Danger area : เขตก่อการรัก [จบ]

    เล่มที่ 1 บทที่ 30 ยังมีชีวิตอยู่เพื่ออะไรอีก? 2

             

            เหอชูซานอดไม่ได้ที่จะยกมือขึ้นแล้วใช้หลังนิ้วแตะเบาๆไปที่หางตาของชย่าลิ่วอี มันเย็นเฉียบและเปียกชื้นนิดหน่อย

            ชายคนนี้บอกว่าเขาจะทำให้แก๊งเซียวฉีเป็นแก๊งที่ใหญ่ที่สุดในฮ่องกงเขาพยายามเติมเต็มชีวิตของหัวหน้าแก๊งคนอื่น พยายามหาทางออกให้กับความรู้สึกผิดและความเจ็บปวดของตัวเองแต่การขยายอำนาจ การชิงไหวชิงพริบ และการต่อสู้ฆ่าฟันเป็นชีวิตที่ผู้ชายที่ชอบกินลูกชิ้นปลาดูหนัง ดื่มเบียร์ กินจีเปา และเล่นสนุกเกอร์กับนักศึกษาอยากเป็นจริงๆ อย่างนั้นหรือ?

            นอกจากสิ่งเหล่านี้แล้วเขายังมีชีวิตอยู่เพื่ออะไรอีก?

            เหอชูซานถอนหายใจยาวก่อนจะอ้าแขนออกแล้วโอบร่างของชย่าลิ่วอีเข้ามาในอ้อมกอด ทำให้ศีรษะที่ก้มต่ำของเขาพิงลงมาบนหน้าอกของตัวเอง

            จากนั้นเขาก็ก้มศีรษะลงวางใบหน้าของเขาลงบนผมที่ยุ่งเหยิงและมีกลิ่นเหล้าของชย่าลิ่วอีอย่างแผ่วเบา

            ……

            เวลาเช้าตรู่ชย่าลิ่วอีถูกปลุกให้ตื่นด้วยเสียงร้องอันบางเบาของนกนางนวลเขาขมวดคิ้วด้วยความรำคาญ ถึงอย่างนั้นก็ต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการเปิดเปลือกตาที่ปิดสนิทขึ้น

            สิ่งที่เขาเห็นตรงหน้าคือท้องทะเลสีฟ้าครามที่ทอดยาวอยู่เบื้องหลังต้นปาล์มแสงแรกของดวงอาทิตย์ยามเช้าสาดส่องลงบนขอบฟ้าอย่างแผ่วเบานกนางนวลสีเงินหลายตัวบินวนเป็นวงกลมขึ้นสู่ท้องฟ้าท่ามกลางแสงสีแดงอมส้มอันอบอุ่น

            ทิวทัศน์ยามตื่นนอนที่งดงามราวกับฝันนี้ทำให้เขาผู้ที่ยังคงมึนงงจากอาการเมาค้างถึงกับสับสนไปชั่วขณะเขาจ้องมองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติกับร่างกายของเขา นอกจากอาการปวดหัวตุบๆและปวดเมื่อยไปทั้งตัว ยังมีความรู้สึกคันยุบยิบตรงหน้าอกอย่างอธิบายไม่ถูกอีกอย่างหนึ่งที่เขาสัมผัสได้

            ลูกพี่ชย่าก้มลงมองเห็นเสื้อสูทยับยู่ยี่ของตัวเองเปิดอ้าออกเผยให้เห็นเสื้อเชิ้ตบางๆ ข้างใน บนเสื้อเชิ้ตที่ขวางกั้นผิวเนื้อของเขานั้นมีอุ้งเท้าของใครบางคนวางอยู่ —— คราวนี้เปลี่ยนนิ้วเป็นนิ้วกลางและนิ้วนาง —— กำลังบีบตรงยอดอกของเขาพอดี

            ชย่าลิ่วอีโกรธจัดเขาสะบัดมือปัดอุ้งเท้าของเหอชูซานออกอย่างแรง!

