เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เล่มที่ 3 บทที่ 61 นายหลอกฉันอีกแล้วนะ!

            ซูเจี่ยนอันกำลังพยายามหลบเขาลู่เป๋าเหยียนดูออก

            เธอกลัวการกินยาตั้งแต่เด็กตอนที่เขาไปพักที่บ้านเธอชั่วคราว มีวันหนึ่งจู่ๆ เธอก็วิ่งเข้ามาในห้องเขาเด็กหญิงอายุสิบขวบที่คล่องแคล่วว่องไวคนนั้น เข้าไปแอบอยู่ใต้ผ้าห่มบนเตียงพลางพูดว่า

            “พี่เป๋าเหยียนคะอย่าบอกคุณแม่นะว่าหนูอยู่ที่นี่”

            ไม่นานแม่ของเธอก็เข้ามาหาเธอในห้องเขาลู่เป๋าเหยียนถึงได้รู้ว่าเธอไม่ยอมกินยาและสาเหตุนี้ทำให้คนทั้งบ้านต้องคอยปวดหัวกับเธอตั้งแต่เด็ก

            ตอนหลังเขาจึงต้องเป็นคนกล่อมให้เธอยอมกินเม็ดยาหลากสีหลากไซส์พวกนั้นเขาบอกเธอว่า ถ้ายอมกินเดี๋ยวเขาจะพาไปเที่ยว

            แต่ท้ายที่สุดเขาก็ไม่มีโอกาสได้ทำตามคำสัญญานั้น

            ผ่านไปก็ตั้งหลายปีเธอยังคงเหมือนเดิม เวลาเห็นยาก็ทำท่าอย่างกับกระต่ายน้อยเจอหมาป่าดุร้ายอย่างไรอย่างนั้น

            ลู่เป๋าเหยียนจับไหล่เธอแน่น“คิดว่าแอบเข้าไปใต้ผ้าห่มแล้วไม่ต้องกินยาหรือยังไง”

            ซูเจี่ยนอันพยายามยิ้มออกมา“ที่จริงฉันไม่ได้ปวดเท่าเมื่อเช้าแล้ว ไม่กินยาก็คงไม่เป็นไร...มั้ง”

            “ฉันจะยอมเรียกนายว่าพี่ชาย!”เมื่อเห็นสีหน้าไร้อารมณ์ของลู่เป๋าเหยียน เธอจึงพูดเสริมขึ้น

            ลู่เป๋าเหยียนดูสนใจในเงื่อนไขนี้เขาเลิกคิ้ว

            “ไหนลองเรียกสิ”

            “พี่เป๋าเหยียนคะ...”

            คนที่โผล่หน้าออกจากผ้าห่มเพียงแค่คืบด้วยท่าทางราวกับกระต่ายน้อยแสนเชื่อฟังเธอพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลและออดอ้อน หวานจับใจคนฟังเสียยิ่งกว่าตอนเด็ก

            ลู่เป๋าเหยียนลูบผมเธออย่างพอใจ

            “เด็กดี กินยาซะ”

            เปรี้ยง!เหมือนมีสายฟ้าผ่าลงมากลางหัวเธอ ซูเจี่ยนอันจ้องลู่เป๋าเหยียนอย่างมึนงงไม่อยากเชื่อเลยว่าเธอจะโดนเขาแกล้งเข้าให้แล้ว

            “คนนิสัยไม่ดี!”เธอเบือนหน้าหนีอย่างโมโห “นายหลอกฉันอีกแล้วนะ!”

