ตอนที่ 2 (2)
“ฮัลโหล ฮัลโหล” ป้าหวังไม่ได้ยินเสียงตอบรับจากหานิซิว ได้แต่ะโซ้ำๆ เพราะนึกว่าสัญญาณไม่ดี “ยังอยู่ไหม ได้ยินหรือเปล่า เสี่ยวหาน เสี่ยวเซี่ยล่ะ พวกเธอรีบกลับมาได้ไหม”
“ป้าหวัง” หานิซิวถึงกับต้องยกมือถือออกจากหูเลยทีเดียว “เซี่ยเหยี่ยเป็ไข้น่ะครับ ตอนนี้อยู่โรงพยาบาล ป้าติดธุระเลยช่วยอยู่ดูลูกแทนเขาไม่ได้ใช่ไหมครับ งั้นเดี๋ยวผมจะให้คนไปรับเด็กเอง”
“เสี่ยวเซี่ยเข้าโรงพยาบาลอีกแล้วเหรอ จริงๆ เลยนะ ไม่รู้จักดูแลตัวเองเลย อายุแค่นี้กลับสุขภาพแย่กว่ายายแก่อย่างฉันซะอีก นี่เธอต้องช่วยติเขาหน่อยนะ คราวนี้ให้เขารักษาตัวที่โรงพยาบาลให้ดี รอให้หายดีค่อยออกจากโรงพยาบาล ส่วนเด็กน่ะเธอให้คนมารับเถอะ”
อีกแล้วอย่างนั้นหรือ
ป้าหวังพูดพล่ามเป็พรวนที่ล้วนแต่ฟ้องพฤติกรรมที่ผ่านมาของเซี่ยเหยี่ยทั้งสิ้น ฟังดูเหมือนกำลังบ่นเซี่ยเหยี่ยไม่ดูแลตัวเอง แต่ความจริงกำลังส่งซิกให้หานิซิวดูแลเขาให้ดี
หานิซิววางสายไปเงียบๆ ก่อนจะเรียกพ่อบ้านเกาให้ไปรับเด็ก ความรู้สึกภายในใจเขากำลังสับสนอลหม่าน เื่ราวที่เพิ่งรับรู้จากปากของป้าหวังคือเซี่ยเหยี่ยเลี้ยงลูกอยู่ในห้องเช่าห้องนั้นเพียงลำพัง ชีวิตตกระกำลำบาก คนในครอบครัวเพียงหนึ่งเดียวที่หลงเหลืออยู่ก็เหมือนจะจากไปแล้ว
คุณปู่จากโลกนี้ไปแล้ว มิน่าครั้งก่อนที่เขาเอ่ยถึงคุณปู่ เซี่ยเหยี่ยถึงร้องไห้แบบปล่อยโฮ
“คุณชาย” พ่อบ้านเกาไปรับเด็กมาอย่างรวดเร็ว เขาโทรรายงานให้หานิซิวด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูแปลกพิกล “ผมรับคุณชายน้อยมาแล้ว คุณชายจะให้ผมพาไปส่งที่ไหนครับ”
“คุณชายน้อยอะไร” หานิซิวจมอยู่กับห้วงความคิดตัวเอง ถึงลืมเื่ฝากพ่อบ้านเกาไปรับเด็กเสียสนิท “อ้อ หมายถึงเด็กคนนั้นเหรอ” หานิซิวคิดหนัก เด็กวัยสองสามขวบกำลังซนได้ที่เลยเชียว เห็นทีพ่อบ้านเกาที่ใช้ชีวิตอย่างสันโดษมานานก็คงจะเลี้ยงเด็กไม่เป็ “หาคนที่พอจะไว้ใจได้ช่วยดูแลเขาเถอะ ป้าเจวียนน่าจะเลี้ยงเด็กได้ ฝากเขาเลี้ยงดูสักระยะละกัน”
“คุณชายหมายถึงให้ส่งเด็กกลับบ้านหรือครับ” ป้าเจวียนที่หานิซิวพูดถึงคือแม่ครัวประจำตระกูลหาน พ่อบ้านเกาได้ยินคำสั่งหานิซิวให้ส่งเด็กกลับไปที่บ้าน ก็ถามย้ำด้วยน้ำเสียงเหลือเชื่อปนระรื่นใจหน่อยๆ “ได้ครับๆๆ ผมจะรีบพาไปส่งเดี๋ยวนี้”
พิลึกคน จะตื่นเต้นอะไรนักหนา เขารู้ดีว่าคนในตระกูลเป็ห่วงเื่คู่ชีวิตเขาแค่ไหน อยากให้เขารีบมีลูกมีเต้าจะแย่ แต่เขากลับทำใจเอ่ยปากกับความจริงที่ว่าเขาไร้น้ำยาไม่ได้สักที หานิซิวขมวดคิ้วแน่น เวลานี้ให้พ่อบ้านเกาพาเด็กกลับบ้านก็คงเป็การสร้างปัญหา
เซี่ยเหยี่ยนอนหมดสตินานแค่ไหนเขาก็อยู่เฝ้าที่ห้องนานแค่นั้น ขณะที่ตัดสินใจจะออกไปหาอะไรทานค่อยกลับมาใหม่ สายเรียกเข้าจากพ่อทูนหัวอย่างคุณพ่อหานก็ดังขัดขึ้นมาเสียก่อน น้ำเสียงบันดาลโทสะดังทะลุลำโพงออกมาตามคาด