            ในขณะเดียวกันนั้นเหอชูซานก็โอบเอวเขาไว้ด้วยมืออีกข้างหนึ่งใบหน้าครึ่งหนึ่งแนบชิดกับไหล่ของเขา เหอชูซานครางออกมาแผ่วเบาก่อนจะถูใบหน้ากับไหล่ของเขาโดยไม่รู้ตัว ลมหายใจยังคงถูกผ่อนเข้าออกเป็นจังหวะสม่ำเสมอเช่นเดิม

            นักศึกษาเหอถูกเจ้าพ่อมาเฟียเล่นงานมาทั้งคืนเขารู้สึกเหนื่อย ง่วง อึดอัด และเสียใจจึงไม่มีแรงจะไปสนใจความโกรธของหมอนข้างรูปคนนี้แม้แต่น้อย

            ชย่าลิ่วอีเขย่าอยู่สองสามครั้งแต่ก็ไม่มีท่าทีว่าเหอชูซานจะตื่นเขาจึงตั้งใจจะตบเหอชูซานให้ตื่น อุ้งมือหมีของเขาเกือบจะถึงใบหน้าของนักศึกษาแล้วแต่สุดท้ายก็ไม่ได้ตบลงไป– เด็กคนนี้มีขี้ตาเต็มหน้า จะทำให้มือของฉันสกปรกได้!

            เขาผลักเหอชูซานออกไปแล้วพยุงตัวเองให้ลุกขึ้นยืนโดยใช้ราวเหล็กเป็นหลักค้ำ ในตอนนี้แสงอรุณรุ่งสาดส่องไปถึงหลังคาวิลล่าริมทะเลแล้วหลังคาสีขาวสะท้อนแสงสีทอง เป็นสีสันที่ทั้งสดใสและเจิดจ้า

            ชย่าลิวอีเงยหน้าขึ้นหรี่ตามองไปยังทิศทางของแสงนั้นครู่ใหญ่ดวงตาของเขาร้อนผ่าวเล็กน้อย... ทว่าเมื่อเขาก้มศีรษะลงเขาก็กลับมาเป็นลูกพี่ใหญ่ผู้ไร้อารมณ์ เยือกเย็น และสุขุมอีกครั้ง

            เขาก้มลงจับแขนของเหอชูซานด้วยมือข้างเดียวแล้วดึงเจ้าเด็กที่หลับเหมือนหมูตายนี้ขึ้นมาพาดแขนของเขาไว้บนไหล่ของตัวเองก่อนจะทั้งลากทั้งดึงกลับไปที่รถแล้วโยนลงไปเบาะหลังจากนั้นเขาก็เข้าไปนั่งในที่นั่งคนขับ ลดกระจกรถลง แล้วจุดบุหรี่ขึ้นมาสูบ

            เขาพ่นควันบุหรี่ออกมาอย่างไม่ใส่ใจขณะเอนศีรษะพิงเบาะแล้วมองภาพใบหน้าที่สงบนิ่งและไร้เดียงสาของเหอชูซานผ่านกระจกมองหลัง

            เมื่อคืนเขาเมามากจริงๆถึงได้พาเด็กคนนี้มาที่นี่ แต่ทุกคำพูด ทุกการกระทำ ทุกสายตาที่เด็กคนนี้มองมาเขายังจำได้

            แม้กระทั่งอ้อมกอดเบาๆครั้งสุดท้ายนั่น เขาก็ยังพอมีความทรงจำที่เลือนรางหลงเหลืออยู่บ้าง

            ไม่ใช่ว่าเขาคิดมากไปเองแต่เหอชูซานทำเกินขอบเขตไปแล้วจริงๆ มันเลยเส้นความสัมพันธ์ฉันพี่น้องไปแล้ว