            ตอนสิบขวบหลังจากที่เธอรู้จักกับลู่เป๋าเหยียนได้ไม่นาน เธอก็ป่วยจนต้องกินยาเป็นเวลานานเพื่อหลีกหนีการกินยา เธอใช้ทุกแผนการแล้วแต่ก็ไม่ได้ผลจึงลองวิ่งไปหาลู่เป๋าเหยียน โดยหวังว่าเขาจะยอมช่วยเธอ

            แต่สุดท้ายเขากลับร่วมมือกับแม่ช่วยกันกล่อมเธอกินยาเธอเบะปากพลางส่ายหัวอย่างดื้อรั้น จนลู่เป๋าเหยียนพูดขึ้นว่า

            “ถ้ายอมกินยาพรุ่งนี้ฉันจะพาเธอไปสวนสนุก”

            เธอกะพริบตาปริบๆและยอมฝืนกินยาเข้าไป แต่พอตกกลางคืน แม่กลับบอกเธอว่าพรุ่งนี้คุณน้าถังกับลู่เป๋าเหยียนก็จะเดินทางไปอเมริกาแล้ว

            วันรุ่งขึ้นที่พวกเธอไปส่งลู่เป๋าเหยียนที่สนามบินเธอไม่ยอมคุยกับเขาแม้แต่คำเดียว ต่อให้เขายื่นอมยิ้มให้เธอมากมายแค่ไหนเธอก็ยังไม่ยอมคุยกับเขาอยู่ดี

            เขารับปากกับเธอว่าจะพาไปสวนสนุกแต่แล้วทำไมเขากลับหนีไป แถมยังหนีไปในที่ที่เธอตามไม่ได้อีกต่างหาก

            เธอนึกว่ามีเพียงแต่ผู้ใหญ่เท่านั้นที่ชอบหลอกเธอนึกไม่ถึงเลยว่าลู่เป๋าเหยียนก็จะหลอกเธอเหมือนกัน

            สุดท้ายลู่เป๋าเหยียนจึงถอนหายใจยอมแพ้

            “ต่อไปต้องเชื่อฟังคุณน้ายอมกินยาด้วยนะเด็กดี”

            จากนั้นเขาก็เดินจากไปเพื่อเตรียมขึ้นเครื่องภาพของเขาค่อยๆ ไกลออกไป พร้อมๆ กับตาของเธอที่เริ่มพร่ามัว

            “เจี่ยนอันร้องไห้ทำไมลูก” แม่ถามพลางเช็ดคราบน้ำตาให้เธอ“ไม่อยากให้คุณน้าถังกับพี่เป๋าเหยียนจากไปใช่ไหม”

            เธอร้องไห้เสียงดังพลางเอ่ยอย่างตัดพ้อ

            “พี่เขาหลอกหนูเขาหลอกหนู...”

            ตอนนั้นเขาหลอกเธอสำเร็จมาตอนนี้เขาก็หลอกเธออีกครั้ง

            ซูเจี่ยนอันรู้สึกว่าตนเองไม่เอาไหนจริงๆนับวันยิ่งชอบนึกถึงเรื่องในอดีต

            ลู่เป๋าเหยียนไม่นึกเลยว่าเธอยังคงจำเรื่องในตอนนั้นได้เขายื่นแก้วน้ำให้เธอ

            “ฉันจะไม่หลอกเธออีกแล้วกินยาเถอะนะเด็กดี”

            “...”ซูเจี่ยนอันไม่เชื่อเขาอีกต่อไป

            “ดื่มน้ำก่อนแล้วค่อยกลืนยาตามลงไป ไม่ขมหรอก”

            ลู่เป๋าเหยียนพูดอย่างใจเย็นกว่าทุกทีจนเธอเริ่มไม่กล้าที่จะตั้งแง่กับเขาอีกต่อไป เธอกินยาตามที่เขาบอกมันไม่ได้ขมเหมือนเวลากินยาก่อนแล้วค่อยตามด้วยน้ำจริงๆ ด้วยเธอพยายามฝืนกลืนยาลงคอ และยอมนอนให้น้ำเกลือจนหมดขวด

            ลู่เป๋าเหยียนกดสัญญาณให้พยาบาลมาช่วยเอาเข็มน้ำเกลือออก

            “นอนพักสักครู่นะคะถ้าไม่รู้สึกอ่อนเพลีย ก็สามารถกลับบ้านได้ค่ะ”

