เล่มที่ 1 เล่มที่ 43 แย่งงูคงคาสวรรค์
แต่เหนือขึ้นไปอีกที่มีม่านไอหมอกระลอกเมฆบังไว้ กำลังกางปีกบินร่อนเวียนวนอย่างช้าๆ เป็นหงส์ขนาดใหญ่สีขาวกลืนไปกับก้อนเมฆ หงส์ขนาดใหญ่เช่นนี้น้อยครั้งที่จะพบเห็น เมื่อกางปีกออกถึงกลับใหญ่กว่างูคงคาสวรรค์ถึงเท่าตัว ถูกเรียกว่าหงส์ย่อมสวยเด่นสง่าท่วงท่าอ่อนช้อย แต่ก็มิอาจเทียบได้กับผู้ที่ยืนเกาะคอทรงตัวอยู่บนหลังของมันที่เป็นสตรีเฉิดฉายในอาภรณ์สีขาวสวมมงกุฎที่ชายเสื้อล้อลมไหว เรือนผมปลิวสยายไปตามแรงลม นางความจริงตั้งใจจะนำเทพหงส์หิมะขาวของลัทธิบูชาปรวาณที่เป็นดาวข่มของบรรดาพญางูทั้งหลายมาจับงูคงคาสวรรค์ตัวนี้ แต่เมื่อเห็นมีผู้คนมาล้อมจับงูตัวนี้อยู่แล้ว ทั้งนางและหงส์จึงบินร่อนอยู่เหนือหมู่เมฆรอสบโอกาสให้คนเหล่านี้ล้อมจับงูตัวนี้จนทั้งคนทั้งงูหมดสิ้นเรี่ยวแรงนางก็จะหาจังหวะโถมลงไปชุบมือเปิบหยิบชิ้นปลามันไปอย่างง่ายดาย นางผู้นี้เป็นคนของลัทธิบูชาปรวาณ มีศักดิ์เป็นหนึ่งในสามผู้พิทักษ์เทพปรวาณ อันได้แก่ มังกรแดงเลื้อยเมฆ อาชาเทวะคะนอง และหงส์ฟ้าสะครวญ นามของนางคือ หงส์ฟ้าสะครวญ'โหยวเฟยหย่า' ที่โหยวเฟยหย่าต้องการคือเม็ดพลังของงูคงคาสวรรค์เพื่อนำไปบูชาเทพปรวาณ ที่เป็นจ้าวลัทธิบูชาปรวาณ และต้องการผนังลำไส้ของงูคงคาสวรรค์ตัวนี้ที่มีความยืดหยุนกว่าสิ่งใดไปทอเป็นแพรพรรณสวรรค์อาวุธวิเศษของนาง ส่วนที่อยู่ด้านล่างใต้ชะง่อนหินที่ศิษย์นิกายพิษอสูรกำลังล้อมจับงูคงคาสวรรค์อยู่ กำลังคืบคลานไต่หน้าผาใกล้ขึ้นมากลับเป็นคางคกยักษ์หลังตะปุ่มตะป่ำที่สามารถกระโดดทีหนึ่งสูงเกือบ 5 วา บนหลังมันเป็นชายชราผมเผ้ายาวยุ่งเหยิงที่ผมตีกับลมและละอองน้ำที่ซ่านกระเซ็นจนเหยิงยุ่งกระเซิงกว่าเดิม เป็นอวี๋เปี้ยนไท่จอมแพทย์มารของนิกายพิษอสูรที่เคยถูกฟังหานเต้าหยินและหลี่จิ่วไต้ซือขับไล่จนขวัญกระเจิงเมื่อหลายอาทิตย์ก่อน วันนี้มาช่วยกลุ้มรุมสยบงูคงคาสวรรค์ตัวนี้ที่พวกมันพยายามล้อมจับเพื่อสยบหวังนำมาใช้งานถึงสองครั้งสองคราแต่ยังจับไม่ได้ วันนี้หลังถูกจอมมารพิษอสูรไหว้วาน อวี๋เปี้ยนไท่ถึงกลับมาด้วยตนเอง เมื่อเขามองขึ้นไปเห็นเฮ่อเปี้ยนฝูจ้าวค้างคาวสามตาและกู้จี้เสอจ้าวงูคงคาสวรรค์ของนิกายพิษอสูรที่อยู่บนพญาค้างคาวสามตา ที่เฮ่อเปี้ยนฝูกำลังกุมดึงบังเหียนให้โฉบลงโดยความเร็วจนหน้ากลัว