“หานิซิวแกรีบไสหัวกลับมาเดี๋ยวนี้ คิดไม่ถึงเลยว่าแกจะกล้าขนาดนี้ กล้าจะก่อเื่ชั่วช้าแบบนี้ นี่แกไปแอบทำหลานโดยที่ฉันไม่รู้เื่อย่างนั้นเหรอ” ท่านประธานหานตวาดเสียงกริ้ว ท่ามกลางเสียงที่เล็ดลอดยังเคล้าด้วยเสียงร่ำไห้ระคนดีใจของคุณนายหาน “พอแล้วน่า หลานกลับมาก็พอแล้ว…”
หานิซิวยกมือกุมหน้าผาก “พ่อ พ่อครับ” เขาขึ้นเสียงพูดขัดปลายสาย “นั่นไม่ใช่ลูกของผม”
“พูดบ้าอะไรของแก ไม่ใช่ลูกของแกได้ยังไง” ประธานหานเผลอหลุดคำหยาบออกมา ไม่อยากจะเชื่อหูตัวเองเลยว่าลูกของตนจะเป็ผู้ชายสารเลวที่กล้าทำแต่ไม่กล้ารับ “เด็กหน้าตาเหมือนแกสมัยเด็กอย่างกับแกะ ไม่ต้องตรวจดีเอ็นเอก็รู้ว่าเป็ลูกของแก! ตอนนี้แกรีบกลับมาคุยกันให้รู้เื่ ว่าแม่ของเด็กคือใคร เราจะได้รีบเตรียมไปสู่ขอ” ประธานหานพูดจบเลือกวางสายโดยไม่ให้โอกาสหานิซิวได้โต้แย้ง ปล่อยให้หานิซิวเอาแต่ะโเรียกพ่อครับๆๆ อยู่ปลายสายไม่หยุดราวกับเสียงแตร…
เขาวางมือถือลง เงยหน้ามองเห็นว่าเซี่ยเหยี่ยฟื้นแล้ว ดวงตากลมโตมองมาที่เขา อาจเป็เพราะเพิ่งฟื้นถึงขมวดคิ้วน้อยๆ ดวงตาพร่ามัว สีหน้าเหลอหลาดูทำตัวไม่ถูก พอเห็นว่าหานิซิวกำลังมองมาที่ตนก็เม้มปากเบือนสายตาหนี
“ฟื้นแล้วเหรอ รู้สึกไม่สบายตัวตรงไหนหรือเปล่า” เขาเดินเข้าไปใกล้พร้อมกดกริ่งเรียกพยาบาล เซี่ยเหยี่ยหลับตาส่ายหน้า
หานอวิ๋นโจวตามมาที่ห้องในไม่ช้า ในเวลาเพียงสองสามนาทีที่รอเซี่ยเหยี่ยกลับสลบเหมือดไปอีกรอบ
“เกิดอะไรขึ้น” หานอวิ๋นโจวตรวจอาการเซี่ยเหยี่ยเบื้องต้นเสร็จก็ไม่พบอะไรผิดปกติ อาจเป็เพราะคนไข้อ่อนเพลียมากจึงเผลอหลับไปอีกรอบ เขาถามหานิซิว “ได้ยินแม่ฉันบอกมาว่า พ่อบ้านเกาพาเด็กคนหนึ่งกลับไปที่บ้าน ลูกชายของนายเหรอ”
ข่าวไวเหลือเกินนะ นี่เขาก็เพิ่งได้รับสายโทรแจ้งเมื่อห้านาทีที่แล้วนี่เอง
“ตอนพ่อบ้านเกากลับไป แม่ฉันไปหาแม่นาย เลยประจวบเหมาะพอดี เป็เื่ใหญ่มากเชียวละ” หานอวิ๋นโจวพูดหยอกหานิซิวจบก็อดแปลกใจไม่ได้ “นี่นายไปทำอะไรมา ได้ยินว่าเด็กตั้งสองสามขวบแล้ว ทำไมถึงปิดเื่มาตลอดล่ะ” เขาหันไปมองเซี่ยเหยี่ย ก่อนจะหันกลับมามองหานิซิว จนฉุกคิดอะไรได้อย่างกะทันหัน “เซี่ยเหยี่ย โอเมก้าที่ตั้งครรภ์คนนั้น เด็กนั่นคือลูกของพวกนายเหรอ”
หานิซิวกลัวว่าเสียงสนทนาของพวกเขาทั้งสองจะรบกวนเวลาพักผ่อนของเซี่ยเหยี่ยเข้า ถึงเลือกพาหานอวิ๋นโจวเดินออกไปข้างนอกห้อง เมื่อประตูห้องปิดลง ยืนอยู่ตรงระเบียงทางเดิน หานิซิวก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ พลางส่ายหน้ากล่าว “ผมไม่รู้ น่าจะไม่ใช่” เขากำลังสับสนอย่างมาก ไม่รู้ว่าทำไมเด็กคนนั้นถึงหน้าตาคล้ายกับตนเช่นนี้