บทที่ 27: ซิงก์ล้างจาน
เสียงเรียกเข้าที่แผดดังกรีดร้องแหลมระรัวสะสะอย่างไม่ยอมลดละจากเครื่องโทรศัพท์มือถือที่ตั้งอยู่บนขอบโต๊ะเคาน์เตอร์หินอ่อนเหนือซิงก์ล้างจานในห้องครัว ทำลายบรรยากาศหวามไหวและตราบาปแสนหวานที่เพิ่งก่อตัวขึ้นระหว่างผมกับมายด์บนพื้นหินอ่อนที่เย็นชื้นและเปียกปอนลงในทันที อลันและมายด์สะดุ้งสุดตัวหลุดออกจากภวังค์ััแนบเนื้ออันแสนร้อนผ่าวที่พึ่งเกิดขึ้นเมื่อครู่ มายด์รีบใช้ฝ่ามือเรียวเล็กอุ่นๆ ที่สั่นสะท้านยันกดลงบนหน้าอกกว้างของผมเพื่อขยับร่างกายอวบอัดลุกขึ้นยืนด้วยสีหน้าแดงก่ำ พวงแก้มของเธอซับสีระเรื่อร้อนผ่าวไปจนถึงใบหูและลำคอขาวเนียนสะอาดสะอ้าน เธอรีบก้าวเท้าเปล่าถอยห่างจากตัวผมไปหลายก้าวพลางขยับดึงสาบเสื้อคลุมอาบน้ำผ้าไหมบางเบาสีชมพูอ่อนที่แง้มเปิดออกกว้างจนเห็นเนินเนื้ออวบอิ่มสองเต้าชูชันล่อตาให้ปิดมิดชิดเรียบร้อยดั่งสตรีผู้สงบเสงี่ยมเจียมตัวเพื่อปกปิดร่องรอยความหวามไหว ขณะที่ผมเองก็รีบยันกายลุกขึ้นยืนปัดคราบเปียกชื้นบนเนื้อกางเกงสแลกทำงานและเสื้อเชิ้ตสีอ่อนที่ยับย่นรวดเร็ว พลางก้มลงเก็บคีม ไขควง และประแจใส่กล่องเครื่องมืออย่างวุ่นวายเพื่อกลบเกลื่อนความ้าในตัวที่พุ่งสูงขึ้นอย่างกะทันหันจนเป้ากางเกงสแลกทำงานแข็งเกร็งโป่งตึงปวดหนึบแสนทรมานแทบปริแตกออกมาััผิวกายเนียนของแฟนเพื่อนสนิท
มายด์เอื้อมมือสั่นๆ ไปหยิบโทรศัพท์มือถือที่ส่งเสียงเรียกไม่ยอมหยุดขึ้นมากดรับสายสนทนาด้วยน้ำเสียงที่พยายามดัดให้ดูทุ้มนุ่มและเป็ปกติที่สุด แต่ก็ยังคงแฝงอาการสั่นเครือและแหบพร่าอย่างมีนัยสำคัญจนแทบจะจับสังเกตพิรุธของชู้รักได้:
"ค่ะ... พี่บอย โทรมาพอดีเลยค่ะ... อ๋อ ท่อน้ำใต้ซิงก์ในห้องครัวซ่อมเสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะพี่บอย พอดีแค่เกลียวข้อต่อมันคลายตัวหลวมและมีเศษคราบสกปรกอุดตันเฉยๆ ค่ะ พี่อลันเขาเก่งและมีน้ำใจมากเลยนะคะ เข้ามาช่วยจัดการใช้เครื่องมือช่างประปาขันแป๊บเดียวก็เสร็จเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้ไม่มีน้ำรั่วซึมออกมานองพื้นแล้วค่ะ มายด์เช็ดทำความสะอาดคราบน้ำเรียบร้อยแล้วค่ะ... ใช่ค่ะ ตอนนี้พี่อลันเขากำลังเก็บเครื่องมือเตรียมตัวจะเดินทางกลับแล้วค่ะ... ค่ะ ไม่ต้องห่วงนะคะ มายด์อยู่คอนโดคนเดียวได้สบายมากค่ะ พี่บอยตั้งใจทำงานคุมไซต์ก่อสร้างที่สงขลาให้สบายใจและเดินทางปลอดภัยนะคะ ดูแลตัวเองดีๆ ด้วยนะคะ มายด์คิดถึงพี่บอยค่ะ"