หากสังเกตดีๆบังเหียนที่ใช้บังคับค้างคาวตัวนี้ถึงกลับเจาะร้อยเข้าไปในหูของพญาค้างคาวสามตาตัวนี้ โฮกกกกกก งูคงคาสวรรค์เพียงใช้ดวงตาสองดวงก็มองเห็นว่าด้านบนมีค้างคาวแดงสีเลือดที่มีนัยน์ตาสามดวงถูกผู้คนสองคนกุมบังเหียนพุ่งวาบลงมา และด้านล่างมีชายชราขี่คางคงยักษ์รูปร่างน่าเกียจค่อยๆคืบคลานขึ้นมา มันจึงคำรามขึ้นอีกก่อนจะรีบร่อนร่างลงเบื้องล่าง ตอนนี้รูเล็กๆตรงรยางค์ของมันได้กลิ่นอายความหวาดกลัวโชยออกมาจางๆจากร่างบรรดาของคนที่ซุกซ่อนอยู่หลายสิบคน เพียงมันขยับปรากฏห่าผงกำมะถันเข้มข้นถูกซัดลงมาหอบใหญ่จากบนฟ้า ที่ซัดโปรยออกมาอย่างต่อเนื่องจากมือของกู้จี้เสอที่อยู่ด้านหลังของเฮ่อเปี้ยนฝู คือผงกำมะถันเข้มข้นที่หวังสยบงูตัวนี้ให้ได้ในครานี้ เหล่าศิษย์นิกายพิษอสูรที่ซ่อนกายอยู่ความจริงคนเหล่านี้ล้วนพกปี่รูปร่างประหลาดที่เอาไว้เป่าสยบสัตว์เลื้อยคลานทุกชนิดติดตัวกันทุกคน เพียงแต่ครั้งก่อนงูคงคาสวรรค์ที่แสนเจ้าเล่ห์แสบทรวงตัวนี้หลังทำร้ายและกลืนกินลูกศิษย์ของนิกายพิษอสูรไปหลายคน เมื่อได้ยินเสียงปี่นี้ถึงกลับแกล้งเป็นต้องมนต์สะกดปี่ของพวกเขา แต่เมื่อพวกเขาเข้าใกล้มันกลับดีดตัวยืดคลี่กางพังผืดร่อนร่างพุ่งหนีไปจนภายหลังรู้ว่ามันหนีมาสถิตยังถ้ำแห่งนี้จึงใช้คนล่อมันออกมาด้านนอกถ้ำหมายสยบมันลงอีกครา ศิษย์นิกายพิษอสูรเมื่อเห็นงูคงคาสวรรค์ร่อนร่างพุ่งลงมา ต่างพากันซัดเหวี่ยงขวดแก้วกลมที่ตระเตรียมมาภายในบรรจุของเหลวหนืดชนิดหนึ่งพุ่งใส่มันหวืดหวือ งูคงคาสวรรค์ตัวนี้เกล็ดทั่วร่างหนาแข็งปานเหล็กกล้าในกายมีพิษร้อนร้ายแรงไหนเลยกลัวพิษใดๆ นอกจากหวาดกลัวผงกำมะถันเข้มข้นที่ถูกซัดโปรยมาหอบใหญ่จนม้วนตัวส่ายร่อนร่างหนีลงเบื้องล่าง โฮกกกกกก มันคำรามร้องอีกครั้งก่อนร่อนลงพื้นด้านล่างปะทะกับขวดแก้วกลมที่ถูกซัดเข้ามาจากทุกทิศทาง มันใช้ร่างที่ใหญ่โตและพังผืดปัดขวดกลมเหล่านั้นจนแตกออก แต่งูตัวนี้ไหนเลยคาดคิดที่แตกออกมิใช่พิษ หรือต่อให้เป็นพิษก็ไม่อาจทำอะไรมันได้ ที่แตกทะลักไหลหนืดออกกลับเป็นของเหลวข้นเหนียวอย่างยิ่งยวด เป็นยางสนเหล็กไหลพันปีที่นิกายพิษอสูรหาซื้อมาจากป้อมปราการยุทธ์มังกรบินที่ได้จากต้นสนเหล็กไหลที่มีอายุมากกว่า 1 พันปีมาจัดการมันโดยเฉพาะ พอขวดแก้วแตกออกยางสนเหล็กไหลที่ไร้พิษใดๆแต่ข้นเหนียวจนถึงที่สุดก็ไหลชโลมร่างของมัน