            “ขอบคุณค่ะ”ซูเจี่ยนอันพูดพลางตลบผ้าห่มออกเตรียมลุกขึ้น แต่ลู่เป๋าเหยียนจับไหล่เธอไว้

            “พยาบาลบอกให้เธอนอนพักก่อน”

            “ฉันไม่ได้อ่อนแอขนาดนั้นสักหน่อยไม่ต้องนอนพักก็ได้”

            ซูเจี่ยนอันรีบใส่รองเท้าอย่างรวดเร็ว“ไปกันเถอะ”

            ผลของการให้น้ำเกลือและฤทธิ์กินยาทำให้สีหน้าของซูเจี่ยนอันดีขึ้นมากริมฝีปากบางเริ่มมีสีสัน แววตาเริ่มสดใสขึ้นดูท่าปีศาจน้อยจอมแก่นคนเดิมจะกลับมาแล้ว

            ลู่เป๋าเหยียนพาเธอออกจากโรงพยาบาลแต่ก่อนที่จะสั่งคนขับรถให้ออกรถ เขาหันมาถามเธอว่า

            “อยากกินอะไร”

            ได้ยินดังนั้นซูเจี่ยนอันจึงนึกขึ้นได้ว่า ก่อนหน้านี้เขาจะพาเธอไปกินข้าวแต่สุดท้ายกลับต้องมาโรงพยาบาลเสียก่อน

            ตอนนี้ไม่เพียงแต่เรี่ยวแรงเท่านั้นที่กลับมาความหิวก็เธอก็กลับมาด้วย ซูเจี่ยนอันคิดแล้วจึงตอบไปว่า

            “อยากกินทุกอย่างเลยนายเลือกแล้วกัน”

            ลู่เป๋าเหยียนให้คนขับรถพาไปที่เขตเมืองเก่า

            ในช่วงสิบกว่าปีที่ผ่านมาเมือง G เป็นเมืองที่เจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็วเมืองหนึ่งของประเทศเขตธุรกิจที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเทียบเคียงได้กับเมืองใหญ่ในระดับสากลส่วนเขตเมืองเก่าก็ยังคงอนุรักษ์ความเก่าแก่เป็นเอกลักษณ์ของเมืองเอาไว้อย่างดีจังหวะชีวิตที่เร่งรีบและวุ่นวายในยุคปัจจุบันไม่อาจแทรกซึมเข้ามาในวิถีชีวิตของคนที่นี่ได้เลย

             ตึกแถวที่สร้างเรียงรายอยู่ริมแม่น้ำสีมรกตโคมไฟจีนโบราณที่ถูกแขวนไว้สองข้างและสิงโตหินแกะสลักที่คอยปกปักรักษาอยู่ที่หน้าประตูบ้านหากไม่มีแสงไฟนีออนจากริมแม่น้ำที่คอยย้ำเตือนว่า นี่คือโลกแห่งศตวรรษที่ 21 แล้วล่ะก็อาจจะทำให้ผู้มาเยือนเข้าใจผิดได้ว่าตนได้ย้อนกลับมาในยุคโบราณ

            การพัฒนาเขตเมืองเก่าให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวนั้นถูกออกแบบไว้ได้เป็นอย่างดีมีการผสมผสานระหว่างความทันสมัยและคงไว้ซึ่งเสน่ห์ของยุคอดีตแสงจากโคมไฟจีนและไฟนีออนช่วยกันทำหน้าที่ส่องสว่างให้กับพื้นที่ริมแม่น้ำได้อย่างลงตัว

            เสียงฆ้องและเสียงกลองที่ดังลอยมาจากเวทีแสดงงิ้วที่อยู่ไกลออกไปก้องกังวานใสไพเราะจับใจ

