บทที่ 18 รังั แผนการเลี้ยงั
เมื่อได้ยินคำพูดของตี้เทียน เซียวอวิ๋นก็อดไม่ได้ที่จะถามต่อว่า "ท่านอาจารย์ แล้วข้าจะต้องทำอย่างไรจึงจะสามารถเพิ่มพลังได้อีกเล่า?"
ตี้เทียนอธิบายว่า "การฝึกฝนเคล็ดวิชาระดับยอดเยี่ยมสามชนิดจะช่วยให้เ้าเพิ่มพลังขึ้นสามแสนจิน และหากเ้าสามารถพัฒนาเคล็ดวิชาระดับยอดเยี่ยมทั้งสามนี้ไปสู่ระดับสูงสุดได้ ก็จะช่วยเพิ่มพลังให้เ้าอีกสามแสนจิน"
เมื่อได้ยินดังนั้น เซียวอวิ๋นก็คำนวณในใจเงียบๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองตี้เทียนอีกครั้งแล้วกล่าวว่า "ท่านอาจารย์ แม้จะเป็เช่นนั้น ข้าก็จะมีพลังเพียงเจ็ดแสนจินเท่านั้น แล้วอีกสามแสนจินที่เหลือจะเพิ่มขึ้นได้อย่างไรเล่าขอรับ?"
ตี้เทียนนิ่งเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะถอนหายใจแล้วกล่าวว่า "นี่คือขีดจำกัดสูงสุดที่ร่างกายของคนธรรมดาจะทำได้แล้ว แม้แต่จักรพรรดิฮุ่นตุ้นก็ทำมากกว่านี้ไม่ได้ ที่เขาสามารถมีพลังล้านจินได้นั้น เป็เพราะว่าอีกสามแสนจินมาจากกายาฮุ่นตุ้นของเขานั่นเอง"
เซียวอวิ๋นได้ยินดังนั้นก็ตกตะลึง "เช่นนั้นข้าก็ไม่มีทางที่จะมีพลังล้านจินในขอบเขตหลอมกายาสินะ?"
เขาไม่มีร่างกายพิเศษอะไรเลย!
เขาเป็เพียงคนธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น!
ตี้เทียนยิ้มน้อยๆ แล้วกล่าวว่า "หากเ้าสามารถมีพลังเจ็ดแสนจินได้ ก็ถือว่าเพียงพอแล้ว ไม่จำเป็ต้องยึดติดกับตัวเลขหนึ่งล้านจินให้มากเกินไป ความจริงนั้น หากมองไปทั่วทั้งแวดวงผู้ฝึกตน แม้แต่บรรดาอัจฉริยะที่มีร่างกายพิเศษ ก็มีน้อยคนนักที่จะมีพลังเกินห้าแสนจินในขอบเขตหลอมกายา ส่วนคนที่มีพลังเจ็ดแสนจินนั้นยิ่งหาได้ยาก"
ตี้เทียนกล่าวไม่ผิด เพราะไม่ใช่ทุกคนจะสามารถทะลวงขอบเขตพลังได้ตลอดเวลาเหมือนเซียวอวิ๋น แม้แต่อัจฉริยะระดับสุดยอดก็ต้องใช้เวลาหลายปีหรือสิบกว่าปีในการฝึกฝนเคล็ดวิชาระดับยอดเยี่ยมให้สำเร็จเพียงหนึ่งวิชา
ดังนั้นพวกเขาจึงฝึกฝนเคล็ดวิชาระดับยอดเยี่ยมได้เพียงหนึ่งวิชาเท่านั้น รวมกับร่างกายพิเศษที่มีอยู่แล้ว แม้แต่กายาศักดิ์สิทธิ์โบราณหรือกายาทรราช์ที่เล่าลือกันว่าทัดเทียมกับกายาฮุ่นตุ้น เมื่อรวมกับเคล็ดวิชาระดับยอดเยี่ยมหนึ่งวิชา ในขอบเขตหลอมกายาก็จะมีพลังได้เพียงห้าแสนถึงหกแสนจินเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม เซียวอวิ๋นไม่พอใจกับพลังเจ็ดแสนจินนี้ เขาเงยหน้ามองตี้เทียนด้วยสายตามุ่งมั่นและถามว่า "ท่านอาจารย์ ไม่มีวิธีอื่นที่จะช่วยให้ข้าเพิ่มพลังได้อีกหรือขอรับ?"