            ชย่าลิ่วอีวางแขนพาดหน้าผากอย่างเหนื่อยล้าแล้วค่อยๆ พ่นควันสีขาวจางๆ ออกมาอย่างช้าๆ และยาวนาน

            ……

            ลูกพี่ชย่าผู้มีอายุเพียง 25 ปีกำลังอยู่ในวัยหนุ่มสาวที่เคยสัมผัสการแอบรักครั้งแรกมานานกว่าสิบปีและเพิ่งจะเสียคนที่เขาแอบรักไปไม่นานหลังจากนั้นเขาจึงทุ่มเทให้กับงานอย่างเต็มที่และไม่สนใจเรื่องความรักอีกเด็กหนุ่มที่ยังไม่โตเต็มวัยนั้นยิ่งไม่มีความหมายในสายตาเขาความรู้สึกที่อันตรายแบบนี้ควรจะถูกกำจัดทิ้งตั้งแต่ต้นเพื่อไม่ให้มันเติบโตไปมากกว่านี้

            แม้เขาจะบอกว่าจะ ‘กำจัด’ ความรู้สึกนี้ แต่เขาก็ไม่ได้วางแผนจะทำอะไรที่แสดงออกว่าเกลียดหรือหลบหน้าหลบตา—— ปกติแล้วยิ่งคุณพยายามหลบหน้าใครมากเท่าไร ก็ยิ่งเป็นการแสดงออกว่าคุณแคร์คนคนนั้นมากเท่านั้นลูกพี่ชย่าคิดว่าตัวเองไม่ได้ใส่ใจกับความรู้สึกชื่นชมที่ได้รับจากเด็กหนุ่มคนนี้เลยเขาจึงยังทำทุกอย่างเหมือนเดิม หากอยากชวนเด็กคนนี้ไปกินข้าวก็ชวน อยากสอนเขาเล่นสนุกเกอร์ก็สอนจะพยายามบังคับให้เขาช่วยดูแลบัญชีให้ก็ยังคงพยายามต่อไป... เพียงแต่ในใจนั้นก็มีความคิดที่อยากจะ ‘เปิดโลก’ ให้เด็กคนนี้ด้วยเช่นกัน

            เขามั่นใจว่าเด็กหนุ่มที่กล้าบ้าบิ่นคนนี้คงเรียนจนหัวทื่อและไม่มีทักษะทางสังคมเมื่อโชคดีที่มีคนใหญ่คนโตคอยคุ้มครอง——ถึงแม้ว่าเด็กหนุ่มคนนี้จะไม่ยอมรับว่าเขาเป็นคนใหญ่คนโตก็ตาม——เด็กหนุ่มก็เลยเข้าใจผิดเอาความรู้สึกแบบพี่น้องไปเป็นความหวั่นไหวแทนทั้งที่ยังไม่เคยสัมผัสกับความหวานชื่นของหญิงสาว กลับเดินทางไปสู่ความสนใจในผู้ชายเสียแล้ว

            ——ลูกพี่ชย่า ประเดี๋ยวก่อนครับ พี่แน่ใจนะว่าไม่ได้กำลังพูดถึงตัวเองอยู่?

            เอาล่ะ พักเรื่องที่ลูกพี่ชย่าจะฝ่าฟันข้อห้ามต่างๆมาตีบรรณาธิการไว้ก่อน ในตอนที่เขาเกิดความมั่นใจในเรื่องนี้ขึ้นมาเขาจึงยิ่งห่วงใยพัฒนาการของเหอชูซานมากกว่าเดิม หากมีเวลาว่างเมื่อไรก็มักจะคิดหาโอกาสนู่นนี่นั่นให้คุณชายเหอได้สัมผัสประสบการณ์รักใคร่กับสตรีอยู่เสมอ