            ลู่เป๋าเหยียนพาซูเจี่ยนอันเข้าไปในร้านอาหารริมแม่น้ำแห่งหนึ่ง

            ร้านอาหารแห่งนี้ดัดแปลงมาจากตึกแถวโบราณแผ่นกระเบื้องภายในร้านยังมีร่องรอยของความเก่าแก่ ดูมีอายุไม่น้อยโต๊ะและเก้าอี้ไม้วางอยู่ริมหน้าต่างจากตรงนั้นสามารถมองเห็นแม่น้ำและต้นไม้เขียวขจี และไกลออกไปไม่มากมีเวทีแสดงงิ้วที่นักแสดงกำลังเล่นเรื่องราวสุดคลาสสิกอย่าง ‘Farewell My Concubine’1

            หลายปีมานี้ซูอี้เฉิงพาเธอไปมาก็หลายที่ ไม่ว่าจะเป็นภัตตาคารหรูหราหรือร้านอาหารตามโรงแรมแต่ร้านอาหารที่สามารถนั่งชมการแสดงงิ้วไปด้วยแบบนี้ เธอเพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรก

            เธอชอบความอึกทึกที่อยู่ท่ามกลางความสงบแบบนี้เป็นอย่างมาก

            เธอมองลู่เป๋าเหยียนพลางพูด“นายเองก็ไม่ค่อยได้มาเมือง G ทำไมถึงรู้จักที่นี่ได้ล่ะ”

            “ที่นี่เป็นร้านของเพื่อนฉันตึกนี้ก็เป็นบ้านเก่าของตระกูลเขา”

            ลู่เป๋าเหยียนลากเก้าอี้ออกมาให้ซูเจี่ยนอันนั่งลงในตอนนั้นเอง ชายร่างสูงใหญ่ก็เดินเข้ามาพร้อมกับลูกน้องที่ดูหนุ่มแน่นอีกสองคน

            ชายคนนั้นสูงพอๆ กับลู่เป๋าเหยียนแต่ดูแข็งแกร่งบึกบึนกว่าเขาหลายเท่าภายใต้เสื้อผ้าลำลองของเขาเผยให้เห็นถึงมัดกล้ามที่แข็งแรงโครงหน้าเด่นชัดและผิวสีแทน ดูสมบุกสมบันดั่งชายชาตรีทำให้คนมองรู้สึกได้ถึงความน่าเกรงขาม

            เขาแย้มยิ้มมุมปากบางที่ดูจะติดเจ้าเล่ห์นิดๆพลางยื่นมือมาทางซูเจี่ยนอัน

            “ผมคือเพื่อนคนที่ลู่เป๋าเหยียนบอกคนนั้นผมแซ่มู่ มู่ซือเจวี๋ย”

            ซูเจี่ยนอันนึกไม่ถึงว่าร้านอาหารที่ดูประณีตขนาดนี้จะมีเจ้าของจะเป็นชายร่างใหญ่คนนี้ เธอยื่นมือออกไปอย่างอึ้งๆ

            “สวัสดีค่ะ ฉันซู...”

            “ผมรู้จักคุณ”

            มู่ซือเจวี๋ยยิ้มตาหยีตอบเธอซูเจี่ยนอันรู้สึกว่าในรอยยิ้มของเขาเหมือนมีความนัยบางอย่างแฝงอยู่จนเธอเริ่มชักจะสงสัย

            ลู่เป๋าเหยียนปรายตามองมู่ซือเจวี๋ยเหมือนจะตักเตือนอะไรบางอย่างมู่ซือเจวี๋ยจึงถอนหายใจ

            “เรื่องของพวกคุณลงข่าวหน้าหนึ่งบ่อยขนาดนั้นผมก็ต้องรู้จักอยู่แล้วจริงไหม”