ตี้เทียนนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง เขารู้ว่าศิษย์ของตนมีพร์เหนือธรรมดา แน่นอนว่าต้องแสวงหาขีดจำกัดสูงสุด การพยายามโน้มน้าวใจให้ล้มเลิกความคิดคงเป็เื่ยาก
คิดถึงตรงนี้ ตี้เทียนก็เงียบไปครู่หนึ่ง แล้วจึงมองไปที่เซียวอวิ๋นและกล่าวช้าๆ ว่า "ก็ไม่ใช่ว่าไม่มีวิธี ความจริงแล้วสิ่งที่ขาดหายไประหว่างร่างกายธรรมดากับร่างกายพิเศษก็คือรากฐานดั้งเดิม หากเติมเต็มรากฐานดั้งเดิมได้ ก็จะทำให้ร่างกายธรรมดาไล่ทันร่างกายพิเศษได้เช่นกัน"
"แล้วคนเราจะเติมเต็มรากฐานดั้งเดิมได้อย่างไรหรือขอรับ?" เซียวอวิ๋นรีบถามด้วยความร้อนใจ
ตี้เทียนถอนหายใจและกล่าวว่า "นี่ไม่ใช่เื่ง่าย การเติมเต็มรากฐานดั้งเดิมต้องใช้สมบัติล้ำค่าจาก์และพิภพที่หายากยิ่ง หากเ้ายังเป็บุตรเทวะ พวกเราสำนักศักดิ์สิทธิ์ฮุ่นตุ้นก็จะทุ่มเททุกอย่างเพื่อหาสมบัติล้ำค่าเหล่านี้มาให้เ้า แต่ตอนนี้เ้าไม่ใช่บุตรเทวะแล้ว"
พูดถึงตรงนี้ ตี้เทียนก็กล่าวด้วยสีหน้าละอายใจว่า "พูดถึงที่สุดแล้ว ก็เป็เพราะความสามารถของข้าไม่เพียงพอ หากข้ามีพลังของเซียน ข้าก็จะสามารถไปยังสถานที่อันตรายเพื่อแย่งชิงสมบัติล้ำค่าเหล่านี้มาให้เ้าได้ไม่มีปัญหา"
"ท่านอาจารย์อย่าได้พูดเช่นนั้นเลย ท่านได้ถ่ายทอดวิชาการฝึกฝนให้ศิษย์ นับว่ามีพระคุณต่อศิษย์มากมายแล้ว" เซียวอวิ๋นรีบกล่าวเมื่อได้ยินความน้อยเนื้อต่ำใจในน้ำเสียงของอาจารย์
เพียงแต่ตี้เทียนยังคงรู้สึกละอายใจอยู่บ้าง
ในตอนนั้น ลุงฝูที่อยู่ข้างๆ พลันนึกอะไรขึ้นมาได้ จึงกล่าวกับตี้เทียนว่า "นายท่าน รังัจะเปิดในอีกหนึ่งปีไม่ใช่หรือ? บางทีอาจให้นายนน้อยลองเข้าไปดูก็ได้นี่!"