            “ลูกพี่ครับ” ผู้จัดการหม่ารีบโทรศัพท์ไปรายงานลูกพี่ใหญ่ของเขาด้วยความตื่นเต้น “ไอ้หนุ่มแซ่เหอมันบังอาจมากมันบอกว่าจะไม่มาเล่นสนุกเกอร์กับพี่บ่ายวันอาทิตย์นี้แล้วครับ”

            “สอบซ่อมอีกแล้วหรือ? เขาไม่ได้ไปฝึกงานที่ธนาคารหรือ?” ลูกพี่ชย่าถามปลายสายกลับขณะจิ้มไส้กรอกชีสกินอยู่

            “เขาบอกว่าเมื่อสัปดาห์ที่แล้วพี่หาเพื่อนสาวสวยมาสอนพิเศษให้เขาแล้วเขาดันเผลอจนข้อมือแพลง ตอนนี้ก็ยังไม่หายดี! ผมว่าเจ้านั่นโกหกแน่นอนเลยครับลูกพี่ครับ! เจ้าเด็กนี่มันหาข้ออ้างหนีพี่อยู่ แค่พี่สั่งมา ผมจะไปลากเขามาสั่งสอนสักรอบทันที!”

            “จะซ้อมทำไม! ถ้าซ้อมจนบาดเจ็บ นายจะชดใช้ได้หรือเปล่า?! ลากมันมานั่งดูหนังเป็นเพื่อนฉันดีกว่า”

            ดังนั้นในบ่ายวันอาทิตย์เหอชูซานจึงถูก ‘ลาก’ เข้าไปในโรงภาพยนตร์ส่วนตัวสุดหรูภายในบริษัทมาเฟียอย่างไม่เต็มใจนักเขายังคงสวมเสื้อผ้าเก่าที่ซักจนสีซีดจาง แต่กระเป๋าเป้ใบเล็กของเขากลับถูกแทนที่ด้วยกระเป๋าหนังเก่าๆที่ดูเหมือนจะได้มาจากตลาดมือสอง อีกทั้งบนใบหน้าของเขาก็ยังมีแว่นตาสวมใส่ไว้อีกด้วย

            “อ่านหนังสือจนตาบอดเลยหรือไง?” ชย่าลิ่วอีที่นอนอยู่บนเก้าอี้ชายหาดเอ่ยถามเขาด้วยความเป็นห่วง

            “ผู้จัดการบอกว่าผมดูเด็กเกินไป ต้องใส่แว่นเพื่อให้ดูน่าเชื่อถือขึ้นอีกหน่อย” เหอชูซานพูด “นี่เป็นแค่เลนส์กรองแสงธรรมดา”

            ชย่าลิ่วอีหัวเราะแล้วเลื่อนชามลูกชิ้นปลาไปให้เขาเหอชูซานก็เชื่อฟังหยิบลูกชิ้นขึ้นมาหนึ่งลูก “พี่ลิ่วอีพี่ดูไปก่อนเลย ผมจะอ่านเอกสารงานวิจัยอยู่ข้างๆ จะไม่ส่งเสียงรบกวนพี่”

            ชย่าลิ่วอีเคยชินกับทักษะของเขาที่ถึงขนาดยืนอยู่บนรถบัสก็ยังพยายามยกมือขึ้นและเงยหน้าดูหนังสืออยู่เสมอเขาจึงไม่อยากจะตีเหอชูซานแล้วแค่เพียงเหลือบมองนิ้วชี้มือซ้ายที่พันด้วยผ้าพันแผลอย่างไม่ใส่ใจ แล้วพูดว่า “บ้าไปแล้ว! เจ้าเด็กนี่เล่นละครเก่งจริงๆ นี่คือ ‘ข้อมือแพลง’ หรือ?”

            “ไม่ใช่หรอก โดนมีดบาดเมื่อวานตอนทำงานพิเศษน่ะ”

            “โดนมีดบาดหรือ? นายไม่ได้ทำงานเสิร์ฟที่ร้านอาหารหรอกหรือ?”