            จากคำพูดอันแนบเนียนมีแต่เขาคงเดียวที่รู้ดีว่า ตนพูดออกไปเพียงเพื่อหลอกซูเจี่ยนอันให้ตายใจเท่านั้นหากวันไหนเขานึกอยากจะจิบเหล้าพร้อมไปกับการบอกความจริงทุกอย่างให้กับซูเจี่ยนอันแล้วละก็ดวงตาคู่นั้นของเธอคคงไม่ได้มีแค่เพียงความสงสัย

            คนที่เถรตรงอย่างซูเจี่ยนอันมีหรือจะดูออกถึงความเจ้าเล่ห์ของมู่ซือเจวี๋ยเธอนับเขาเป็นเพื่อนคนหนึ่งไปแล้วเรียบร้อย

            “กินข้าวแล้วหรือยังคะมาร่วมโต๊ะกับเราไหม”

            “ผมไม่รบกวนพวกคุณดีกว่า”มู่ซือเจวี๋ยกล่าว “ผมก็แค่เดินมาทักทายคุณเท่านั้น เพราะยังไงเราก็คงต้องรู้จักกันในไม่ช้าวันนี้อยากทานอะไรสั่งได้เลยนะครับ ผมเลี้ยงเอง”

            บรรยากาศรอบกายเขาดูดำมืดและน่าเกรงขามรอยยิ้มดูอ่านยากเหมือนกับลู่เป๋าเหยียน แต่จุดที่ไม่เหมือนกันก็คือ รอยยิ้มของลู่เป๋าเหยียนมักจะเย็นชาจนคนมองอยากจะปาดเหงื่อส่วนมู่ซือเจวี๋ยนั้นรอยยิ้มของเขาดูลึกลับราวกับอยู่ในโลกแห่งความมืดที่มีเขาเป็นศูนย์กลาง

            “พี่เจ็ดเฮยจื่อเร่งให้พวกเรารีบไปที่ท่าเรือได้แล้วครับ”ลูกน้องเตือนมู่ซือเจวี๋ยเสียงเบา

            มู่ซือเจวี๋ยเอามือล้วงกระเป๋าด้วยท่าทางสบายๆพลางยิ้ม

            “คงต้องขอตัวก่อนเชิญตามสบายนะครับ”

            เขาเดินจากไปพร้อมกับลูกน้องทั้งสองของเขาซูเจี่ยนอันมองตามหลังของมู่ซือเจวี๋ย ฝีก้าวของเขาดูกร่างและมั่นคงเธอรู้สึกได้ว่าเขาไม่ใช่คนธรรมดาแน่นอน จึงถามลู่เป๋าเหยียนอย่างสงสัย

            “เขาเป็นเพื่อนนายจริงเหรอ?”

            “ถามทำไม”

            “ฉันรู้สึกว่าคนคนนี้...”ซูเจี่ยนอันกลืนคำที่อยากจะพูดลงไป “ฉันรู้สึกว่านายไม่น่าจะคบเพื่อนลักษณะนี้น่ะ”

            ลู่เป๋าเหยียนเลิกคิ้ว“ทำไมล่ะ”

            “ว่ากันว่า เสือสองตัวอยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้ไม่ใช่เหรอ”ซูเจี่ยนอันกล่าว “เขาดูไม่ใช่คนธรรมดาทั่วไป”

            แต่จะว่าไปเธอแต่งงานกับลู่เป๋าเหยียนมาตั้งนาน นี่เป็นครั้งแรกที่ได้เจอเพื่อนเขาปกติเขาไม่เคยพูดถึงเพื่อนๆ มาก่อนจนเธอนึกว่าคนที่อยู่บนจุดสูงสุดอย่างเขาคงจะไม่มีเพื่อนแต่เขากับมู่ซือเจวี๋ยดูสบายๆ เป็นกันเองจนเหมือนกับว่าสนิทกันมาก

            “พวกเรารู้จักกันมานานโดยไม่มีเรื่องผลประโยชน์มาเกี่ยวข้อง” ลู่เป๋าเหยียนอธิบาย “ที่พาเธอมาที่นี่เพราะอยากให้เธอรู้จักเขา จำไว้ อีกหน่อยหาเกิดเรื่องอะไรก็มาหาเขาที่นี่ได้”

            ซูเจี่ยนอันรู้สึกเหมือนลู่เป๋าเหยียนกำลังกำชับเตือนเธออะไรบางอย่างจึงมองเขาอย่างแปลกใจ

            “อีกหน่อยจะเกิดเรื่องอะไรขึ้นงั้นเหรอ?”

