับ ข้าอยากรู้นักว่าไอ้คนนั้นมันรู้จักที่นี่ได้ยังไงแต่หากจับเป็ไม่ได้ก็จับตายซะ”
“พวกเราทราบแล้ว”
เมื่อพูดจบผู้คุมกฎซ้าย ผู้คุมกฏขวา ต่างพากันออกไปดูเหตุการณ์ที่น้ำตก ภายในบ้านหลังใหญ่ถูกเพิ่มเวรยามขึ้นหนึ่งเท่าตัวสถานที่สำคัญของค่ายถูกเพิ่มเวรยามขึ้นหมด ยกเว้นบ้านที่ใช้ขังหญิงสาวที่ถูกจับมา
เสียงดังที่เกิดขึ้นแน่นอนว่าเกิดจาก จ้าวเฟยหลง เขาได้ยินเสียงของชางเห่ยคุยกับลูกน้องจึงใช้ ยาตราเทพหงส์เพลิงหลบออกไปสร้างเสียงดังเพื่อเรียกร้องความสนใจจากเหล่าโจรเสร็จแล้วก็กลับเข้ามาหลบอยู่ข้างๆบ้านที่ใช้ขังหญิงสาวเมื่อสบโอกาสจึงแอบเข้าไปในบ้าน สภาพของหญิงสาวจากหมู่บ้านเจียวจูช่างน่าสงสารนักเนื้อตัวมอมแมม บางคนเสื้อผ้าขาดวิ่น บางคนร้องไห้จนตาแดง
“ชู่...อย่าส่งเสียงข้ามาช่วยพวกเ้า จำข้าได้หรือไม่ ข้าคืนคนที่พักอาศัยกับพี่ไฉ่เฉิน”
จ้าวเฟยหลงพยายามสร้างความคุ้นเคยไม่ให้หญิงสาวสติแตกแล้วโวยวายออกมาเพราะจะทำให้ช่วยเหลืออยากมากยิ่งขึ้น