เมื่อได้ยินดังนั้น ดวงตาของตี้เทียนก็เปล่งประกายระยิบระยับ "จริงด้วยสินะ ข้าเกือบลืมเื่รังัไปเสียสนิท แต่ก่อนพวกเราสำนักศักดิ์สิทธิ์ฮุ่นตุ้นไม่เคยส่งใครไปยังรังั นั่นเป็เพราะในสำนักของพวกเราแทบไม่มีผู้ใดสามารถก้าวเข้าสู่ขอบเขตต้องห้ามในขอบเขตหลอมกายาได้สำเร็จมาก่อน การเข้าไปในรังัก็เท่ากับเข้าไปหาความตาย แต่เ้านั้นแตกต่างออกไป"
ตี้เทียนมองเซียวอวิ๋นด้วยสีหน้าตื่นเต้น แล้วกล่าวต่อ
"ศิษย์ข้า หากเ้าสามารถมีพลังถึงเจ็ดแสนจินภายในหนึ่งปี แม้แต่ในรังั เ้าก็จะเป็ผู้แข็งแกร่งอันดับหนึ่ง เมื่อถึงเวลานั้น เ้าจะสามารถใช้พลังของตัวเองเพื่อได้มาซึ่งสมบัติล้ำค่า"
เมื่อได้ยินดังนั้น เซียวอวิ๋นก็ถามด้วยความสงสัย "ท่านอาจารย์ รังันี้คือที่ใดกันขอรับ?"
ตี้เทียนยิ้มน้อยๆ แล้วตอบว่า "รังัเป็เขตแดนลับ จะเปิดทุกๆ ร้อยปี เฉพาะผู้ฝึกตนขอบเขตหลอมกายาเท่านั้นที่สามารถเข้าไปได้ ด้วยเหตุนี้เอง สมบัติล้ำค่าในรังัจึงรอดพ้นการปล้นชิงจากบรรดาผู้ฝึกตนทั้งหลายมาจนถึงตอนนี้ ดังนั้น หากเ้าสามารถเข้าไปในรังัได้สำเร็จ ก็จะมีโอกาสสมบัติล้ำค่าที่จะช่วยเติมเต็มรากฐานซึ่งติดตัวเ้ามาแต่กำเนิด"
ขณะที่พูด ตี้เทียนก็หยิบตำราเล่มหนึ่งออกมา แล้วส่งให้เซียวอวิ๋น
เซียวอวิ๋นมองดูหน้าปก บนนั้นเขียนตัวอักษรขนาดใหญ่ประโยคหนึ่งว่า 'ความลับแห่งรังั' ด้วยความอยากรู้อยากเห็น เขาจึงเปิดอ่านทันที
หลังจากนั้น เซียวอวิ๋นก็เข้าใจแจ่มแจ้ง ที่แท้ในตำรานี้ก็บรรยายถึงจุดกำเนิดรังั
ตามตำนานเล่าว่า ในรังันั้นเคยมีัอาศัยอยู่ตัวหนึ่ง ต่อมาัตัวนี้ได้แปรสภาพเป็เซียนและเหาะขึ้น์ แต่ก่อนที่มันจะขึ้น์ มันได้ผนึกรังัเอาไว้ อนุญาตให้เพียงผู้ฝึกตนขอบเขตหลอมกายาเท่านั้นที่สามารถเข้าไปได้
ตลอดกาลเวลาอันยาวนานนี้ มีผู้ฝึกตนมากมายที่้าขุดค้นความลับแห่งรังั แต่เพราะการปิดผนึกของั ผู้ฝึกตนที่มีพลังแข็งแกร่งจึงไม่สามารถเข้าไปได้เลย
ส่วนพวกผู้ฝึกตนขอบเขตหลอมกายานั้น พลังของพวกเขาก็อ่อนแอเกินไป ดังนั้นจึงไม่มีทางขุดค้นความลับเกี่ยวกับรังัได้มากนัก
อย่างไรก็ตาม มีความลับอย่างหนึ่งที่ถูกขุดพบโดยผู้คน
นั่นก็คือ - แผนการเลี้ยงั!
'แผนการเลี้ยงั' นี้น่าจะเป็สิ่งที่ัตัวที่ขึ้น์ไปวางแผนเอาไว้ มันได้ทิ้งเชื้อสายัมากมายไว้ในรังั ทุกๆ ร้อยปีจะมีเชื้อสายัสิบตัวฟื้นคืนชีพ
แม้ว่าเชื้อสายัเหล่านี้จะมีพลังที่แข็งแกร่งทุกตัว แต่หาก้าวิวัฒนาการเป็ร่างัแท้ ก็ยังต้องผ่านการฝึกฝนอีกมาก
แล้วจะฝึกฝนอย่างไร?