            พนักงานรู้ดีถึงความชอบของลู่เป๋าเหยียนจึงรีบนำชาหลงจิ่งเข้ามาเสิร์ฟ น้ำชาสีเขียวอ่อนที่ส่งไอร้อนขึ้นมาจากถ้วยชามือลู่เป๋าเหยียนที่จับมันอยู่แน่นขึ้นในชั่วขณะ

            “แค่อยากบอกเธอเผื่อเอาไว้เฉยๆ”

            สายตาเขาราบเรียบเหมือนไม่มีอะไรผิดแปลก

            ซูเจี่ยนอันจึงถามอย่างไม่ติดใจว่า

            “พวกเราจะกินอะไรกันดี”

            ลางสังหรณ์ไม่ดีที่เกิดขึ้นเมื่อครู่เธอคงคิดไปเองสินะ ดูจากท่าทางของลู่เป๋าเหยียนในตอนนี้ดูไม่เหมือนจะมีเรื่องไม่ดีอะไร

            ลู่เป๋าเหยียนส่งเมนูที่พนักงานนำมาให้แล้วก่อนหน้านี้ให้กับซูเจี่ยนอัน

            “เธอสั่งแล้วกัน”

            เมื่อเปิดเมนูขึ้นมาถึงได้รู้ว่าที่นี่ขายอาหารหม้อไฟสไตล์ดั้งเดิมของเมือง G

            หม้อไฟของที่นี่ไม่เหมือนหม้อไฟทั่วไปน้ำซุปจะเป็นสีขาวใส ตัวเครื่องหลักเป็นอาหารทะเล และไม่มีการใส่พริกหมาล่าสีแดงเหมือนหม้อไฟของที่อื่นหน้าตาดูน่าทาน แถมยังรสชาติไม่จัดหญิงสาวที่มีประจำเดือนก็สามารถทานได้อย่างไม่ต้องกังวล

            ซูเจี่ยนอันเพิ่งพูดว่าเธออยากกินไปหมดทุกอย่างคราวนี้คงได้กินทุกอย่างจริงๆ นั่นแหละ

    *******************

    1 Farewell My Concubine หรือชื่อภาษาไทยคือ “หลายแผ่นดิน แม้สิ้นใจ ก็ไม่ลืม”เป็นภาพยนตร์จีนที่สร้างจากนวนิยายในชื่อเดียวกันของลิเลียน ลี นักเขียนชาวฮ่องกงโดยนำเสนอความสัมพันธ์แบบสามเส้าแบบ ชาย-ชาย-หญิงภาพยนตร์สะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมและการเมืองจีนในช่วงต้นทศวรรษที่ 20ตั้งแต่ยุคสงครามจีน-ญี่ปุ่นครั้งที่สอง การพ่ายแพ้ของกองทัพญี่ปุ่นการโค่นล้มพรรคก๊กมินตั๋งโดยพรรคคอมมิวนิสต์จีนผ่านยุคการปฏิวัติทางวัฒนธรรมที่งิ้วกลายเป็นสิ่งต้องห้าม จนมาถึงยุคปัจจุบันเป็นภาพยนตร์ภาษาจีนเพียงเรื่องเดียวที่ได้รับรางวัลปาล์มทองคำจากเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ประจำปี 1993

    อ้างอิงจาก Wikipedia

    คล้ายกับเรื่องเจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่ ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808