            “เดือนที่แล้วผมเริ่มหัดหั่นผัก ร้านลุงอาหัวย้ายออกมาอยู่นอกเมืองกำแพงแล้วตอนนี้ขายดีมาก คนไม่พอ”

            ชย่าลิ่วอีแค่นเสียงหัวเราะอย่างไม่ใส่ใจแล้วหันกลับไปดูหนังต่อ

            ตอนนี้คือช่วงฤดูหนาวปี 1990 การอพยพย้ายถิ่นฐานของเมืองกำแพงเจียวหลงกำลังดำเนินไปอย่างต่อเนื่องผู้อยู่อาศัยส่วนใหญ่ได้รับการจัดสรรที่อยู่อาศัยรวมถึงเงินชดเชยจากรัฐบาลอาป๊าเหอซึ่งเป็นบุคคลไร้สัญชาติที่หลบหนีเข้ามาในเมืองกำแพงเจียวหลงเมื่อหลายสิบปีก่อนเองก็ได้รับสิทธิ์การพำนักถาวรโดยไร้ปัญหาใดเนื่องจากเขาอาศัยอยู่ในฮ่องกงมาเป็นเวลาเจ็ดปีแล้ว เขาจึงกลายเป็นพลเมืองของเมืองริมทะเลแห่งนี้อย่างเป็นทางการนอกจากนี้เขายังได้รับแฟลตในอาคารสูงใกล้ท่าเรือจิ่วหลงซึ่งมีขนาดใกล้เคียงกับบ้านสองชั้นหลังเล็กที่ทรุดโทรมของเขาอีกด้วย

            อย่างไรก็ตามอาป๊าเหอยังคงเป็นหมอฟันเถื่อนที่ไม่มีใบอนุญาต เขาไม่สามารถประกอบวิชาชีพได้อย่างถูกกฎหมายและไม่สามารถเปิดคลินิกได้จึงต้องเกษียณก่อนกำหนด โชคดีที่เหอชูซานหาสถานที่ฝึกงานได้สำเร็จและยังมีเงินเดือนหนึ่งถึงสองพันเหรียญต่อเดือนเพื่อช่วยเหลือครอบครัวร้านน้ำแข็งไสของลุงอาหัวเปิดใหม่อยู่ชั้นล่างของอาคารพอดี ดังนั้นนอกจากการฝึกงานที่ธนาคารสี่วันต่อสัปดาห์แล้วเหอชูซานก็ยังคงทำงานพิเศษที่ร้านน้ำแข็งไสใหม่ของอาหัวในช่วงเวลาที่ว่างจากการเรียน

            ที่จริงวันนี้เขาก็น่าจะต้องเสิร์ฟอาหารทั้งๆที่ยังมีแผลอยู่ แต่พอเลยเที่ยงไปเขาก็รีบคว้ากระเป๋าเอกสารเก่าๆ แล้วเผ่นหนีทันทีท่ามกลางเสียงตะโกนของลุงอาหัวไปยังโต๊ะสนุกเกอร์เพื่อมาดูหนังเป็นเพื่อนกับลูกพี่โดยสมัครใจ

            ชย่าลิ่วอีเอนกายอย่างสบายอารมณ์บนเก้าอี้แล้วดูหนังดังแห่งปีเรื่อง 《A Moment of Romance》 เสียงกรี๊ดดังสนั่นหวั่นไหวขณะที่หลิวเต๋อหัวซิ่งมอเตอร์ไซค์ในลานแข่งรถอย่างบ้าคลั่งและไร้ความกลัวหล่อสุดๆ ทว่าลูกพี่ชย่ากลับพูดอย่างไม่ใส่ใจว่า “แค่นี้หรือ? เล่นจนเบื่อแล้ว”

            “พี่เคยแข่งมอเตอร์ไซค์ด้วยหรือ?” เหอชูซานถาม

            ชย่าลิ่วอีแค่นเสียงหัวเราะเยาะอย่างดูถูกแล้วพูดโอ้อวดว่า “ตอนอายุสิบหกฉันก็เป็นขาใหญ่ในจิ่วหลงแล้วไม่เคยแพ้ใครในสนามแข่งรถเลย!"

             เหอชูซานขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วถามด้วยความเป็นห่วงว่า “ไม่เคยเกิดอุบัติเหตุอะไรใช่ไหม?”

            “...แน่นอนว่าไม่เคย!” ชย่าลิ่วอีพูด แม้ความจริงแล้วหลังจากแข่งรถเขาจะขาหักโดนสั่งขังเดี่ยวสองเดือนโดยชิงหลง และถูกห้ามไม่ให้แตะต้องมอเตอร์ไซค์อีกเลยก็ตาม

            เจ้าเด็กนั่นเหมือนกับอ่านใจคนได้เขาใช้สายตาที่ซับซ้อนและแปลกประหลาดมองชย่าลิ่วอีนานพอสมควร ชย่าลิ่วอีเริ่มรู้สึกโกรธจนแทบจะปลดปล่อยความโกรธนั้นออกมาเขาจึงถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่ายและพูดว่า “ดีแล้วที่ไม่มีอะไร”

            ลูกพี่ชย่าตบที่เท้าแขนของเก้าอี้เสียงดังโครมทำให้เหอชูซานรีบเงียบเสียงลงทันทีและก้มหน้าอ่านหนังสืออย่างตั้งใจ

            เขาอาศัยแสงจากโคมไฟเล็กๆที่ชย่าลิ่วอีตั้งใจให้คนนำมาวางไว้บนโต๊ะน้ำชาข้างตัวเขาอ่านเอกสารงานวิจัยในมือจนจบอย่างตั้งใจจากนั้นก็พับบันทึกสองหน้าอย่างละเอียดแล้วเก็บเข้ากระเป๋าเอกสารพร้อมกับเอกสารอื่นๆ เมื่อเงยหน้าขึ้นมองก็เห็นว่าลูกพี่ชย่าหลับไปแล้วโดยที่ศีรษะเอียงไปด้านข้าง

            เมื่อคืนชย่าลิ่วอีไปดื่มกับสารวัตรคนใหม่ที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่งจนดึกดื่นเขาจึงดูหนังได้แค่ครึ่งเรื่องแล้วเริ่มง่วงโชคดีที่ได้ดูแค่ฉากรักโรแมนติกระหว่างพระเอกกับคุณหนูไฮโซไม่ได้เห็นฉากสุดท้ายที่พระเอกได้รับบาดเจ็บสาหัสและตายไปพร้อมกับศัตรู

            หญิงสาวหน้าตาสะสวยในชุดแต่งงานวิ่งเท้าเปล่าท่ามกลางสายลมขณะที่พวกอันธพาลนอนหายใจรวยรินจมกองเลือด ร่างกายของพวกมันชักกระตุกเป็นครั้งสุดท้ายจากนั้นเพลง《ต่วนจ้านเตอะเวินโหลว》 จากนักร้องหนุ่มก็ดึงขึ้นมาเบาๆคำหวานไม่อาจบอกได้ว่านี่คือตอนจบที่มีความสุข ความปรารถนาในชีวิตไม่เคยชัดเจนแล้วจะไปอยากได้ความชัดเจนทำไม...

            เหอชูซานลุกขึ้นยืนอย่างเงียบงันเขาเดินเข้าไปใกล้เก้าอี้ของชย่าลิ่วอี แล้วค่อยๆ ก้มตัวลงในความมืด... เพื่อหยิบเสื้อสูทที่ชย่าลิ่วอีโยนไว้ข้างๆมาคลุมตัวให้เขาอย่างแผ่วเบา

    คล้ายกับเรื่องDanger area : เขตก่อการรัก [จบ] ที่คุณอ่าน

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498