แสงแดดอบอุ่นยามบ่ายส่องผ่านบานหน้าต่างกระจกใสของร้านกาแฟสไตล์กลาสเฮาส์แสนร่มรื่นย่านใจกลางกรุงเทพมหานคร บรรยากาศภายในร้านเงียบสงบอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของเมล็ดกาแฟคั่วและเสียงดนตรีแจ๊สบรรเลงแ่เบาคลอเคลียช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย
'ดาริน' นั่งไขว้ห้างอย่างสง่างามมาดควีนอยู่ริมหน้าต่าง ในชุดสูทลำลองกางเกงขายาวสีเบจดูเท่และเฉียบคม บนโต๊ะไม้มีแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลสองฉบับและปากกาแบรนด์เนมวางจัดระเบียบไว้เรียบร้อย ฝั่งตรงข้ามของเธอคือ 'อนล' อดีตคู่หมั้นหนุ่มผู้เคยทระนงเ็า ทว่าในวันนี้เขากลับดูผ่อนคลายและสดใสขึ้นอย่างทึ่ง ในเสื้อเชิ้ตแขนยาวพับแขนและไม่มีเนคไทผูกคออีกต่อไป
สองสายตาสบประสานสายตากันไร้ซึ่งกระแสความตึงเครียดหรือเคียดแค้นประชันผลประโยชน์เหมือนในอดีต มีเพียงความโล่งอกและการยอมรับความจริงอันงดงามของชีวิต
"เอกสารข้อตกลงยกเลิกการหมั้นหมายและการแบ่งแยกสิทธิ์ร่วมทุนระหว่างสองตระกูลเราเสร็จสมบูรณ์เรียบร้อยแล้วค่ะอนล" ดารินเอ่ยทลายความเงียบน้ำเสียงทุ้มนิ่งเป็งานเป็การ "ทางฝ่ายกฎหมายและคุณพ่อของดารินยอมรับการยกเลิกสัญญาถอนหมั้นชิ้นนี้แต่โดยดี เนื่องจากอนลยอมสละตำแหน่งสิทธิ์ประธานบริหารและหุ้นหลักของตระกูลไปแล้ว ทำให้ข้อตกลงทางธุรกิจเดิมหมดสภาพบังคับใช้โดยปริยายค่ะ"
อนลยิ้มหวานหัวเราะเบา ๆ พยักหน้ารับคำพลางจรดปากกาลงชื่อลงบนหน้าหนังสือสัญญาหย่าและยกเลิกข้อตกลงถอนหมั้นทั้งสองฉบับอย่างมั่นคงไม่มีลังเล "ขอบคุณดารินมากนะครับที่ช่วยเคลียร์ปัญหากับทางครอบครัวให้ราบรื่น... พี่ต้องขอโทษดารินด้วยนะครับจ๊ะคนดี สำหรับ่เวลาที่ผ่านมาที่พี่เคยใช้ดารินเป็เครื่องมือป้องกันหน้าตาทางสังคมและผลประโยชน์ธุรกิจ โดยละเลยความรู้สึกของดารินไป..."
ดารินยกยิ้มกว้างกางนิ้วมือเรียวโบกปฏิเสธเบา ๆ "ไม่ต้องขอโทษเลยค่ะอนล ดารินต่างหากที่ต้องขอบคุณอนลที่ยอมสละทิ้งหน้ากากเกราะเหล็กและความละโมบเ่าั้ไปเสีย เพราะการที่อนลตัดสินใจเด็ดขาดเพื่อเดินหน้าหาหัวใจรักแท้ของตนเองกับเจตน์ มันส่งผลให้ดารินหลุดพ้นจากกรงขังพันธนาการสมรสธุรกิจจอมปลอมชิ้นนี้ไปพร้อมกันด้วยค่ะ... ดารินได้ข่าวว่าตอนนี้อนลผันตัวไปเป็ครูสอนเปียโนที่โรงเรียนสอนดนตรีเล็ก ๆ ในชุมชนแล้วเหรอคะ"