ปลายสายของบอยมีเสียงเครื่องจักรก่อสร้างคุมไซต์และลมพัดดังอื้ออึงรบกวนขัดจังหวะสนทนาเป็ระยะ บอยเอ่ยขอบคุณผมผ่านลำโพงโทรศัพท์ที่มายด์เปิดไว้ น้ำเสียงของมันเต็มไปด้วยมิตรภาพ ความอบอุ่น และความเชื่อใจเพื่อนรักร่วมรุ่นสมัยเรียนอย่างสุดซึ้ง โดยไม่รู้เลยว่าความไว้เนื้อเชื่อใจเ่าั้กำลังกลายเป็เครื่องมือกระตุ้นความดิบกระสันเสียวของคนบาปสองคนเื้ัสายนี้ มายด์กดวางสายแล้วผ่อนลมหายใจยาวโล่งอกก่อนจะหันกลับมาสบสายตากับผมอย่างมีความหมายซ่อนเร้น การร่วมกันปิดบังความจริงและลอบโกหกแฟนหนุ่มทางอ้อมเปรียบเสมือนการผูกเงื่อนปมแห่งบาปเชื่อมใจของเราสองคนเข้าหากันในเงามืดช้าๆ ละทิ้งความซื่อสัตย์มิตรภาพลวงตาไปหมดสิ้น
"ขอบคุณพี่อลันอีกครั้งนะคะที่ช่วยมาดูแลมายด์แต่เช้า ถ้าไม่ได้พี่อลัน คอนโดมายด์คงน้ำท่วมเจิ่งนองเสียหายไปหมดแน่ๆ เลยค่ะ... นี่ก็ใกล้จะเที่ยงแล้ว พี่อลันอย่าเพิ่งรีบกลับเลยนะคะ อยู่ทานอาหารกลางวันมื้อเล็กๆ ด้วยกันก่อนนะคะ มายด์ทำพาสต้าครีมซอสเบคอนเห็ดรสชาติกลมกล่อมเข้มข้น กับมีเค้กเนยสดวานิลลาที่พึ่งอบเสร็จใหม่ๆ ส่งกลิ่นหอมกรุ่นอยู่ในเตาอบไว้พอดีเลยค่ะ ถือเป็การตอบแทนความใจดีของพี่อลันนะคะ ทานข้าวกลางวันเสร็จแล้วค่อยเดินทางไปทำงานนะคร้า..." มายด์เอ่ยปากชวนด้วยน้ำเสียงออดอ้อน แววตากลมโตคู่สวยหลังเลนส์แว่นช้อนมองผมอย่างคาดหวังและแสดงออกถึงความว้าเหว่เปลี่ยวใจที่ต้องอยู่คนเดียวในห้องกว้างมานาน ผมมองใบหน้าน่ารักน่าชำเราและสรีระอวบอัดรัดรึงแล้วพยักหน้าตอบรับคำทันทีด้วยรอยยิ้มลึกลับมุมปากอย่างยอมจำนนต่อจิตใต้สำนึก
---
พวกเราสองคนย้ายมานั่งรับประทานมื้อกลางวันร่วมกันที่โต๊ะอาหารหินอ่อนขนาดกะทัดรัดข้างเคาน์เตอร์ซิงก์ล้างจานที่พึ่งซ่อมเสร็จ ท้องฟ้ายามเที่ยงวันภายนอกคอนโดมิเนียมสูงเริ่มแปรเปลี่ยนสภาพอากาศอย่างรวดเร็ว กลุ่มเมฆฝนก้อนใหญ่สีเทาดำทะมึนเคลื่อนตัวเข้าบดบังแสงอาทิตย์จนทำให้ห้องครัวค่อยๆ มืดสลัวลง มายด์เอื้อมมือไปเปิดโคมไฟระย้าสีส้มส้มอ่อนเหนือโต๊ะอาหาร สร้างบรรยากาศที่อบอุ่น เงียบสงบ และเป็ส่วนตัวอย่างยิ่ง มายด์ทรุดตัวลงนั่งตรงข้ามกับผมโดยที่เธอไม่ได้รัดเข็มขัดเสื้อคลุมอาบน้ำผ้าไหมสีชมพูอ่อนแ่านัก ทำให้ยามขยับตัวตักพาสต้า คอเสื้อจะแยกห้อยย้อยลงมาเผยให้เห็นเนินอกขาวผ่องนุ่มนิ่มไร้บราเซียร์กั้นกาง ยอดปทุมถันสีชมพูระเรื่อชูชันล่อสายตาทำเอาแก่นกายในกางเกงของผมตอบสนองขยายตัวแข็งเกร็งปวดหนึบหน่วงทันที