ที่ซัดมาโดนพังผืดที่ยืดกางออกก็กลับติดกัน ยิ่งขยับยางสนเหล็กไหลยิ่งติดยิ่งดึงขยับยางสนเหล็กไหลยิ่งติดแน่นกับลำตัวเข้าเรื่อยๆ แม้แต่ลำตัวที่ใหญ่โตของมันที่ส่ายอยู่ถูกยางสนเหล็กไหลนี้เข้าไปยังม้วนติดกันแน่น จากที่ขยับตัวได้เล็กน้อยถึงกลับขยับไม่ได้เลย ร่างของงูคงคาสวรรค์ขนาดมหึมาถึงกลับถูกยางสนเหล็กไหลตรึงร่างเอาไว้ จนร่างหล่นลงกองกับโขดแง่งหินด้านล่างอย่างรวดเร็วจนก้อนหินกระเด็นโขดหินหักกระดอนเป็นช่องใหญ่เกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ผ่านไปสักพักลำตัวของมันถึงกลับม้วนขดพันกันคล้ายก้อนกลมขนาดมหึมาก้อนใหญ่ก้อนหนึ่ง ศิษย์นิกายพิษอสูรผู้หนึ่งเห็นงูคงคาสวรรค์ตัวนี้สิ้นฤทธิ์หมายเอาความชอบ ปราดออกจากแง่งหินที่ซ่อน ที่เหลือสิบกว่าคนที่อยู่ใกล้ก็ตามติดเขาออกไป ศิษย์นิกายพิษอสูรผู้นี้วิ่งเข้าไปถึงใกล้ตัวมันก่อน พอก้อนกลมของลำตัวงูขนาดมหึมาอยู่ตรงหน้า เขาใช้มือดึงตาข่ายขนาดใหญ่ที่ติดตัวมาเหวี่ยงคลี่กางออก ตาข่ายของนิกายพิษอสูรนี้จัดทำพิเศษแม้คลี่กางทีเดียวไม่อาจคลี่คลุมร่างของงูคงคาสวรรค์ที่ม้วนจนเป็นก้อนกลมแล้วยังมีขนาดใหญ่โตได้ แต่เมื่อเขาซัดเหวี่ยงอันที่สองตามติดออกไป ตาข่ายที่มีเส้นใยเล็กๆพันกันก็ม้วนรัดเชื่อมต่อกันทันทีขยายวงใหญ่ออก ทันใดนั้นเองขณะที่ศิษย์นิกายพิษอสูรผู้นี้กำลังทยอยซัดเหวี่ยงตาข่ายออก ศีรษะสามเหลี่ยมที่พอขยับได้ของงูคงคาสวรรค์ก็หันปากมาทางเขาพ่นไอสีแดงที่ร้อนแรงออกมาดั่งพายุทรายสีแดงปั่นป่วนที่กลบกลืนร่างเขาจนหมดสิ้น ศิษย์นิกายพิษอสูรผู้นั้นตะลึงลาน เขาเห็นเพียงม่านแดงพ่นขยายออกมาปกคลุม แต่ยังมีสติยกแขนป้องศีรษะเอาไว้ ทันใดเขารู้สึกผิวหนังทั่วร่างของเขาร้อนลวกจนกลายเป็นแผ่นยางที่ต้องเปลวเพลิงเนื้อหนังไหลลวกออก ตามองเห็นกระดูกแขนศอกที่ยกโผล่ขาวขึ้นมา ตามลำตัวส่วนอื่นทั้งกระดูกซี่โครง กระดูกท่อนขาล้วนโผล่ออกมาให้ปรากฏเห็นปานร่างกายถูกต้มตุ๋นจนเปื่อยมาหลายวัน เสียงผิวหนังถูกกัดกร่อนลวกร้อนเสียงซี่ๆๆ กล่องเสียงตรงลำคอจะใช้ร้องออกยังละลายไม่เหลือ ก่อนดวงตาคนเป็นจะกลายเป็นดวงตาคนตายจึงไม่ทันเห็นตนเองโครงกระดูกสันหลังหักฟุบลงกองกับโขดหินผาเลือดละลายไหลยังเดือดปุดๆ กลายเป็นโครงกระดูกที่เนื้อหนังละลายกองหนึ่ง