อนลสบประสาทตาคมตอบ แววตาคมดุจเหยี่ยวที่เคยดุดันบัดนี้มีเพียงประกายแสงสีทองแห่งความสุขสงบเรียบง่าย "ครับดาริน... พี่เพิ่งรู้ตัวว่าการได้นั่งกดแป้นคีย์เปียโนสอนโน้ตเพลงง่าย ๆ ให้กับสองมือน้อย ๆ ของเด็ก ๆ และได้กลับไปเล่นดนตรีเคียงข้างขาตั้งวาดรูปของเจตน์ในยามเย็น มันมีความหมายและอุ่นใจกว่ามูลค่าตัวเลขหุ้นพันล้านในบอร์ดบริหารธุรกิจมากมายนักครับ... แล้วดารินล่ะจ๊ะ ได้ข่าวว่าเตรียมตัวจะย้ายไปตั้งรกรากเปิดแบรนด์เสื้อผ้าใหม่ที่นิวยอร์กกับพราวแล้วเหรอครับ"
ดารินยิ้มหวานสายตามีประกายอบอุ่นใจระยิบเมื่อนึกถึงคนรัก "ค่ะ... พราวเขาเซ็นใบหย่าจากมารุตเสร็จสิ้นสมบูรณ์เรียบร้อยแล้ว คฤหาสน์หรูหลังนั้นตกลงขายทอดตลาดและนำเงินมาแบ่งสินสมรสตามสิทธิ์ พราวโอนคืนหุ้นบริษัทขนส่งทั้งหมดคืนให้มารุตเพื่อช่วยไถ่โทษวิกฤตธุรกิจของตระกูลเขา ส่วนพวกเรา... ดารินและพราวยื่นขอวีซ่าทำธุรกิจและจองตั๋วเครื่องบินเตรียมตัวเดินทางไปเริ่มต้นชีวิตใหม่แสนสุขสงบที่นิวยอร์กใน่เดือนหน้าค่ะ ที่นั่นเราจะเป็ตัวของตัวเองและรักกันได้อย่างอิสระค่ะ... ดารินฝากดูแลเจตน์ด้วยนะคะอนล เจตน์เป็เด็กดี อ่อนไหว และรักศิลปะด้วยหัวใจบริสุทธิ์ อย่าทำร้ายหัวใจเขาอีกนะคะ"
อนลพยักหน้ารับคำเด็ดเดี่ยวหนักแน่น "สัญญาครับดาริน พี่จะดูแลปกป้องถนอมดวงใจของเจตน์ดั่งชีวิตของตนเองครับ และพี่ก็ยินดีอวยพรให้ดารินกับพราวมีความสุขสงบหมดจดในดินแดนเสรีนิวยอร์กเช่นกันครับคนดี"
ทั้งสองคนจับกุมมือประสานนิ้วแ่าพรางส่งรอยยิ้มอุ่นให้แก่กันก่อนจะขอตัวแยกย้าย มุ่งหน้าก้าวเท้าเดินออกจากร้านมุ่งตรงสู่ปลายทางชีวิตสายใหม่ที่ปลดแอกพันธนาการเก่า
---
ดารินขับรถยนต์หรูกลับมาถึงห้องชุดเพนต์เฮาส์ส่วนตัวใน่บ่ายจัด แสงแดดสีส้มสาดลอดผ่านบานหน้าต่างกระจกบานใหญ่สะท้อนฝุ่นละอองบางเบาในอากาศ ภายในห้องโถงกว้างมีกล่องกระดาษลังขนาดใหญ่หลายใบวางตั้งซ้อนทับกันอยู่ พราวสวมชุดลำลองเสื้อยืดกางเกงยีนส์รวบผมสลวยขึ้นสูง กำลังจัดเก็บพับกระดาษเขียนแบบและหนังสือออกแบบภายในใส่ลงกล่องอย่างตั้งใจ
ดารินเดินก้าวเลี่ยงเข้ามาจากทางด้านหลังเงียบ ๆ เอื้อมสองแขนอบอุ่นโอบประสาทกอดรัดรอบเอวบางของพราวไว้แ่เบา ซบหน้าเกลี่ยข้างแก้มมน พราวยิ้มหวานสะดุ้งตัวโยนเบา ๆ หันหน้าสบตากุมมือคนรักแน่น
"กลับมาแล้วเหรอคะพี่ดาริน... คุยเื่ยกเลิกหมั้นหมายกับคุณอนลราบรื่นไหมคะ" พราวเอ่ยถามเสียงหวานละมุน