"พี่บอยเขาทำงานยุ่งมากเลยค่ะพี่อลัน... ั้แ่ย้ายไปคุมไซต์ก่อสร้างที่สงขลา แทบไม่มีเวลาโทรหาหรือส่งข้อความหามายด์เลย วันๆ นึงคุยกันไม่ถึงห้านาที บางทีมายด์ก็รู้สึกเหงาจนร้องไห้คนเดียวเงียบๆ ในห้องชุดกว้างๆ นี้บ่อยมากเลยค่ะ คอนโดนี้หรูหราน่าอยู่ก็จริงแต่วันที่ฝนตกหนักลมแรงแบบนี้มันอ้างว้างเปลี่ยวใจจนบอกไม่ถูกเลยค่ะพี่อลัน... บางทีมายด์ก็คิดนะคะว่าพี่บอยเขาคงจะลืมไปแล้วว่ามีมายด์อยู่ตรงนี้ทั้งคน เขาโฟกัสแต่วิศวกรโยธาคุมงานก่อสร้างสร้างตัว จนปล่อยให้มายด์ผสมแป้งอบขนมคนเดียว ทานข้าวเหงาๆ คนเดียว มายด์อ่อนไหวจนทนอ้อมกอดเย็นๆ ไม่ได้อีกต่อไปแล้วล่ะค่ะ..." มายด์พูดระบายความอัดอั้นตันใจน้ำตาคลอรื้นในเบ้าตาจดจ้องมองใบหน้าของผมอย่าง้าที่พึ่งทางใจ
ผมยื่นฝ่ามือแกร่งไปรับแก้วน้ำและจานแบ่งพาสต้าจากมายด์ ปลายนิ้วมือของเราสองคนััแตะต้องกันแ่เบา ััอุ่นชื้นและกระแสไฟฟ้าแห่งความวาบหวามแล่นพล่านเข้าสู่ร่างทำเอามายด์สะดุ้งเบาๆ แก้มใสขึ้นสีแดงระเรื่อฉ่ำหวาน แววตาของเธอสั่นระริกจดจ้องมองใบหน้าของผมอย่างเคลิบเคลิ้มลืมเลือนความเป็แฟนของบอยสนิทใจ:
"บอยมันทำงานหนักเพื่ออนาคตของมายด์นั่นแหละครับ... แต่ถ้ามายด์รู้สึกเหงา หรือมีเื่เดือดร้อนใจอะไร ไม่ว่าจะเป็ระบบไฟ ระบบน้ำ หรือเื่อะไรก็ตาม มายด์โทรหาพี่ได้ตลอดเวลานะครับ พี่พร้อมจะขับรถแวะเวียนเข้ามาดูแลและอยู่เป็เพื่อนมายด์เสมอเลย พี่จะไม่ปล่อยให้มายด์ต้องนั่งร้องไห้คนเดียวเด็ดขาด" ผมเอ่ยคำปลอบโยนน้ำเสียงทุ้มนุ่มลึกแฝงความนัยเสน่หาราคะชู้รัก มายด์ส่งยิ้มหวานขอบคุณพลางก้มหน้าหลบสายตาจิบชาร้อน แววตาปรือเยิ้มหวานสะท้อนความหวั่นไหวที่ทลายกำแพงศีลธรรมช้าๆ
---
หลังจากมื้ออาหารกลางวันผ่านพ้นไป ท้องฟ้ายามบ่ายแก่ๆ กลับมืดครึ้มดำทะมึนราวกับเป็เวลากลางคืน ลมพายุหมุนวนภายนอกตึกพัดกระโชกกระแทกโหมเข้ามาอย่างรุนแรง เม็ดฝนหนาทึบสาดซัดหน้าต่างกระจกใสของห้องชุดชั้นสิบแปดจนเกิดเสียงดังซ่าซ่าตลอดเวลา เสียงลมพายุหวีดหวิวทำให้บรรยากาศภายในห้องดูเปลี่ยวเหงาและน่ากลัวเพิ่มทวีคูณ มายด์เดินไปนั่งกอดเข่าตัวสั่นระริกอยู่บนโซฟาหนังยาวในห้องนั่งเล่น ใบหน้าหวานไร้เดียงสาซีดเผือดด้วยความหวาดกลัวเสียงฟ้าร้องคำรามดังครืนๆ สลับแสงฟ้าแลบสีขาวสว่างวาบที่ส่องวูบเข้ามาในห้องสลัวให้หัวใจเต้นสั่นกลัว
เปรี้ยง! เปรี้ยง!