แน่นอนว่าต้องเป็การต่อสู้!
มีเพียงการอาบเืเกิดใหม่ ฝึกฝนตนเองในการฆ่าฟัน ก้าวข้ามขีดจำกัด ทำให้แก่นแท้ของชีวิตยกระดับขึ้น จึงจะสามารถหล่อหลอมร่างัได้
แต่ภายในรังัไม่มีอันตรายใดๆ ไม่สามารถให้พวกเชื้อสายัที่เหลืออยู่เ่าั้ใช้ฝึกฝนในการต่อสู้ แต่หากปล่อยพวกมันออกไปสู่โลกภายนอก โดยไม่มีการดูแลจากับรรพบุรุษ พวกมันที่ยังอ่อนแอมากจะต้องถูกพวกผู้ฝึกตนระดับสูงจับตัวไป และสุดท้ายก็จะกลายเป็ทาสรับใช้ของผู้ฝึกตนเ่าั้อย่างแน่นอน
ด้วยเหตุนี้ ัจึงปิดผนึกไว้ อนุญาตให้เฉพาะผู้ฝึกตนขอบเขตหลอมกายาเข้ามาได้เท่านั้น
ด้วยวิธีนี้ พวกผู้ฝึกตนที่เข้ามาจะอยู่ในระดับเดียวกับพวกเชื้อสายัเ่าั้
เมื่อทั้งสองฝ่ายต่อสู้กัน ก็ขึ้นอยู่กับพร์เท่านั้นว่าผู้ใดจะเป็ฝ่ายอยู่รอด
ั้าใช้อัจฉริยะจากแวดวงผู้ฝึกตนเหล่านี้มาฝึกฝนเชื้อสายัของมัน นี่คือ 'แผนเลี้ยงั'
และแวดวงผู้ฝึกตนก็สนับสนุนเื่นี้พอสมควร ทุกๆ ร้อยปี เมื่อรังัเปิดออก สำนักใหญ่มากมายก็จะส่งอัจฉริยะของตนเองเข้าไปสังหารเชื้อสายัเ่าั้
การทำเช่นนี้มีข้อดีมากมาย
หนึ่ง ภายในรังัมีสมบัติล้ำค่ามากมาย สามารถทำให้อัจฉริยะเหล่านี้พัฒนา และยังสามารถนำสมบัติติดมือกลับออกมาตอบแทนสำนักได้อีก
สอง การต่อสู้กับเชื้อสายั และการอาบเืของพวกมัน จะช่วยให้บรรดายอดฝีมืออัจฉริยะเหล่านี้พัฒนาจนก้าวข้ามขีดจำกัดของตนเอง เชื้อสายั้าใช้อัจฉริยะในโลกแห่งการฝึกตนมาฝึกฝนเผ่าพันธุ์ของมัน ในขณะที่สำนักใหญ่ต่างๆ ก็้าใช้เชื้อสายัเหล่านี้มาฝึกฝนอัจฉริยะของพวกเขาเช่นกัน
สาม ศักยภาพของเชื้อสายัแต่ละตัวนั้นมีความทรงพลัง ไม่ด้อยไปกว่าอัจฉริยะระดับสุดยอดที่มีร่างกายพิเศษ หากสามารถจับเชื้อสายัได้หนึ่งตัว และทำสัญญานายทาสให้เรียบร้อย ในอนาคต ข้างกายของคนผู้นั้นก็จะมีผู้คุ้มกันระดับสุดยอดเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งตน
เพราะมีประโยชน์มากมายเช่นนี้ ทุกครั้งที่รังัเปิดออก จึงถิอเป็เหตุการณ์สำคัญของโลกผู้ฝึกตน
และเหลือเวลาอีกหนึ่งปีพอดี ก่อนที่รังัจะเปิดออกอีกครั้ง