ดารินจุมพิตหน้าผากมนของพราวเบา ๆ อย่างแสนรัก "เรียบร้อยดีทุกประการแล้วค่ะพราวคนดีของพี่... หนังสือถอนหมั้นลงนามเซ็นชื่อเสร็จสมบูรณ์เรียบร้อย ดารินเป็อิสระร้อยเปอร์เซ็นต์แล้วค่ะ และพี่พร้อมจะพกพาสถาปนิกสาวแสนสวยคนนี้โบยบินข้ามฟ้าไปใช้ชีวิตใหม่สร้างรังรักของเราที่นิวยอร์กแล้วนะจ๊ะ"
พราวยิ้มกว้างออกมาดวงตากลมอุ่นเปี่ยมล้นไปด้วยรอยยิ้มและความอุ่นใจลึกซึ้ง โน้มประสาทกอดคอดารินแ่า "พราวดีใจที่สุดเลยค่ะพี่ดาริน... พราวเฝ้ารอคอยที่จะได้ทิ้งซากปรักหักพังและาแจากคนบาปพวกนั้นไว้ข้างหลัง และก้าวข้ามเศษเสี้ยวอดีตไปหาแสงอาทิตย์ดวงใหม่ของเราในต่างแดนชั่วนิรันดร์ค่ะ"
---
ในขณะเดียวกัน ณ สตูดิโอวาดภาพบ้านไม้สองชั้นหลังเล็กย่านชานเมือง อนลเดินก้าวพ้นประตูรั้วบ้านก้าวเข้ามาพบ 'เจตน์' ที่กำลังยืนแต่งเติมปัดสีพู่กันเขียนภาพทิวทัศน์สีน้ำมันชิ้นใหญ่อยู่หน้าขาตั้งวาดภาพ แสงอาทิตย์อัสดงยามเย็นสีทองสุกสกาวสาดส่องลอดผ่านบานหน้าต่างไม้ลงบนผืนแคนวาสและเส้นผมสลวยของจิตรกรหนุ่ม
เจตน์วางจานสีลงทันทีที่เห็นอนลเดินเข้ามา อนลส่งรอยยิ้มละมุนหัวใจเดินตรงมากอดร่างบางของคนรักแนบชิดอกแกร่งพรางกระซิบเสียงหวานละมุน
"เจตน์ครับ... พี่อนลถอนหมั้นยกเลิกสัญญากับดารินเรียบร้อยเบ็ดเสร็จแล้วนะจ๊ะคนดี พี่เคลียร์ทุกรอยแผลเป็ทางกฎหมายและธุรกิจตระกูลหมดสิ้นแล้ว... ตอนนี้พี่เป็ผู้ชายตัวเปล่าที่ไม่มีหัวโขนหรือตำแหน่งอำนาจใด ๆ เหลืออยู่เลยจ้ะ มีเพียงแค่สองมือที่เล่นเปียโนสอนเด็ก ๆ และหัวใจรักบริสุทธิ์ดวงนี้มอบให้เจตน์คนเดียวชั่วชีวิตครับ..."
เจตน์ซบหน้าโอบกอดแผ่นหลังแกร่งตอบรับแ่า น้ำตาอุ่นแห่งความปลื้มปีติระคนโล่งใจร่วงไหลอาบแก้มเนียนพรั่งพรู "เจตน์ยินดีต้อนรับพี่อนลคนธรรมดาคนนี้ก้าวเข้ามาในชีวิตของเจตน์อย่างแท้จริงครับ... เจตน์เคลียร์จัดพื้นที่มุมห้องข้าง ๆ ขาตั้งวาดรูปของเจตน์รอเปียโนหลังเล็กของพี่อนลเสร็จเรียบร้อยแล้วจ้ะคนดี... ไปนั่งเล่นเปียโนเพลง Clair de Lune ของ Debussy ให้เจตน์ฟังปัดเป่าาแของวันวานกันเถอะนะจ๊ะพี่อนล..."
อนลจับมือเจตน์ประสานแน่นพาก้าวเดินไปนั่งที่เปียโนอัพไรท์ตัวเก่ามุมห้อง ปลายนิ้วหนาบรรจงกดลิ่มคีย์ไล่เรียงโน้ตดนตรีบรรเลงเพลงแสนคลาสสิกแ่หวานอบอุ่นพลิ้วไหวไปทั่วสตูดิโอ ท่ามกลางภาพวาดทิวทัศน์สีน้ำมันที่อาบไปด้วยแสงอาทิตย์สีทองตระการตา รอยแผลเป็และเศษซากชีวิตในอดีตอาจจะยังคงหลงเหลือจารึก ทว่าความรักและอิสรภาพที่แท้จริงได้รับการกอดประสานโอบล้อมใต้ทำนองดนตรีแห่งการเริ่มต้นชีวิตใหม่แสนงดงามชั่วนิรันดร์