เสียงฟ้าผ่าขนาดใหญ่ดังกึกก้องกัมปนาทะเืเลื่อนลั่นไปทั่วชั้นตึก คอนโดมิเนียมสั่นะเืเบาๆ ทันใดนั้น กระแสไฟฟ้าภายในห้องชุดทั้งหมดก็ดับวูบลงกะทันหัน ความมืดมิดสนิทไร้แสงสว่างใดๆ เข้าครอบงำทุกพื้นที่อย่างรวดเร็ว มายด์กรีดร้องอุทานด้วยความใสุดขีดสะดุ้งตัวลอยจากโซฟาและโผพุ่งร่างกายเข้ามากอดรัดรอบเอวแกร่งของผมไว้แ่าทันทีกลางความมืดมิด
"กรี๊ด! พี่อลันช่วยมายด์ด้วยค่ะ มายด์กลัวเสียงฟ้าร้องที่สุดเลย!"
ร่างเล็กอุ่นนุ่มของมายด์กอดกระชับเอวของผมแ่า ใบหน้าหวานซุกไซ้กับหน้าอกแกร่งของผมอย่างแนบชิดประหนึ่งที่พึ่งสุดท้าย ผมประคองร่างสั่นเทาของเธอไว้ในอ้อมแขน ััได้ถึงอกอวบอิ่มนุ่มนิ่มขนาดใหญ่เกินตัวของมายด์ที่เบียดอัดกับหน้าอกของผมลึกซึ้งโดยไม่มีบราเซียร์กั้นกาง กลิ่นสบู่อ่อนผสมแป้งวานิลลาหอมกรุ่นและกลิ่นกายสาวร้อนๆ โชยมาประทะจมูกปลุกสัญชาตญาณความดิบในกายของผมให้พลุ่งพล่าน สองมือแกร่งของผมค่อยๆ เลื่อนประคองแผ่นหลังบางลื่นผ่านเนื้อผ้าคลุมอาบน้ำผ้าไหม ลูบไล้ปลอบประโลมสะโพกกลมกลึงนุ่มมือในความมืดมิด ท่ามกลางเสียงหัวใจของคนบาปทั้งสองดวงที่เต้นระทึกรัวแรงแข่งกับเสียงพายุฝนข้างนอกตึกอย่างเร้าอารมณ์ใคร่ดุเดือดสว่างวาบ...
---
ความเงียบงันในห้องชุดกลับทวีความหนาแน่นขึ้นพร้อมกับลมหายใจที่สอดประสานกัน ผมโอบประคองมายด์ให้นั่งลงบนโซฟาช้าๆ มือของผมยังโอบรัดร่างของเธอไว้ขณะที่เธอยังคงเบียดตัวเข้าหาความอบอุ่นของอกผมไม่ยอมปล่อย ปลายนิ้วััผิวเนื้อเนียนลื่นที่เผยออกจากรอยแยกเสื้อคลุมอาบน้ำสร้างแรงปรารถนารุ่มร้อนที่ยากจะสะกดกลั้น ความมืดช่วยซ่อนเร้นสายตาสับสนและรอยยิ้มกระหายของปีศาจตัณหาในตัวผมที่ตื่นขึ้นอย่างเต็มตัวในคืนฝนพร่ำนี้
(จบตอนที่ 27: ซิงก์ล้างจาน)