ศิษย์นิกายพิษอสูรอสูรคนอื่นที่ถลำเข้าไปใกล้แต่ยังอยู่ห่างบ้าง เห็นตัวอย่างที่ไม่น่าเอาเป็นเยี่ยง รีบตีวงออกเป็นบริเวณกว้างทั้งถีบเท้า กลิ้งหลบ โถมหนีทุกวิถีทางที่จะทำให้ตนเองหลุดพ้นรัศมีไอสีแดงที่งูคงคาสวรรค์พ่นออกมาได้ " อย่าชักช้า ซัดเล็งใส่ปากของมัน " เป็นเสียงของกู้จี้เสอจ้าวงูคงคาสวรรค์ที่ปรารถนาจะนำงูคงคาสวรรค์มาควบคุมใช้งานที่พลาดมาแล้วสองครั้งครา ไหนเลยครานี้จะปล่อยให้พลาดอีก เห็นไอร้อนที่งูคงคาสวรรค์พ่นปล่อยออกมาหลอมละลายพื้นที่เป็นวงกว้าง รีบร้องสั่งการให้ศิษย์นิกายพิษอสูรทุกคนเล็งไปที่ปากของงูตัวนี้ เมื่อมันพ่นไอพิษร้อนแรงไม่ได้และขยับตัวไม่ได้ย่อมกลายเป็นปลาในไหแล้วศิษย์นิกายพิษอสูรที่เหลืออยู่ต่างพากันซัดเหวี่ยงขวดแก้วยางสนเหล็กไหลใส่มันที่เป็นเป้านิ่งเสียงหวืดหวืองูคงคาสวรรค์ถูกยางสนเหล็กไหลที่ซัดเหวี่ยงมาแตกปิดไหลอย่าว่าแต่ปากขนาดมหึมา จนตาที่มีทั้งสี่ดวงยังถูกปิดมองไม่เห็นสิ่งรอบตัวอีก เมื่อมองไม่เห็นสิ่งใดมันจึงแสร้งสงบนิ่งไป มันรู้ว่าคนกลุ่มนี้ไม่ต้องการสังหารเพียงต้องการสยบมัน จึงคิดใช้อุบายเดิมแสร้งเป็นยอมสยบค่อยหาหนทางหลบหนีไปอีกครา หลังขวดกลมที่บรรจุยางสนเหล็กไหลที่เหลือถูกซัดเล็งใส่หัวและปากของงูคงคาสวรรค์จนขดเป็นก้อนกลม อวี๋เปี้ยนไท่ที่ขี่บนหลังคางคงยักษ์ก็พุ่งขึ้นมาถึงชะง่อนหินพอเห็นงูคงคาสวรรค์ตัวนี้ถูกจัดการได้แล้ว ที่ตนเองถ่อมาถึงบนนี้เกือบครึ่งค่อนวันถึงกลับไร้ความหมาย " วิเศษนักกู้จี้เสอ ข้าไม่คิดว่าพวกเจ้าจะจัดการมันได้ง่ายดายปานนี้ " อวี๋เปี้ยนไท่ร่ำร้องขึ้นหลังกระโดดลงจากคางคกยักษ์เขากล่าวปานไม่เห็นร่างของศิษย์นิกายพิษอสูรที่กองสยองอยู่เบื้องหน้า กู้จี้เสอเหลียวหันมาเห็นผู้มาเป็นคนนิกายพิษอสูรที่ไม่ใช้พิษเช่นเขา หากเขาไม่ใช่จอมแพทย์มารของนิกายพิษอสูรที่จอมมารพิษอสูรชักจูงมาเข้านิกายเมื่อสองปีก่อนและนางยกย่องเขาเป็นรองเพียงจ้าวนิกายพิษอสูร กู้จี้เสอคงไม่คิดใคร่จะปราศรัยกับเขา กู้จี้เสอไม่เข้าใจความคิดและไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับสิ่งที่จอมมารพิษอสูรทำแม้ในใจคิดเช่นนั้นแต่ปากกลับกล่าวว่า " ท่านจอมแพทย์มารของนิกายเรามาด้วยตนเอง ที่ยากย่อมง่าย ที่ง่ายย่อมยิ่งกว่าง่ายดายแล้ว " เฮ่อเปี้ยนฝูที่ปีนลงมาจากพญาค้างคาวสามตาที่ให้ศิษย์นิกายอสูรผู้หนึ่งลากจูงไว้ เมื่ออยู่ต่อหน้าอวี๋เปี้ยนไท่ถึงกลับปั้นหน้าปั้นตานอบน้อมได้สมจริงสมจังยิ่งกว่า " งูคงคาสวรรค์แม้นร้ายกาจปานใด ไหนเลยฉลาดเกินอุบายของท่านจอมแพทย์มารได้ " อวี๋เปี้ยนไท่ฟังแล้วแยกปากแสยะยิ้มที่เฮ่อเปี้ยนฝูมองแล้วขัดกับใบหน้าของเขายิ่ง ที่แท้ที่เหล่าศิษย์นิกายพิษอสูรใช้ยางสนเหล็กไหลพันปีในการจับงูตัวนี้เป็นความคิดของเขาเอง เขามองงูคงคาสวรรค์ที่สิ้นฤทธิ์ไป หากพวกเจ้าใช้พิษที่พวกเจ้าภาคภูมิใจหนักหนา นอกจากจับงูตัวนี้ไม่ได้แล้ว ยังตะเกียกตะกายนำพาชีวิตมาทิ้งถึงบนหน้าผานี้ งูเพียงตัวเดียวศิษย์นิกายพิษอสูรพวกนี้กลับปล่อยให้หลุดมือถึงสองครั้งสองครา หากเขาไม่จำเป็นคงไม่มาเกลือกกลั้วกับพวกนิกายพิษอสูรนี้ ขณะศิษย์นิกายพิษอีกสิบกว่าคนกำลังเหวี่ยงตาข่ายที่เตรียมมาให้คลี่คลุมไปทั้งลำตัวงูที่ขดกลม ทันใดนั้นกลับปรากฏแรงกระพือลมจากเบื้องบนโหมกระแทกมาอย่างรุนแรง พร้อมเสียงกู่ร้องแหลมจากบนฟากฟ้าติดตามลงมา ศิษย์นิกายพิษอสูรที่ยืนอยู่รายล้อมงูคงคาสวรรค์ไม่คิดว่าจะมีเหตุแปรเปลี่ยนกะทันหันถึงกลับไม่ทันระแวดระวัง โดยเฉพาะเฮ่อเปี้ยนฝูที่เห็นและฝึกสัตว์ประหลาด สัตว์อสูรมานักต่อนัก เมื่อเห็นหงส์สีขาวตัวนี้ที่ใหญ่กว่าพญาค้างคาวสามตาของเขาถึงสองเท่าถึงกลับไม่เชื่อสายตาตนเองว่ามีหงส์ที่ตัวใหญ่ขนาดนี้ แรงลมที่เทพหงส์หิมะขาวกระพือลงปานพายุสลาตัน พัดจนศิษย์นิกายพิษอสูรบางคนที่ไม่ทันระวังเหตุปลิวกระเด็นลอยตกชะง่อนหินไป ได้แต่ส่งเสียงร้องออกมา ม่านน้ำตกที่ไหลลงมาถูกแรงลมสลาตันนี้พัดแตกจนกระจายฟูฟ่อง ทั้งคนทั้งงูที่อยู่ใกล้บริเวณโดยรอบถูกน้ำกระเด็นซ่านเซ็นเปียกปอนกันถ้วนหน้า เทพหงส์หิมะขาวโถมลงมาพร้อมสตรีที่อยู่บนหลัง จนถึงร่างของงูคงคาสวรรค์ที่ขดเป็นก้อนกลมปานก้อนซาลาเปาในไห กรงเล็บที่แหลมคมถึงกลับจิกจมลงในลำตัวที่มีเกล็ดหนาแข็งปานเหล็กกล้าตาข่ายที่คลี่คลุมไว้ยังขาดออกอย่างง่ายดาย งูคงคาสวรรค์ที่ขดเป็นก้อนกลมปานเจอดาวข่ม กลับนิ่งแม้นแรงจะกระดิกขืนตัวยังไม่ทำ อวี๋เปี้ยนไท่ที่มองเห็นภาพที่เกิดขึ้นตรงหน้าร่ำร้องในใจ " ไฉนง่ายดายปานนั้น!"ทันใดนั้นเองเขาเหวี่ยงแขนเสื้อออกปรากฏประกายสีทองวูบขึ้นเข็มสีทองปานห่าฝนพร่างพรายซัดกระจายใส่สตรีและหงส์ตัวนั้น